ทั้งสามคนนี้ถังฮวนคุ้นเคยยิ่ง เด็กหนุ่มร่างสูงท่าทีสง่างามนั้นมีชื่อว่าถังหง เด็กหนุ่มชุดสีดำมีชื่อว่าถังเจียง ส่วนเด็กหนุ่มที่ดูท่าทีอ่อนแอนั้นมีชื่อว่าถังจวิ้นเจี๋ย
ในเมืองนู่ลั่งมีตระกูลใหญ่อยู่สามตระกูล โดยตระกูลถังก็เป็นหนึ่งในนั้น
ผู้นำตระกูลถังนามถังเทียนเหรินมีน้องชายอยู่สองคนคือถังเทียนซือและถังเทียนเฟิง ถังหงเป็นบุตรชายคนเล็กสุดของถังเทียนซือ ส่วนถังเจียงนั้นเป็นบุตรชายคนที่สองของถังเทียนเฟิง ส่วนถังจวิ้นเจี๋ยนั้นเป็นศิษย์ของตระกูลถัง
ตัวถังฮวนที่เป็นบุตรนอกสมรสมิได้เป็นความลับแต่อย่างใดในตระกูลถัง ตั้งแต่เล็กจนโต เขามักจะถูกศิษย์ของตระกูลถังดูหมิ่นและรังแกอยู่บ่อย ๆ
ซึ่งถังหง ถังเจียงและถังจวิ้นเจี๋ยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ถังฮวนเคยให้คําสาบานเอาไว้ว่าคนที่เคยรังแกเขาจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทํา เพราะเหตุนั้นเขาจึงไม่ย่อท้อในการฝึกฝนมาตลอดสิบปี
"สวะ! กล้าถลึงตามองข้างั้นรึ งั้นก็ดี ข้าจะสั่งสอนเจ้าเสีย!"
เมื่อเห็นว่าถังฮวนใช้สายตาเช่นนั้นมองมาที่ตน ถังหงก็ฉีกยิ้มพลางแค่นเสียงหัวเราะออกมาประหนึ่งปลาฉลามที่ได้กลิ่นคาวโลหิต ฝ่ามือของเขาง้างออกแล้วซัดเข้าใส่ที่หัวไหล่ของถังฮวน
เช้าวันนี้ในระหว่างทางที่บังเอิญเจอถังฮวน เขาลงมือโดยมิได้รู้หนักเบาทําให้อีกฝ่ายตาย พวกถังหงรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงได้ลองมาแอบดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเห็นว่าในตอนนี้ถังฮวนไม่เป็นอะไร ท่าทีของถังหงจึงแปรเปลี่ยนเป็นโอหังขึ้นมาในทันใด
ในขณะที่ฝ่ามือกําลังจะสัมผัสเข้าที่หัวไหล่ของถังฮวน ถังหงก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา แล้วเกร็งนิ้วมือทั้งห้าหมายที่จะใช้แรงยกร่างของถังฮวนขึ้นแล้วทุ่มลงไปที่พื้นดินให้เหมือนกับลูกหมาแช่โคลนดั่งก่อน
ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของถังหงก็พลันแข็งที่อขึ้นในทันใด เมื่อฝ่ามือของเขาจับเข้าที่หัวไหล่ของถังฮวน โดยที่ร่างของอีกฝ่ายไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"พลั่ก!"
หลังจากนั้น ถังหงก็รู้สึกเหมือนกับถูกก้อนหินขนาดใหญ่พันชั่งกระแทกเข้าที่ท้อง อวัยวะภายในคล้ายกับถูกบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"อ่อก..."
เมื่อสิ้นสุดเสียง เขาก็เอามือกุมท้อง ร่างขดงอเหมือนกับกุ้งต้ม ใบหน้าจองหองนั้นหดเล็กลงเหมือนกับดอกเบญจมาศ
"เจ้า เจ้า... หมา... อั่ก..."
ถังหงไม่อยากจะเชื่อว่าถังฮวนจะปล่อยหมัดเข้าใส่ที่ท้องของตน โดยที่ประโยคด่าของเขานั้นยังกล่าวออกมาไม่ทันจบ เสียงร้องก็ตีขึ้นมาจากข้างในลําคอ ก่อนที่ร่างจะกระเด็นลอยออกตลบออกไปกลางอากาศคล้ายกับถูกเมฆหมอกหอบร่างไปอย่างไรอย่างนั้น
"โครม!"
ร่างของถังหงตกลงสู่พื้นข้างนอกร้านตีเหล็ก ในปากเต็มไปด้วยดินโคลน
"นี่มันเรื่องอะไรกัน?"
"ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่?"
ถังเจียงและถังจวิ้นเจี๋ยยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อที่จะรอดูเรื่องบันเทิง ในตอนนั้นพวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพเช่นนี้ พวกเขาทั้งสองตกใจมากจนตาแทบถลนออกมาจากเบ้า โดยในเวลานั้นรอยยิ้มของพวกเขายังมิได้หายไป แต่ได้ถูกเติมแต่งไปด้วยสีของความประหลาดใจ
ถังฮวนยืนอยู่ใต้ชายคา เขามองดูมือขวาของตัวเองด้วยความตกตะลึงและความแปลกใจ
ถังหงและเด็กหนุ่มถังฮวนมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือถังหงได้เปิดชีพจรวิญญาณแล้วห้าเส้น เมื่อเปิดอีกเส้นหนึ่ง เขาก็จะบรรลุระดับยุทธ์ฝึกหัดขั้นที่สอง
ก่อนหน้านี้ตอนที่เจอถังหง เด็กหนุ่มถังฮวนทําได้เพียงแค่ถูกทุบตี โดยที่ไม่มีแม้แต่แรงที่จะสวนกลับ
ครั้งนี้ถังฮวนคิดเอาไว้ว่าถึงจะถูกต่อยตีจนหน้าบวมเบ่ง เขาก็อยากจะเอาคืนถังหง
ถึงแม้ว่าในวันนี้เขาจะเปิดชีพจรวิญญาณได้สามเส้นแล้วบรรลุระดับยุทธ์ฝึกหัดขั้นที่หนึ่ง แต่ระหว่างเขาและถังหงนั้นก็ยังห่างกันอยู่สองเส้นชีพจรวิญญาณ เขาจึงไม่รู้สึกว่าตนนั้นจะเอาชนะถังหงได้
ทว่าเขานั้นคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถทําให้ถังหงมีสภาพน่าอนาถเช่นนั้น
"แค่ก แค่ก!"
ในที่สุดถังหงก็ได้สติ เขาคายดินที่อยู่ในปากออกไป พลางยันร่างลุกยืนขึ้น ในตอนนั้นโลหิตก็ไหลออกมาจากรูจมูก ฟันร่วงหล่นลงมาสองซี่
"บัดซบ เจ้าหาที่ตายนัก!"
ถังหงแผดเสียงคํารามลั่นด้วยโทสะแล้วจึงชักกระบี่ที่เอวออกมาจากฝัก
เขาคิดอยู่แล้วว่าถังฮวนจะต้องโต้กลับ ทว่าถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด การโจมตีของคนธรรมดาคนหนึ่งมิได้มีผลอะไรกับว่าที่ระดับยุทธ์ฝึกหัดขั้นที่สองเช่นเขา ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กลับให้ความรู้สึกอัปยศประจักษ์ขึ้นในหัวใจของเขา ตนได้ถูกเด็กที่ตัวเองรังแกมาหลายปีต่อยจนร่างกระเด็น
ในตอนนั้น ถังหงรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้า ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยโทสะ เขาอยากจะต่อยหน้าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเสียอย่างอดไม่ได้
เมื่อเดินออกไปสองสามก้าว ถังหงก็รู้สึกเจ็บปวดแปลบขึ้นมาที่ท้อง ทว่าถึงกระนั้นเขาก็อดทนแล้วถือกระบี่ยาวพุ่งเข้าไปตรงหน้าของถังฮวน
"ค้อนดาวตก!"
ดวงตาของถังหงแดงก่ำพลางแผดเสียงคํารามลั่น แขนยกขึ้นพลางตวัดกระบี่ยาวที่อยู่ภายในมือลงไปประหนึ่งค้อนเหล็กพุ่งตรงไปยังถังฮวนอย่างรวดเร็วราวกับดาวตก ทั้งยังมีเสียงหวีดร้องโต้ลมแผดดังลั่น
'ค้อนดาวตก' นี้ แม้จะมีชื่อว่า 'ค้อน' ทว่ามันมิใช่วิชาค้อน แต่เป็นเคล็ดวิชากระบี่แขนงหนึ่ง ในทักษะการต่อสู้ระดับต่ำของตระกูลถัง ค้อนดาวตกถือว่าเป็นวิชาที่ไม่เลว ความพิเศษของมันก็คือความหนักและความเร็ว”
กระบี่ที่หนักดั่งค้อน ทั้งยังรวดเร็วประหนึ่งดาวตก ถังหงได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาค้อนดาวตกมาหลายปีแล้ว และทําให้เขาเชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้ระดับต่ำนี้เป็นอย่างดี- โปรดติดตามตอนต่อไป -