ตอนที่10 เผชิญหน้าาาวานรทอง(1)
อีกหนึ่งเดือนผ่านไป......
จิ๋นหยางยังคงฝึกฝนอย่างหนักอยู่ทุกวันๆและทุกวันที่เขาฝึกก็มักจะแช่น้ำและกินผลท้อไปด้วยเสมอส่วนชายชราก็ค่อยกล่อมเขาให้เขายอมรับมันเป็อาจารย์อยู่ทุกวี่ทุกวันเช่นกันแต่จิ๋นหยางก็ทำเป็ไม่สนใจบ้างตอบบ่ายเบี่ยงบ้าง......
และทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระหึ่มดังขึ้นภายในร่างกายของเขาพร้อมกับของเหลวสีดำที่ไหลออกมาจากร่างของเขามากกว่าเดิมและเหนียวกว่าทุกครั้งด้วยมันคือสะสารของเสียที่จะไหลออกมาเมื่อสามารถทะลวงผ่านระดับขั้นได้.....
ซึ่งตอนนี้ระดับของจิ๋นหยางนั้นเลื่อนมาเป็ผู้ฝึกหัดขั้นที่เก้าแล้วและเมื่อเขาสามารถทะลวงมาถึงระดับนี้ได้ความแข็งแกร่งด้านพละกำลังเขาก็สูงขึ้นถึงห้าสิงห์ทีเดียวเขาสามารถที่จะต่อสู้กับระดับผู้เริ่มต้นขั้นที่สามได้อย่างสบายๆเลย....
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ในที่สุดเราก็สามารถทะลวงผ่านขั้นที่แปดเป็ขั้นที่เก้าได้แล้วในที่สุดข้าก็ทำได้!! ทีแรกเราคิดว่ามันคงจะใช้เวลามากกว่านี้ซะอีกนี้เป็เพราะการนั่งสมาธิรับรู้ถึงกระแสลมปราณ ที่ทำให้เราสามารถดูดซับลมปราณจากสิ่งต่างๆในพื้นที่แห่งนี้ได้เร็วขึ้นแท้ๆ”
จิ๋นหยางกล่าวอย่างดีอกดีใจที่เขาสามารถเลื่อนระดับขั้นมาอยู่ระดับเก้าได้ภายในเวลาแค่ไมกี่เดือนหลังจากที่เขาต้องติดอยู่ที่ขั้นที่สามระดับฝึกหัดมานาน......”
"เชอะ!! ก็แค่ระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าทำเป็ดีใจไปได้ถ้าเ้ากราบข้าเป็อาจารย์ละก็ ข้ารับรองได้เลยว่าเ้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หลายเท่านัก" ชายชราพูดด้วยเสียงที่ภาคภูมิใจ.......
เพราะตอนนี้ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วั้แ่มันเริ่มพูดคุยกับจิ๋นหยางมันคิดมาตลอดถึงวิธีการต่างๆที่จะร่างของจิ๋นหยางและมันคอยหาโอกาสที่ทำให้จิ๋นหยางมีสภาพจิตใจที่อ่อนแอลงและแล้วการรอคอยอย่างยาวนานในที่สุดมาถึง.......
เพราะว่าการตายของป้าหยู่จะต้องทำให้จิ๋นหยางจิตตกแน่นอนชายชราคิดว่าถ้ามันใช้โอกาสนี้สอนวิชาและความรู้ต่างๆให้กับจิ๋นหยาง และรับจิ๋นหยางเป็ลูกศิษย์ของมันและทำให้จิ๋นหยางไว้ใจให้มากที่สุดจากนั้นก็หลอกให้จิ๋นหยางทำพิธีบูชาเืเพื่อยึดครองร่างของจิ๋นหยางมาอย่างง่ายๆแต่ผลกลับผิดไปจากที่ชายชราคิดมาในตอนนี้.......
"ถึงแม้ข้าจะอยู่เพียงระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าแล้วมันยังไง?มันไปหนักตรงไหนบนส่วนหัวของท่านกันหรือยังไงห๊ะตาเฒ่า?!"จิ๋นหยางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยกับคำพูดของชายชราเขาจึงได้สบถคำด่าออกไปหนึ่งชุดเบาๆ........
“จะ........จะ......เ้า..!!เ้าเด็กสารเลว!!”ชายชรากลายเป็โกรธจัดทันทีเมื่อเห็นว่าจิ๋นหยางพูดจาไม่ไว้หน้าและไม่ให้ความเคารพต่อมันเลย.......
"ตอนนี้ข้าอยู่ในระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าแล้ว ข้าอยากรู้นักว่าข้าจะสามารถต่อสู้กับาาอสูรวานรทองได้หรือไม่?"จิ๋นหยางพูดขึ้นด้วยความปรารถนา อยากที่จะต้อสู้เป็อย่างมาก.......
เมื่อพูดจบจิ๋นหยางก็ทะยานร่างของเขาด้วยท่าร่างอัสนีวานรไปยังปากถ้ำทันทีแต่ครั้งนี้เข้าไม่ได้คิดที่จะหยุดยืนอยู่เพียงแค่ข้างหน้าถ้ำอีกแล้วเพราะครั้งนี้เป้าหมายของเขาคือาาอสูรวานรทอง เขาจึงคิดว่าจะออกไปด้านนอกถ้ำเลยและในที่สุดเขาก็ออกมาจากถ้ำที่มีผนึกไว้.....
ตุบ!!
นี้เป็ครั้งที่สองที่เขาอยู่ในที่นี้ครั้งแรกเมื่อเขาหลงเข้ามาแล้วพบเจอกับอสูรวานรทองทั่วไปและพวกมันก็พยายามที่จะโจมตีเขาและเขาไม่สามารถที่จะสู้กับพวกมันได้แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วเพราะเขาอยู่ระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าและยังมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับเริ่มต้นขั้นที่สามอีกด้วยไหนเลยอสูรวานรทองพวกนี้จะสู้เขาได้......
อสูรวานรทั่วไปไม่อาจเป็คู่ต่อสู้ของเขาได้อีกแล้วจะมีก็เพียงแค่าาอสูรวานรเท่านั้นที่เขาไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้หรือไม่นี้คือครั้งแรกที่เขาจะได้ต่อสู้จริงๆ มันเป็ประสบการณ์การต่อสู้จริง และในตอนนี้เขาก็ยื่นอยู่ภายในถ้ำขนาดใหญ่ทีมีทางเขาถ้ำเล็กๆจำนวนมาก.......
ภายในถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมายไม่ว่าจะเป็เหรียญทอง ชุดผ้าไหม ชุดเกราะอาวุธ ข้องใช้ต่างๆที่เป็เพชรหรือมรกตและก็หีบที่ยังไม่ถูกเปิดอีกมากไม่รู้ว่าสมบัติเหล่านี้มาอยู่นี้ได้ยังไง แต่มันก็มีมากจนไม่สามารถที่จะขนไปได้ด้วยตัวคนเดียว.......
นอกจากจะใช้พื้นที่มิติเก็บของเท่านั้นแต่มันก็ไม่ได้มีสมบัติมิติที่มีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่มากพอที่จะเก็บได้ทั้งหมด ถ้าจะเก็บทั้งหมดนี้คงจะใช้แหวนมิติหรือถุงมิติหลายอันแน่.......
จิ๋นหยางเดินต่อไปยังกลางลานวันนี้พวกอสูรวานรทองไม่ได้ออกมาพวกมันจำศีลกันอยู่จึงไม่มีการออกมาต่อสู้เหมือนทุกที แต่ก็มีพวกยามที่ค่อยเฝ้าไว้และเมื่อพวกมันมองเห็นจิ๋นหยางเดินมาอยู่ตรงกลางลานที่พวกมันต่อสู้กัน พวกมันก็ส่งเสียงร้องออกมาทันที........
เจี้ยกๆๆ!! เจี้ยกๆๆ!! เจี้ยกๆๆ!!
เมื่อเสียงของอสูรวานรทองที่เป็ยามดังขึ้นในไม่ช้าอสูรวานรทองนับร้อยก็โพล่ออกมาจากถ้ำขนาดเล็กต่างๆทันทีพวกมันจ้องมองมาที่จิ๋นหยางด้วยใบหน้าอันดุร้ายพร้อมที่จะกัดกระชากเขาให้เป็ชิ้นๆเหมือนกับครั้งแรกที่เขาเจอพวกมัน........
"เ้าหนู ถึงเ้าจะมีความแข็งแกร่งกว่าพวกมันแต่จำนวนของพวกมันก็ไม่ใช่น้อยๆเลยแถมนี่ยังเป็การต่อสู้ครั้งแรกของเ้าด้วย....เ้าจะไหวเรอะ?” ชายชราพูดขึ้นเพื่อบั่นทอนจิตใจของจิ๋นหยางไม่น้อยเลย.......
"เชอะ!! ก็เพราะมันเป็ครั้งแรกของข้าไงละ ข้าเลยต้องเผชิญหน้ากับพวกมันตรงๆแบบนี้"จิ๋นหยางไม่สนใจต่อคำพูดของชายชราซักเดียว เพราะนี้เป็สิ่งที่เขา้า......
"ถ้าเ้ายอมกราบข้าเป็อาจารย์ละก็ ข้าจะสอนเ้าถึงการเอาชีวิตรอดเองถ้าไม่อย่างนั้นละก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนละ เชิญเ้าต่อสู้ได้ตามสบายเลย"ชายชราคิดว่ายังไงจิ๋นหยางก็ต้องต่อสู้ไม่ไหวและแพ้ให้กับพวกอสูรวานรทองเหล่านี้แน่ๆ......
และเมื่อเสียงของชายชราเงียบลงอสูรวานรกลุ่มแรกก็กระโจนเข้าหาจิ๋นหยางทันทีถึงพวกมันจะไม่ได้เข้ามาทีเดียวทั้งหมดแต่ก็ไม่ใช้จำนวนที่น้อยเลยที่กระโจนเข้าใส่จิ๋นหยางพวกมันแต่ละตัวอยู่ในระดับฝึกหัดขั้นที่เจ็ดถึงแปดทั้งนั้น......
เจี้ยกๆๆ!! เจี้ยกๆๆ!! เจี้ยกๆๆ!!
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่หนึ่งวานรตระปบเหยื่อ]
บู้มมม!!
ทันทีที่จิ๋นหยางใช้ออกทักษะหมัดวานรของเขาพลังหมัดก็พุ่งตรงไปยังอสูรวานรทองที่อยู่ในระยะใกล้ที่สุดและร่างกายของมันก็ะเิออกทันทีเมื่อโดนหมัดของจิ๋นหยางแต่กระบวนท่านี้มีข้อเสียที่สามารถโจมตีได้ทีละตัวเท่านั้น ดังนั้นเขาต้องใช้ท่าร่างอัสนีช่วยในการเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีและหลบการโจมตีของอสูรวานรทองเหล่านี้.......
การต่อสู้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องเหล่าอสูรวานรนับสิบๆตัวตายตกด้วยน้ำมือของ จิ๋นหยางอย่างอนาถร่างกายพวกมันถูกะเิออกเป็ชิ้นๆอย่างสยดสยองแต่ก็อย่างที่ชายชราได้กล่าวไว้ถึงแม้เขาจะมีความแข็งแกร่งแค่ไหนแต่จำนวนก็เป็อุปสรรคสำหรับเขา....
จำนวนของอสูรวานรยังคงเหลืออยู่อีกมากถึงแม้มันจะตายด้วยกระบวนท่าเดียวแต่พวกมันก็ไม่มีท่าทีว่าจะถอยเลยมีแต่กระโจนเข้าใส่เขาเรื่อยๆ ทำให้จิ๋นหยางเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบขึ้นมาแล้วเขาใช้พลังอย่างบ้าคลั่งเพื่อกำจัดอสูรเหล่านี้ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อยการต่อสู้จริงนี้มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยเขาคิดถ้ายังเป็อย่างนี้ต่อไปเขาต้องไม่รอดแน่....
อสูรวานรทองยังโพล่ออกมาจากถ้ำเรื่อยๆเหมือนไม่มีวันหมดเขาคิดว่าคงมีอสูรวานรอยู่ไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นในถ้ำนี้แต่นี้เขาฆ่าพวกมันไปมากกว่าร้อยตัวแล้วแต่พวกมันยังออกมาไม่หยุดเลย แล้วพวกที่ออกมาหลังๆนี้ระดับพลังของพวกมันก็สูงขึ้นเรื่อยๆด้วย.......
บางตัวก็อยู่จุดสูงสุดของระดับฝักหัดบ้างก็ครึ่งก้าวระดับเริ่มต้นแล้ว แต่พวกมันก็ยังตายด้วยกระบวนท่าเดียวของเขาอยู่ดีจนในที่สุดเขาก็ไม่อาจต้านทานได้อีกแล้ว.....
แหะแหะ แหะ!!
จิ๋นหยางหันหลังกลับพร้อมที่จะถอยกลับไปยังถ้ำเพื่อพักพื้นด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ าแจำนวนเล็กมากมายบนร่างของเขาจิ๋นหยางพยายามใช้ความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถใช้ได้ตรงไปยังถ้ำทันที แต่ทันใดนั้นเอง.........
โฮกกก!!!
ตู้มมมม!!
เสียงคำรามที่ดังจนแสบแก้วหูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับร่างขนาดใหญ่กระโดนมาปิดบังหน้าถ้ำห่างจากเขาเพียงไม่กี่ผิงเท่านั้นแรงกระโดนที่มันกระโดนลงมากระทบกับพื้นทำให้พื้นเกิดรอยแตกราวมากมายมันค่อยๆหันร่างขนาดใหญ่มันมาอย่างช้าพร้อมกับจ้องมองมาที่จิ๋นหยาง.........
“าาอสูรวานรทอง!!”
ซึ่งเ้าของร่างขนาดใหญ่นี้ก็คือาาอสูรวานรทองนั้นเองมันเฝ้ามองจิ๋นหยางอยู่ตลอดเวลาที่เขาสู้กับสมุนของมัน มันรอคอยเวลาที่จิ๋นหยางจะหลบหนีแล้วโพล่ออกมาจัดการเขาและในที่สุดก็ถึงเวลาที่มันคิดเอาไว้.....
ใบหน้าของมันนั้นทั้งน่าเกลียดน่ากลัวรอยแผลขนาดใหญ่น้อยมากมายบนตัวและใบหน้าขอมันทำให้มันดูน่ากลัวเข้าไปอีกมันเก็บโทสะมาั้แ่ที่สมุนของมันโดนฆ่าอย่างอนาถด้วยฝีมือของจิ๋นหยางในวันนั้น.......
ตุบตุบ ตุบ!!
โฮกกกก!!
มันทุบไปที่อกของมันพร้อมกับส่งเสียงคำรามลั่นและใช้สายตาอาฆาตจ้องมาทางจิ๋นหยาง จากนั้นก็พุ่งตรงมาโจมตีที่จิ๋นหยางทันที แต่นั่นไม่ใช้การโจมตีแบบธรรมดา......
โฮกกก!!
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่หนึ่งวานรตระปบเหยื่อ]
"นั้นมัน!?”
สีหน้าของจิ๋นหยางถึงกับเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาเห็นาาอสูรวานรทองใช้ออกทักษะยุทธได้ซึ่งทักษะยุทธที่มันใช้นี้คือหนึ่งในกระบวนท่าของทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่หนึ่งหมัดวานรตระปบเหยื่อ ซึ่งพลังทำลายของมันรุนแรงมาก.....
“ไม่ได้การแล้วข้าต้องใช้กระบวนท่าโต้ตอบมัน"
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่หนึ่งวานรตระปบเหยื่อ]
จิ๋นหยางใช้กระบวนท่าหมัดวานรตระปบเหยื่อเช่นกันเมื่อกระบวนท่าทั้งสองประทะกันและเป็กระบวนท่าเดียวกันด้วยแล้วก็ต้องมาวัดกันที่พลังของผู้ใช้รวมถึงการเข้าใจถึงหลักของวิชานี้ว่าใครเข้าใจและรู้แจ้งมากกว่ากัน.......
ตู้มมมมมมมมมม!!
เสียงของพลังที่กระทบกันดังขึ้นและทำให้เกิดลมกระโชกขนาดใหญ่พัดไปในพื้นที่รอบๆจนทำให้อสูรวานรทองตัวอื่นๆที่อยู่รอบๆกระเด็นไปกันคนละทิศละทางเลยและตรงจุดที่พลังปะทะกันก็ไดเกิดเป็หลุมขนาดกว้างขึ้น.......
และในการปะทะนี้จิ๋นหยางลอยถอยหลังไปเจ็ดถึงแปดก้าวทีเดียวซึ่งาาอสูรวานรทองก็ถอยหลังไปพอๆกันซึ่งบอกได้ว่าพลังทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมาก แต่ว่าจิ๋นหยางมีเืออกที่มุมปากของเขาเล็กน้อยส่วนฝั่งทางชองาาวานรทองยังปกติดี......
ซึ่งเหตุผลที่เป็อย่างนี้ก็เพราะจิ๋นหยางนั้นได้ต่อสู้มาก่อนหน้านี้แล้วและมันก็ทำให้เขามีความเหนื่อยล้าอยู่พอสมควร นั่นเลยทำให้เขาได้รับผลกระทบกลับมาเล็กน้อย.........
"การต่อสู้ครั้งแรกของข้าช่างหนักจริงๆ ไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาเป็เช่นนี้ถ้าขืนยังเป็แบนนี้เราได้ตายก่อนแน่ จะทำยังไงดี? จริงซิกระบวนท่านั้นไง! แต่ว่ามันยังไม่สมบูรณ์นักเราเองก็ไม่มันใจเท่าไหร่ด้วย แต่มันก็คุ้มค่าที่จะลองดูไม่อย่างนั้นเราได้ตายจริงๆแน่ แต่ถ้ามันไม่สำเร็จยังน้อยก็น่าจะทำให้มันถอยได้แล้วตอนนั้นเราค่อยใช้ท่าร่างอัสนีรีบหนีเข้าไปในถ้ำ"
จิ๋นหยางคิดแผนการต่อสู้และถอยหนีอย่างเร่งด่วนในทันทีเพื่อที่เขาจะได้เอาตัวรอดไปจากสถานการณ์นี้ และเขาก็คิดที่จะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของเขาถึงมันจะยังไม่สมบูรณ์แต่มันก็จะมากพอที่จะทำให้เขาหนีกลับเข้าถ้ำได้.......
"เอาละให้มันรู้ไปว่าเ้าหรือข้า ใครกันที่จะต้องตาย!!"
ย้า!!!
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่สามวานรพิฆาต"
ขอบคุณครับที่ติดตามผลงานของผม!!