“อากาศแห้งแล้ง…ระวังฟืนไฟ…”
“ฆ่ากันแล้ว…”
ราตรีมืดมิด เสียงร้องหวีดแหลมทำลายความสงบ
ไม่นาน ในที่ว่าการก็มีเสียงอึกทึกครึกโครม
คบเพลิงส่องสว่างไปทั่วที่ว่าการ ครอบครัวผู้ช่วยนายอำเภอพักอยู่ใกล้ลานด้านหลังที่ว่าการตอนนี้มีคนตายหลายคน ทั้งยังเป็นโจรบุรุษทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้ใจกล้าขนาดไหน
เสียงร้องไห้และเสียงโวยวายแทบจะปลุกทุกคนในที่ว่าการ
ผู้ช่วยนายอำเภอเฮ่ออยู่ในห้องกับอนุที่เพิ่งได้มาใหม่อนุอายุเพียงสิบสี่ปี ผิวอ่อนเยาว์เนียนนุ่ม เขาหลงใหลเป็นอย่างมาก
แต่แล้วกลับถูกเสียงร้องปลุกให้ตื่น ตะเกียงถูกจุดส่องสว่างไปทั่วทั้งจวนทำเอาสองคนนี้ตกใจ
มารดามันเถิด ลานจวนพวกเขามีคนตาย!
ผู้ช่วยนายอำเภอเฮ่อรีบลุก เห็นศพคนชุดดำสามศพกลางลานจวนเขาเกือบตายเพราะหายใจไม่ทัน
เหตุใดจึงมาตายในลานจวนพวกเขา!
ช่างกล้ายิ่งนักที่นี่เป็นลานด้านหลังของที่ว่าการอำเภอ!
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ สวีเต๋อเซิ่งย่อมต้องมาตอนที่คนชันสูตรศพเลิกผ้าปิดหน้าออก สายตาของผู้ช่วยนายอำเภอเฮ่อต้องเปลี่ยนไป
เขามองสวีเต๋อเซิ่งด้วยสายตาที่อธิบายความหมายไม่ได้สวีเต๋อเซิ่งเหงื่อตก
เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
ณ บ้านตระกูลเจียง
เจียงหงหย่วนไปดูเด็กทั้งสองกับพวกยายสวี เห็นว่าพวกเขาแค่โดนยาสลบก็หมดกังวล
หลังจากลงกลอนประตู เดินเข้าห้องไปก็ต้องรู้สึกปวดใจยิ่งนักเมื่อเห็นหลินหวั่นชิวห่อตัวด้วยผ้าห่มแล้วขดตัวอยู่ที่มุมห้อง
“ภรรยาจ๋า ข้ากลับมาแล้วไม่ต้องกลัว ข้าไปล้างตัวแล้วจะมาอยู่เป็นเพื่อน” ภรรยาตัวน้อยรักความสะอาดเขาหมกตัวอยู่ด้านนอกมาหลายวัน…
แต่จู่ๆ หลินหวั่นชิวกลับกระโจนใส่อกเขากอดเอวเขาแน่น “อย่าไป…ข้ากลัว…”
เสียงสั่นเครือของนางราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มเข้ากลางใจเขาจนเจ็บ
“ได้ ข้าไม่ไปไหน ข้าจะอยู่กับเจ้าอยู่กับเจ้า…” เจียงหงหย่วนปลอบหลินหวั่นชิวโอบนางไปนอน นับเป็นครั้งแรกที่เขาไม่ลวนลามนาง
“หลับตานอนพักเสียเถิด…” เจียงหงหย่วนตบหลังหลินหวั่นชิวเบาๆ เหมือนกล่อมเด็ก
หลินหวั่นชิวขดตัวในอ้อมอกเขา พิงศีรษะน้อยๆกับแผงอก “หย่วนเกอ…ข้าฆ่าคน…พวกเขา…ข้าฆ่าพวกเขา…หย่วนเกอ…ข้าจะถูกจับหรือไม่? จะถูกประหารชีวิตหรือไม่… พวกเขาตายที่นี่…วิญญาณจะอาฆาตไม่ไปที่ใดหรือไม่?”
ชีวิตคนทั้งคน สองชีวิตเลยนะ!
ไม่ใช่หมูหมากาไก่ แต่เป็นคนสองคน!
“พวกเขาสมควรโดนแล้ว เจ้าทำถูกหากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา คนที่ตายจะเป็นเจ้าเสียเอง! และเมื่อพวกเขาฆ่าเจ้าพวกเขาจะไม่มีแม้แต่ความเมตตาเป็นแน่!”
ภรรยาตัวน้อยน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากยาสลบเจียงหงหย่วนตรวจหน้าต่างดูแล้ว กระดาษหน้าต่างมีรู หมายความว่าตอนคนร้ายพ่นควันยาสลบก็รั่วมาถึงห้องนี้เช่นกัน
หรือว่า…ควันนี้จะไม่ได้ผลกับภรรยาตัวน้อย?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะใช่เพราะโอสถชำระไขกระดูกหรือไม่?
หากโอสถชำระไขกระดูกช่วยป้องกันพิษได้ก็ยอดไปเลย
เป็นความโชคดีในความโชคร้าย
“ภรรยาจ๋า…เจ้าอย่าได้โทษตัวเองถึงพวกเขาตายก็ไม่สาสมกับบาปกรรมที่เคยทำ! ส่วนเรื่องอื่นๆเจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดโยงมาถึงบ้านพวกเรามีข้าอยู่ทั้งคน ไม่ต้องพูดถึงผี ที่บ้านต้องไม่มีผีเป็นแน่ ต่อให้มี ข้าย่อมจัดการให้วิญญาณแตกซ่านได้”
เขาดูหน้าคนพวกนี้หมดแล้ว อีกทั้งเขายังเคยเจออันธพาลทั้งหมดในอำเภอนี้จึงได้รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นคนต่างอำเภอ
“ข้าอยู่เป็นเพื่อน รีบนอนเถิด” เสียงทุ้มต่ำของเจียงหงหย่วนมีพลังราวกับแม่เหล็กดังวนเวียนข้างหูหลินหวั่นชิว ชายฉกรรจ์อยู่ ที่พึ่งอยู่ นางวางใจแล้ว
เปลือกตาหลินหวั่นชิวค่อยๆ หนักอึ้งในที่สุดก็หลับไปในอ้อมอกของเจียงหงหย่วน
นางหลับไม่ค่อยดีนัก คิ้วขมวดเป็นครั้งคราวหน้าผากมีเหงื่อซึม
เจียงหงหย่วนอยากไปหาน้ำมาเช็ดให้แต่อกเสื้อกลับถูกหลินหวั่นชิวจับไว้แน่น
เขาได้แต่ล้มเลิกความคิด โอบกอดนางอย่างเงียบๆพร้อมกับตบหลังนางช้าๆ อย่างแผ่วเบาๆ
ผ่านไปไม่นาน เจียงหงหย่วนก็ผล็อยหลับไปในกลิ่นอายของภรรยาตัวน้อยเช่นกัน
ลงมาจากเขา วิ่งวุ่นมาทั้งคืนเขาเหนื่อยแล้วเช่นกัน
วันรุ่งขึ้นเจียงหงหย่วนตื่นเพราะเสียงโวยวายของพวกยายสวีกับหงหนิง
“ไอ๊หยา…ทำไมหลับเป็นตายเช่นนี้สายจนพระอาทิตย์ส่องก้นเสียแล้ว”
“หมดกันๆ สายแล้วท่านอาจารย์ใช้ไม้บรรทัดตีข้าเป็นแน่”
“นายน้อยสามกินกระไรก่อนค่อยไป…”
“ไม่มีเวลาแล้ว!”
เจียงหงหย่วนขยับตัว เขาอยากลุกจากเตียงแต่พอขยับก็ทำหลินหวั่นชิวตื่นไปด้วย
“หย่วนเกอ”
เห็นหน้าเจียงหงหย่วน เหตุการณ์เมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวหลินหวั่นชิวประหนึ่งกระแสน้ำ
หน้านางซีดเผือด
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว” เจียงหงหย่วนพูด “เลิกคิด เชื่อฟัง!”
จะไม่คิดได้อย่างไร
นางฆ่าคนตายไปสองคน
ตอนที่สองคนนั้นบุกเข้ามาในห้อง นางเกือบตกใจตาย!
นางร้องกรี๊ดแบบเป็นไปเอง สองคนนั้นพุ่งเข้าใส่นางซื้อหน้าไม้จากเสียนอวี๋ตามสัญชาตญาณและยิงออกไป…
เหตุการณ์นี้ทำให้หลินหวั่นชิวเรียนรู้ว่าการตอบสนองของคนรวดเร็วว่องไวเพียงใดเมื่อชีวิตถูกแขวนบนเส้นด้าย
คงมีแต่สวรรค์ที่รู้ว่านางไม่อยากเรียนรู้สักนิด!
ยากจะจินตนาการจริงๆ ว่าหากเจียงหงหย่วนไม่กลับมานางจะกำจัดศพพวกนั้นอย่างไร?
ใส่เข้าช่องเก็บของบนเสียนอวี๋?
แน่นอนว่านั่นก็เป็นหนึ่งในวิธี แต่แค่คิดก็สะอิดสะเอียนเสียแล้ว
“หงป๋อหงหนิงไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” นางรีบลุกทันทีที่นึกถึงสองพี่น้อง อยากจะไปดู
เจียงหงหย่วนไม่ได้ห้าม “พวกเขาไม่เป็นกระไรหงหนิงไปสถานศึกษาแล้ว ของในร้านโดนขโมยหมด เรื่องนี้เจ้าปิดบังไว้ดีกว่าเจ้ายังมีสินค้าเหลือหรือไม่ ถ้ามีเช่นนั้นก็เอาไปเติมเสีย”
เขาค้นพบว่าของในร้านถูกยกเอาไปเกลี้ยงตอนตรวจสอบคนในบ้านเมื่อคืนรู้ว่าอีกฝ่ายยังมีพรรคพวกอีกเป็นแน่ด้วยเหตุนี้จึงรีบกำจัดศพเพื่อไม่ให้แหวกหญ้าให้งูตื่น
โชคดีที่เขาลงมือเร็วแบกศพวิ่งไปกลับเสร็จเรียบร้อยภายในเวลาไม่นาน ทั้งยังเจอคนที่มารอรับระหว่างทาง
ได้ฆ่าทิ้งพอดี
“อืม ข้าจะเอาไปเติมประเดี๋ยวนี้” หลินหวั่นชิวเข้าใจความหมายของเจียงหงหย่วน มีคนตายทั้งยังสวมชุดพลางตัวตอนกลางคืน จากนั้นของในร้านพวกนางถูกปล้น…หากจัดการไม่ดีคงถูกโยงรวมกันเป็นแน่
หลินหวั่นชิวออกไปเติมของเจียงหงป๋อมาหาเจียงหงหย่วน “ต้าเกอ ห้องข้าถูกค้น บ้านเราถูกโจรขึ้นบ้านใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่ ข้าค้นเอง” เจียงหงหย่วนตอบแบบไม่เงยหน้า รีบยกถังไปอาบน้ำ
ตัวเหม็นหึ่งขนาดนี้…ภรรยาตัวน้อยกลับไม่รังเกียจเรื่องนี้ทำให้เขาดีใจยิ่งนัก
“ไท่ไท่ วันนี้พวกข้าตื่นสาย…” เสี่ยวเฉ่ากับเสี่ยวฮวาวิ่งหน้าตั้งมาที่ร้านเห็นหลินหวั่นชิวกำลังจัดของก็ลนลานทันที
“ไม่เป็นไร ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านพวกเราไปกินข้าวก่อนเถิด” หลินหวั่นชิวพูด
ปลอบโยนเด็กสาวทั้งสองเสร็จหลินหวั่นชิวกลับไปที่ห้อง แต่กลับห้องเจียงหงหย่วน ห้องนางมีคนตาย ไม่กล้าอยู่
“ไท่ไท่ กับข้าวเสร็จแล้วเจ้าค่ะ!” เจียงหงหย่วนไม่อยู่ในห้อง เสียงตะโกนของยายสวีดังขึ้นหลังจากที่ผ่านไปสักพัก
“วางไว้ก่อนเถิด” หลินหวั่นชิวตอบ นางกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อคืน