“ ต่อไปทักษะดัชนีฟ้าคราม ”
ไม่รอให้ปิงหยวนนั้นหายตกตะลึง บัดนี้จักพรรดิ์ฉีิ ได้ใช้ทักษะดัชนีฟ้าครามต่อเนื่องในทันที
“ ดัชนีที่ 1 ”
โครม !!! ต้นไม้โบราณด้านหน้าจักพรรดิ์ฉีิที่คงอยู่มานานจนไม่สามารถระบุอายุของมันได้ ตอนนี้ได้ถูกโค้นทำลาย โดยจุดที่รับดัชนีไปตรงๆนั้นกลายเป็ผุยผงทันที
“ ดัชนีที่ 2 ”
ปัง !!! ดัชนีที่ 2 นี้นั้นจักพรรดิ์ฉีิเลือกที่จะทำลายหินก้อนใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น
“ ดัชนีที่ 3 ”
ฟุบ !!! ดัชนีที่ 3 นี้กลับแปลกประหลาดกว่าเพื่อน เพราะ 2 ดัชนีที่ผ่านมาให้ความรู้สึกถึงพลังที่ดูรุนแรงกลับกันดัชนีที่ 3 นี้ จักพรรดิ์ได้โจมตีไปยังต้นไม้โบราณอีกต้น แต่มันกลับดูไม่เกิดลักษณะความเสียหายอะไรเลย จนกระทั่ง จักพรรดิ์ฉีิได้ลดมือลงมา
ต้นไม้โบราณต้นนั้น ณ ตอนนี้เมื่อสังเกตดีๆจะปรากฎรูเล็กๆ เมื่อเทียบกับความใหญ่โตของต้นแต่รูนี้นั้นทะลุต้นไม้โบราณไปทั้งต้น ถ้าใครเอาตาไปมองจะสามารถเห็นด้านหลังของต้นไม้ผ่านการส่องรูในครั้งนี้ได้
ตอนนี้เมื่อปิงหยวนได้เห็นพลังทำลายล้างของทักษะดัชนีฟ้าคราม ทั้ง 3 ดัชนี เค้าก็ได้เกิดความคาดหวัง คาดหวังว่าสักวันจะสามารถทำแบบที่พี่ชายฉีิของเค้าทำได้บ้าง
“ เป็อย่างไรบ้าง ”
จักพรรดิ์ฉีิกล่าวถาม
“ สุดยอดเลยครับท่านพี่ฉีิ ”
“ เ้าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่? ในการฝึกทักษะจนสามารถถึงขั้นฝึกหัดได้ ”
เมื่อปิงหยวนได้ยินคำนี้เค้าก็เริ่มคิดอยู่ภายในใจ ตอนนี้ทุกวัน่เวลาบ่ายF,'ท่านพ่อกวางเส้าของเค้าก็ได้สอนวิชาการฝึกตนรวมทั้งทักษะให้แก่ตัวเค้าปิงหยวน
แม้มันจะเป็ทักษะของท่านพ่อกวางเส้าที่อยู่เพียงในระดับ ทักษะขั้นพื้นฐาน ตอนนี้ระยะเวลาฝึกของเค้าผ่านมาเกือบถึง 1 เดือนแต่ตัวเค้าเองกลับยังไม่สามารถฝึก ทักษะนั้นไปถึงขั้นฝึกหัดได้
แต่ทักษะทั้ง 2 นี้ไม่ว่าจะเป็ทักษะดัชนีฟ้าคราม หรือทักษะเคลื่อนดุจเงา ทั้งคู่เป็ถึงทักษะระดับโลก ถ้าหาก้าฝึกทั้งคู่เกรงว่าจะต้องใช้เวลา….เมื่อปิงหยวนคิดได้เค้าก็เริ่มตอบกลับคำถามของจักพรรดิสรรค์ฉีิทันที
“ พี่ฉีิข้าว่าข้าต้องใช้เวลา 1 … ”
“ เ้าถือเป็ศิษย์ที่ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ข้ายอมรับในตัวเ้า 1 เดือนก็ 1 เดือน ข้าเชื่อมั่นว่าเ้าสามารถทำได้ตามที่เ้าได้คิดเอาไว้ ”
จักพรรดิ์ฉีิไม่รอให้เด็กน้องปิงหยวนกล่าวจบ เค้ากล่าวออกมาโดยในประโยคนั้นมีความเชื่อมั่นในตัวของเด็กน้อยปิงหยวนเต็มที่
“แน่นอนขอรับพี่ฉีิข้าจะต้องใช้เวลา 1 เดือนในการที่ข้าจะสามารถบรรลุทักษะทั้ง 2 ถึงขั้นฝึกหัดได้ ”
เด็กน้อยปิงหยวนกล่าวตอบจักรพรรดิ์ ฉีิด้วยสายตาและท่าทางที่น่าสงสารเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะเมื่อเห็นพี่ชายฉีิที่มั่นใจในตัวเขามากขนาดนี้เขาจะต้องไม่ทำให้ผิดหวังเด็กน้อยปิงหยวนกล่าวปฎิญานภายในใจ
“ ไปเ้าเดินทางไปกับข้าต่อ ”
จักพรรดิ์ฉีิมุ่งหน้าเดินทางต่อไปในทิศใต้
5 ชั่วโมงผ่านไป
ตอนนี้ 1 เด็กชายอายุ 13 ปีหน้าตาดีรูปร่างสมส่วน กับเด็กน้อยที่อายุ 6 ขวบดูไม่รู้ตาสีตาสา จับคู่เดินทางกันมาห่างจากชุมชนกวางได้ 20 กิโลเมตรแล้ว
“ ท่านพี่ฉีิขอรับ ”
คำกล่าวที่กล่าวออกมา กล่าวมาด้วยน้ำเสียงสั่นคลอเหนื่อยล้า ตอนนี้สภาพร่างกายของเด็กน้อยปิงหยวนเริ่มไม่ไหวแล้วเหงื่อออกมาทั้งตัว และเมื่อมองไปที่ท้องฟ้าบัดนี้ดวงอาทิตย์เริ่มโรยราแสงที่สาดส่องลงมาสีส้มคล้ายมันจะผลัดเปลี่ยนเวรกับดวงจันทร์ขึ้นสลับกันทำหน้าที่
“ เ้ามีอะไรหรือ ? ”
จักพรรดิ์ฉีิที่กำลังเดินหน้าต่อไปเหมือนไม่มีท่าทีที่จะหยุดพัก แต่บัดนี้เมื่อได้ยินปิงหยวนเรียกเค้าจึงได้หยุดลง หันมามองปิงหยวนพร้อมกล่าวถาม
“ ท่านพี่ฉีิขอรับถ้าหากเราเดินไปมากกว่านี้ข้าเกรงว่าเราสองคนพี่น้องจะไม่สามารถกลับไปทานข้าวมื้อค่ำกับท่านพ่อและท่านแม่ทันนะขอรับ ”
“แล้วใครบอกเ้าว่าวันนี้เราจะกลับไปทานข้าวกับท่านพ่อและท่านแม่กัน ”
จักพรรดิ์ฉีิกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย เสมือนทุกอย่างคือเื่ปกติสำหรับเค้า
แต่เมื่อปิงหยวนได้ฟังคำกล่าวนี้นั้นมันได้ทำให้สีหน้าของปิงหยวนเริ่มเปลี่ยนไป
“ ข้าจะกลับก็ต่อเมื่อเ้าสามารถฝึกทักษะทั้งสองจนสามารถบรรลุถึงขั้นฝึกหัดได้ ”จักพรรดิ์ฉีิพูดต่อ
“ ถ้าหากเป็เช่นนั้น เราจะนอนกันที่ไหนหรือขอรับท่านพี่ ”
“ เจ้าอยากนอนตรงไหนเ้าก็สามารถนอนตรงนั้นได้เลย ”
จักรพรรดิ์ฉีิกล่าวตอบปิงหยวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครา
ตอนนี้เมื่อได้ฟังที่จักพรรดิ์ฉีิกล่าวมา เด็กน้อยปิงหยวนไม่สามารถจินตนาการได้เลยแม้ตัวเค้าจะเกิดมาในชุมชนกวางที่ไม่ถือว่าสบายแต่เขาก็ไม่เคยลำบากถึงขั้นมานอนกลางป่า
“ แล้วอาหารล่ะขอรับท่านพี่ ”
“ เ้าอยากกินอะไรเ้าก็กินได้เลย ”
คำตอบของจักพรรดิ์ฉีิทำให้ตอนนี้สีหน้าของเด็กน้อยปิงหยวนกลับกลายเป็ปั้นยากขึ้นมา ตอนนี้เค้าไม่เข้าใจหรือบางทีเขาก็แค่อาจจะพยายามไม่อยากเข้าใจถึงความหมายที่กล่าวมาของพี่ชายเค้า
“ แต่เ้าไม่ต้องกลัววันนี้เป็วันแรกในการฝึกฝน มื้ออาหารนี้ถือเป็มื้ออาหารที่แสนพิเศษ ข้าจะทำอาหารให้เ้ากินเอง ”
เมื่อปิงหยวนได้ยินดังนั้นเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาชั่วครู่ ตอนนี้เค้าคอยสังเกตดูว่าท่านพี่ฉี่ิจะทำอาหารให้เขาอย่างไร
การเดินทางในครั้งนี้เสมือนโชคดีเพราะตลอดระยะการเดินทาง 5 ชั่วโมงที่ผ่านมาปิงหยวนรู้สึกปลอดภัยเป็พิเศษเขาไม่ได้พบเจอภยันอันตรายอะไรเข้าเลย ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรเลย เพราะเพียงแค่สัตว์ป่าทั่วไปสักตัวเค้าก็ยังไม่ได้พบ
ถึงแม้ปิงหยวนจะเชื่อว่านั้นเป็เพียงโชคดีแต่จริงๆ แล้วมันมาจากทักษะ ทักษะนึงของจักพรรดิ์ฉีิเท่านั้น
ตอนนี้ปิงหยวนเห็นพี่ชายของเค้าเดินไปตามต้นไม้โบราณ พยายามเขี้ยคุ้ยดินบริเวณโค้นต้นไม้ ต้นต่างๆ
ผ่านไป 10 นาที
เมื่อจักพรรดิ์ฉีิเดินเก็บวัตถุดิบของมื้ออาหารเสร็จสิ้นเค้าก็ได้นำอุปกรณ์ทำครัวอย่างหม้อ ออกมาจากจี้หยกก่อนจะก่อไฟต้มน้ำภายในหม้อ
ปิงหยวนเห็นดังนั้นก็เริ่มชินต่อความหัศจรรย์ของพี่ชายฉีิ ต่อให้ตอนนี้พี่ชายฉีิของเค้าจะบินได้ เค้าก็คงเลิกตกตะลึงแล้วเพราะพี่ของเค้าไม่ต่างจากเทพเ้าเลยในสายตาของเค้า ณ ตอนนี้
เมื่อหม้อเริ่มเดือด จักพรรดิ์ฉีิก็เริ่มใส่วัตถุดิบที่เค้าเก็บมาลงไปในหม้อ
และสิ่งนี้แหละครับท่านผู้ชม ที่ทำให้ปิงหยวนกลับมาตกตะลึงอีกครา