หยางสงป้าทำทีว่าเอาอาวุธวิญญาณมาขายให้หยางฉินเทียนแต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือมาหาป้ายวิญญาณ!
ป้ายวิญญาณที่อยู่ข้างในแหวนมิติของหยางฉินเทียนออกอาการบ้าคลั่งเมื่อหยางสงป้าถ่ายพลังเต๋าเข้าไปในสินค้าของเขาอาวุธวิญญาณเรืองแสงขึ้นปลดปล่อยรัศมีพลังออกมากว่ายี่สิบก้าวป้ายวิญญาณสัมผัสได้ถึงพลังนั้นและพยายามจะออกมาจากแหวนมิติอย่างเอาเป็นเอาตาย!
‘ฉิบหายแล้วเว้ยยย!!’ หยางฉินเทียนถึงกับสบถในใจเขาไม่เคยรู้เลยว่าป้ายวิญญาณจะตอบสนองกับอาวุธวิญญาณ ข้อมูลพวกนี้แม้ในหอคัมภีร์ก็ไม่มีนี่ถ้ามันหลุดจากแหวนมิติออกมาได้ล่ะเรื่องใหญ่แน่! แล้วจะทำอย่างไรดี!!!
ติ้งงง!!
[ป้ายวิญญาณโลหะภูตต้องการออกมาจากแหวนมิติ]
[คุณจะอนุญาตให้ป้ายวิญญาณออกมาหรือไม่ – Y/N]
“ไม่!!”หยางฉินเทียนตะโกนในใจ ทันใดนั้นเอง ป้ายวิญญาณที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ก็หยุดชะงักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยเหงื่อก็ดูดีขึ้นเพราะโล่งอกหัวใจที่เต้นแรงอยู่เมื่อครู่ก็เต้นอ่อนลงจนเป็นปกติ
หยางสงป้าเห็นอาการตอนแรกก็นึกว่าป้ายวิญญาณอยู่ที่หยางฉินเทียนเป็นแน่เพราะสังเกตจากสีหน้าแววตาแล้วเหมือนป้ายวิญญาณได้แสดงปฏิกิริยาตอบสนองกับอาวุธวิญญาณแต่ไฉนจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น? แล้วสีหน้าเมื่อกี้มันอะไรกัน?
“สินค้าใช้งานได้ ไม่ชำรุด” เจ้าของห้องเอ่ยขึ้น“เจ้าคงไม่ติดใจไรแล้วสินะหากข้าจะซื้ออาวุธวิญญาณชิ้นนี้”
หยางสงป้าได้ยินถึงกับเหงื่อตกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาสมบัติชิ้นนี้มาขาย แต่หยางฉินเทียนกลับอยากได้จริง ๆในเมื่อเขากล่าวออกไปแล้วว่าจะขาย ทั้งยังตกลงราคาไปแล้วด้วยการจะถอนคำพูดหลังจากเดินทางมาถึงจุดนี้คงไม่เหมาะแน่
“ในเมื่อเจ้าชอบใจ ข้าก็จะขายให้” เขาถอดเกราะแขนวางไว้บนโต๊ะแล้วยื่นแหวนมิติไปรับเงินยี่สิบล้านหลงเฉียนจากหยางฉินเทียนเมื่อได้เงินครบแล้วก็พยักหน้าแล้วลาจากไป
“ลูกพี่! ตั้งแต่ข้าเกิดมาพึ่งเคยเห็นอาวุธวิญญาณใกล้ขนาดนี้ข้าขอสัมผัสหน่อยเถอะ!” หยางจินเป่าหยิบของที่หยางฉินเทียนพึ่งซื้อมาลูบคลำโดยไม่รอการอนุญาตของเจ้าของ“สุดยอด! นี่เหรออาวุธวิญญาณ ข้าอยากได้บ้าง!”
“ถ้าเจ้าฝึกฝนจนถึงระดับปราณราชาข้าจะหามาให้เจ้าชิ้นหนึ่ง” หยางฉินเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อั๊ยหยา แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้ล่ะเนี่ย”หยางจินเป่าถึงกับต้องเกาศีรษะ ใบหน้าของเขาตอนนี้บูดเบี้ยวราวกับลิงโดนเห็บกัด เมื่อเห็นแล้วหยางฉินเทียนและหลิงหลิงก็อดขำไม่ได้
“นายท่าน”
สาวใช้คนหนึ่งถือกล่องหยกเขียวเดินเข้ามายืนอยู่หน้าห้องหลิงหลิงจึงเดินไปสอบถามและรับของพร้อมจดหมายแนบมาให้เจ้านายของนาง
“นายท่าน สาวใช้บอกว่าของในกล่องหยกเขียวนี้มาจากตระกูลชิงได้ยินว่าหยางชิงเอ๋อฝากคนรับใช้เอามาส่งพร้อมกับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของนาง”
หยางฉินเทียนคลี่จดหมายออกอ่าน
หยางฉินเทียนข้าไม่รู้ว่าเจ้าโกรธข้าหรือไม่ที่พยายามทำให้เจ้าตกรอบ ในตอนนั้นข้าเองก็ลืมไปว่ากำลังภายในของเจ้าห่างจากข้ามากจึงได้พลั้งมือโชคดีที่เจ้ายังฟื้นคืนสติ และเข้าประลองในรอบนี้ได้ทัน เพื่อเป็นไถ่โทษ และเป็นการแสดงเจตนารมณ์อันดีว่าข้าไม่ได้คิดร้ายต่อเจ้าสมบัติชิ้นนี้ ข้ามอบให้เจ้า - หยางชิงเอ๋อ
“ลูกพี่ ข้าเดาว่านางสารภาพรักกับท่านใช่มั้ยข้าว่าแล้ว! ลูกพี่เสน่ห์แรง แม้ท่ากระอักเลือดก็ดูน่ารักน่าชัง”
โป๊กก!!
“จ๊ากกก!”
“นางแค่ขอโทษที่ทำให้ข้าบาดเจ็บ จึงส่งของชิ้นนี้มาเพื่อไม่ให้ข้าเข้าใจผิดว่านางคิดร้ายต่อข้า”
“ลูกพี่! ข้าอยากเห็นว่ามันคืออะไรข้าเดาว่ามันน่าจะเป็นกางเกงในของนาง!”
โป๊กก!!
“จ๊ากกก!”
“นี่ถ้าข้าไม่เหนื่อยจะเตะเจ้าให้กระเด็นออกไปจากห้องไปแล้ว”หยางฉินเทียนเก็บกล่องหยกเข้าไปในแหวนมิติ “วันนี้ข้าอยากจะพักแล้วพวกเจ้ากลับไปเถอะ”
พวกเขาหันหน้าไปสบตากันครู่หนึ่งแล้วก็พากันลากลับไปแต่หยางฉินเทียนหาต้องการพักไม่ ป้ายวิญญาณที่เป็นปริศนามาเนิ่นนานโดยไม่มีผู้ใดไขปริศนาได้นั้นอยู่ในมือของเขาอีกทั้งเขายังได้เชื่อมต่อไปยังครึ่งหนึ่งของป้ายวิญญาณ เหลือเพียงอีกครึ่งเดียวการเชื่อมต่อก็จะเสร็จสมบูรณ์
เขานำป้ายวิญญาณขึ้นมาวางบนโต๊ะมันสั่นสะเทือนราวกับนักล่าผู้หิวโหยได้กลิ่นเหยื่ออันโอชะทันใดที่หยางฉินเทียนเอาอาวุธวิญญาณแตะไปที่ตัวอักษรฝั่งโลหะ สมบัติที่พึ่งจ่ายเงินซื้อไปยี่สิบล้านหลงเฉียนก็หายวับไปกับตา!
ติ้งงง!!
[กำลังเชื่อมต่อข้อมูลฝั่งโลหะ 5%...28%...66%...]