.
.
..อิชะ
“บอกนายพวกแกว่าคนของท่านประธานมาขอพบ” ผมบอกลูกน้องของโทนี่ ฉิน ผมกับคิลเดินผ่านรั้วบ้านเข้ามาโดยที่ไม่เกิดการปะทะ เข้าใจว่าโทนี่เองก็คงกำลังรอพวกเราอยู่ ..อย่างสันติ
“นายบอกว่ายังไม่พร้อมให้พบ”
“บอกนายของแกว่าฉันไม่มีเวลา”
“งั้นก็ต้องฝ่าพวกเราเข้าไปให้ได้”
..ไม่ได้จะสันติสินะ “งั้นฉันขอเตือน ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็ให้พวกเราผ่านเข้าไปซะ”
“แต่พอดีว่าพวกฉันอยากเจ็บตัว” ไอ้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้น ในมือของพวกมันที่ยืนดาหน้ากันเป็กองร้อยล้วนมีอาวุธครบมือ ทั้งมีด ปืน โซ่ ที่ช็อตไฟฟ้า ท่อนเหล็ก ไม่ว่าจะอันไหนก็ไม่น่าเล่นด้วยทั้งนั้น ดูท่าพวกมันจะแค้นคิลมาก ผมจำภาพเหตุการณ์คืนนั้นได้ดี เพราะเป็ผมที่คอยดูภาพจากกล้องวงจรปิดให้ คิลจัดการพวกมันทั้งฝูงด้วยมือเปล่า การมาครั้งนี้ของคิลคือการเดินมาตายชัดๆ
“ฉันไม่ได้อยากสู้สักนิด..” คิลพูดลอยๆ ขึ้นจากด้านหลัง แถมมันยังจะเดินกลับออกไปที่รั้วประตู
“แกจะไปไหน!” ลูกน้องของโทนี่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งะโถามพลางพากันเดินบีบระยะห่างเข้ามาทางคิล พวกมันล้อมพวกเราไว้รอบด้าน ..นายจะทำยังไงคิล
“ฉันจะไปที่ชอบๆ แต่ไม่ใช่ที่นี่” คิลยังพูดโต้ตอบกับพวกมันด้วยท่าทีสบายๆ
“เสียใจด้วยพวกแกคงไปที่ชอบๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะแก!” แล้วไอ้คนพูดก็เปิดพิธีพุ่งเข้าโจมตีคิล!!
.
..ห้องนอนชั้น 2
..อาร์
ภาพของชายสองคนที่ตกอยู่ในวงล้อมของคลื่นลูกน้องของโทนี่ทำผมใจหาย จำนวนมันแตกต่างกันเกินไป ต่อให้คิวเก่งแค่ไหน แต่ครั้งนี้มันยากเกินไป “อย่าทำอะไรคิว แกก็รู้ว่าคิวเป็อาวุธของโนอาห์ ถ้าเขาเป็อะไรไป อย่าคิดว่าโนอาห์จะปล่อยให้แกมีชีวิตรอด แล้วไหนแกบอกว่าจับฉันมาก็เพื่อต่อรอง”
“ทำไงได้ ลูกน้องของผมเ็ปจากที่มันมาอาละวาดคราวที่แล้ว แล้วก็พอลองมาคิดดูอีกที ถ้ามนุษย์โคลนนี่ตายไปได้ โนอาห์ก็จะหมดช่องทางค้าขายไปอีกหนึ่ง ถึงมันจะผลิตได้อีก แต่ก็คงไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่ ซึ่งก็ส่งผลดีต่อมนุษยชาติ และที่สำคัญ หมออาร์ของผมจะได้อยู่เล่นสนุกกับผมนานๆ ผมว่าก็เข้าท่านะ”
“แ..!” ไอ้โทนี่เอามือปิดปากผม
“จุ๊ๆ ห่วงมันขนาดนี้ ผมลำบากใจนะ จริงๆ ผมช่วยโนอาห์คิวซีสินค้าด้วยซ้ำ ถ้ามนุษย์โคลนนั่นฝ่าด่านลูกน้องผมไม่ได้ ..โนอาห์จะได้ไม่ขายหน้..!!” ผมกัดเข้าที่มือของโทนี่ มันร้องเสียงดังทันที “ให้ดูดีๆ คงไม่สนุกสินะ” โทนี่พูดพลางสลัดมือที่โดนผมทำร้ายและเดินไปที่มุมด้านหนึ่งของห้อง มันหยิบของบางอย่างติดมือและเดินกลับมาหาผมที่เตียง มันเอียงคอเลียริมฝีปาก สายตาของโทนี่กดเรียวรีเล็กลงมองมาที่ผม ..มันเต็มไปด้วยอารมณ์ “คราวนี้จะไม่มีใครมาขัด่เวลาระหว่างเราสองคนได้แน่ เพราะคนของผมดักรอมันอยู่แทบจะทุกตารางนิ้วของบ้าน” มันพูดพลางคลายมัดหนังที่ห่อหุ้มของบางอย่างไว้ มันพูดพลางคลายมัดหนังที่ห่อหุ้มของบางอย่างไว้ ..สนับมือเหล็กปลายแหลม “เสียดายที่ผมไม่ได้เตรียมชิ้นอื่นมาด้วย แต่อันนี้เป็ชิ้นโปรดของผมนะ ลงมือทีไร อา.. เสียงช่างไพเราะ คุณหมออาร์เองก็เคยบอกผมนิว่าคุณชอบส่งเสียง”
“!!!”
.
..ลานหน้าบ้าน
..อิชะ
มันขนคนมาเป็ฝูง.. จัดการไปเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้จักจบจักสิ้น ผมเริ่มหอบเหนื่อยต่างจากคิลที่ดูจะยังสู้ต่อได้ทั้งที่รอบตัวมีพวกมันนอนล้มเกลื่อนกระจาย เสียงลูกะุปืนดังเป็ระยะ ..คงโดนสั่งว่าอย่าทำให้พวกเราถึงตาย ผมโดนถากเข้าที่ต้นแขนหนึ่งนัด เืกำลังไหลจนมือเหนียวลื่น แต่แค่นี้ไม่ได้ทำให้ร่างกายที่ถูกฝึกมาอย่างดีสั่นไหว
“พวกเราถอยไม่ดีกว่ารึไงอิชะ” คิลพูดเสียงดังพอประมาณ
“ฉันไม่รู้จักคำว่าถอย”
“ตัวฉันน่ะไม่เป็ไร แต่ฉันว่านายดูไม่ค่อยดีนะ”
“ฉันยังไหว” ..ใช่ ผมชักจะไม่ไหว ถึงใจจะยังสู้ แต่การเคลื่อนไหวของตัวเองเริ่มช้าลง พวกมันคนนึงใช้ของแข็งฟาดเข้าที่หลังของผม ขณะที่ผมตัวงอเพราะแรงนั้น หน้าอกก็ถูกพวกมันคนนึงใช้มีดยาวฟันเป็ทางยาว เืข้นซึมผ่านเสื้อที่ขาดออกเป็สาย ผมยกปืนที่อยู่ในมือขึ้น ..แต่ลูกะุหมดไปแล้ว ..เสียทีที่เป็คนขององค์กร อาวุธในมือมีมากมาย แต่กลับสู้พวกโจรกระจอกที่ใช้แต่กำลังไม่ได้ ผมโดนตีซ้ำที่หลัง และถูกเตะตัดขาจนล้มนอนแผ่ลงกับพื้นคอนกรีต ..ขอโทษนะคีย์ ที่ดูแลคิลต่อให้ไม่ได้
.
..ห้องนอน
..อาร์
“...” ผมกัดริมฝีปากกลั้นเก็บเสียงไว้ไม่ให้เล็ดลอด ทั้งที่ปลายแหลมของอาวุธเจาะลึกเข้ามาที่หน้าอกซ้ายอย่างช้าๆ
“เข้มแข็งกว่าที่ผมคิดไว้ ดี ผมชอบคนทนๆ พวกที่โดนนิดโดนหน่อยก็ร้อง มันน่ารำคาญ” โทนี่ชักมือที่ฝากรอยแผลออกจากอกผม แล้วเปลี่ยนเป็เอาลิ้นเปียกมาชิมเืที่ไหลสดๆ มันไล่ดูดดื่มของเหลวนั่น และลามเรื่อยขึ้นมาบนคอของผม
“ไอ้โรคจิต!”
“พูดไม่เพราะอีกแล้ว แต่ผมชอบนะ คำด่าของคุณหมอน่าฟังที่สุด ดูสะอาด” ไอ้โทนี่คลายปมเสื้อคลุมของผมออก และเปิดมัน ใจของผมเต้นแรง พลันนึกถึงคิว ..ความช่วยเหลือเดียวที่จะเป็ไปได้ ผมเหลือบมองไปที่ทีวีนั่นทั้งที่ไอ้โทนี่นั่งคร่อมอยู่บนตัว ทั้งที่ขนาดของคนสองคนนั้นช่างเล็กเมื่อฉายอยู่บนจอใหญ่ แต่ทั้งคู่ก็เด่นชัดเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงลูกน้องของโทนี่ที่พากันรุมล้อม ชายคนนึงนอนแน่นิ่งไปแล้ว ขณะที่อีกคนยังคงยืนหยัดต่อสู้ จนในที่สุดก็เป็ฝ่ายโทนี่ที่พ่ายแพ้ เขาเดินไปหาร่างของเพื่อนที่สลบไสล และอุ้มขึ้นพร้อมกับเดินออกจากประตูรั้วไป..
“โอ้โห ผิดคาดไปกันใหญ่ เฮ้อ ดูท่าคุณหมอจะไม่ได้มีความหมายอะไรกับมันแล้วสินะ ไม่เป็ไร ถ้างั้นเราก็มาสนุกกันให้เต็มที่ ลืมคนเก่าไปซะ แล้วผมจะเป็คู่หูคนใหม่ของคุณหมอเอง” ไอ้โทนี่พูดจบก็ฝังริมฝีปากลงบนตัวผม มันเที่ยวชิมร่างกายของผมราวกับหมาป่าที่อดอยาก ขณะที่ผมคิดอะไรไม่ออก ..คิวลืมผมไปแล้ว ความพยายามตลอดครึ่งปีที่เข้าใจมาตลอดว่าวันนึงจะได้คิวกลับมา ..ผมไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว ..ไอ้เชี่ยคิว
ก็อกๆ
“เข้ามา”
“นายครับ! มัน..”
“งั้นเหรอ อืม ออกไปได้ รู้นะว่าต้องทำอะไร”
“ครับนาย”
“ดูท่าผมจะเข้าใจผิดไปนิดหน่อย” ไอ้โทนี่มันพูดอะไรผมไม่ทันฟัง รู้แค่ตอนนี้มันลุกออกจากตัวผม มันไล่เดินแก้ปมผ้าที่ขึงตัวผมไว้ รวมถึงกระชากเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมือของผม
“เอาล่ะ เรามาทำงานเป็ทีมกันเป็ครั้งสุดท้ายกันเถอะ”
“...”
“ถ้าผมทายถูก ผมก็จะยอมปล่อยคุณไป แต่ถ้าผมทายผิด เราคงไม่ได้เจอกันอีก”
“หมายความว่ายังไง..”
“ไอ้มนุษย์โคลนนั่นมันย้อนกลับมา”
“...”
“ผมอยากจะวัดใจมันแทนคุณหมอ ว่ามันยังรู้สึกอะไรกับคุณอยู่ไหม”
“...”
“เรามาเล่นเกมกันเถอะ”
.
..คิล
น่ารำคาญจริงๆ ไอ้การที่ฝืนตัวเองไม่ให้ย้อนกลับมาไม่ได้ เพราะความอยากรู้ว่า ‘เด็กคนนั้น’ ของคีย์กับอิชะเป็ยังไง โทนี่ ฉินคือใคร มันกำลังทำอะไรเด็กคนนั้น แล้วฉันจะกลายเป็อาวุธที่สมบูรณ์แบบได้ยังไง ..ไม่เห็นจะเข้าใจ ไอ้พวกแมงเม่าที่เก่งไม่จริงนี่ก็เหมือนกัน กว่าจะหมดก็เล่นเอาเสียเหงื่อไปไม่น้อย จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องที่ประตูถูกเปิดกว้างบนชั้น 2 ..คงเป็ห้องนี้ ผมเดินผ่านประตูเข้าไป ห้องทั้งห้องเป็สีขาวเปิดไฟสว่าง มีคนสองคนนั่งอยู่บนเตียง แน่นอนว่าเป็เด็กคนนั้น ..แต่ดันมีเด็กคนนั้นถึงสองคน
.
..อาร์
ผมกำลังถือปืนจ่อไปที่หัวของโทนี่ ฉินที่ตอนนี้มีใบหน้าเหมือนกันกับผมราวกับแฝด
“ผมอยากให้คุณจ่อปืนกระบอกนี้มาที่ผม แล้วเรามาดูกันว่า คู่รักของคุณจะยังจำคุณได้รึเปล่า”
“ทำไมต้องทำแบบนี้”
“ก็เพราะมันสนุกยังไงล่ะ ตื่นเต้น คุณเองก็อยากรู้อยู่แล้วนิว่าเขาจำคุณได้รึเปล่า ถ้าจำไม่ได้ คุณก็แค่ยิงผมซะ แล้วหนีไป.. แต่ถ้าเขาจำคุณได้ เขาช่วยคุณ ผมก็แค่ตาย”
“นายทำแบบนี้แล้วจะได้อะไร”
“มันเป็ความรื่นรมย์ของผม ซึ่งคุณคงไม่เข้าใจ”
ผมเล่นเกมเพราะก็อยากรู้จริงๆ ว่าคิวจำผมได้ไหม และอีกอย่าง ชีวิตของโทนี่ ฉิน หนึ่งในแบล็คลิสของผู้ร้ายระดับโลกอยู่ในมือผม ไม่มีอะไรเสียหายที่จะเล่นไปตามเกมของมัน ..มีคนคนนึงกำลังเดินเข้ามาในห้อง ผมมองไล่จากปลายรองเท้าจนถึงใบหน้า เค้าโครงหน้าตาที่ใกล้เคียงคำว่าคุ้นเคย ดวงตารีใต้คิ้วเข้ม จมูกที่โด่งเป็สัน ปากที่เรียวพอเหมาะกับรูปหน้าที่ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ..ใช่คิวแน่ ถึงแววตาของคิวคนนี้จะช่างเ็า ..เหมือนทุกครั้งที่คิวอยู่ในสภาวะใช้ความคิด และตื่นตัว ..ผมจำหน้าคิวได้แล้ว
“คิว..”
“คิว..”
“พวกแกเล่นอะไรกัน”
“แกมาช่วยฉันไม่ใช่รึไง รีบๆ มาช่วยสิ” โทนี่ ฉินที่หน้าตาเหมือนผมพูดขึ้น
“…”
“ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งเล่นกับพวกแกทั้งวันนะ”
“..งั้นก็ไปซะ” ผมพูด ก็ถ้าในเมื่อมันจำผมไม่ได้ ก็ไม่มีความจำเป็ที่จะรั้งไว้ ..ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองปล่อยให้หยดน้ำใสๆ ไหลออกจากตา ตอนนี้ใจของผมมันอ่อนแอจนไม่อยากจะรับรู้ความจริงตรงหน้า ผมลดมือที่ถือปืนลง ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเล่นเกมบ้าๆ นี้ต่อไป ผมเบือนหน้าหนีจากคิว มันทรมานเกินไป การได้เจอคนที่เรารัก แต่เขากลับไม่เห็นความสำคัญของเราอีกต่อไปแล้ว
“ดี อยากกลับไปนอนจะแย่” คิวหันหลังเพื่อเดินออกจากห้อง ผมเห็นภาพด้วยหางตา ผมหลับตาลงพร้อมกันกับที่น้ำตาเม็ดใหญ่หยดลงเปียกแก้ม “..แต่ฉันคงต้องพาตัวนายกลับไปด้วย” คิวเดินกลับมาและพุ่งตัวเข้าหาโทนี่ ฉิน คิวจับเข้าที่คอของโทนี่ พร้อมกับรั้งตัวให้ยกสูงขึ้นจากเตียงจนร่างของโทนี่พิงติดอยู่กับกำแพงเหนือเตียง ส่วนโทนี่เองก็ไม่ได้ยอมอยู่ใต้อาณัติของคิวนาน มันใช้เท้ายันเข้าที่อกของคิวจนร่างคิวกระเด็นไกลออกไป โทนี่ลุกขึ้นเดินเข้าหาคิวที่ยังทรงตัวได้ไม่ถนัดนัก มันปล่อยหมัดเข้าที่หน้าและท้องของคิว ซ้ำยังประสานมือทุบเข้าที่หลังท้ายทอยจนคิวทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้ามัน
“ไม่ฉลาดเลยน้ามนุษย์โคลน กลับออกไปดีๆ ซะั้แ่เมื่อกี้ก็จบแล้ว” โทนี่พูดจบก็ใช้เข่ากระแทกเข้าใต้คางของคิว มันควานหาของบางอย่างในกระเป๋ากางเกง ..เข็มฉีดยา “คราวที่แล้วมึงทำให้กูสลบไปทั้งที่ยังไม่ทันได้มีความสุขกับคุณหมออาร์ คราวนี้กูคงปล่อยมึงไว้ไม่ได้”
กริ๊ก
“วางมันลงซะ ไม่งั้นแกได้ไปต่อคิวเฝ้ายมบาลแน่” ผมประชิดตัวโทนี่ ฉินพร้อมกับปืนที่จ่อที่หัวของมัน
“เกือบลืมไปว่าคุณหมอก็อยู่ในห้องนี้ด้วย” โทนี่ ฉินหันหน้ามามองผมด้วยสายตาเ้าเล่ห์ มันคว้าเข้าที่กระบอกปืน ซ้ำยังกดเอารูะุจ่อแนบที่หัวของมัน “ยิงได้เลยครับคุณหมออาร์ ถ้าเป็คุณ ผมยอมตาย”
“ประโยคน้ำเน่า” ผมกดไกปืนทันที
………….
“เฮ้อ คุณหมอนี่ โดนหลอกซ้ำหลอกซากจริงๆ คุณคิดเหรอว่าคนอย่างผมจะยอมตายง่ายๆ” มันปัดเอากระบอกปืนออกจากหัวและคว้าข้อมือของผมให้ไพล่หลัง กดตัวผมให้โน้มตัวลงอยู่ใต้การควบคุมของมัน ผมพยายามกระทุ้งข้อศอกเข้าที่ท้องของมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ มันล็อกตัวผมไว้ด้วยแขนล่ำและกระซิบที่ข้างหู “ผมเสียใจนะที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยแค่นี้ ..แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะรีบส่งคู่ขาของคุณตามไป ..เป็ของที่ระลึก”
“!!”
“ไว้เจอกันชาติหน้านะคุณหมอ..” โทนี่ง้างมือที่ถือเข็มฉีดยาขึ้นและแทงมันเข้าที่ลำคอของผม
.
..คิล
เล่นเอาซะจุกและมึน หมัดหนักอย่างกับเอากระสอบข้าวมาถ่วงไว้ที่มือ ไอ้บ้านี่มันไม่ธรรมดาไม่เหมือนลููกน้องของมัน
“ไว้เจอกันชาติหน้านะคุณหมอ..” เสียงของไอ้บ้านั่นที่กำลังง้างมือที่ถือเข็มฉีดยาขึ้นและกำลังจะแทงลงที่คอของ.. เด็กนั่นของคีย์กับอิชะ ..ควบคุมตัวเองไม่ได้!! ปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายมันเป็ไปเอง ..ข้อมือของไอ้บ้านั่นอยู่ในมือทันทีที่พุ่งตัวไปถึง ออกแรงบิดแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนจากที่จำความได้ รู้สึกเหมือนกระดูกของมันแทบจะแหลกคามือ ..เข็มฉีดยาตกลงบนพื้นทันที
“แก!!” ไอ้บ้านั่นแหกปากร้องเสียงดังสนั่น เกือบจะเอ่ยปากขอโทษ ..แต่ก็ไม่ แถมยังเอาเท้าแตะเข้าที่ข้อพับหลังเข่าของมันให้งอหักลงจนมันคุกเข่ากองกับพื้น ..เหยียบซ้ำ กดน้ำหนักลงจนกระดูกขามันส่งเสียงลั่น ..ตามด้วยกระแทกเข่าเข้าที่แผ่นหลังของมันจนมันล้มลงนอนเหยียด ..เข็มฉีดยาถูกถืออยู่ในมือ ลองชิมรสชาติดูเองก็แล้วกัน ..ยาที่อยู่ในกระบอกถูกฉีดจนหมดแห้ง ไอ้บ้านั่นดิ้นไปมาด้วยความเ็ปทรมาน
“ยินดีด้วยนะคุณหมอ..” มันพูดก่อนจะแน่นิ่งไป เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวจนสมองประมวลภาพแทบไม่ทัน ..นี่ฉันเป็อะไรไป!! จู่ๆ โลกที่อยู่ตรงหน้าก็เอียงไปมา เด็กคนนั้นยืนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ดูเป็ห่วง ..เป็ห่วงงั้นเหรอ?
“คิว.. มึงโอเคไหม” ไม่แค่พูดเปล่ายังยื่นมือมาจับที่แขน
“…” ..ออกแรงสะบัดนิดเดียวก็หลุด แรงจะยืนของตัวเองยังไม่มีด้วยซ้ำ ยังมาทำเป็ห่วงคนอื่น
“จำกูได้ใช่ไหม..” ไอ้เด็กนี่พูดจาอะไรฟังไม่รู้เื่ แถมยังโผตัวเข้ามากอดทั้งที่ไม่อยาก พอจะออกแรงผลักก็ดันปวดหัวจนต้องเอาสมาธิไปอยู่กับความเ็ปมากกว่ามารยาทของไอ้เด็กนี่
“ปล่อย..”
“ไม่ กูไม่ปล่อย กูจะไม่ปล่อยมึงไปไหนอีกแล้ว” มันเอามือมาประคองหน้าให้มองไปที่มัน ..ใบหน้าขาวสะอาด คิ้วเข้ม ตากลมไม่เล็กไม่โต จมูกโด่ง และรูปปากที่.. อยากลองััั้แ่เมื่อวานที่ตึกนั่น แรงดึงดูดยั่วยวนมากกว่าของอิชะหลายเท่า ไม่ใช่ กับอิชะก็แค่การทดสอบว่าสิ่งที่เผลอรู้สึกมันใช่สิ่งที่้าจริงๆ รึเปล่า ..ก็แค่แบบสอบถามตัวเองเบื้องต้น ไอ้เด็กนี่พยายามรั้งเอาหน้าของเราให้ใกล้กัน ..อีกนิดเดียวริมฝีปากก็คงจะแตะกันแล้ว ..มันก็แค่อีกการทดลองกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้ง ขณะที่ร่างกายไม่คิดต่อต้านอ้อมกอดและรสัั แต่จู่ๆ สายตาก็สะดุดเข้ากับการเคลื่อนไหวของลูกน้องของไอ้บ้าที่เพิ่งบอกลาโลกไป พวกมันปรากฎตัวที่หน้าประตูห้อง ในมือมีปืนและกำลังเล็งมาที่เด็กนี่ ..รู้ตัวอีกทีก็เผลอหมุนเอาตัวเองเป็เกราะกำบัง คงเพราะมั่นใจในประสิทธิภาพของเสื้อกันะุที่ใส่อยู่ และในวินาทีนั้นเอง เสียงรัวะุปืนก็ดังสนั่นในระยะหูดับ พอหันหน้าไปมองไอ้เด็กที่อยู่ในอ้อมแขน แววตามุ่งมั่นของมันกำลังมองไปที่เป้าหมายอย่างแน่วแน่ ..ในที่สุดเสียงปืนก็เงียบลง การปะทะคงจบแล้ว ไม่มีพวกของมันเหลือรอด.. ไอ้คนเด็กกว่าคลายอ้อมกอดที่รัดแแ่เมื่อกี้ออก
“อ่ะ ปืนของมึง” ..รับปืนของตัวเองกลับมาด้วยความไม่เข้าใจ อาวุธที่มักพกไว้ที่กระเป๋าหลังของกางเกง.. ไอ้เด็กนี่มันรู้ได้ยังไง
“รู้ได้ไง..”
“ก็กูรู้จักมึงดี ..คิว”
.
.
.