ราตรีในเมืองหลวงโชซ็อนบัดนี้มืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นควันไฟที่ยังคงโชยตามลมมาจากทิศทางของเรือนไม้ที่ล่มสลาย เสียงกุดกอบของเกือกม้ากระทบพื้นดินดังสะท้อนกลางความเงียบสงบยามวิกาล บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจน
รินรดาไม่กล้าแม้แต่จะถอนหายใจแรง
สืบฮยอง โดยอน ตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างในฮันยังลงทันที! สถานะขุนนางใหญ่แห่งสำนักงาน ซาฮอนบู จวนที่คุ้นเคย หรือแม้แต่ความสุขสบายในเมืองหลวงล้วนไร้ความหมาย เมื่อสถานที่แห่งนี้ตกอยู่ใต้เงามืดของอัครมหาเสนาบดีคิม และกลายเป็กรงขังพิษที่จะคร่าชีวิตของหญิงสาวต่างภพผู้นี้ได้ทุกเมื่อ
ขุนนางหนุ่มจูงม้าศึกสีดำสนิทออกมาจากโรงม้าลับชายป่า าแฉกรรจ์ที่ไหล่ซ้ายซึ่งถูกคมดาบฟันยังคงมีเืสีเข้มซึมออกมา รินรดาเห็นดังนั้นจึงรีบฉีกชายผ้าเช็ดหน้าผืนยาวของตนเอง เข้าไปช่วยพันบีบรอบาแให้เขาอย่างเบามือ น้ำตาของเธอคลอเบ้าด้วยความรู้สึกผิด
"ฉันทำให้คุณต้องเดือดร้อน..."
เสียงหวานเอ่ยแ่เบา รินรดามองหน้าเขาด้วยความปวดร้าว
"ถ้าไม่มีฉัน คุณก็ไม่ต้องาเ็ ไม่ต้องทิ้งตำแหน่งและบ้านของตัวเองไปแบบนี้"
โดยอนชะงัก ชายหนุ่มละสายตาจากาแขึ้นมามองใบหน้าเนียนหวานใต้แสงจันทร์ ฝ่ามือหนาที่เปรอะคราบเืและเขม่าไฟยื่นไปแตะแก้มบางของเธอเบาๆ เช็ดหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนเกินกว่าสัญชาตญาณขุนนางผู้แข็งแกร่ง
"อย่าได้กล่าววาจาเช่นนั้นอีก..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นดังชิดใบหู
"ชีวิตข้า ตำแหน่งข้า หรือเรือนหลังนั้น... มิอาจเทียบเท่าเส้นผมแม้เพียงเส้นเดียวของเ้า หากเ้าเป็อันตรายไป ข้าจักมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสิ่งใด"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและสายตาซาบซึ้งส่องประกายกลางความมืดทำเอาหัวใจของรินรดาเต้นระรัวราวกับจะทะลักออกมานอก อก ความอบอุ่นผุดขึ้นกลางความหนาวเหน็บยามค่ำคืน รินรดาได้แต่มองสบตาเขาด้วยความรู้สึกมากมายที่เริ่มเอ่อล้นในหัวใจ
"ขึ้นม้าเถิด"
โดยอนเอ่ยขัดความเงียบ เขาอุ้มร่างบางของ รินรดาขึ้นไปนั่งบนหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะกระโจนขึ้นตามไปนั่งซ้อนอยู่เื้ั
ด้วยความที่ม้าศึกมีเพียงตัวเดียวเพื่อการเดินทางที่คล่องตัวและไม่เป็ที่สังเกต รินรดาจึงต้องนั่งอยู่ระหว่างวงแขนกว้างของขุนนางหนุ่ม ร่างกายของทั้งสองเบียดชิดติดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายชัดเจน
ฝ่ามือหนาข้ามผ่านเอวบางไปจับสายบังเอน ร่างกายแกร่งประคองหลบความหนาวให้เธอจากทางด้านหลัง
"กระชับเสื้อคลุมไว้ให้ดี หนทางข้างหน้าจักหนาวเหน็บยิ่งกว่านี้"
โดยอนกระซิบสั่ง แผ่นอกกว้างแนบชิดติดแผ่นหลังของรินรดา ทุกจังหวะการย่ำเดินของม้าทำให้ร่างกายของคนทั้งคู่ขยับกระทบกันจนเกิดความร้อนผ่าว
รินรดาขวยเขินจนใบหน้าร้อนผ่า แต่เธอก็ยอมเอนหลังอิงอกแกร่งเพื่อซุกรับความอบอุ่น รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของโดยอนที่ถี่กระชั้นและรุนแรงไม่แพ้หัวใจของเธอเอง... สองดวงจิตที่เคยผูกพันกันเพียงในความฝัน บัดนี้แนบชิดและััได้ถึงชีวิตของกันและกันอย่างแท้จริง
"ฮี้!"
โดยอนกระตุกสายบังเอน ม้าศึกทะยานออกจากชายป่า มุ่งหน้าขึ้นสู่ทิศเหนืออย่างรวดเร็ว หลบเลี่ยงสายสืบและด่านตรวจของเสนาบดีคิมที่กำลังเริ่มกระจายกำลังไปทั่วเมืองหลวง
จุดหมายปลายทางของพวกเขานั้นห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้—เมืองชายแดนทางเหนือ สถานที่อันเป็เบาะแสสุดท้ายที่พ่อนางเอก (อาจารย์ซง) เคยทิ้งร่องรอยค่ายกลโบราณและอักขระลับไว้ก่อนจะหายสาบสูญไป!
ท่ามกลางสายลมหนาวที่บาดผิวและความมืดมิดของหนทางข้างหน้า สองร่างบนหลังม้ากระชับกอดกันแน่น ก้าวเข้าสู่บททดสอบแห่งโชคชะตาและการเดินทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองไปตลอดกาล...