บทที่11
“ฉันทำท่าแบบนี้พอไหวไหมแก”
วาตียังคงยืนไขว้ขาเอียงคอและหักข้อมือข้างที่ถือกระเป๋า หวังเลียนแบบให้เหมือนผู้จัดการคนดังอย่างเอบีทว่าพีรดากับชลธีต่างหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง
พีรดาเป็นฝ่ายโบกมือให้หล่อนเปลี่ยนท่าทาง“ฉันว่าแกไม่ต้องทำท่ากระแดะแบบนั้นหรอกย่ะแค่ยืนเฉยๆเป็นกะเทยสวยๆก็ได้ไม่เห็นจะต้องทำแด๊ดแด๋แบบพวกที่ชอบวี้ดว้ายกระตู้วู้เลย ฉันว่าแกเหมาะจะเป็นนักเขียนมากกว่าเป็นพวกนักแสดงนะ...เห็นท่าทางเมื่อกี้แล้วฉันเวียนหัว”
วาตีจึงกลับมายืนท่าปกติค้อนตากลับพลางไหวไหล่ “แกก็พูดเกินไปนะน้องดานี่ฉันอุตส่าห์เลียนแบบท่าทางของคุณเอบีเชียวนะ...เห็นไปให้สัมภาษณ์กับถ่ายรูปที่ไหนก็มีแต่ท่านี้ประจำ”
“ย่ะ...แต่ที่แกทำ มันเหมือนคนเป็นสันนิบาต”
พูดยังไม่ทันจบพีรดาก็ต้องรีบเบี่ยงตัวหลบฉับไวเพราะกระเป๋าสะพายในมือของวาตีฟาดลงไปที่ต้นแขนเพื่อนเบาะๆ “ฉันปากไวก็จริงแต่แกนี่ปากมอมนะยะ...ในโลกนี้จะมีใครเป็นสันนิบาตได้สวยเท่ากับฉัน”
ชลธีที่ยืนฟังสองสาวเพื่อนสนิทหยิกแกมหยอกกันพักใหญ่จึงเป็นฝ่ายยกมือห้ามทัพ พร้อมกับบอกว่า “ตกลงคุณวาพร้อมจะเข้าไปข้างในรึยังครับ”
“ว่าไงล่ะแก มาถึงที่แล้ว...อย่าบอกว่าฝ่อกลัวขี้ขึ้นสมอง ไม่กล้าเข้าไปข้างในนะ”พีรดาออกแนวยุยงส่งเสริม หันไปพยักพเยิดกับเพื่อนชาย “นายเคยมาก็เป็นหัวขบวนสิชลลี่”
ทั้งสองคนเห็นวาตีเริ่มอึกอักรีรอและลีลา ไม่เก่งเหมือนปากพูดหรือท่าทางที่แสดงออกจึงสบตากันแล้วหมุนตัวไปยังทิศทางจากลานจอดรถมุ่งตรงไปยังทางเดินแคบๆเพื่อเข้าไปยังสถานบันเทิงเริงรมย์สำหรับผู้มีรสนิยมเฉพาะกลุ่ม
วาตีจึงพุ่งพรวดปราดเดียวไปถึงตัวพีรดาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายอย่างแรงจนต้องชะงักเท้า “ฉันไม่กล้าเข้าไปข้างในน่ะ เราแค่รอดูอยู่แถวข้างนอกไม่ได้เหรอ”
“ไหนแกเคยบอกว่าพวกนักเขียนนิยายชอบไปเก็บข้อมูลตามสถานที่จริงยังไงล่ะแล้วนี่ยังไม่ทันเข้าไปข้างในเลย จะรีบถอยกรูดจอดไม่ต้องแจวตั้งแต่ยังไม่ทันจับไม้พายเหรอยะคุณนักเขียน”
ตอนนี้ท่าทางก๋ากั่นอยากพิสูจน์ตัวตนว่าคนไหนชายแท้หรือชายเทียมของหล่อนเริ่มเสียศูนย์หมดความมั่นใจลงไปมากโข มีการอิดออดกระบิดกระบวนอย่างหมดมาดเหมือนเคยทำพลางถอนหายใจและเป่าปากเฮือกใหญ่ หันไปส่งสายตาวิงวอนทางชลธี
“ได้ไหมคะคุณชลลี่ฉันแค่เอาหัวข้อที่จดลงสมุดเป็นเกณฑ์ในการดูผู้ชายพวกนั้นที่มาใช้บริการก็พอ”
ชลธีจึงหันไปสบตากับพีรดาแล้วกลับมาพยักหน้ากับวาตี “หมดสนุกเลยเชียวทีแรกผมตั้งใจว่าจะให้คุณวากับดาร์ลี่ได้ลองเข้าไปทำความรู้จักกับพวกเพื่อนๆผมที่อยู่ข้างในนั้นสักหน่อยแล้วผมจะอำพวกมันว่าคุณสองคนเป็นกะเทยแปลงเพศ...ดูซิว่าพวกนั้นมันจะจับได้ไหม”
วาตีจึงเบ้ปากเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่...
เมื่อตกลงกันได้ทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปข้างในพร้อมกัน แต่ปลายเท้าของวาตีก็แทบชะงักตรึงอยู่กับที่เมื่อพบว่าผู้ที่ลงจากรถยนต์คันหรู ซึ่งขับมาจอดเทียบเชิงบันไดด้านหน้าคือ...
สารทูล!
//////////////////////////////////////////////////