"ทำไมข้าถึงใช้เปลวเพลิงสีส้มไม่ได้อย่างนั้นหรืออาวุโสหลง?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
"อย่างที่ข้าเคยบอกเจ้าไว้ เปลวเพลงสีดำนั้นเกิดจากร้อนสุดขั้วจนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็น เพราะฉะนั้นมันจะคงสภาพของแก่นแท้ธาตุไม้ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้ เมื่อเจ้าทำการหลอมละลายมัน!"
"ซึ่งแตกต่างจากเปลวเพลิงสีส้มของดวงจิตอัคนี เพราะเปลวเพลิงสีส้มอันนั้นจะมีความร้อนที่เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่านจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว"
หลงยู่หมิงอธิบายให้เทียนฉินอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของเปลงเพลิงทั้งสองที่เขา
"ข้าเข้าใจแล้วอาวุโสหลง!"
เทียนฉินเอ่ยตอบไปก่อนจะเริ่มปลุกเปลวเพลิงโลกันตร์ขึ้นมาในมือที่ถือก้อนหินนั้นอย่างช้าๆ
ในจังหวะที่เปลวเพลิงโลกันตร์ถูกเรียกใช้ อากาศภายในห้องก็พลันเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด ไอน้ำแข็งเริ่มเกาะกุมที่มือของเขา ก่อนจะค่อยๆไล่ลามมาตามแขนจนปกคลุมไปทั่วตัว
แต่ในขณะที่อุณหภูมิภายในห้องเย็นลงนั้น ก้อนหินในมือของเทียนฉินกลับเริ่มหลอมละลายลงเรื่อยๆ
เพียงชั่วพริบตาก้อนหินที่กำลังละลายอยู่ ก็ปรากฏแสงสีเขียวให้เห็นอยู่รางๆ เทียนฉินไม่รอช้ารีบควบคุมเปลวเพลิงโลกันตร์ไม่ให้สัมผัสกับแสงสีเขียวนั้นโดยตรง ก่อนบริกรรมเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีซึมซับแสงสีเขียวนั้นทันที
"เจ้าหนู!เจ้าไม่ต้องรีบร้อนทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไม้นั้นหรอก เพราะมันมีแก่นแท้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง!"
"เพียงแค่เจ้าซึมซับมันไว้ในร่างกายก่อนก็พอแล้ว"
หลงยู่หมิงเตือนเทียนฉินทันที เมื่อเห็นว่าแก่นแท้ธาตุไม้ถูกเขาซึมซับหมดแล้ว และกำลังจะเริ่มทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไม้นั้นต่อ ซึ่งหลงยู่หมิงก็กลับคำพูดของเขาทันทีที่เห็นแก่นแท้ธาตุไม้ที่อยู่ในก้อนหินนั้น
"เพราะอะไรหรืออาวุโสหลง?"เทียนฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ก็เพราะว่าร่างกายเจ้าสามารถรองรับแก่นแท้ธาตุต่างๆได้อยู่แล้ว เจ้าจะรีบร้อนทำความเข้าใจไปทำไม!"
"ไว้รอเจ้าหาเคล็ดวิชาที่สามารถใช้ร่วมกับแก่นแท้ธาตุไม้ได้เสียก่อน จึงค่อยเริ่มทำความเข้าใจมันก็ยังไม่สาย"หลงยู่หมิง
กล่าวแนะนำเทียนฉินให้เข้าใจ เพราะถึงแม้ว่าเขาทำความเข้าใจในแก่นแท้ธาตุไม่นั้นไป ก็ไม่อาจจะบรรลุความเข้าใจขั้นต้นได้
"เคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับธาตุไม้อย่างนั้นรึ!"
"หรือว่าข้าต้องลองไปดูที่หอตำราสักครั้งหนึ่ง!"
เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจพลันนึกถึงหอที่เก็บรวบรวมเคล็ดวิชาไว้อย่างมากมายในนิกาย ซึ่งตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ยังไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าไปดูเลยสักครั้ง เพราะเขาคิดว่าเคล็ดวิชาที่ตนเองมีอยู่นั้น ก็ดีเพียงพอสำหรับตัวเขาแล้ว
ค่ำคืนหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว แสงแดดยามเช้าทอแสงลงมาต้อนรับกับธรรมชาติที่สดใส เทียนฉินเดินออกจากบ้านพักของเขาอย่างไม่รอช้า เพื่อมุ่งหน้าไปยังหอตำราที่อยู่ในนิกายอย่างเร่งรีบ
เพียงไม่นานในที่สุดเทียนฉินก็เดินมาถึงหอตำรา หอตำราที่นี่สวยงามเลยทีเดียว เพราะแม้จะดูเก่าแก่และอายุหลายปีแล้ว แต่ภายนอกยังคงดูดีเหมือนมีการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งก็คงไม่แปลกเพราะหอตำราคือสถานที่รวบรวมเคล็ดวิชาและความรู้ต่างๆของนิกานเพลิงอัคคีนั่นเอง
ภายในหอตำรามีชายชราคนหนึ่งในชุดสีแดงเพลิงงดงามเป็นประกายนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องโถง กำลังก้มลงจดบันทึกของศิษย์แต่ละคนที่มาหยิบยืมเคล็ดวิชาเพื่อไปฝึกฝน
"คารวะผู้อาวุโส!"
เทียนฉินรีบแสดงความเคารพทันทีที่เดินมาถึงด้านหน้าของอาวุโสท่านนี้
"เจ้ามีธุระอะไรอย่างนั้นรึ?"ชายชราผู้นั้นเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม
"ข้าอยากมาขอดูเคล็ดวิชาที่อยู่ที่นี่สักหน่อย ไม่ทราบว่าข้าต้องทำอย่างไรบ้างผู้อาวุโส?"เทียนฉินเอ่ยตอบกลับไปอย่างนอบน้อม
"ส่งป้ายหยกของเจ้ามาให้ข้าตรวจสอบเสียก่อน เพื่อที่จะลงบันทึกได้ถูกต้อง!"
ชราคนนั้นกล่าวออกมาพลางเงยหน้ามองมาทางเขา
เทียนฉินไม่รอช้ารีบยื่นป้ายหยกส่งให้ชายชราคนนั้นทันที
"เจ้านี่เองรึที่เป็นศิษย์ส่วนตัวคนใหม่ของตาเฒ่าเสิ้น?"ชราคนนั้นกล่าวถามอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
"เป็นข้าเองผู้อาวุโส!"เทียนฉินยังตอบออกไปด้วยความนอบน้อมเหมือนเดิม
"หอตำราของนิกายเรามีทั้งสิ้นสามชั้น ชั้นที่หนึ่งจะเป็นที่รวบรวมเคล็ดวิชาที่ใช้ในการฝึกฝนลมปราณของทางนิกายเราที่มีอยู่มากมาย"
"ชั้นที่สองจะเป็นส่วนของเคล็ดวิชายุทธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ท่าร่าง ทักษะอาวุธ วิชาต้องห้าม หรือแม้กระทั่งทักษะเสริมพลังทางร่างกาย ทุกกระบวนท่าที่ใช้ต่อสู้และป้องกันต่างล้วนรวมอยู่ที่ชั้นนี้"
"ส่วนชั้นที่สามเป็นที่ใช้เก็บรักษาตำราเฉพาะ เช่น การกลั่นโอสถ หลอมสร้างอาวุธ และบันทึกความรู้ความเข้าใจของแก่นแท้ธาตุต่างๆ"
"เจ้าต้องการขึ้นไปชั้นใดเล่า?"
ชายชราบอกข้อมูลของหอตำราให้เทียนฉินฟังอย่างละเอียดก่อนสุดท้ายจะเอ่ยถามออกมา
"ผู้อาวุโส! ถ้าหากข้าอยากจะเดินดูทั้งสามชั้นจะได้หรือไม่?"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างลังเลเล็กน้อย
"จากการที่เจ้าเป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของตามเฒ่าเสิ้น ตามหลักแล้วเจ้าย่อมมีสิทธิ์ขึ้นไปดูชั้นที่สองกับสามได้เลย"
"แล้วทำไมเจ้ายังต้องการไปเดินดูชั้นที่หนึ่งให้เสียเวลาด้วยเล่า?"ชายชราเอ่ยถามอย่างสงสัย
"ข้าขอกล่าวตามตรงผู้อาวุโส! ที่ข้าต้องการเดินดูภายในหอตำราทั้งสามชั้นนั้น ก็เพราะว่าข้าอยากเรียนรู้พื้นฐานของนิกายเราไปด้วยแค่นั้นเอง!" เทียนฉินเอ่บตอมกลับมาด้วยความจริงแค่บางส่วน
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามแต่ใจเจ้าแล้วกัน แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้อย่างหนึ่ง อย่าพยามแอบฝึกฝนเคล็ดวิชาภายในหอตำรานี้โดยเด็ดขาด ถ้าเจ้าสนใจเคล็ดวิชาไหนหรือบันทึกทักษะอันใด จงนำมันมาแลกเปลี่ยนกับคะแนนที่ข้าเท่านั้น!"
ชายชราตอบรับพร้อมกับเอ่ยเตือนกฎระเบียบของทางหอตำราให้เทียนฉินได้รู้ไว้
"ขอบคุณผู้อาวุโสที่กล่าวเตือน" เทียนฉินคารวะอำลาก่อนถอดแหวนมิติของเขาฝากไว้ที่ชายชราแล้วเดินจากไปทันที
"เหมือนว่าตาเฒ่าเสิ้นจะได้ศิษย์ที่ดีก็คราวนี้แล้ว"
ชายชราคนดังกล่าวเอ่ยพึมพำอยู่คนเดียวหลังจากที่เทียนฉินเดินจากไป
เพียงย่างเท้าเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งของหอตำราแห่งนี้ เทียนฉินก็รู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ท่ามกลางทะเลหนังสือ ทุกที่ทางล้วนจัดตั้งชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่โตเรียงรายติดต่อกันจนแน่นขนัด และทุกชั้นยังอัดเต็มไปด้วยตำรับตำราและม้วนบันทึกจำนวนนับไม่ถ้วน
เคล็ดวิชาฝึกฝนลมปราณสามารถแบ่งออกได้หลายระดับ ซึ่งแต่ละระดับก็เหมาะสมกับระดับขั้นพลังนั้นของแต่ละคน แน่นอนว่าบางคนกลับคิดหาทางลัด โดยการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ไม่สอดคล้องกับระดับพลังของตนเอง จนทำต้องสูญเสียเวลาไปโดยไม่ได้รับความก้าวหน้าอย่างที่วาดหวังไว้
เทียนฉินเดินดูเคล็ดวิชาแต่ละเล่มอย่างใจเย็น แต่ก็ไม่พบเคล็ดวิชาเกี่ยวกับธาตุไม้เลยสักนิด เขาไม่ได้ผิดหวังแต่ใดเพราะรู้ดีว่านิกายนี้นั้น ส่วนมากแล้วต่างเน้นฝึกฝนไปที่เคล็ดวิชาธาตุไฟกันทั้งนั้น
เมื่อไม่สิ่งใดให้สนใจอีก เทียนฉินจึงเดินขึ้นมาบนชั้นสองต่อในทันที ภายในชั้นสองนี้นั้นมีรูปแบบและการประดับตกแต่งรวมทั้งชั้นหนังสือที่อยู่ในชั้นก็คล้ายเคียงกับชั้นที่หนึ่ง เพียงแต่มีการแบ่งแยกทักษะการต่อสู้แต่ละประเภทไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน
ในส่วนที่เทียนฉินเดินดูนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นทักษะเกี่ยวกับเพลงดาบอยู่แล้ว หลังจากเดินดูไปไม่นาน เขาพบกับตำราสีดำเล่มหนึ่งวางกลับหัวอยู่ในชั้นทำให้ดูเด่นกว่าปกติ มีตัวหนังสือสีทองเขียนไว้ที่สันตำราเล่มนั้นอย่างสะดุดตา
เขาไม่รอช้าหยินตำราเล่มนั้นออกมาจากชั้นวางหนังสือทันที ก่อนจะลองเปิดอ่านดูด้วยความอยากรู้อย่างเห็น
"เคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์"
เทียนฉินหยิบเคล็ดวิชาสีดำเล่มนี้ขึ้นมาดูทันที แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นเพียงฉบับคัดลอกเท่านั้น เคล็ดวิชาอันล้ำค่าของจริงย่อมไม่อาจจัดวางเอาไว้โดยปราศจากการดูแลเช่นนี้
"อาวุโสหลงท่านรู้จักเคล็ดวิชานี้หรือไม่?"เทียนฉินส่งกระแสจิตถามหลงยู่
หมิงทันทีที่เขาหยิบตำราเล่มนี่ขึ้นมาเปิดดู
"อืมข้าไม่แน่ใจสักเท่าไหร่เหมือนกัน แต่ถ้าเจ้าสนใจจริงๆเจ้าต้องศึกษามันเสียก่อนข้าถึงจะรับรู้ข้อมูลภายในนั้นได้!"
หลงยู่หมิงตอบกลับไปอย่างจนใจ
"นั่นสิ! ข้าก็ลืมคิดไปว่าอาวุโสหลงเป็นเพียงจิตวิญญาณ มิอาจจะรับรู้ข้อมูลภายในตำรานี้ได้!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างเขินอาย เขาดันลืมไปเสียสนิทว่าบางสิ่งที่จิตวิญญาณของหลงยู่หมิงรับรู้ได้นั้น ต้องผ่านการรับรู้ของเขามาก่อนอย่างเช่นเคล็ดวิชาเล่มนี้ ไม่เหมือนกับก้อนหินที่ซ่อนแก่นแท้ธาตุไม้ก้อนนั้น ซึ่งหลงยู่หมิงสามารถใช้จิตสัมผัสได้โดยตรง
เมื่อไม่มีทางใดให้สอบถามอีก เทียนฉินจึงเริ่มเปิดอ่านเนื้อหาภายในตำราสีดำเล่มนั้นอีกครั้ง
จบตอนที่ 53