รั่วซีลืมตาขึ้นหลังจากเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้องเงียบลงมือเล็กดึงผ้าแพรขึ้นมาห่มร่างกายให้อบอุ่น ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีไออุ่นจากอ้อมกอดของเขาอยู่จางๆ แต่บัดนี้นางกลับนอนหนาวอยู่เพียงผู้เดียว
หญิงสาวไม่ชอบการกล่าวคำลานางตกลงกับเขาให้จากไปในตอนที่นางกำลังหลับใหล
เพราะเหตุนี้นางจึงแสร้งเหมือนตนเองกำลังอยู่ในห้วงฝันตลอดจนเขาจากไป ดวงตากลมโตถึงเปิดขึ้นในความมืด
หญิงสาวมองไปในความมืดอย่างว่างเปล่าสองมือเล็กกอดตนเองพร้อมกันไปด้วย
นางได้อยู่กับเขาเพียงวันเดียวเท่านั้นแต่กลับทำใจได้ยากนักเมื่อยามต้องจากลา
ความรู้สึกเช่นนี้ใช่หรือไม่ ที่เรียกกันว่า 'ความรัก'
"พี่สาว กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ"
เพียงรั่วซีก้าวเท้าลงจากรถม้าเสียงใสของเหมยหลินที่ยืนรอนางอยู่ก็ดังขึ้นทันทีพร้อมมือเล็กที่เข้ามาประคองแขนนางเดินเข้าหออ้ายซ่าง
"กลับมาแล้วหรือ"
"เจ้าค่ะ"
รั่วเฉินมองตามร่างบางที่เดินผ่านหน้าเขาไปนางไม่แม้คิดจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำไป แต่แค่นางตอบรับเขาก็ดีเพียงพอแล้ว
นับวันนางจะยิ่งห่างไกลเขาเข้าไปทุกที เราสองพี่น้องคงกลับไปพูดคุยกันเช่นเดิมมิได้อีก
นางพูดถูกทุกอย่างแม่บุญธรรมยอมปล่อยนางไป แต่แม่บุญธรรมจะมิยอมปล่อยเขาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่บุญธรรมมันเกิดมานานเกินไป
นานจนยากที่จะแก้ไข
รั่วซีนั่งมองเหมยหลินที่พูดจาเจื้อยแจ้วอยู่ตรงหน้าเวลาเพียงแค่สามวัน นางกลับมีเรื่องเล่าได้เยอะเหลือเกิน
"มีความสุขหรือไม่"
"เจ้าคะ"
"ข้าถามว่าอยู่ที่นี่มีความสุขดีหรือไม่ตอนนี้ยังกลับตัวทันเพียงเจ้าต้องการ
ถึงไปอยู่ภายนอกข้าก็ไม่ทิ้งเจ้าแน่นอน ข้าจะหาบ้านใหม่ให้อาหารอาภรณ์มีให้เจ้าได้มิขาด หรือเจ้าอยากเรียนหนังสือ ข้าก็พร้อมสนับสนุน"รั่วซีถามเหมยหลินอีกครั้งให้มั่นใจว่านางเลือกที่เป็นนางโลมให้บุรุษไม่ซ้ำหน้ามาเชิญชมมากกว่าเป็นเด็กสาวทั่วไป ได้ใช้ชีวิตเที่ยวเล่นภายนอก ไม่ต้องจมปรักอยู่แต่เพียงหออ้ายซ่างนี่
"พี่สาว ข้าอยากอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ ไม่ใช่เพื่ออาหารหรืออาภรณ์สวย ๆแต่ตลอดหลายปีมานี้ ข้าผูกพันกับผู้คนกับสถานที่นี้ไปแล้วเจ้าค่ะ ข้ามีความสุขดีตอนนี้มีความสุข ภายหน้าก็จะมีความสุขเจ้าค่ะ"
"ดีแล้วที่เจ้ามีความสุข งั้นเจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าอยากพักเสียหน่อยคืนนี้คงเลี่ยงไม่รับแขกมิได้"
"เจ้าค่ะ" เหมยหลินบอกลาพี่สาว ปล่อยให้ได้พักผ่อนตามที่นางต้องการ
เด็กหญิงหันหลังกลับเดินเข้าห้องตนเองไปบ้างรอยยิ้มที่มีบนใบหน้าให้ผู้คนได้เห็นตลอดมา กลับหายไปพร้อมเสียงปิดประตูลง
อีกเพียงไม่กี่ปีนางต้องต้อนรับแขกครั้งแรกตอนนี้นางโตพอที่จะรับรู้เรื่องราวทั้งหมด
นางจะมีความสุขจริงๆ หรือไม่นั้นล้วนไม่สำคัญ ถ้านางจากไปตอนนี้ พี่สาวจะทำเช่นไรพี่สาวจะต้องอยู่ที่หออ้ายซ่างนานขึ้น ต้องหาคนรับช่วงต่อหออ้ายซ่างใหม่แทนนาง
เหมยหลินชอบใบหน้าพี่สาวเวลายิ้มให้ที่สุดทว่าถึงพี่สาวจะยิ้มเพียงใด เหมยหลินกลับมองออกว่าพี่สาวมิได้ยิ้มออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง
นางแอบมองทุกครั้งที่พี่สาวนั่งไกวชิงช้าผู้เดียวในสวนใบหน้างามมีแต่ความทุกข์ ความเฉยชา จนเมื่อต้นปีมีคนส่งจดหมายมาให้พี่สาวเหมยหลินแอบเห็นรอยยิ้มที่พี่สาวมีตอนอ่านจดหมายเหล่านั้น เป็นรอยยิ้มที่นางไม่เคยเห็นมันมาก่อน
เป็นรอยยิ้มที่เหมาะกับใบหน้างามของพี่สาวยิ่งนักนางอยากให้รอยยิ้มนั้นอยู่กับพี่สาวตลอดไป
ถ้าความสุขของนางแลกกับรอยยิ้มของพี่สาวได้
นางยอมที่จะสูญเสียมัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"นายหญิงน้อย แขกมาแล้วเจ้าค่ะ" จิงจิงเคาะประตูเป็นสัญญาณให้รั่วซีพร้อมเปิดประตูกว้างให้ชายตรงหน้าเดินผ่านเข้าไปด้านใน
"ซีเอ๋อร์ อุ๊ยยย" รั่วซียังไม่ทันได้ย่อกายคำนับบุรุษที่เดินเข้ามาเขากลับตรงเข้ามาอุ้มนางเดินมุ่งหน้าไปที่เตียงใหญ่ทันที
"ขะ ข้าขอโทษ เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่"
"ไม่เจ้าค่ะ เพียงแค่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้น" รั่วซีมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนวัย ภายนอกดูเป็นคนเขินอาย แต่กลับรีบร้อนอุ้มนางมาที่เตียงเช่นนี้
ท่าทางภายนอกกับนิสัยคงตรงกันข้ามกันเป็นแน่
นางพอรู้จักบุรุษผู้นี้เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมือง คุณชายเหลยดูเป็นคนเก็บตัว มุ่งแต่การเล่าเรียนไม่คิดว่าจะมาเที่ยวหอนางโลมเช่นนี้ได้
"คุณชาย ซีเอ๋อร์ถอดให้เจ้าค่ะ"
คุณชายเหลยที่กำลังมุ่งมั่นถอดอาภรณ์ตนเองจนผ้าคาดเอวถอดผิดถอดถูก ทำให้ดูพันกันมากกว่าที่จะแก้ออก รั่วซีเห็นเช่นนั้นจึงจับมือใหญ่เขาออกให้นางได้ปลดผ้าคาดเอว กระทั่งถอดอาภรณ์เขาออกได้หมดถึงหันเปลี่ยนมาถอดอาภรณ์ของตนออกบ้าง
คุณชายเหลยตาโตมองสองเต้าอวบตรงหน้าอย่างตื่นตัวเขาดูตื่นเต้นจนรั่วซีจับสังเกตได้
"คุณชายเหลย มิใช่ว่านี่เป็น.....ครั้งแรกของท่านหรือเจ้าคะ"
"ขะ ขอตอบตามตรง เป็นครั้งแรกของข้าจริง ๆ ตะ ต้องอายแม่นางแล้ว" คุณชายเหลยหลังจากเอ่ยความจริงออกมา ใบหน้าก็ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย
วัยของเขาแท้จริงต้องมีครอบครัวแล้วด้วยซ้ำแต่นี่เขากลับยังมิเคยได้ร่วมเสพสังวาสกับสตรีสักครั้ง อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเขาต้องเข้าหอแต่งสตรีเข้าเรือน มารดากลัวว่าเขาจะเสียหน้าเพราะทำให้สตรีพึ่งพอใจมิเป็น
เมื่อมารดาได้ยินว่าแม่นางรั่วซีแห่งหอนางโลมอ้ายซ่างช่ำชองยิ่งนักคืนนี้คุณชายเหลยเช่นเขาถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้
"เช่นนั้น ค่อย ๆ เรียนรู้ไปนะเจ้าคะ เริ่มจาก..." รั่วซีส่งริมฝีปากบางประกบจุมพิตริมฝีปากหนาตรงหน้านางค่อย ๆ ส่งลิ้นเล็กไล่เลียวนรอบริมฝีปากก่อนจะส่งเข้าไปตวัดเกี่ยวกับลิ้นร้อนภายใน
ถึงแม้คุณชายเหลยจะดูเงอะงะแต่เขาก็ตอบสนองหญิงสาวได้ดีชายหนุ่มเรียนรู้ที่จะส่งเรียวลิ้นร้อนเข้าโพรงปากเล็กส่งลิ้นตวัดพัวพันควานหาน้ำหวานภายใน เกี่ยวพัวพันจูบดูดดื่ม
"อืมม อืออ อ่าาา"
"อ่าาา คุณชายพอก่อนเจ้าค่ะ เราต้องทำอย่างอื่นบ้าง"
ชายหนุ่มเสียดายที่ต้องถอดริมฝีปากหนาออกมือเล็กจับใบหน้าเขาไว้ก่อนชักนำทำอย่างอื่นอย่างที่นางกล่าว
ร่างบางแอ่นกายขึ้นเพื่อให้สองเต้าอวบเด้งเด่นมือเล็กจับใบหน้าชายหนุ่มให้ริมฝีปากร้อนพอดีกับจุกสีชมพู
"คุณชายดูดมันเข้าไปเจ้าค่ะ อืมมม ค่อย ๆ เจ้าค่ะ ไม่ต้องแรงมาก อ่าาดีเจ้าค่ะ ทีนี้เอาลิ้นเลียวนรอบ ๆ จุก อืมม เก่งมากอ่าา อีกข้างที่เหลือต้องอย่าปล่อยว่างนะเจ้าคะ อื้มม"
คุณชายเหลยทำตามที่รั่วซีบอกอย่างดีเต้าอวบของนางมันเนียนนุ่มทำให้เขารู้สึกดียิ่งนัก ริมฝีปากหนาดูดดึงจุกสีชมพูอย่างเด็กน้อยดูดนมมารดา
หญิงสาวชัดนำจับมือใหญ่บีบเคล้นเต้าอีกข้างที่ยังว่างอยู่เขาน่าจะเรียนรู้ได้ดี นางถึงได้เริ่มส่งเสียงร้องครวญครางออกมา
"อ่าาา สลับฝั่งบ้างเจ้าค่ะ อืมม อ่าา เสียวเจ้าค่ะ อ่าาคุณชายต้องดูดเลียให้สตรีทุกครั้งนะเจ้าคะ อื้ออ ซี๊ดดด"จุกสีชมพูที่โดนดูดดึงอยู่ทำให้รั่วซีเสียวซ่านได้ไม่น้อย
หญิงสาวปล่อยให้เขาดูดเลียเต้าอวบทั้งสองอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะเริ่มสอนขึ้นต่อไป