สายลมจากทะเลพัดผ่านถนนสายหลักของเมืองท่าเรือลูมินา กลิ่นปลาสดจากตลาดลอยปะปนกับกลิ่นอาหารจากร้านค้าสองข้างทาง
เสียงพ่อค้าเรียกลูกค้าดังแข่งกันไม่ขาดสาย ล้อเกวียนบดไปตามถนนหิน ในขณะที่ผู้คนเดินสวนกันคึกคัก
"กลิ่นเนื้อย่างนี่นา..."
ลูเซียนหยุดเดินกะทันหัน
เซดริกที่เดินตามหลังมาเกือบชนเข้าเต็มๆ
"เฮ้ เดินดีๆ หน่อยสิ"
"ฉันได้กลิ่นเนื้อย่าง"
ลูเซียนหันไปมองร้านริมถนนด้วยตาเป็ประกาย
ไอริสถอนหายใจ
"เราเพิ่งเข้าประตูเมืองมาเองนะ"
"แต่กลิ่นมันเรียกฉันแล้วนี่!"
"นายหิวต่างหาก"
เซดริกหลุดหัวเราะ ก่อนดันไหล่ลูเซียนให้เดินต่อ
"ไว้ขายโพชั่นเสร็จค่อยมากินก็แล้วกัน"
"สัญญานะ?"
"แน่นอนสิ ฉันบอกไปแล้วนี่"
ไอริสส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนทั้งสามจะเดินต่อไปยังร้านขายโพชั่นที่พวกเขาไปเป็ประจำ
เมื่อมาถึง เซดริกถอดย่ามหนังออกจากไหล่ แล้วทยอยวางขวดโพชั่นลงบนโต๊ะ
ขวดแก้วแต่ละใบบรรจุของเหลวสีแดงใสที่มีประกายเวทจางๆ ลอยอยู่ภายใน
เ้าของร้านหยิบขึ้นมาตรวจทีละขวด เขย่าเบาๆ
ไม่นานนัก เขาก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"คุณภาพดีเหมือนเดิมเลยนะ พวกเธอทำเองทั้งหมดเลยหรือ?"
"ครับ"
เซดริกตอบ
"รอบนี้ผมเปลี่ยนสูตรมานิดหน่อย น่าจะเข้มข้นกว่ารอบก่อนนะ"
เ้าของร้านยิ้ม
"สมกับเป็เธอจริงๆ เซดริก"
เขาหยิบถุงเหรียญขึ้นมาวางบนโต๊ะ
แกร๊ง!
เหรียญเงิน 50 เหรียญถูกเทออกมาเป็กอง
ลูเซียนมองตาเป็ประกาย
"50 เหรียญ!"
"นายอย่าเพิ่งดีใจนะ"
ไอริสรีบคว้าถุงเงินมาแบ่งทันที
"ค่าเสบียง ค่าซ่อมอุปกรณ์ แล้วก็เงินส่วนตัวของแต่ละคน"
เธอแยกเหรียญออกเป็กองๆ อย่างคล่องแคล่ว
ลูเซียนมองกองเงินของตัวเองแล้วถอนหายใจ
"ทำไมของฉันน้อยจังเลยอ่ะ..."
"ก็เพราะนายใช้เงินซื้อแต่เนื้อย่างไงละยะ"
"ก็ฉันกำลังโตนี่!"
"โตด้วยเนื้อย่างหรือไง?"
เซดริกหัวเราะออกมา
หลังจากแบ่งเงินกันเรียบร้อย ทั้งสามก็เตรียมตัวไปทำธุระของตัวเอง
"อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่กิลด์นะ!"
ลูเซียนชูสองนิ้วพร้อมรอยยิ้ม
"ฉันขอไปจัดการเื่สำคัญก่อน!"
ไอริสเลิกคิ้ว
"อะไรคือเื่สำคัญของนายมิทราบ?"
"เนื้อย่างยังไงล่ะ!"
"อย่าใช้เงินส่วนตัวจนหมดั้แ่วันแรกก็แล้วกัน!"
"ฉันไม่รับปากหรอกนะ!"
ลูเซียนตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย ก่อนวิ่งหายไปตามฝูงชน
ไอริสได้แต่กุมขมับ
"คนอะไรเนี่ย..."
เธอหันกลับมาหาเซดริก
"งั้น…ฉันขอตัวไปร้านหนังสือก่อนนะ"
"ตามสบายเลย เดี๋ยวฉันไปซื้อเสบียงเข้าบ้านก่อน"
เซดริกยิ้ม
"แล้วอีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันนะ"
จากนั้นทั้งสามก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระของตัวเอง ก่อนนัดกลับมาเจอกันที่กิลด์
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกันดังออกมาจากอาคารไม้สองชั้นกลางเมือง
กิลด์นักผจญภัย
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก กลิ่นเหล้าและกลิ่นอาหารก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก
นักผจญภัยรุ่นเก๋าหลายคนกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ตามโต๊ะ บางกลุ่มกำลังเล่นไพ่ บางคนกำลังถกเถียงเื่ภารกิจจนเสียงดังไปทั่วห้อง
ลูเซียนเดินเข้ามาเป็คนแรก
"ฉันมาแล้ววว!"
พนักงานหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้น ก่อนยิ้มทันทีที่เห็นลูเซียน
"ว่าไง เ้าตัวแสบ"
เขามองไปด้านหลัง
"วันนี้มาครบสามคนเลยเหรอ?"
"แน่นอน!"
ลูเซียนวิ่งตรงไปที่เคาน์เตอร์
"วันนี้มีงานอะไรแนะนำพวกเราไหม?"
"เบาๆ หน่อยสิ โต๊ะฉันจะพังเอา"
พนักงานหัวเราะ ก่อนมองเซดริกและไอริสที่ทยอยเดินเข้ามา
"พวกเธอนี่ไม่เคยพักจริงๆ เลยนะ เพิ่งขายโพชั่นไม่ใช่เหรอ?"
"หลังจากนี้พวกเราว่างเลยมาหาภารกิจทำน่ะครับ"
เซดริกตอบพลางมองไปยังกระดานภารกิจ
พนักงานถอนหายใจ
"่นี้งานนอกเมืองกำลังตึงมือพอดี"
เขาชี้ไปยังกระดาน
"ลองไปดูสิ แผ่นใหม่เพิ่งติดเมื่อเช้าเลย"
ทั้งสามเดินเข้าไปใกล้
กระดาษประกาศนับสิบแผ่นถูกติดเรียงรายอยู่บนกระดาน
เซดริกกวาดตามองทีละใบ
งานคุ้มกัน
งานกำจัดสัตว์อสูร
งานชำแหละซากอสูร
งานตรวจสอบความผิดปกติ...
เซดริกสะดุดเข้ากับประกาศแผ่นหนึ่ง
ภารกิจตรวจสอบความผิดปกติในป่า
เนื้อหาด้านล่างระบุว่า ใน่หลายวันที่ผ่านมา มีรายงานพบสัตว์อสูรและกลุ่มโจรเพิ่มขึ้นผิดปกติ ทำให้พ่อค้าหลายรายไม่กล้าเดินทางเพียงลำพัง
ไอริสอ่านจนจบ ก่อนกอดอก
"แปลกมาก..."
"มีอะไรเหรอ?"
ลูเซียนถาม
ไอริสแตะปลายนิ้วลงบนกระดาษ
"ถ้ามีแค่โจรกับสัตว์อสูร ฉันคงไม่คิดอะไร"
เธอเงยหน้าขึ้น
"แต่่นี้มานาบริเวณชายป่าปั่นป่วนผิดปกติ"
เซดริกหันมามอง
"เธอคิดว่ามีอะไรอยู่เื้ัไหม?"
"ก็ยังไม่รู้สิ"
ไอริสส่ายหน้า
"แต่ฉันไม่คิดว่าทั้งหมดนี่จะเป็เื่บังเอิญ"
ลูเซียนกลับยิ้มกว้างขึ้น
"แบบนี้สิถึงจะเร้าใจ!"
เขาดึงใบภารกิจออกจากกระดานทันที
"ได้ออกแรงสักที ไปกันเลยไหม!"
"เดี๋ยวก่อนสิ!"
ไอริสคว้าชายเสื้อเขาไว้
"รอลงทะเบียนภารกิจกับเ้าหน้าที่ก่อนสิยะ เ้าโง่!"
"อ้าว..."
ลูเซียนหันกลับมามอง
เซดริกกับพนักงานกิลด์มองหน้ากัน ก่อนหลุดหัวเราะออกมา
"นายนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะ"
พนักงานพึมพำ
หลังจากเก็บเสบียงที่บ้านและเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย ทั้งสามก็มุ่งหน้าออกจากประตูเมือง
เส้นทางหลักทอดยาวไปตามชายป่า ก่อนค่อยๆ หายเข้าไปในแนวต้นไม้
ใน่แรก ทุกอย่างยังดูปกติดี
แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เสียงรอบตัวกลับค่อยๆ จางลง
ไม่มีเสียงนกร้อง
ไม่มีเสียงแมลง
แม้แต่เสียงใบไม้ขยับก็แทบไม่ได้ยิน
ไอริสหยุดเดิน
"เดี๋ยวก่อน"
ลูเซียนกับเซดริกหยุดตาม
ไอริสยกมือแตะขมับ หลับตาลงเพื่อัักระแสมานารอบตัว
"...มันเงียบเกินไป"
เธอลืมตาขึ้น
"มีบางอย่างกำลังรบกวนการไหลเวียนของมานาในป่าอยู่"
เซดริกขมวดคิ้ว
"โจรเหรอ?"
"ก็มีโอกาส"
ไอริสตอบ
"แต่ฉันััคลื่นรบกวนได้มากกว่าหนึ่งจุด"
เสียงโวยวายดังแว่วมาจากเบื้องหน้า
ทั้งสามหันไปพร้อมกัน
ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ มีรถม้ากำลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ล้อมเอาไว้
"ส่งของมีค่ามาซะ!"
"ถ้าไม่อยากตายก็อย่าขัดขืนสิลุง!"
เสียงข่มขู่ดังสลับกับเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของคนในรถม้า
ลูเซียนมองภาพตรงหน้า
รอยยิ้มที่เคยมีหายไปจากใบหน้า
เขาย่อตัวลง มือขวาเลื่อนไปจับด้ามดาบ
"มีทั้งหมดกี่คน?"
เซดริกกวาดตามอง
"ประมาณสิบห้าคน"
ไอริสหลับตาลงชั่วครู่
"มีมากกว่านั้น"
เธอพูดเสียงเบา
"มีอีกหลายคนซ่อนตัวอยู่ในป่า"
ลูเซียนสูดหายใจเข้าช้าๆ
ความวุ่นวายรอบตัวเริ่มจางหายไปจากการรับรู้
เสียงะโ...
เสียงฝีเท้า...
เสียงลม...
ทุกอย่างค่อยๆ เงียบลง
เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง
ตุบ...
ตุบ...
ลมหายใจของเขาช้าลง
ความคิดฟุ้งซ่านหายไปทีละน้อย
เซดริกเองก็สงบนิ่งลงเช่นกัน
ไอริสก้มหน้าลงเล็กน้อย
มานาสีฟ้าเริ่มไหลรวมตัวอยู่รอบฝ่ามือ
ทั้งสามไม่จำเป็ต้องพูดอะไร
พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันมานานพอที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
สายตาสามคู่สบกันเพียงชั่วขณะ
แล้วในวินาทีนั้นเอง—
Hestia (สภาวะสมาธิระดับที่ 1)
ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดหายไป
จิตใจของทั้งสามเข้าสู่ความสงบอย่างสมบูรณ์ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีความลังเล เหลือเพียงเป้าหมายตรงหน้า
ลูเซียนกำด้ามดาบแน่นขึ้น
เซดริกเตรียมพร้อมซัพพอร์ต
ไอริสรวบรวมมานา
ไม่มีใครพูดว่า "ไป"
แต่ทั้งสามพุ่งออกไปพร้อมกัน
ราวกับเป็คนคนเดียวกัน