หลังจากเกิดเื่ในครั้งนั้นนาวินกับจันจิราก็ไม่ได้พบกันอีกเลย แม้จะเดินสวนกันในโรงเรียนทั้งสองก็ทำเหมือนไม่รู้จักกัน จะมีคุยกันบ้างก็เฉพาะเื่งานที่สำคัญๆ เท่านั้น
แต่แม้จะทำตัวห่างเหินกันขนาดไหน เื่ของพวกเขาก็ยังคงเป็ขี้ปากของคนทั้งโรงเรียนต่อไป
นาวินเริ่มไม่ยี่หระกับมันแล้วเพราะเขาตั้งใจแล้วว่า หากคนในโรงเรียน ไม่สามารถช่วยเหลือเขาเขาจะต้องสืบหาความจริงด้วยตัวเองให้ได้
และไม่มีใครที่จะให้ความจริงกับเขาได้
นอกจาก พาฝัน เพียงคนเดียวเท่านั้น
เย็นวันนั้น นาวินตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องค้นหาเื่นี้ต่อไป โดยมีเป้าหมาย คือติดตามพาฝันไปให้ถึงบ้านที่เธออยู่ หากไปที่นั่น เขาอาจจะสืบหาอะไรบางอย่างจากคนแถวนั้นได้บ้าง
นาวินมายืนรอพาฝันั้แ่โรงเรียนยังไม่เลิกเมื่อเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ออกจากโรงเรียนไปหมดแล้ว เขาก็เห็นพาฝันเดินออกจากเหมือนเช่นทุกวัน
ครั้งนี้เขาจะไม่ออกไปพบหน้าเธออีกแล้ว
แต่เขาจะแอบติดตามเธอไป
เมื่อพาฝันเดินออกจากโรงเรียนเธอค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ เลียบรั้วโรงเรียนไป เมื่อสุดเขตรั้วโรงเรียน เธอก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ไป นาวินเดินตามเธอไปห่างๆโดยเธอไม่ได้สนใจอะไรเลย นาวินสังเกตเห็นว่า ที่นั่น มีบ้านอยู่เพียงไม่กี่หลังพาฝันพาตัวเองเข้าไปยังบ้านหลังที่เล็กที่สุด เป็บ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆ ที่ดูสะอาดแสดงให้เห็นว่าเ้าของบ้านดูแลเป็อย่างดี เสียงเธอเรียกคนในบ้านดังพอได้ ไม่นานนักหญิงชรา อายุประมาณหกสิบเศษ เปิดประตูออกมาต้อนรับเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
นาวินแอบอยู่ตรงริมรั้วเฝ้าดูคนทั้งสอง จนกระทั่งทั้งสองหายเข้าไปในบ้าน
นาวินรออยู่ตรงนั้นนานพอสมควรจนกระทั่งเขาตัดสินใจว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยืนอยู่ต่อไปแต่แล้วเมื่อเขาหันหลังเดินออกมา
รถเก๋งคันงามขับมาจอดที่หน้าบ้านหลังนั้น
เสียงบีบแตรดังขึ้นเป็สัญญาณเรียกคนในบ้าน
“คนๆ นี้สินะ ที่จิราบอกมา” นาวินกระซิบกับตัวเอง เขาพยายามมองให้ชัดว่าคนผู้นี้เป็ใคร แต่มุมที่เขาแอบอยู่นั้นทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจนนัก
ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งก้าวออกมาจากตัวบ้าน ถ้าไม่สังเกตให้ดี ก็จะไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้น แท้จริงแล้วคือเด็กสาวในชุดนักเรียนที่เพิ่งเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นนั่นเอง ที่เป็เช่นนั้นเพราะชุดที่เธอใส่ไม่ได้เหลือเค้าเดิมของชุดนักเรียนเลยกระโปรงสั้นที่เลยเข่าของเธอไปประมาณหนึ่งคืบ ไหนจะเสื้อรัดรูปที่โชว์ให้เห็นสัดส่วนจนหมด คลุมทับด้วยเจ๊กเก็ตหนังสีดำ ที่สั้นแค่สะเอวผมเผ้าที่ถูกทำให้ฟูขึ้น ผสมกับการแต่งหน้าทาปากที่เข้มจนมองไม่ออกเลยว่าเค้าหน้าเดิมของเธอเป็เช่นไร แต่ถึงกระนั้น นาวินก็มั่นใจว่า นั่นคือพาฝันอย่างแน่นอน
หญิงชราออกมาส่งหลานสาวพร้อมกับพูดคุยกับคนขับรถคันนั้นอย่างสนิทสนม
“พวกเค้ากำลังจะไปไหนกัน” นาวินถามตัวเอง แต่เขาไม่รอให้มีใครมาตอบเพราะทันทีที่พูดจบนาวินรีบวิ่งกลับไปที่โรงเรียนยังพอมีเวลาที่เขาจะกลับไปเอารถมอเตอร์ไซด์ หากเขาเร็วพอ กว่ารถคันนั้นจะออกมาจากบ้านหลังนั้นได้ คงใช้เวลาพอสมควรและซอยแคบๆ นั่น ไม่มีทางออกอื่นอีกแล้ว
นาวินรวบรวมพลังทั้งหมดวิ่งไปที่รถที่เขานำมาจอดไว้ข้างป้อมยามหน้าโรงเรียนเขารีบะโขึ้นคร่อมรถพร้อมบิดกุญแจ สตาร์ทรถทันทีเขารีบซิ่งมอเตอร์ไซด์คันเก่งออกจากโรงเรียนด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว
เมื่อเขาขับมาถึงหน้าปากซอยก็เป็เวลาเดียวกับที่รถเก๋งคันดังกล่าวออกมาจากปากซอยพอดี นาวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาค่อยๆ ผ่อนคันเร่งลงและขับตามรถเก๋งคันนั้นไปห่างๆ ไม่ให้คลาดสายตา
ไม่นานนักรถคันดังกล่าวก็เลี้ยวออกจากถนนสายหลัก ไปสู่ถนนเส้นเล็กๆ ที่เป็ทางเลี่ยงเมือง นาวินขับตามไปได้สักพักรถคันดังกล่าวก็เปิดไฟเลี้ยว และเข้าไปจอดในลานจอดรถของสถานที่แห่งหนึ่ง
“เธอมาทำงานในสถานที่แบบนี้จริงเหรอ” แม้จะเห็นอยู่ตำตา แต่นาวินก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น
เด็กสาวก้าวลงจากรถพร้อมกับชายหนุ่มผิวขาว ร่างสูงโปร่งหน้าตาดีคนหนึ่งทั้งสองเข้าไปยังอาคารรูปทรงประหลาด ที่เป็ที่รู้จักของนักท่องราตรีทุกคนในเมืองนี้
นาวินขับมอเตอร์ไซด์อย่างช้าๆก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยวรถกลับบ้าน
..คืนนี้เขามีที่ให้ไปแล้ว ...
..................................................................
รถ SUV คันโตขับไปบนถนนอย่างช้าๆ ใน่เย็นๆ แบบนี้ ถนนออกจากตัวเมืองรถจะเยอะเป็พิเศษโดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์ ที่ขับกับขวักไขว่จนเหลือช่องทางจราจรให้กับรถยนต์เพียงแค่นิดเดียว จึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
ภาสกรนั่งอยู่หลังพวงมาลัยสายตาจ้องมองไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจ แม้ในรถจะเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำและเปิดเพลงขับกล่อมเบาๆ แต่ภายในใจของเขากลับรุ่มร้อนไม่เป็ปกติแม้จะพยายามเก็บงำเอาไว้ แต่เขาก็เชื่อว่า คนข้างๆ ที่นั่งรถมาด้วย คงจะมองเขาออกเพราะทุกครั้งที่ชำเลืองไปมอง เขาแอบเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหล่อน ซึ่งปกติแล้วเธอคนนี้จะเป็คนยิ้มยากเป็ที่สุด
ในขณะที่ภาสกรเพ่งสมาธิไปยังการจราจรบนท้องถนนและแสร้งทำเป็อารมณ์ดีด้วยการฮัมเพลงเบาๆ ไปตามจังหวะแต่เป็วนิดาที่นั่งอยู่ข้าง กลับมองมันออก
เธอนั่งยิ้มคนเดียวตลอดทางแม้จะเป็รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า แต่ก็เพียงพอให้ภาสกรสังเกตเห็นได้
และภาสกรก็รู้ดีว่าเื่อะไรที่ทำให้ภรรยาคนสวยของเขา อารมณ์ดีถึงเพียงนี้ เพราะเหตุนี้ เขาจึงต้องทำเป็ร่าเริง เพราะรู้ดีว่าศึกใหญ่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
“อารมณ์ดีจังนะ” วนิดาพูดแทรกขึ้นมาลอยๆ
ในใจของภาสกรอยากจะตอบกลับไปว่า ..ไม่ได้ดีไปกว่าคุณหรอก.. แต่ก็เบรกความคิดเอาไว้ได้แต่เพียงตอบกลับไปแบบขอไปที
“ผมก็เป็แบบนี้ทุกวันอยู่แล้วนิ”
วนิดาหันมามองสามีพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก “นี่คุณกำลังจะว่าชั้นสินะ”
“อะไรของคุณอีกละเนี่ยผมไม่ได้พูดอะไรเลย”
“ก็ฉันเห็นคุณยิ้มเย้ยๆฉันอยู่ตลอดทาง อย่าคิดนะว่าชั้นไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่”
“ผมจะคิดอะไรได้ละนอกจากเื่งาน”
“เื่งาน... เช่อะ..ในสมองคุณมีเื่งานซะที่ไหน คนอย่างคุณหนะ แก้ผ้าเอาหน้ารอดตลอดแหละไม่เคยหรอกที่จะคิดวางแผนทำอะไร”
“นี่คุณ....” ภาสกรชะงักเมื่อหันไปเห็นสายตาของภรรยาที่ตอนนี้จ้องมายังเขาพร้อมแววตาเหมือนกับนางั์ในหนังจักรๆวงศ์ๆ
“คุณไม่ต้องทำมาอารมณ์ดีกลบเกลื่อนเลยชั้นรู้นะว่า ตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ คนอย่างชั้น รู้ไส้รู้พุงคุณหมดแหละนา”
“งั้นผมกำลังเครียดเื่อะไร ไหนคุณลองว่ามาสิ” ภาสกรทำใจดีสู้เสือ ท้าออกไป
“ก็เพราะผู้หญิงของคุณทั้งสองคนกำลังจะโดนเขมือบหนะสิ ที่สำคัญ ดันเป็ผู้ชายคนเดียวกันซะด้วย”วนิดายิ้มออกมาพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ
ภาสกรสะดุ้งนิดนึงแม้จะเตรียมตัวมาเป็อย่างดี แต่เขาก็ไม่คิดว่า ภรรยาของเขาจะพูดออกมาตรงๆ เช่นนี้เขาต้องรีบหาทางออกจากเื่นี้ให้ได้ ไม่งั้น กลับถึงบ้าน เขาต้องโดนหนักแน่
“ผู้หญิงอะไรกัน ผมก็มีคุณอยู่คนเดียวสองคนที่ไหน”
“ทำมาปากดี ใครๆเค้าก็รู้กันทั้งโรงเรียน”
“คุณก็รู้ว่ามันไม่จริงแล้วจะมาใส่ใจทำไมกันละ”
“เื่ไหนบ้างที่มันไม่จริงไหนคุณลองบอกมาสิ” เธอะโเสียงดังถามกลับไป เมื่อเห็นภาสกรนิ่งเงียบ วนิดาไม่รอช้า รีบพูดต่อทันที
“ใครๆ ก็รู้ว่าคุณกับยัยจันจิรานั่นไปกันถึงไหนต่อไหน ถ้าฉันไม่ไปด่ามัน และขู่จะไล่ออก ป่านนี้มันคงไม่หยุดอยู่แค่นั้นหรอก”
“คุณก็พูดเกินไป” ภาสกรกล่าวเสียงอ่อยๆ
“เกินไปตรงไหนประชุมกี่ครั้งก็พาติดตัวไปตลอด เลขาบ้าบออะไรนักหนา ฉันไม่มีทางเชื่อใจคุณหรอกยิ่งกับนังนั่น มันยั่วคุณมาตลอด ใครๆ ก็รู้ อย่าให้เห็นนะว่าไปกับมันอีกฉันจะเอามาประจานให้ทั่วโรงเรียนไปเลย”
“แล้วนี่มันเื่อะไรที่ไปรื้อฟื้นของเก่ามาแบบนี้ผมก็บอกคุณแล้วไง ว่าผมกับจิราไม่ได้มีอะไรกัน และตอนนี้ผมก็ไม่ดึงเธอมาช่วยงานผมอีกแล้วแล้วจะมาบ่นทำไม”
“แต่ฉันเห็นคุณแอบส่งสายตาหึงหวง เมื่อตอนที่ครูนาวินกับยัยนั่นอยู่ด้วยกัน” วนิดายิงหมัดตรง ทำเอาภาสกรสะดุ้ง
“หึง.... ตอนไหน ไม่มี้”
“อย่ามาทำปากแข็ง ..ฉันสังเกตนะว่า่นี้คุณใจลอยผิดปกติ คงเพราะกลัวจะโดนแย่งของรักไปละสิ อ้อที่สำคัญ นังเด็กนั่น ก็จะโดนแย่งไปอีกคน ฮ่าๆๆ..... ฉันจะสะใจจริงๆที่เสืออย่างคุณจะถูกลูกแมวมาแย่งเหยื่อไปต่อหน้าต่อตา ตั้งสองชิ้น” วนิดาหัวเราะเสียงดัง
“เหยื่ออะไรกัน เด็กนั่นไม่เกี่ยวอะไรด้วยหรอก” ภาสกรรีบออกตัว
“ถ้าวันนั้นฉันไม่มาออกหน้ารับไว้คิดหรือว่า ป่านนี้คุณจะได้นั่งสบายอยู่ตรงนี้ เ้าเด็กนั่นมันร้ายกว่าที่คิดคุณต้องรีบหาทางจัดการโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้ให้เป็เสี้ยนหนาม ยิ่งถ้ามันไปร่วมมือกับครูนาวิน ฉันเกรงว่าเราสองคนคงจะต้านทานไว้ไม่อยู่ แต่ถึงกระนั้นมันก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้ยัยเด็กนั่นเดินลอยชายให้คุณแอบมองอยู่เช่นทุกวัน”
“อะไรของคุณ” ภาสกรปฏิเสธพัลวัน
“คิดหรือว่าชั้นไม่เห็น ฮ่าๆๆ จะบอกให้นะว่าวันนี้มีคนแอบเห็นสองคนนั่นยืนคุยกันกระหนุงกระหนิง ที่ด้านหลังอาคาร” วนิดาแกล้งหยั่งเชิง
“เพราะงี้สินะคุณถึงอารมณ์ดีเป็พิเศษ” ภาสกรสวนกลับไปตรงๆ
“ก็ใช่หนะสิ” วนิดาตอบกลับไปแบบไม่มีอ้อมค้อม “คุณก็รู้ดีนิถึงแม้ฉันจะยอมให้คุณออกนอกลู่นอกทางได้ แต่ผู้หญิงเราก็หวงสามีเป็ธรรมดาคุณเองก็เถอะ อย่าลืมสิ เป้าหมายของเราสองคนคืออะไรฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งโรงเรียนแห่งนี้ไปจากคุณหรอก ที่สำคัญ เมื่อคุณเป็ใหญ่จะต้องเป็ฉันคนเดียวเท่านั้นที่มีอำนาจรองจากคุณในโรงเรียนแห่งนี้คุณอย่าลืมข้อตกลงของเราสิ”
“ผมไม่ลืมหรอกนา”
“งั้นก็รีบเขี่ยคนอื่นๆ ออกไปให้หมดจะได้ไม่มาเกะกะขวางทาง”
“ใครที่ไหนจะมาขวางผมได้อีกเล่า คุณก็รู้ตอนนี้ผมมีอำนาจแค่ไหน แต่มีบางเื่เท้านั้นที่คุณพ่อยังคงไม่ปล่อยให้ผมตัดสินใจเองโดยเฉพาะ..”
“โดยเฉพาะนังเด็กคนนั้น นั่นแหละที่ชั้นสงสัย ทำไมคุณพ่อถึงได้ดูแลเด็กคนนี้ดีนักหนา แถมยังส่งครูนาวินเข้ามาอีกคนเมื่อมาคิดดูแล้ว ถึงแม้คุณพ่อจะบอกว่า ปล่อยทุกอย่างให้คุณบริหาร แต่ดูเหมือนคุณพ่อเองจะไม่วางใจคุณแบบเต็มร้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ท่านยังปิดบังพวกเราอยู่” วนิดาตั้งข้อสังเกต
“ผมเองก็คิดแบบนั้น โดยเฉพาะครูนาวินที่คุณพ่อกำชับกับผมนักหนาว่าให้ดูแลเขาดีดี แต่ผมกลับไม่ถูกชะตากับหมอนี่เลย”
“ถ้าสามคนนั้นร่วมมือกันทุกอย่างก็มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” วนิดาพูดออกมาด้วยความเป็กังวล
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกเชื่อมือผมเถอะ” ภาสกรกล่าวอย่างมั่นใจ
“คนอย่างคุณมีอะไรให้เชื่อเคยทำอะไรสำเร็จบ้าง ถ้าไม่มีชั้น คิดหรือว่า คุณมาถึงขั้นนี้ได้” วนิดาสวนกลับไปจนภาสกรต้องนิ่งเงียบ
ภาสกรทบทวนคำพูดของภรรยามันก็จริงอย่างที่เธอพูด บางที ถ้าไม่มีหล่อน ป่านนี้เขาคงระหกระเหินอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ได้กลับมาเป็ผู้บริหารเช่นนี้
หลายปีก่อน เมื่อเขาเรียนมหาวิทยาลัยด้วยความที่เป็ลูกคนมีเงิน ภาสกรใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา เขารู้จักร้านเหล้ามากกว่าห้องเรียน คบเพื่อนมากหน้าหลายตาที่ล้วนแต่เข้ามาหวังเกาะกินเขาทั้งนั้น
จนย่างเข้าสู่ปีสาม ทั้งสองก็ได้รู้จักกัน เป็เพื่อนที่เรียนอยู่คณะเดียวกันก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสนใจเธอด้วยซ้ำ แต่เมื่อผลการเรียนเริ่มตกต่ำจนทำท่าจะถูกรีไทร์เธอก็ยื่นมือเข้ามาช่วย นับจากนั้น ชีวิตของเขาทุกอย่างถูกบงการโดยผู้หญิงคนนี้แม้จะไม่เต็มใจนัก แต่กลับรู้สึกได้ว่า หากไม่มีเธอคนนี้แล้วชีวิตเขาคงจะหาทางย้อนกลับมายากลำบากเหลือเกิน
เธอเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาทุกอย่างช่วยให้เขาสามารถฝ่าฝันจนจบปริญญาตรีได้ ในเวลานั้น ความคิดของภาสกรอยากอยู่ให้ห่างจากกิจการของทางบ้านเพราะเขารู้ดีกว่า ที่ตรงนั้น เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรดที่พร้อมจะเขมือบเขาเป็เหยื่อ
สองสามปีแรกหลังจากเรียนจบ ภาสกรระหกระเหินตระเวนหางานทำย้ายงานครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่สามารถปักหลักปักฐานได้ ชีวิตในตอนนั้นมีเพียงวนิดาที่คอยอยู่เคียงข้างถึงแม้จะลำบากแต่ภาสกรก็ไม่เคยร้องขอเงินจากทางบ้านเขาเชื่อว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่ต้องง้อใคร
แต่เมื่อมาถึงจุดทั้งสองก็รู้แล้วว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องเร่ร่อนหางานทำ ในเมื่อภาสกรคือทายาทเพียงคนเดียวของเ้าของโรงเรียนชื่อดังแห่งนี้ บางที ที่นั่นอาจจะรอพวกเขากลับมาก็ได้วนิดาพยายามคะยั้นคะยอให้ภาสกรยอมกลับบ้าน แม้่แรกอีกฝ่ายยังไม่ยอมแต่เมื่อเธอพูดกรอกหูทุกวัน สุดท้าย ทุกอย่างก็คลี่คลายลง
แรกเริ่มเดิมทีเป็ภาสกรที่กลับไปเพียงคนเดียวเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ถึงกระนั้นงานแรกของเราที่ได้รับมอบหมายจากผู้เป็พ่อ คือเ้าหน้าที่เล็กๆ ในห้องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีอำนาจอะไรนอกจากใช้เวลาวันๆ หมดไปกับการนั่งเฝ้าเครื่องคอมพิวเตอร์และดูเด็กๆ ที่เข้ามาเรียนไม่ให้เปิดเว็บโป๋เท่านั้นเอง
จนเมื่อเขาออกตัวจะแต่งงานและเปิดตัววนิดาให้คนในครอบครัวรู้จัก นับจากนั้นหน้าที่การงานของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆท่ามกลางสายตาที่อิจฉาริษยาของคนรอบข้างและนั่นจึงเป็ที่มีของการล้างบางครั้งใหญ่ในตอนที่เขาก้าวขึ้นมามีอำนาจในการบริหาร
ถึงเขาจะมีศัตรูมากมายแต่เขาก็สามารถผ่านมันมาได้ โดยมีวนิดา คอยเป็ที่ปรึกษาอยู่เื้ั
เมื่อมีตำแหน่งใหญ่โตหน้าที่การงานที่มั่นคง ภาสกรเริ่มกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง โดยมีครูสาวๆและนักเรียนสวยๆ เป็เป้าหมายในชีวิตของเขา
ภาสกรเป็คนฉลาด ทุกอย่างที่เขาทำล้วนปิดเป็ความลับไม่มีใครสักคนที่แพร่งพรายรับรู้เื่ของเรากับผู้หญิงเ่าั้
แต่ทั้งหมดเขาไม่สามารถปกปิดภรรยาของเขาได้
เธอรู้ทุกอย่าง ทุกการกระทำของเขา
เมื่อไม่สามารถห้ามได้การทำข้อตกลงระหว่างสามีภรรยาจึงเกิดขึ้น
ข้อตกลงง่ายๆที่ภาสกรเองก็พร้อมจะยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข นั่นก็คือ ภาสกรจะสนุกแค่ไหนก็ได้แต่อย่าให้เสียชื่อเสียงและหน้าที่การงาน และห้ามนำผู้หญิงเ่าั้ออกมาหน้าฉากภายนอกเขาจะต้องเป็ชายที่รักครอบครัว รักเดียวใจกับภรรยาเท่านั้น ส่วนหลังฉากจะเป็อย่างไรเธอไม่สน ขอเพียงแค่ เมื่อวันหนึ่งที่เขามีอำนาจ วนิดาจะต้องเป็คนกุมทุกอย่างไว้ในมือ
ดังนั้นภาพลักษณ์ของภาสกรบุคคลภายนอกจึงเป็ที่ยกย่อง เชิดชู เขาคือผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่รับ่ต่อกิจการจากผู้เป็พ่อได้อย่างไร้ที่ติเขานำพาโรงเรียนไปสู่เป้าหมายที่คาดหวังไว้ได้อย่างง่ายดายจนได้มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งจังหวัด
แต่นั่น คือก่อนที่เขาจะมีเื่กับพาฝัน ……….
ภาสกรขับรถมาถึงบ้าน เขาหันไปสบตากับภรรยาทั้งคู่รีบปรับเปลี่ยนอารมณ์ขุ่นมัวที่เคยมี ให้กลับมาเป็ปกติให้เร็วที่สุดเพราะทันทีที่เขาเลี้ยวรถเข้าไปในบริเวนบ้าน คุณประพาส ผู้เป็พ่อก็นั่งรอพวกเขาอยู่แล้วที่โต๊ะรับแขกหน้าบ้าน อันเป็ภาพคุ้นตาที่พวกเราพบเห็นได้ทุกวันที่กลับมาถึง
............................................................