ความรู้สึกติดค้างบุญคุณ กอปรกับความประทับใจในตัวจ้าวซื่อเจี๋ย ทำให้คุณชายชุยตัดสินใจในที่สุด “คุณชายจ้าว” เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ท่านช่างมีความคิดความอ่านที่ลึกซึ้ง และน่าสนใจยิ่งนัก ข้าฟังแล้วรู้สึกนับถือจริงๆ... อันที่จริง ข้าว่าความคิดเช่นท่านนี้... น่าจะถูกใจ ‘ท่านผู้หนึ่ง’ ที่ข้ารู้จักเป็อย่างยิ่ง” เขาจงใจไม่เอ่ยพระนามองค์ชายใหญ่โดยตรง แต่ใช้คำเรียกแทนที่เข้าใจกันในวงใน
จ้าวซื่อเจี๋ยแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “ท่านผู้หนึ่ง? ท่านหมายถึง...”
คุณชายชุยยิ้มอย่างมีเลศนัย “เอาเป็ว่า ท่านผู้นั้นเป็ผู้ที่มีความห่วงใยในบ้านเมือง และกำลังมองหาผู้มีความสามารถ และมีอุดมการณ์เช่นท่านอยู่พอดี... เอาไว้ข้าจะลองหาโอกาสอันเหมาะสม กราบทูลเื่ของท่านให้ท่านผู้นั้นได้ทราบ เป็การส่วนตัวดีหรือไม่?”
นี่คือสิ่งที่จ้าวซื่อเจี๋ยรอคอย! แต่เขายังคงตีหน้าซื่อ แสดงความเกรงใจ “จะเป็การรบกวนคุณชายชุยเกินไปหรือไม่ขอรับ? ข้าเป็เพียง...”
“มิต้องเกรงใจ!” คุณชายชุยรีบโบกมือ “ถือว่าเป็การตอบแทนน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านเคยช่วยข้าไว้ก็แล้วกัน อีกอย่าง ข้าเชื่อว่าหากท่านผู้นั้นได้รู้จักท่าน จะต้องยินดีเป็แน่!”
จ้าวซื่อเจี๋ยจึงแสร้งทำเป็ซาบซึ้งใจ “หากเป็เช่นนั้น... ก็สุดแท้แต่คุณชายชุยจะกรุณา ข้าน้อยขอน้อมรับน้ำใจของท่านด้วยความขอบคุณยิ่ง” เขายกจอกสุราขึ้นคารวะอีกครั้ง
การสนทนาหลังจากนั้นเป็ไปอย่างชื่นมื่นยิ่งขึ้น คุณชายชุยรู้สึกเหมือนได้ทำคุณประโยชน์ครั้งใหญ่ ส่วนจ้าวซื่อเจี๋ยก็บรรลุเป้าหมายขั้นแรกได้ตามแผน
เมื่อแยกย้ายกันในเวลาต่อมา ขณะที่รถม้าเคลื่อนตัวกลับสู่จวนสกุลจ้าว รอยยิ้มอันเ็าและเปี่ยมด้วยความพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวซื่อเจี๋ยอีกครั้ง
‘ประตูสู่องค์ชายใหญ่... เปิดออกแล้ว...’ เขาคิดในใจ ‘ต่อไปก็เหลือเพียงแต่ว่า ข้าจะก้าวเข้าไป และใช้โอกาสนี้ให้เป็ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร...’
…..
วันคืน ณ เรือนพักท้ายจวนดำเนินไปพร้อมกับความผูกพันที่เพิ่มพูนขึ้นระหว่างจ้าวมู่เฉินและเฉินซูเหริน แต่สำหรับดรุณีน้อยผู้เปี่ยมด้วยพลังงาน และความอยากรู้อยากเห็นแล้ว การใช้เวลาอยู่แต่ในบริเวณเดิมๆ เริ่มจะน่าเบื่อหน่าย นางปรารถนาจะเห็นโลกภายนอก และอยากจะพา ‘จ้าวน้อย’ สหายผู้ไม่เคยรู้อิโหน่อิเหน่ของนางออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย
เช้าวันหนึ่ง หลังจากที่เหล่าหยวนและอาไค่เดินทางไปช่วยงานจวนแม่ทัพเช่นเคย และถิงถิงกำลังง่วนอยู่กับการดูแลสวนสมุนไพรเล็กๆ หลังเรือน เฉินซูเหรินก็ฉวยโอกาสเหมาะ ลากจ้าวมู่เฉินมายังมุมกำแพงที่เป็จุดนัดพบ ของนาง
“ไปเที่ยวกัน จ้าวน้อย!” นางกระซิบเสียงตื่นเต้น “ข้าจะพาเ้าไปดูตลาดในเมือง ของสนุกๆ เพียบเลย!”
“ตลาด?” จ้าวมู่เฉินทวนคำ ดวงตาใสซื่อเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ที่นั่นมีขนมเยอะๆ ไหมขอรับ พี่ใหญ่เฉิน?”
“มีสิ! เยอะแยะเลย! ไปกันเถอะ เร็วเข้า!” นางไม่รอช้ารีบปีนกำแพงออกไปก่อน จ้าวมู่เฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาตื่นเต้นของพี่ใหญ่ เขาก็ตัดสินใจปีนตามออกไปอย่างทุลักทุเล
เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกเขตจวนอันคุ้นเคย จ้าวมู่เฉินรู้สึกตื่นตาตื่นใจระคนประหม่า เฉินซูเหรินรีบจูงมือเขาเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่นางคุ้นเคย เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่อาจมีคนรู้จักพบเห็น ในสายตาของชาวบ้านที่เดินสวนไปมา
พวกเขาดูเหมือนพี่ชายรูปงามที่จูงมือน้องสาวน่ารักน่าเอ็นดูออกมาเที่ยวเล่น จ้าวมู่เฉินเองก็พยายาม สงวนท่าทีเขาพยายามยืดตัวตรง เดินด้วยท่าทางนิ่งสงบ เลียนแบบท่าทางสุขุมของท่านลุงหยวนเท่าที่จำได้ เพื่อปิดบังอาการผิดปกติและความรู้สึกไม่มั่นคงของตน ไม่ให้ใครสังเกตเห็นได้ง่ายๆ
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงตลาดชายเมืองที่คึกคักจอแจ เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา เสียงผู้คนพูดคุยจอแจ ผสมผสานกับกลิ่นอาหารหอมกรุ่น และสีสันอันหลากหลายของสินค้า ทำให้จ้าวมู่เฉินผู้ไม่คุ้นเคยรู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก เขาเดินเกาะแขนเฉินซูเหรินแน่น มองซ้ายมองขวาอย่างสนใจใคร่รู้
ขณะที่กำลังเดินเบียดเสียดผู้คนอยู่นั้นเอง ชายร่างผอมโซผู้หนึ่งในชุดมอซ่อก็เดินเซเข้ามาชนจ้าวมู่เฉินอย่างจัง!
“โอ๊ะ! ขออภัยคุณชาย!” ชายผู้นั้นกล่าวขอโทษขอโพยอย่างลนลาน ก่อนจะรีบเดินเบียดผู้คนหายไปอย่างรวดเร็ว จ้าวมู่เฉินไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่ขยับตัวเล็กน้อย แต่แล้ว...
“นั่นแน่!” เสียงเฉินซูเหรินร้องขึ้นอย่างฉับไว! นางมีสายตาที่ฉับไวยิ่งนัก! นางเห็นเสี้ยววินาทีที่ชายผู้นั้นแสร้งเดินชน แต่กลับใช้มือที่ว่องไว แอบล้วงเอาถุงเงินเล็กๆ ที่เหน็บอยู่ข้างเอวของจ้าวมู่เฉินไป!
“เ้าขี้ขโมย! หยุดนะ!” นางะโลั่น แล้วไม่รอช้า พุ่งตัวตามชายผู้นั้นไปทันที!
จ้าวมู่เฉินยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ ก็เห็นพี่ใหญ่เฉินวิ่งไล่ตามชายผู้นั้นไปแล้ว เขาจึงรีบวิ่งตามไปติดๆ เฉินซูเหรินแม้จะตัวเล็ก แต่ว่องไวยิ่งนัก นางไล่ตามจนทันชายผู้นั้นที่กำลังจะวิ่งหนีเข้าซอยแคบ นางะโเข้าขวางหน้าไว้
“ส่งถุงเงินคืนมานะ!” นางตวาดเสียงดัง
“อะไรของเ้า เด็กบ้า! หลีกทางไป!” ชายผู้นั้นเห็นเป็แค่เด็กผู้หญิงก็ไม่ใส่ใจ ผลักนางหมายจะวิ่งหนีต่อ
แต่เขาคิดผิด! เฉินซูเหรินใช้วรยุทธ์พื้นฐานที่ร่ำเรียนมา นางเบี่ยงตัวหลบการผลักได้อย่างง่ายดาย แล้วใช้เท้าเตะตัดขา ทว่าชายผู้นั้นไหวตัวทันหลบได้ เกิดเป็ การยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น กลางตลาด!
เฉินซูเหรินใช้ความคล่องแคล่วและกระบวนท่าที่เรียนมา เข้าต่อสู้กับนักเลงผู้นั้นอย่างไม่เกรงกลัว นางสามารถเอาชนะ ความเก้งก้างของอีกฝ่ายได้ในที่สุด ด้วยการเตะเข้าที่ข้อพับจนเข่าทรุด แล้วฉวยจังหวะนั้น กระชากถุงเงินคืนกลับมาได้สำเร็จ!
เหตุการณ์ชุลมุนและเสียงเอะอะโวยวาย ทำให้ผู้คนในตลาดหยุดมองกันเป็ตาเดียว พ่อค้าวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่อยู่ในบริเวณนั้น มองเห็นใบหน้าของจ้าวมู่เฉิน ที่วิ่งตามมาดูเหตุการณ์อย่างชัดเจน เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาด... แล้วเขาก็นึกออก! 'นั่นมัน... คุณชายจ้าว มู่เฉิน! บุตรชายท่านรองเ้ากรมพิธีการจ้าวไม่ใช่รึ! ที่ว่าตกเหวไปแล้วน่ะ!' พ่อค้าจำจ้าวมู่เฉินได้!
แต่แล้ว! ความชุลมุนและเสียงเอะอะโวยวายนั้นเอง ก็ทำให้ม้าลากรถ ที่แล่นอยู่ไม่ไกลเกิดตื่นใ! มันร้องฮี้เสียงดังลั่น! ก่อนจะดีดตัวแล้ววิ่งเตลิด ฝ่าฝูงชนไปอย่างบ้าคลั่ง!
จ้าวมู่เฉินเห็นม้าที่กำลังวิ่งเตลิดอย่างบ้าคลั่ง ตรงเข้ามาทางพวกเขา!
ฉับพลัน! ภาพในอดีตก็ซ้อนทับขึ้นมาอย่างรุนแรง! ไม่ใช่ภาพตอนตกเหว แต่เป็ ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุอันน่าสะพรึงกลัวระหว่างการแข่งขันตีคลี! เสียงฝีเท้าม้าที่ควบตะบึง! เสียงโห่ร้อง! เสียงกระทบของไม้ตี! และความรู้สึกเ็ปรุนแรงที่ศีรษะ! ภาพเ่าั้ผลันปรากฏขึ้นซ้ำๆ ในหัว!
"อ๊ากกกกก!!!" เขากุมศีรษะ กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปสุดแสน! เขาปวดศีรษะอย่างรุนแรงราวกับจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ! จนทรงตัวไม่อยู่ ล้มตัวลงนอนขดคุดคู้ อยู่บนพื้นถนนกลางตลาดทันที! ร่างกายสั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่ก!
“จ้าวน้อย!” เฉินซูเหริน ร้องออกมาด้วยความตื่นใสุดขีด! เฉินซูเหรินรีบทิ้งถุงเงิน วิ่งเข้าไปประคองร่างของจ้าวมู่เฉินทันที นางคิดว่าเขาถูกม้าชนหรือได้รับาเ็สาหัส!
“จ้าวน้อย! เ้าเป็อะไรไป! เจ็บตรงไหน! บอกข้าสิ!” นางเขย่าตัวเขา แต่เขากลับได้แต่กุมศีรษะ ร้องครวญครางด้วยความเ็ป
เฉินซูเหริน หันซ้ายแลขวาอย่างร้อนรน มองหาความช่วยเหลือ พลันสายตาก็ปะทะเข้ากับ กลุ่มมือปราบที่กำลังวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์วุ่นวายพอดี! นางไม่ลังเล! รีบแสดงตน ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและทรงอำนาจเกินวัย
“ข้าคือเฉินซูเหริน หลานสาวแม่ทัพใหญ่เฉิน! พวกเ้ารีบมานี่! คนของข้าาเ็สาหัส! รีบจัดหาเปลหาม พาเขากลับไปยังจวนแม่ทัพบัดเดี๋ยวนี้! แล้วไปตามท่านหมอทหารมาให้เร็วที่สุด! เร็วเข้า…!!!”
เมื่อได้ยินว่าเป็ถึงหลานสาวของแม่ทัพใหญ่เฉิน เหล่ามือปราบก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว... ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและสายตาของผู้คนในตลาดที่ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น...