หลังจากกวัดแกว่งกระบี่ที่เต็มไปด้วยสนิมจนพึงพอใจ ชิงหยางหันหน้าเข้าหาต้นไม้ใหญ่
ชิงหยางทะยานร่างเข้าหาต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็ว พลางตวัดกระบี่สนิมเขรอะออกไปสุดแรง
กระบี่สนิมเขรอะกระทบกับตันไม้ใหญ่ " เคร้ง " เสียงดังสนั่นลั่นป่า
ราวกับเอาไม้ฟาดเข้าทั่วร่าง เริ่มจากมือที่กำด้ามกระบี่ ไล่ขึ้นมาที่ท่อนแขน ต้นแขน หัวไหล่ แลแรงสั่นะเืลุกลามไปทั่วร่าง
" โอ้ " ชิงหยางร้องออกมา อาการสั่นชาไปครึ่งร่างปรากฎอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะทุเลาหายไป
ชิงหยางยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะฟื้นคืนสติได้ พลันยกกระบี่สนิมเขรอะขึ้นดู
" ฟันไปสุดแรงเกิดขนาดนี้ เ้ายังมิแตกหัก ก็ต้องเป็ที่เ้าคือกระบี่วิเศษ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
ในความทรงจำของชิงหยาง เขาเคยพบเห็นเหล็กต่างๆที่เป็สนิม เมื่อนำมาใช้งานมักจะมิคงทนใช้งานได้เพียงครู่เดียวก็แตกหักในจุดที่เป็สนิม
" แต่กับเ้ามิเป็เช่นนั้น " ชิงหยางพึมพำ
" เมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็สมควรที่จะอยู่กับข้า " ชิงหยางพึมพำ
" เอ แล้วเรามาที่นี่ได้เช่นใด " ชิงหยางยังคงงุนงง
" ออกจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเก็บข้าวของ แลเร่งทะยานร่างกลับยังบ้านของตนอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงบ้าน พลันพบพานความรู้สึกที่แปลกประหลาด สองตาของชิงหยางกวดามองทั่วบ้าน
" เสมือนขาดหายสิ่งใดไป " ชิงหยางพึมพำ
" จริงสิ เหลืออีกเพียงสามเดือนที่สำนักทานตะวันจะเปิดคัดเลือกศิษย์ หากพลาดครานี้ก็อย่าหวังจะได้เข้าฝึกฝนที่สำนักทานตะวัน " ชิงหยางพึมพำ
ขั้นตอนการรับศิษย์ของสำนักทานตะวันนั้นง่ายมาก ขอเพียงอายุไม่เกินสิบหกปีแลมีฐานพลังอยู่ที่แดนหล่อกายระดับสี่ขึ้นไป ก็สามารถเข้าเป็ศิษย์ของสำนักทานตะวันได้แล้ว
แต่ยังมีข้อแม้อยู่อย่าง เพราะสำนักทานตะวันจะเปิดรับศิษย์สามปีต่อหนึ่งครั้ง
นั่นก็เท่ากับว่าชิงหยางจะหมดสิทธิ์ในการเข้าเป็ศิษย์สำนักทานตะวัน เพราะเขาเองในเวลานี้อายุสิบสี่ปี หากพลาดในครานี้ คราหน้าอายุก็เกินแล้ว
" แต่ก็มีอีกหนทางเมื่ออายุยี่สิบปี ต้องอยู่เขตแดนผสานิญญาจึงจะสามารถเข้าเป็ศิษย์สายในได้ทันที " ชิงหยางพึมพำ
นั่นเป็เื่ที่เพ้อฝันของคนเขลา เวลาเพียงหกปีทั้งมิมีทรัพยากรทั้งมิมีเคล็ดวิชา จะปีนป่ายไปได้เช่นใดในเวลาเพียงหกปี
" หนังสือฝึกยุทธขั้นต้น ตาแก่บ้านั่นก็ขายแพงยิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ
ในตัวของเขาเวลามีเหรียญเงินอยู่ราวเจ็ดเหรียญนั่นมิเพียงพอต่อหนังสือฝึกยุทธขั้นต้น ที่ขายในราคาแแพงบ้าเืที่สิบห้าเหรียญเงิน
ชิงหยางมองยังถุงใส่แก่นอสูร พลางสูดหายใจเข้าลึก
" หวังว่าแก่นอสูรเหล่านี้ จะทำเงินได้มากพอ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
แม้นว่าแก่นอสูรเหล่านี้เขาจะเก็บรักษามันไว้เพื่อใช้ฝึกฝนในเขตแดนพลังที่สองนั่นคือแดนผสานิญญา ที่ต้องใช้แก่นอสูรในการฝึกฝนแต่ก็ต้องตัดใจ
" มิเป็ไร ประเดี๋ยวเมื่อฝึกฝนได้แล้ว ก็ค่อยออกล่าสัตว์อสูรแลเก็บแก่นอสูรกลับคืน " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
ว่าแล้วก็แบกถุงใส่แก่นอสูรพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วตรงเข้าไปในเขตร้านค้า
" พี่โห " ชิงหยางร้องะโเรียก
" อ้อ เสี่ยวหยางนี่เอง " เจี่ยโหเดินออกมาจากหลังร้าน
" เสี่ยวหยางวันนี้เ้านำสิ่งใดมาขาย " เจี่ยโหเอ่ยถาม
ชิงหยางเดินไปยังโต๊ะ แลวางถุงใส่แก่นอสูรลง " ตุบ "
" แก่นอสูร " เจี่ยโหเอ่ยออกมาในทันใด เมื่อััได้ถึงพลังิญญาที่ล้นหลามที่ระเหิดออกมาจากถุง
" พี่โห ข้ามีแก่นอสูรระดับหนึ่งอยู่หกสิบแก่น " ชิงหยางเอ่ย
" ท่านจะให้ข้าแก่นละเท่าใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
ในใจร้อนรนเป็ยิ่งนักเพราะแก่นอสูรที่เขามีนั้นอยู่ในขั้นที่ต่ำสุด ทั้งยังเป็สัตว์อสูรที่มิได้แข็งแกร่ง
ในบรรดาสัตว์อสูรทั้งหลายนั้น ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากเพียงใด
พลังิญญาของแก่นอสูรก็จะยิ่งเข้มข้นแลบริสุทธิ์ ทั้งบางแก่นอสูรอาจมียอดวิชาสายโลหิตนั่นยิ่งทำให้มีราคาแพงยิ่งขึ้น
" เสี่ยวหยาง แก่นอสูรของเ้าคุณภาพต่ำยิ่งนัก ข้าให้เ้าได้เพียงสี่แก่นร้อย " เจี่ยโหเอ่ยเสียงเรียบ
" สี่แก่นร้อย ข้ามีอยู่หกสิบแก่นอสูร ข้าจะได้สิบห้าเหรียนเงิน " ชิงหยางพึมพำ
" ใช่ สิบห้าเหรียญเงิน " เจี่ยโหเอ่ย
" ตกลง " ชิงหยางพยักหน้า
" นี่เหรียญเงินของเ้า " เจี่ยโหยี่นเหรียญเงินให้
ชิงหยางรับเอาเหรียญเงิน " ขอบคุณ "
" พี่โหลาแล้ว " ชิงหยางประสานสองมือแลผินกายเดินออกจากร้านค้าสัตว์อสูร
เจี่ยโหนั้นจดจำชิงหยางได้เป็อย่างดีในครานั้นที่ชิงหยางอายุสิบปี เขาลากร่างลูกหมีหลังขาวตัวไหญ่เข้ามาในเมืองเป็ที่แตกตื่นของหมู่ชนยิ่งนัก
" นั่นคือตัวที่เ้าสังหารตัวแรก " เจียโหยกยิ้มออกมา พลางมองยังแผ่นหลังของชิงหยาง
" ท่านพี่ " ภรรยาของเจี่ยโหเอ่ย
" นี่ก็สิบสองปีแล้วสินะที่เสี่ยวหยางเติบโตมา คิดไปแล้วโชคชะตาช่างเล่นตลกกับเขายิ่งนัก " เจี่ยโหพยักหน้าช้าๆ
" ชิงหยางเป็ผู้ที่มากด้วยพร์ แต่กลับมิมีผู้ใดกล้าที่จะรับเป็บุตรบุญธรรมสักคน " ภรรยาของเจี่ยโหเอ่ยออกมา
" อย่าว่าแต่รับเป็บุตรบุญธรรมเลย ขนาดเป็คนใช้ในเรือนก็ยังมิมีผู้ใด้า " ชายชราคนหนึ่งเอ่ยออกมา
เขานั้นมักว่าจ้างชิงหยางให้ผ่าฟืนกองใหญ่ให้ ั้แ่ชิงหยางตัวกะเปี๊ยก ในเวลานั้นชิงหยางแทบจะยกขวานมิขึ้นด้วยซ้ำ
สายตาของทั้งสามคนมองจ้องยังชิงหยางที่สิ่งยิ้มทักทายคนไปทั่ว
" เฒ่าแก่ " ชิงหยางเดินเข้ามาในร้านหนังสือ
" ไอ้หนูมาอีกแล้วรึ " เฒ่าแก่เดินออกมา
" หากเ้ามิซื้อในวันนี้ข้าจะขายให้ผู้อื่นแล้วนะ " เฒ่าแก่เร่งเอ่ย
" ท่านจะลดให้ข้าได้รึไม่ ข้ามีเงินอยู่สิบสี่เหรียญเงินกับอีกหกสิบเหรียญทองแดง " ชิงหยางวางถุงเงินลง
เฒ่าแก่หยิบถุงเงินขึ้นมา แลเปิดดู พลางพยักหน้าช้าๆ
" ได้ข้าจะลดให้เ้า เห็นแก่เ้าที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเ้าเฝ้าตามตื้อข้าตลอด " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
เฒ่าแก่เดินไปหยิบตำราฝึกยุทธขั้นต้นมาให้ " นี่ตำราฝึกยุทธขั้นต้นของเ้า "
" ได้เสียที " ชิงหยางฉีกยิ้มจนหน้าบาน
เขาเฝ้ารอเวลานี้มานานถึงหกปี " ในที่สุด ข้าก็ได้เป็ผู้ฝึกยุทธเหมือนกับผู้อื่นเสียที " ชิงหยางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดี
" เฒ่าแก่ แผ่นหนังแกะเก่าๆขาดๆนี่ให้ข้าได้รึไม่ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" หากเ้าอยากได้ก็เอาไป " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" ขอบพระคุณขอรับ " ชิงหยางเร่งประสานสองมือ แลหยิบแผ่นหนังแกะขึ้นมาอย่างแ่เบา
" เฒ่าแก่ขอลา " ชิงหยางประสานสองมือแลทะยานร่างออกจากร้าน
" น่าสงสารยิ่งนัก พ่อแม่ก็มิมี เติบโตมาด้วยกำลังของตนเอง " เฒ่าแก่ได้แต่ส่งสายตาน่าเวทนาออกไปยังร่างของชิงหยาง
ชิงหยางเดินทักทายผู้คนอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขที่มีพลันสลายเมื่อพบเจอกันเถียนปี้เหลา
" ข้าเพิ่งโบยเ้าไปสามสิบไม้แต่เหตุใดเ้าถึงยังยิ้มหน้าระรื่นอยู่ได้ ทั้งยังออกมาเดินเที่ยวเล่นเสมือนมิมีสิ่งใดเกิดขึ้น " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" เห็นทีต้องโบยเ้าอีกสักหกสิบไม้ เ้าจะได้มิมีเวลามาเที่ยวเล่นเช่นนี้ " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" โบยมันหกสิบไม้ " เถียนปี้เหลาร้องะโออกสุดเสียง
" ขอรับ " เหล่าลิ่วล้อนับสิบพุ่งทะยานร่างคุมตัวชิงหยางแลกดลงยังพื้น
" เอาแผ่นหนังแกะเก่าๆนั่นรองร่างของมันไว้ อย่าให้เืชั้นต่ำของมันเปรอะเปื้อนเมืองของข้า " เถียนปี้เหลาร้องออกมา
" ขอรับ " ลิ่วล้อผู้หนึ่งร้องะโ
" เอามานี่ " ลิ่วล้อผู้นั้นกระชากแผ่นหนังแกะจากอกของชิงหยางสุดแรง
เป็โชคชะตาหรือ์ส่งก็มิอาจรู้ได้ เมื่อตำราฝึกยุทธหลุดออกจากแผ่นหนังแกะล่องลอยเข้าหาเถียนปี้เหลา
" หมับ " เถียนปี้เหลาคว้าจับที่ตำราฝึกยุทธ
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า " เถียนปี้เหลาะเิเสียงหัวเราะดังสนั่น
" ข้าเคยบอกเ้าแล้วมิใช่รึว่าคนเช่นเ้าเหมาะสมที่จะเป็ส้วมระบายให้กับข้า คนเช่นเ้ามิมีแม้นแต่สิทธิ์ที่จะได้คิดว่าจะฝึกยุทธ " เถียนปี้เหลาร้องออกมา
สองมือของเถียนปี้เหลาฉีกตำราฝึกยุทธออกเป็เศษเสี้ยว แลวาดมือออกสุดแรงแลปล่อยเศษเสี้ยวตำราฝึกยุทธ
เศษเสี้ยวตำราฝึกยุทธล่องลอยเกลื่อน เศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยล่องลอยไปมา
ชิงหยางกวาดตามองทั่ว ปากอ้าค้าง ทั่วร่างสั่นเทิ้ม ชิงหยางในเวลานี้เสมือนคนไร้ซึ่งจิติญญามองเหม่อ
" โบยมันเสียที " เถียนปี้เหลาร้องออกมา
" ขอรับ " ลิ่วล้อผู้หนึ่งปูแผ่นหนังแกะเก่าๆขาดๆลงยังพื้น แลกดร่างของชิงหยางลงบนแผ่นหนังแกะ
" เพี้ยะ " เสียงไม้เหมือนไม้พายเรือฟาดลงที่กลางหลังดังสนั่น
" อึก " ร่างของชิงหยางพลันกระตุกด้วยความเ็ป ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้ม สองตามองจ้องยังเถียนปี้เหลา ราวจะสลักใบหน้านั่นเอาไว้มิให้ลืมเลือน
ไร้สิ้นซึ่งเสียงร้อง ไร้สิ้นซึ่งกำลัง มีเพียงหยาดน้ำตารินไหล แลโลหิตที่ทะลักออกทั่วร่าง
โลหิตสีชาดหลั่งไหลลงยังผืนหนังแกะเก่าๆขาดๆ ที่เฒ่าแก่ร้านหนังสือใช้คลุมหนังสือเพื่อป้องกันความชื้น กลับกลายเป็ถูกนำมารองรับโลหิตมากมายของชิงหยาง
" วิ้ง "