————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
เื่นี้หยกเปิดให้ อ่านฟรี!จนจบเลยค่ะ ~
แต่จะเป็การอ่านฟรีในแบบที่กำหนดนะคะ
โดยแต่ละตอนที่ลงไปแล้วจะเริ่มติดเหรียญในเวลา 00.00 น. ของทุกวันค่ะ
เพราะงั้นอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้ด้วยน้าจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ กันนะคะ ^^'
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ภายในรถของเอ
“…” เราสามคนตกอยู่ในความเงียบมาสักพักแล้วส่วนฉันเองก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากนั่งเอาหัวพิงกระจกรถพร้อมกับมองวิวด้านนอกด้วยสายตาเหม่อลอย ภายในหัวคิดวนซ้ำไปมากับคำพูดที่คลื่นทิ้งเอาไว้
ฉันมันน่าเบื่อและไร้สีสันมากเลยสินะ แล้วต้องเป็แบบไหนล่ะถึงจะเรียกว่าไม่น่าเบื่อและไม่ดูไร้สีสัน ฉันต้องทำยังไงงั้นเหรอ... สิ่งที่ฉันเป็มันแย่มากขนาดนั้นเชียวเหรอ
“บอกทางมาสิ” ฉันเหม่อลอยไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่กว่าจะรู้สึกตัวก็เป็ตอนที่เสียงของผู้ชายด้านข้างพูดขึ้นมา และเมื่อหันกลับไปมองกลับพบว่าภายในรถเหลือเพียงแค่ฉันกับเขาสองคนแล้ว
“หือ?”
“บ้านเธออยู่ไหน?” เขาถามย้ำอีกครั้ง ขณะที่มือก็ยังคงหมุนพวงมาลัย และสายตาคมก็เอาแต่มองไปด้านหน้า ไม่ได้หันมามองเหมือนที่ฉันกำลังมองด้านข้างสันกรามคมชัดของเขาอยู่
ที่ผ่านมาไม่เคยเอะใจมาก่อนเลยว่าเขาจะเป็พี่ชายของน้องออม ถึงว่าเวลาเจอที่สนามซ้อมที่ไร ฉันชอบรู้สึกเหมือนเคยเจอเขามาก่อนทุกครั้ง เป็เพราะเค้าโครงหน้าบางส่วนมีความคล้ายกับน้องสาวนี่เอง
ก็ถ้าไม่เกิดเื่เหมือนอย่างก่อนหน้าขึ้นมา ฉันก็คงยังไม่รู้หรอกว่าเอคือพี่ชายแท้ ๆ ของออม จะว่าไป...ฉันก็ไม่เคยถามออมด้วยแหละ เพราะฉันไม่ได้สนใจเื่ของพี่ชายน้องนี่นา รู้แค่ว่าเป็คนลึกลับ ที่ฉันคิดแบบนั้น คงเป็เพราะสอนน้องมานาน แต่ไม่เคยเจอพี่ชายที่รับมารับส่งเธอทุกวันสักครั้งเลยนี่สิ
“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันขอไม่รบกวนดีกว่า ยังไงคุณจอดตรงป้ายข้างหน้าก็ได้ค่ะ” ฉันชี้นิ้วไปตรงป้ายรอรถเมล์ที่ไม่คุ้นเคยเท่าไร อีกอย่างไม่แน่ใจด้วยว่าสายที่ฉันต้องขึ้นมันจะผ่านมาแถวนี้ไหม แต่ฉันเองก็ไม่อยากรบกวนเขา
เพราะวันนี้ทั้งวันฉันทำเขาเดือนร้อนมามากพอแล้วด้วยแถมยังต้องมาโดนคลื่นพูดไม่ดีใส่อีก ขนาดฉันโดนยังรู้สึกแย่เลยแล้วเขาละจะไม่รู้สึกอะไรเลยคงเป็ไปไม่ได้หรอก
“บอกทางมา” ครั้งนี้อีกฝ่ายหันมามองฉันเพียงแค่แวบเดียว ก่อนจะหันกลับไปโฟกัสที่ถนนต่อ แต่ทว่าถายในเวลาไม่กี่วิฉันกลับรู้สึกถึงสายตาหงุดหงิดของเขา
“ไม่เป็ไรจริง ๆ ค่ะ” ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกกลัวหรอก ก็เลยปฏิเสธไปอีกรอบ
“จะไปเอาเสื้อ” สุดท้ายกลายเป็ฉันที่ต้องยอมแพ้ไปเมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้ลืมเื่เสื้อที่ให้ฉันเอามาซัก
หลายนาทีผ่านไป
ระหว่างทาง
“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?” เพราะเงียบเกินไปเลยทำให้ฉันฟุ้งซ่าน จนคิดว่าอยากถามอะไรบางอย่างจากเขา ในฐานะที่เขาเป็ผู้ชายก็คงน่าจะให้คำตอบได้บ้าง อย่างน้อยก็แค่อยากฟังความคิดของเขา หรือจะเรียกว่าปรึกษาก็ได้
“…” เหมือนเขาจะไม่ได้คัดค้านอะไรนอกจากเงียบ
แปลว่าเขาโอเคที่จะตอบคำถามของฉันใช่ไหม...
“แบบไหนเหรอที่คุณคิดว่าผู้หญิงน่าเบื่อ” แม้จะรู้สึกแปลกกับเื่ที่ถามเขา แต่เพราะอยากรู้ เลยทำให้ฉันมองข้ามความรู้สึกอื่นไป และรอฟังคำตอบจากเขาแทน
“…” ทว่าเขากลับถอนหายใจ และไม่ยอมตอบคำถามจนสุดท้ายฉันจึงเป็ฝ่ายถอดใจไปเอง
“แล้วผู้หญิงที่ใช้ถามเธออยู่ในฐานะไหน”
“แฟนคุณก็ได้ค่ะ” นึกว่าเขาจะไม่สนใจแล้วเสียอีก
“คงเป็แบบที่ไม่เข้าใจงานของผม” ถึงเขาจะดูนิ่งและเงียบ จนทำให้ภายนอกมันสวนทางกับหน้าตาอันอ่อนหวานมากแค่ไหน ทว่าจริง ๆ แล้วเขาก็ใจดีอยู่นะ
ถึงจะไม่ได้แสดงออกมาแบบชัดเจนก็เถอะ แต่การที่เขายอมมาตอบคำถามแบบจริงจังอย่างนี้ มันทำให้ฉันคิดว่าเขาดูจริงใจมากเลย หรือไม่ก็อาจเป็เพราะฉันพึ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายมาจนเขาเกิดรู้สึกสงสารก็ได้
แต่ไม่ว่าจะแบบไหน การที่เขายอมตอบก็ถือว่าดีมากพอสำหรับฉันแล้ว
“มีอีกไหมเหรอคะ?” ฉันถามต่อ
“…” เขากลับส่ายหน้าไปมา
“...” แน่นอนว่าฉันเองก็พยักหน้าเช่นกัน แล้วหันกลับไปมองวิวข้างทางต่อ
“แต่สุดท้ายมันก็เป็เื่ของคนสองคนอยู่ดี และก็ไม่น่าใช่เื่แปลกอะไร เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในฐานะไหน อารมณ์เบื่อมันก็มีกันทุกคน”
“อยู่ที่ความสำคัญต่อกันมากกว่าว่าจะเลือกปรับเข้าหากัน หรือเลือกทำเป็ไม่เห็นแค่นั้น”
“แล้วถ้าสมมติว่ายอมปรับทุกอย่างแล้ว แต่กลับไม่ดีขึ้นเลยล่ะคะ?” ที่ฉันถามแบบนี้ก็เป็เพราะตลอดเวลาที่คบกับคลื่น ฉันปรับเข้าหาเขาทุกอย่าง เพื่อไม่ให้เราสองคนต้องมาทะเลาะกัน แน่นอนว่าผลลัพธ์ออกมาดีมาก เราสองคนไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่ทำไมเขาถึงยังบอกว่าฉันน่าเบื่อไร้สีสันอยู่อีกนะ ทั้งที่ฉันก็ทำเต็มที่แล้ว มันยังไม่ดีพอสำหรับเขาอีกเหรอ...
“ที่ไม่ดีขึ้นเป็เพราะว่าปรับอยู่ฝ่ายเดียวหรือเปล่า”
“…” คำตอบของเขาทำเอาฉันเงียบไป ที่เงียบเพราะมันคือความจริงที่ฉันมองไม่เห็น และคิดไม่ถึง จนลืมไปเลยว่าในความสัมพันธ์นั้นมีแค่ฉันนี่นาที่พยายามปรับตัวเพื่อให้คลื่นชอบ
ฉันยอมคลื่นทุกอย่าง เพราะคิดแค่ว่าไม่อยากทำให้เขาโกรธ หรือเป็เพราะอย่างนั้น มันเลยดูน่าเบื่อหรือเปล่านะ
“แล้วมันไม่ดีเหรอ...อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันไม่ใช่เหรอคะถ้าเกิดมีใครสักคนเป็ฝ่ายยอม?”
“ก็ถ้ายอมแล้วมันทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุขมันก็ดี แต่ถ้าไม่...มันก็ไม่แปลกที่จะไปกันไม่รอด”
“ไม่งั้นบนโลกนี้ก็คงไม่มีคำว่า ‘เลิกกัน’ หรอกจริงไหม?”
“แต่ถ้ายังมีนั่นแปลว่าเราไม่จำเป็ต้องยอมขนาดนั้นหรือเปล่า อย่างน้อยก็ต้องรักตัวเองให้เป็ก่อน ถึงค่อยไปรักคนอื่นสิ”
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————