Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    No.14 ฝึกซ้อมการต่อสู้

    เมื่อฟ็อกซ์ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของโลกอาร์เทเรี่ยน ก็ทำให้เข้าใจความหมายทั้งหมดได้ในทันที แม้จะยังสงสัยในเรื่องความแข็งแกร่งของอสูรภายในหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า ว่ามันจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนกับดันเจี้ยนทั่วๆ ไปก็ตามที
    ผ่านไปไม่นานนักก็หมดคาบเรียนที่สุดแสนจะน่าเบื่อ เมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์โยฮันเอ่ยจบการสอน นักเรียนทั้งหมดต่างนั่งนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวไปไหน ก่อนจะปรากฏวงเวทย์ขนาดเล็กเหนือศีรษะของนักเรียนที่สลบไปเพราะเสียงคำรามของอาจารย์
    "ซู่ววว!!!!"
    ฉับพลันนั้นเองก็ปรากฏสายน้ำออกมาจากวงเวทย์แต่ละวง เพื่อปลุกนักเรียนที่ยังสลบเหมือดไปอยู่ จนเสียงของนักเรียนร้องดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง ก่อนที่อาจารย์โยฮันจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหี้ยมเกรียมผิดกับบุคลิก
    "นักเรียนที่ไม่ได้ฟังการสอนในวันนี้ให้ไปหาถามเพื่อน และจงไปทำรายงานเกี่ยวกับวิชาประวัติศาสตร์มา หากพรุ่งนี้อาจารย์ได้รับการบ้านมาไม่ครบ พวกเธอที่ไม่รู้เรื่องจะต้องได้รับการลงโทษที่สาสม"
    สิ้นเสียงของอาจารย์โยฮันก็เรียกวงเวทย์ขึ้นมา และเคลื่อนย้ายหายไปจากจุดเดิมทันที ก่อนที่ฟ็อกซ์จะแยกออกไปเพื่อรีบไปทานอาหาร ด้วยความที่ว่าเขาใช้ชีวิตคนเดียวจนเคยชิน จนถึงกับลืมไปว่าเขายังมีเพื่อนใหม่หลายคนอยู่ ทันทีที่ฟ็อกซ์ปลีกตัวออกมาสิ่งแรกที่เขาทำคือเริ่มครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้
    "นายนี่น้า!! ลืมไปหรือไงว่ามีพวกเราอยู่ด้วย" โซลที่วิ่งตามมาหลังจากที่ฟ็อกซ์แยกตัวออกไป
    "อะ..เอ่อ..ขอโทษที ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ!!" ฟ็อกซ์ตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
    "คิดเรื่องการพิชิตหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าหรือไง!?" ราเซียเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
    "อืม..ก็แค่สงสัยน่ะ เวลา 10,000 ปีทำได้เพียงแค่เคลียร์ชั้นที่ 25 ได้เท่านั้น แล้วจะต้องใช้เวลามากแค่ไหนในการพิชิตดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าชั้นที่ 100 ได้กันล่ะ" ฟ็อกซ์พูดตามที่ตนคิด
    "นั่นมันสำคัญด้วยงั้นหรือ!?" คุรุมิถามขึ้นบ้างโดยมีสายตาของฟ็อกซ์มองอย่างสงสัย
    "นั่นน่ะสิ!! สิ่งที่ต้องเป็นกังวลที่สุดคือฤดูจำศีลไม่ใช่หรือ และที่สำคัญหากเผ่าเซเรนไม่ติดอันดับ 10 ก็คงเป็นเฉกเช่นเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่ต้องล่มสลายไปหลังจากสิ้นสุดสุดการจัดอันดับเมื่อหมื่นปีก่อนนะ" ชอร์นไขข้อสงสัยให้จนทำให้ฟ็อกซ์ที่ลืมเลือนเรื่องสำคัญไปถึงกับเพิ่งคิดได้
    "หมายความว่าในเวลานี้การพิชิตดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าเป็นเป้าหมายรอง ทว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันในฤดูจำศีลสินะ"
    "ใช่แล้ว!! เพราะตามกฏของหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้ามีอยู่ว่าในรอบพันปีจะต้องเคลียให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชั้น มิเช่นนั้นเผ่าพันธุ์ที่อันดับต่ำสุดในการพิชิตดันเจี้ยนจะต้องล่มสลายน่ะ ที่สำคัญคือในรอบพันปีนี้เผ่าเซเรนก็บรรลุเงื่อนไขนั่นแล้ว ที่ควรเป็นกังวลที่สุดคือฤดูจำศีลในปีหน้ามากกว่า" ชอร์นสรุปให้ฟ็อกซ์ฟังคร่าวๆ
    "ทำไมล่ะ!!" ฟ็อกซ์ถามอย่างแปลกใจ
    "เฮ้อ!! นี่นายเป็นรัชทายาทได้ยังไง ทำไมถึงไม่รู้เรื่องประวัติศาสตร์บ้างเลยนะ" ราเซียเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ
    "โทษทีฉันมัวแต่หมกหมุ่นกับการต่อสู้มากเกินไปหน่อยน่ะ เลยไม่ค่อยได้มีเวลาศึกษาประวัติศาสตร์สักเท่าไหร่ ถ้ายังไงช่วยอธิบายให้ฉันฟังทีได้ไหม" ฟ็อกซ์ได้แต่หาข้ออ้างกล่าวออกไปมั่วๆ
    "เพราะฤดูจำศีลในปีหน้านั้นครบรอบ 1,000 ปีจึงมีความรุนแรงมากกว่าทุกๆ ปีถึงสิบเท่า ทำให้ทุกราชอาณาจักรต้องอพยพประชาชนทั้งหมดมาที่โรงเรียนหลวง และเกณฑ์กองกำลังจากหกอาณาจักรมาปกป้องโรงเรียนหลวง นั่นคือเหตุผลหลักในการดำรงอยู่ของโรงเรียนหลวง เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การฝึกคัดสรรนักเรียนเท่านั้น แต่เพราะนักเรียนทั้งหมดในภายภาคหน้า จะต้องสืบทอดต่อเจตจำนงค์ในการดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ต่างหาก" ราเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เพราะทุกๆ ปีอาณาจักรของเธอต้องสูญเสียทหารไม่น้อยเพื่อปกป้องประชาชน
    "เข้าใจล่ะ!!" ฟ็อกซ์ที่สามารถปะติดปะต่อเหตุการณ์ทั้งหมดได้แล้ว ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ
    หลังจากมื้อกลางวันผ่านพ้นไปฟ็อกซ์และกลุ่มก็ต้องเข้าไปเรียนในคาบต่อไปทันที ซึ่งเป็นคาบเรียนที่ฟ็อกซ์แทบจะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่นัก หรือก็คือวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่านั่นเอง เพราะในเวลานี้เขาอยากเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้มนตราให้ถูกต้องซะมากกว่า
    ลานฝึกซ้อม...
    เวลานี้ทุกคนอยู่ภายในโดมขนาดใหญ่ด้านหลังโรงเรียนหลวง ที่รายล้อมไปด้วยข่ายมนตรานับแสนชนิด ที่มีไว้ปกป้องหรือก็คือสถานที่หลบภัยของประชาชนทั่วไปนั่นเอง แต่ในเวลานี้มันกลายเป็นลานฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ที่น่าแปลกก็คือสถานที่แห่งนี้จะมีเพียงนักเรียนห้องเรียนที่ 1-3 และนักเรียนชั้นเรียนพิเศษเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาฝึกในสถานที่แห่งนี้ ถัดไปไม่ไกลนักก็มีนักเรียนชั้นปีสองและสามฝึกการต่อสู้อีกห่างออกไปอีกด้าน ส่วนนักเรียนที่นอกเหนือจากนั้นจะถูกไปฝึกที่บริเวณลานกว้างหน้าโรงเรียนทั้งหมด
    ทว่าก้าวแรกที่เหล่านักเรียนได้เหยียบย่างเข้ามา ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทันที เพราะพลังมานาในตัวของพวกเขาทั้งหมดพลันหายไปซะอย่างนั้น หรือก็คือภายในพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถใช้มนตราได้นั่นเอง
    คาบเรียนนี้มีอาจารย์วาสโก้ [หนึ่งในแปดองค์รักษ์ของอาณาจักเซสซาร์] เป็นผู้สอน ฟ็อกซ์หรี่ตามองอย่างแปลกใจ เพราะเขาจำได้ว่าอาจารย์คนนี้เป็นหนึ่งในแปดองค์รักษ์ ที่ไปท้าประลองกับเขาจนได้กลายมาเป็นนักเรียนของโรงเรียนหลวง แต่กระนั้นเองเขาก็ยังไม่สนใจในเรื่องการต่อสู้มือเปล่าเท่าไหร่นัก
    "จงฟัง!! นักเรียนในชั้นปีหนึ่งทุคนข้าให้เวลาพวกเจ้าสิบนาทีในการเลือกคู่ต่อสู้ซ้อมมือ"
    สิ้นเสียงอาจารย์วาสโก้ ราเซียก็รีบมุ่งหน้าไปเพื่อเลือกฟ็อกซ์มาเป็นคู่ซ้อมมือทันที แต่ทว่าเธอกลับต้องผิดคาดเมื่อมีนักเรียนจากชั้นปีสาม เดินพุ่งเป้ามาทางฟ็อกซ์ด้วยใบหน้าดูถูกอย่างเห็นได้ชัด
    "อ้าว อ้าว!! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็รัชทายาทสวะลำดับที่ 10 นั่นเอง ใช้เส้นสายเข้ามาเรียนด้วยงั้นหรือ!?" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจากรุ่นพี่ปีสอง
    ฟ็อกซ์หรี่ตามองไปทางต้นเสียงที่เหมือนจงใจพูดกับเขาเล็กน้อย พลันขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม พลางได้แต่คิดขึ้นมาในใจอย่างเงียบๆ
    "ใครว่ะ!!"
    ฟ็อกซ์พยายามรีดเค้นความทรงจำทั้งหมดที่มี เพื่อนึกเปรียบเทียบภาพของเด็กหนุ่มที่โตกว่าเบื้องหน้าของเขา ก่อนจะได้ยินเสียงของราเซียดังขึ้นมาขัดจังหวะ
    "แหม!! รุ่นพี่ออฟิส ช่างทำตัวไม่สมกับตำแหน่งที่ได้รับเลยนะ ทั้งที่เป็นถึงรุ่นพี่ปีสองแล้วแท้ๆ" ราเซียกล่าวปกป้องฟ็อกซ์อย่างเห็นได้ชัด กระทั่งพี่ชายของเธอที่เฝ้ามองห่างๆ ยังอดแปลกใจไม่ได้
    ทันทีที่ได้ยินชื่อออฟิสฟ็อกซ์ก็เข้าใจได้ทันที ว่าแท้จริงแล้วออฟิสก็คือรัชทายาทลำดับที่ 1 ของราชวงศ์เลเทีย หรือก็คือหนึ่งในพี่ชายของเขานั่นเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฟ็อกซ์สนใจบุคคลตรงหน้าสักเท่าไหร่นัก เพราะออฟิสนั้นเกลียดชังเขาและมารดาที่สุด ด้วยเหตุลที่ว่าทุกอย่างที่ฟ็อกซ์มีในปัจจุบัน ก็เป็นเพราะองค์จักรพรรดิโปรดปราณมารดาเขาเป็นอันดับหนึ่งนั่นเอง ก่อนจะเดินตีตัวออกห่างอย่างไม่สนใจ
    "เหอะ!! คนอย่างแกไม่คู่ควรกับตำแหน่งรัชทายาทด้วยซ้ำไป หากไม่ใช่เพราะสนมเอกโรซาเรียคอยประจบประแจงเสด็จพ่อ แกไม่มีวันได้มายืนอยู่บนจุดนี้ได้ด้วยซ้ำไป" ออฟิสเอ่ยอย่างเดือดดาลก่อนจะผละตัวจากไป
    "ผัวะ!!"
    "ครืดดดดด!!"
    ยังไม่ทันที่ออฟิสจะก้าวเดินออกไปก็ถูกฟ็อกซ์ เตะสวนจนร่างไถลไปกับพื้นสนามเป็นทางยาว ทำให้นักเรียนทั้งหมดหันมามองเป็นตาเดียวกัน โดยเฉพาะรุ่นพี่ปีสองกับปีสามถึงกับตกตะลึงไม่น้อย ในขณะที่อาจารย์วาสโก้ที่ยืนมองอยู่ได้แต่ผิวปากอย่างอารมณ์ดี ราวกับกำลังจะได้ชมเรื่องราวที่น่าสนุกต่อจากนี้
    ออฟิสถึงกับมึนงงจากการถูกเตะอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ด้วยความที่เป็นถึงรุ่นพี่ปีสองและร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก ทำให้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นฉับพลันที่ได้สติขึ้น
    "แกไอ้สารเลว กล้าลอบทำร้ายข้า!!"
    สิ้นเสียงของออฟิสมันก็รีบดีดตัวพุ่งเข้าไปหมายจะสั่งสอนฟ็อกซ์ทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อมีร่างของชายร่างกำยำมาหยุดอยู่เบื้องหน้า หรือก็คืออาจารย์วาสโก้นั่นเอง
    "เอาล่ะ!! นักเรียนทุกชั้นปีให้มารวมตัวกันตรงนี้" อาจารย์วาสโก้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง และก็ใช้เวลาไม่นานนัก เหล่านักเรียนทั้งหมดต่างก็แบ่งตามชั้นเรียนและชั้นปีล้อมเป็นวงรอบอย่างรวดเร็ว
    "วันนี้อาจารย์อยากดูผลการฝึกของเด็กปีสอง กับเด็กปีหนึ่งที่กล้าก่อเรื่องในคาบเรียนนี้ ฉะนั้นข้าจะให้พวกเจ้าทั้งสองได้สู้กันสมใจอยาก แต่อาจารย์ก็มีบทลงโทษสำหรับนักเรียนที่พ่ายแพ้เช่นกันโดยเฉพาะเจ้า" อาจารย์วาสโก้เอ่ยเจาะจงไปทางฟ็อกซ์ก่อนจะพูดต่อ
    "การประลองซ้อมมือจะหยุดต่อเมื่ออีกฝ่ายไม่อาจสู้ต่อไหว ส่วนบทลงโทษสำหรับชั้นปีสองที่พ่ายแพ้คือฝึกหฤโหดสิบวัน ส่วนเจ้าเด็กปีหนึ่งบทลงโทษพิเศษเฉพาะกับเจ้าคือฝึกหฤโหดสามสิบวัน เพราะถือว่าเจ้าเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน หากพวกเจ้าไม่ยอมรับจงออกมายอมรับผิดซะ"
    สิ้นเสียงของอาจารย์วาสโก้สีหน้าของนักเรียนชั้นปีสองและปีสามถึงกับซีดเผือด เพราะการฝึกหฤโหดนั้นพวกมันหลายคนได้พบเจอกันมาบ้างแล้ว และที่สำคัญสำหรับคนที่เคยได้รับการฝึกหฤโหดย่อมที่จะไม่อยากเผชิญเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน ทว่านักเรียนชั้นปีหนึ่งแต่ละห้องเรียนถึงกับฟังด้วยความแปลกใจ ว่ามันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอทำไมรุ่นพี่ถึงได้ดูหวาดกลัวนัก
    "ข้าไม่รับผิด ยินดีประลองซ้อมมือหากแพ้ก็พร้อมรับการลงโทษ!!" เสียงของฟ็อกซ์ไร้ซึ่งความลังเล น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย็นชา จนรุ่นพี่หลายๆ คนรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของรุ่นน้องคนนี้ แต่กับโซล ชอร์น คุรุมิ และราเซีย กลับปรากฏสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
    "ข้าก็เช่นกัน!!" ออฟิสที่ถูกความโกรธบังตา จึงไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของฟ็อกซ์ เพราะหากเป็นเวลาปกติฟ็อกซ์นั้นไม่แม้แต่จะกล้าสบตามันด้วยซ้ำ และเพราะตัวมันนั้นมั่นใจในฝีมือการต่อสู้เป็นอย่างมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถรั้งตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 1 ได้ยาวนานถึงเพียงนี้
    ----------------------------------------------------------