บทที่ 40: ลาก่อนบ้านทุ่ง
โลกทั้งใบที่เคยมีสะใภ้รักเคยกอดก่าย นอนร่วมรักเสียวซ่านและประคองกันมาตลอดบัดนี้มันล่มสลายแตกกระจัดกระจายต่อหน้าต่อตาผมหมดแล้ว!
"บี... บีจ๋า อย่าไปเลยนะลูก อย่าทิ้งผัวคนนี้ไปเลย..."
น้ำเสียงของผมที่สั่นเครือและแหบแห้งดังหลุดรอดจากลำคอแห้งผากทันทีที่บีพูดประโยคนั้นจบ น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักพรั่งพรูออกมานองสองแก้มเหี่ยวย่นกร้านแดดกร้านลมอย่างไม่คิดจะกักเก็บมันไว้ ผมก้าวขาไม่ออกจนสุดท้ายขาสองข้างก็ทรุดฮวบเข่าอ่อนลงกับพื้นไม้กระดานเย็นเยียบดังตึง สองมือหยาบกร้านเอื้อมไปกอดขาเรียวขาวของบีใต้กางเกงขายาวไว้แน่นหนา ผมซบใบหน้าเหี่ยวย่นลงกับหน้าแข้งของสะใภ้รัก ร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทาราวกับเด็กที่กำลังจะโดนแม่ทิ้งไปอย่างไร้ทางสู้ ชายแก่ร่างใหญ่ใจนักเลงประจำหมู่บ้านที่ใครๆ ต่างพากันยำเกรง บัดนี้ไม่เหลือศักดิ์ศรีและความเป็นผู้ใหญ่ใดๆ ยอมก้มกราบอ้อนวอนแทบเท้าสะใภ้รุ่นลูกเพียงเพื่อให้เธอเปลี่ยนใจอยู่ด้วยกันต่อ
"พ่อขอร้องล่ะบี... พ่อกราบล่ะลูก อยู่กับพ่อเถอะนะ อยู่ช่วยดูแลชีวิตบั้นปลายของพ่อที่นี่เถอะนะลูก พ่อแก่แล้ว พ่อไม่มีใครอีกแล้วนะบี... พ่อจะออกไปกรีดยางคนเดียวเอง พ่อจะทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงดูบีให้สุขสบายทุกอย่าง บีไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาเหนื่อยยากอะไรเลยนะลูก พ่อจะดูแลบีให้ดีที่สุด จะรักบีสุดหัวใจ จะกอดประคองบีไว้ทุกคืน อย่าทิ้งคนแก่คนนี้ให้ตายซากอย่างเดียวดายอยู่ในบ้านป่าสวนยางนี้เลยนะบี..."
ผมพรั่งพรูความรู้สึกข้างในกอดขาเธอไว้แน่นปานจะกลืนกิน หัวใจของผมมันบีบรัดตัวจนเจ็บแปลบขึ้นมาถึงหน้าอกอย่างทรมาน ผมยอมทิ้งความถูกต้องทุกอย่าง ยอมหักหลังไอ้โอที่เป็นลูกชายแท้ๆ ในไส้ของตัวเองเพื่อความสุขสมแสนเสียว อารมณ์ใคร่ดิบเถื่อน และร่างกายขาวอวบนุ่มนิ่มของสะใภ้มาตั้งนานเท่าไหร่แล้ว ถ้าหากเธอเดินจากไปในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมยอมแลกมาด้วยความเสียวซ่าน ความร้าวราน และความสุขสมชั่วคราว มันจะล่มสลายเหลือแต่ความว่างเปล่าทันที
บียืนนิ่งตัวแข็งอยู่ครู่หนึ่ง ร่างกายอวบอัดของเธอสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อยยามได้ยินเสียงสะอื้นไห้อย่างหมดสภาพของผม ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกมองลงต่ำ น้ำตาไหลพรากหยดเผาะๆ ลงบนเส้นผมสีดอกเลาของผมรัวๆ บีค่อยๆ ย่อตัวคุกเข่าลงบนพื้นกระดานไม้เย็นเฉียบอย่างช้าๆ มือเรียวบางนุ่มนิ่มที่ผมเคยชอบดึงมาจับท่อนควยแก่รูดขึ้นลงเพื่อสร้างความเสียว ตอนนี้ค่อยๆ ยื่นมาโอบประคองไหล่หนาที่สั่นสะท้านของผมไว้ บีกอดผมแน่นขึ้นพร้อมกับซบใบหน้าหวานลงบนไหล่กว้างกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเธอเองไว้กับไหล่ของผม
"พ่อคะ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ บีขอบคุณพ่อมากๆ นะคะ... ขอบคุณที่คอยรัก คอยดูแลเอาใจใส่บีมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่บีก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้..." บีเอ่ยเสียงเครือสั่น แต่น้ำเสียงของเธอกลับมีความเด็ดเดี่ยวปนเศร้าแฝงอยู่อย่างน่าใจหาย "แต่บีอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ ค่ะพ่อ... เราอยู่ร่วมกันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว..."
"ทำไมล่ะบี? ทำไมจะอยู่ไม่ได้? ที่ผ่านมาเราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอ... มึงเสียวควยกู พ่อก็รักมึง คอยกอดคอยจูบมึงทุกคืน เราแอบร่วมรักกันลับหลังผัวมึงตั้งหลายครั้ง ไม่มีใครจับได้เลยนะลูก... เราอยู่กันแบบนี้ตลอดไปไม่ได้เหรอ..." ผมเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของสะใภ้ด้วยสายตาอ้อนวอนคาดหวังเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ
บีส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาร่วงหล่นใส่หน้าอกของผมรัวๆ
"มันไม่ใช่แค่เรื่องคนอื่นรู้หรือไม่รู้หรอกค่ะพ่อ... แต่มันเป็นความรู้สึกผิดในใจของบีเองต่างหาก ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน บีรู้สึกผิดต่อพี่โอเหลือเกิน บีมองหน้าสามีตัวเองไม่ติด บีกลัวความแตก กลัวพี่โอรู้ว่าเมียตัวเองแอบนอนร่วมรักเอาควยพ่อผัวยัดรูรักบนเตียงเก่าหลังนี้..." บีสะอื้นไห้ตัวโยนไหล่สั่นไหวระริก "แล้วมองไปทางไหนในบ้านหลังนี้... ทุกซอกทุกมุมของฝาไม้กระดานเก่าๆ ฟูกที่นอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำรักสีขาวขุ่นของเรา มันคอยตามทิ่มแทงใจบีตลอดเวลา บีเห็นภาพเรากอดก่ายร่วมรักแอบมองกันทางช่องไม้สะท้อนในหัว บีรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง บีทนรับน้ำหนักความรู้สึกผิดพวกนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้วค่ะพ่อ... บีจำเป็นต้องหนีเรื่องพวกนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในกรุงเทพฯ บีอยากลืมเรื่องราวทั้งหมดที่นี่..."
คำพูดของบีเหมือนมีดเหล็กแหลมคมกริบกรีดลงบนหัวใจของผมจนขาดรุ่งริ่ง ความรู้สึกผิดต่อลูกชายที่เธอพูดออกมามันตอกย้ำความจริงที่ผมพยายามหลับตาข้างหนึ่งมองข้ามมาโดยตลอด ผมรักบีด้วยอารมณ์ดิบและอารมณ์ใคร่ อยากได้อยากมีเรือนร่างของเธอจนลืมหน้าไอ้โอ ลืมความเป็นพ่อผัวที่ควรจะคุ้มครองสะใภ้ให้อยู่ในร่องในรอย บัดนี้สิ่งที่ทำลงไปมันย้อนกลับมาทำร้ายหัวใจผมจนเจ็บปวดเจียนตาย
"บี... พ่อขอโทษ..." ผมปล่อยมือจากขาเรียวของเธออย่างคนหมดสิ้นไร้เรี่ยวแรง ยอมปล่อยมือยอมจำนนต่อเหตุผลและความเด็ดเดี่ยวของสะใภ้รักในที่สุด
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบเชียบและทรมานในอก จนกระทั่งเช้าวันถัดมาซึ่งเป็นวันที่บีต้องออกเดินทางจริงๆ
แสงแดดสีเหลืองส้มรำไรที่เพิ่งจะโผล่พ้นทิวไม้ของป่าสวนยางพาราอันกว้างใหญ่ ค่อยๆ ส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้กระดานผุพัง สะท้อนให้เห็นผงฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ แสงแดดที่เคยอบอุ่นกลับดูเย็นชืดและทอดเงายาวทับลงบนร่างของบี สะใภ้รักที่ผมเคยเฝ้าถนอมและร่วมรักมีอะไรกันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้เธอยืนหันหลังเตรียมก้าวขาออกจากประตูบ้านไม้เก่าหลังนี้ กระเป๋าเดินทางล้อลากใบใหญ่สีดำสองใบวางเด่นชัดอยู่ข้างกาย ข้าวของทุกอย่างจัดเก็บเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีสิ่งใดของเธอหลงเหลืออยู่บนชั้นวางของไม้อีกต่อไป ทุกอย่างมันดูว่างเปล่า แห้งแล้ง และบีบเค้นหัวใจของผมจนแทบแตกสลาย
ผมประคองตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายอันร่วงโรยดูค่อมลงและไร้เรี่ยวแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ก้มลงยกกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งทั้งสองใบของบีเดินก้าวเท้าลากตีนออกไปข้างนอกอย่างเงียบงัน แสงแดดยามเช้าเริ่มแรงขึ้นแต่ไม่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจของผมอบอุ่นขึ้นมาได้แม้แต่น้อย ผมยกกระเป๋าขึ้นวางบนท้ายกระบะรถกระบะคันเก่าปะผุสีเทาเข้มอย่างทุลักทุเล มือสั่นระริกจนแทบไม่มีแรงจับฝาท้าย บีเดินก้าวตามหลังมาเงียบๆ ใบหน้าหวานก้มต่ำ ดวงตากลมโตคู่สวยแฝงไปด้วยความหม่นหมอง เธอเปิดประตูขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับข้างๆ ผม
ตลอดระยะทางหลายสิบกิโลเมตรจากบ้านป่าสวนยางพาราในหุบเขาเพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งรถทัวร์ประจำอำเภอ มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานบีบหัวใจที่สุดเท่าที่ผมเคยขับรถกระบะคันนี้มา เสียงเครื่องยนต์ดีเซลดังกระหึ่มพ่นควันดำจางๆ ออกมาเป็นระยะท่ามกลางป่าสวนยางสองข้างทางที่ดูแห้งแล้งและหนาวเหน็บ ลมพัดใบยางแห้งร่วงหล่นเกลื่อนกลาดพื้นถนนลาดยางมะตอยขรุขระโยกเยกไปมา ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน บีเอนหัวพิงกระจกหน้าต่างเบาะข้างคนขับ ทอดสายตาเหม่อลอยออกไปด้านนอกหน้าต่าง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบๆ ส่วนมือของผมที่จับพวงมาลัยสั่นเทาอยู่ตลอดเวลา หัวใจของผมมันหดหู่และหน่วงหนึบเหมือนถูกหินก้อนใหญ่กดทับไว้จนหายใจไม่ออก
ผมลอบมองใบหน้าด้านข้างของบีในความเงียบงัน สะใภ้คนนี้ที่เคยนอนแก้ผ้าเปลือยกายขาวผ่องให้ผมกอดจูบลูบคลำและร่วมรักอย่างเร่าร้อนเสียวซ่าน ผิวขาวอวบนุ่มนิ่มชวนให้เสียวที่ผมเคยซุกไซ้ซอกคอ กลิ่นตัวหอมๆ ที่ผมเคยสูดดมทุกครั้งยามซอยควยกระแทกรูรักของเธอจนเสร็จ แตกน้ำรักเอ่อล้นเต็มรูเสียวเปียกเยิ้ม บัดนี้เธอนั่งห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ แต่ความรู้สึกกลับห่างไกลแสนไกลจนผมไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือหยาบกร้านสั่นเทานั้นไปสัมผัสแตะต้องเธออีกเลยตลอดทาง
เมื่อรถกระบะแล่นเข้ามาถึงสถานีขนส่งรถทัวร์ในอำเภอ ผู้คนเริ่มพลุกพล่านหนาตาขึ้น รถทัวร์ปรับอากาศคันใหญ่สีฟ้าขาวสำหรับเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จอดติดเครื่องส่งเสียงครางกระหึ่มรอผู้โดยสาร ผมรีบดับเครื่องยนต์แล้วลงไปช่วยประคองกระเป๋าเดินทางของบีลงจากท้ายกระบะส่งให้เด็กท้ายรถทัวร์ยกไปเก็บไว้ใต้ท้องรถ บียืนรออยู่ข้างล่างใกล้กับบันไดทางขึ้นรถทัวร์ ดวงตากลมโตคู่สวยบวมแดงอย่างเห็นได้ชัดจากการร้องไห้เงียบๆ มาตลอดทาง เธอมองหน้าผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาและโอบกอดผมไว้อย่างนุ่มนวลและแสนเศร้าใจ
ผมยกแขนขึ้นกอดร่างอวบนุ่มแน่นของบีไว้ สูดดมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นกายขาวผ่องจากซอกคอและเส้นผมยาวสลวยของเธอเป็นครั้งสุดท้าย อ้อมกอดนี้ช่างเย็นชืดและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการจากลาที่ไม่มีวันได้พบกันอีก ไม่มีอารมณ์ใคร่ดิบเถื่อนเหมือนทุกครั้ง มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ของชายแก่ชราที่รู้ดีในหัวใจว่าตนเองจะไม่ได้สัมผัสแตะต้องร่างกายนี้อีกแล้วตลอดชีวิตที่เหลืออยู่
"ดูแลตัวเองดีๆ นะคะพ่อ... อย่าดื่มเหล้ามากนักนะ" บีผละตัวออกจากกอดของผมช้าๆ เธอพยายามฝืนส่งรอยยิ้มบางๆ ทั้งน้ำตาที่ยังนองเปื้อนแก้มสวย
"บีก็เหมือนกันนะลูก... เดินทางปลอดภัยนะ... ถ้าเหนื่อย... ก็กลับมาหาพ่อบ้างนะ..." คำพูดสุดท้ายของผมติดอยู่ที่ลำคอ น้ำตาร่วงรินอีกครั้ง ผมรู้ดีแก่ใจว่านั่นเป็นเพียงคำพูดปลอบใจตัวเอง เพราะความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของเธอบอกชัดเจนว่าเธอจะไม่มีวันหันหลังกลับมาเหยียบที่บ้านไม้หลังนี้อีกแล้ว
บีก้าวเท้าเรียวสวยขึ้นบันไดรถปรับอากาศคันใหญ่ช้าๆ ร่างกายขาวผ่องกลืนหายเข้าไปในความมืดสลัวของตัวรถทัวร์ ผมยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่ข้างล่างเงยหน้าแหงนมองขึ้นไปตามกระจกหน้าต่างรถทัวร์อย่างคาดหวัง ในที่สุดบีก็เดินไปนั่งประจำที่เบาะริมกระจกหน้าต่างฝั่งขวา เธอก้มหน้ามองลงมาที่ผมที่ยืนซึมกระทือหมดสภาพอยู่ข้างล่าง บีส่งรอยยิ้มปนคราบน้ำตาที่สะท้อนแสงแดดสว่างและโบกมือลาลุงคร้ามอย่างช้าๆ ผมยกมือที่สั่นเทาขึ้นโบกตอบเธอไป น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอาบสองแก้มจนภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็น
เสียงเครื่องยนต์รถทัวร์ปรับอากาศเร่งเครื่องดังสนั่น ล้อรถทัวร์ค่อยๆ หมุนเคลื่อนตัวช้าๆ พร้อมพ่นควันไอเสียสีดำจางๆ ลอยคลุ้งขมุกขมัวในสถานีขนส่ง รถคันใหญ่แล่นเบียดโค้งออกจากซองจอดผ่านหน้าผมไป บียังคงแนบใบหน้ากับกระจกและโบกมือให้จนกระทั่งรถทัวร์แล่นเลี้ยวโค้งพ้นประตูขนส่งออกสู่ถนนหลวงสายหลัก มุ่งตรงไปยังกรุงเทพมหานคร และจางหายลับตาไปในที่สุด เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันไอเสียที่จางหายไปในสายลม และความเงียบงันหดหู่บีบหัวใจที่เข้าเกาะกุมใจผมเพียงลำพังท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ผมเดินลากขากลับมาขึ้นรถกระบะคันเก่าของตัวเองเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง สมองปวดร้าวและมึนงงไปหมดจนแทบจำไม่ได้ว่าตนเองขับรถกลับมาถึงบ้านป่าสวนยางได้อย่างไร ขากลับมันช่างยาวนานและอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวใจยิ่งกว่าตอนขับรถมาส่งสะใภ้บีหลายเท่าตัว ผมจอดรถกระบะทิ้งไว้ข้างบ้านไม้โทรมๆ ก้าวเท้าสั่นเครือลากตีนช้าๆ ขึ้นบันไดบ้านไม้ทีละขั้น แต่ละขั้นมันดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงใจผมที่มันกำลังจะขาด ก้าวขึ้นมาถึงตัวบ้านด้วยความรู้สึกหนักอึ้งและอ้างว้างเดียวดายที่สุด
ทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้านไม้เก่าผุพัง บรรยากาศรอบตัวมันช่างแห้งแล้ง เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงใดๆ ราวกับเป็นบ้านร้าง ลมหนาวพัดโชยเข้ามาจากช่องหน้าต่างไม้ส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ ตอกย้ำความอ้างว้างในจิตใจ ไม่มีกลิ่นหอมของกับข้าวร้อนๆ ฝีมือบีโชยมาจากในครัว ไม่มีเสียงพูดคุยคอยถามไถ่เอาใจใส่ ไม่มีเสียงหัวเราะของสะใภ้รักที่เคยทำให้บ้านป่าสวนยางซอมซ่อหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีเรือนร่างขาวอวบนุ่มชวนเสียวสะท้านที่เคยเย้ายวนดึงดูดอารมณ์ใคร่ดิบของพ่อผัวอย่างผมให้ต้องกระโจนเข้าหาเพื่อร่วมรัก ซอยกระแทกควยใส่กันอย่างเร่าร้อนสุขสมอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างมันหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ผมเดินตรงเข้าไปในห้องนอนสลัว ลากตีนเดินไปนั่งลงบนฟูกที่นอนผุๆ หลังเก่า ทรุดตัวลงนั่งนิ่งปวดแปลบในอก จ้องมองดูช่องฝาไม้กระดานผุพังข้างเตียงที่เคยแอบมองบีเวลาอาบน้ำแต่งตัวบ่อยๆ จนกระตุ้นความเสียวและอารมณ์ใคร่ ช่องฝาไม้กระดานนี้เคยเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวรักต้องห้ามลับหลังลูกชายที่ผมเคยใช้แอบดูและเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ผมก้าวข้ามความถูกต้องและทำเรื่องผิดๆ เข้าไปร่วมรัก ซอยสะโพกยัดควยใหญ่ใส่รูรักสะใภ้จนเสร็จสมแตกน้ำรักในตัวเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้มันเป็นเพียงแค่รอยร้าวรอยผุของเนื้อไม้ที่ปล่อยให้ลมหนาวเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามาทิ่มแทงผิวเนื้อเหี่ยวย่นของผมจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
ผมรู้ซึ้งแก่ใจในวินาทีนี้เองว่า สุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมและบีเคยพากันก้าวข้ามความถูกต้องเพื่อความเสียวซ่าน อารมณ์ใคร่ดิบ และความสุขชั่วครู่ชั่วคราว บัดนี้มันได้ล่มสลายพังทลายลงจนหมดสิ้นไม่เหลือชิ้นดี ทิ้งให้คนแก่ไร้ค่าอย่างผม ต้องอยู่กับความเดียวดายและอ้างว้างเพียงลำพัง คอยเฝ้าบ้านไม้โทรมน่าสมเพชหลังนี้ และก้าวเท้าออกไปกรีดยางคนเดียวท่ามกลางป่าสวนยางพาราอันกว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต หนาวเหน็บและมืดมิดชั่วนิรันดร์...
ลาก่อนสะใภ้รักของพ่อ... ลาก่อนบ้านทุ่งที่เคยอบอวลไปด้วยไอรักและรอยสวาทอันบ้าคลั่ง
---จบภาค พ่อผัวยั่วลูกสะใภ้---