คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 4
เมิ่งจือหลันยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหลังจากที่เธอทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เธอจะเข้าไปช่วยพ่อกับแม่ของเธอเก็ชามอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งแรกเธอถูกพ่อกับแม่ปฏิเสธไม่ให้เข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะว่าพวกท่านเป็กังวลว่าอาการป่วยของเธอจะยังไม่หายดีนั่นเอง
“พ่อคะ แม่คะ วันนี้หนูขอไปหาคุณตาคุณยายที่หมู่บ้านเฟิงหยวนนะคะ”
ลู่จื่อหลินขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความเป็กังวล เนื่องจากเธอยังไม่้าให้ลูกสาวของเธอต้องเดินทางไกลใน่นี้ เพราะลู่จื่อหลินกลัวว่าอาการป่วยของลูกสาวของเธอจะกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางที่คาดหวังของอีกฝ่าย เธอก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธลูกสาวของเธอยังไงดี ดังนั้นสิ่งที่ลู่จื่อหลินทำได้ในตอนนี้ก็คือหันไปหาสามีของเธอ เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยพูดกับลูกสาวของพวกเขานั่นเอง
เมิ่งจางเฮ่ออดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เมื่อได้เห็นท่าทางยอมแพ้ของผู้เป็ภรรยา ก่อนที่เขาจะหันไปหาลูกสาวของตัวเองที่กำลังยืนรอคำตอบจากเขา
“พ่อจะอนุญาตให้ลูกไปที่หาคุณตาคุณยายก็ได้ แต่ลูกจะต้องสัญญากับพ่อก่อน ว่าลูกจะกลับบ้านมาก่อนที่พ่อกับแม่จะกลับมาถึงบ้าน”
เมิ่งจือหลันอมยิ้มขึ้นมาในทันทีเมื่อเธอได้ยินคำพูดจากพ่อของเธอ “ได้เลยค่ะพ่อ หนูสัญญาว่าหนูจะกลับถึงบ้านก่อนที่พ่อกับแม่จะกลับมาแน่นอนค่ะ”
“ในเมื่อพ่อของลูกอนุญาตแล้ว แม่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธคำขอของลูกยังไง แต่ถ้าหากพ่อกับแม่กลับมาถึงบ้านแล้วไม่เห็นลูกอยู่ในบ้าน ครั้งต่อไปถ้าหากลูกจะไปบ้านของคุณตาคุณยาย จะต้องรอไปพร้อมพ่อกับแม่นะ แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย ถ้าหากลูกเหนื่อยก็หาที่นั่งพักให้หายเหนื่อยเสียก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ”
ในเมื่อสามีของเธออนุญาตลูกสาวออกไปเรียบร้อยแล้ว ลู่จื่อหลินก็ไม่ขัดขวางการเดินทางไปที่หมู่บ้านเฟิงหยวนในครั้งนี้ได้ ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้ก็เพียงแค่ย้ำเตือนกับอีกฝ่ายออกไปเพียงเท่านั้น
“ขอบคุณนะคะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเลยค่ะ”
หลังจากที่เมิ่งจือหลันนั่งฟังคำเตือนจากพ่อและแม่ของเธอไปได้สักพักแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พ่อและแม่ของเธอจะต้องออกไปทำงาน ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงเดินออกมาส่งคนทั้งคู่ที่บริเวณหน้าประตูบ้าน หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอปั่นจักรยานจากไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง
“เสี่ยวเป่า นายอัปคลิปอาหารเช้าวันนี้เข้าไปในระบบสตรีมได้เลยนะ”
[ได้เลยครับผม]
นอกจากที่เมิ่งจือหลันจะให้เสี่ยวเป่าอัปโหลดคลิปอาหารของเธอเข้าไปในระบบสตีมแล้ว เธอยังให้เสี่ยวเป่าเปิดดูคอมเม้นต์ของคลิปอาหารเย็นเมื่อวานที่เธอให้เสี่ยวเป่าอัปโหลดลงไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่ากระแสของโลกอนาคตมีทั้งทิศทางที่ดีและทิศทางที่ไม่ดี
เพียงแต่เธอรู้ดีว่าการโพสสิ่งต่างๆ ลงไปบนโซเซียลแบบนี้ก็ต้องมีกระแสด้านลบแบบนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้นถ้าหากมันไม่ได้หนักหนาจนเกินไป เมิ่งจือหลันก็ไม่คิดที่จะเก็บคอมเม้นต์ด้านลบเ่าั้มาใส่ใจ ส่วนคอมเม้นต์ไหนที่ด่าว่าเธอจนรับไม่ได้ เสี่ยวเป่าของเธอก็ทำหน้าที่ได้เป็อย่างดี ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่เมิ่งจือหลันจะต้องเป็กังวลอีกต่อไป
หลังจากที่ปิดประตูบ้านและตรวจเช็คความเรียบร้อยเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งจือหลันก็เตรียมตัวที่จะเดินทางไปเยี่ยมญาติทางฝั่งแม่ของเธอในหมู่บ้านเฟิงหยวน ซึ่งแน่นอนว่าเพราะความทรงจำที่เธอได้รับมา ทำให้เธอรู้จักเส้นทางภายในตำบลแห่งนี้และเส้นทางที่จะไปหมู่บ้านเฟิงหยวนเป็อย่างดี
การเดินทางไปหมู่บ้านเฟิงหยวนนั่น เมิ่งจือหลันใช้เวลาไปเกือบสี่สิบนาทีเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเป็เื่ปกติของคนในยุคสมัยนี้ เพราะว่าการเดินทางในยุคนี้ยังคงไม่สะดวกสบายสักเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นระยะเวลาที่เธอใช้เดินทางในครั้งนี้ก็คือได้ว่าเป็ระยะเวลาที่รวดเร็วมากพอสมควร
ถึงแม้ว่าชาวบ้านในหมู่บ้านจะมีรถแทรกเตอร์ประจำหมู่บ้าน แต่ถึงอย่างนั้นการที่จะเข้าไปในตัวตำบลโดยรถแทรกเตอร์ก็จะมีเวลาที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน อย่างหมู่บ้านเฟิงหยวนของคุณตาคุณยายของเธอที่จะสามารถใช้รถแทรกเตอร์ได้เพียงอาทิตย์ละหนึ่งวันเท่านั้น และยังต้องเดินทางใน่เวลาที่ถูกกำหนดไว้อีกด้วย
ดังนั้นถ้าหากชาวบ้าน้าเดินทางเข้าไปในตำบลใน่เวลาอื่น ชาวบ้านเ่าั้จะต้องใช้รถจักรยาน รถมอเตอร์ไซต์หรือว่าเดินเท้าไปเองเท่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่าสองวิธีแรกนั่นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย เนื่องจากชาวบ้านแต่ละคนต่างก็้าที่จะเก็บเงินเอาไว้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงเื่อาหารการกินเท่านั้น ดังนั้นภายในหมู่บ้านจึงมีบ้านเพียงแค่ไม่กี่หลังเท่านั้นที่จะมีรถจักรยานใช้ ส่วนรถมอเตอร์ไซต์นั่นเป็เื่ที่ไกลตัวพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยราคาที่แพงกว่ารถจักรยานหลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังต้องซื้อน้ำมันเพื่อเติมให้กับรถมอเตอร์ไซต์อีกด้วย ดังนั้นชาวบ้านที่พอจะมีเงินจึงซื้อเพียงจักรยานมาใช้ในการเดินทางเท่านั้น
เมื่อเมิ่งจือหลันมองเห็นทางเข้าของหมู่บ้านเฟิงหยวน เธอก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เนื่องจากตอนนี้เธอรู้สึกอยากพักผ่อนเสียแล้ว ซึ่งอาจจะเป็ผลกระทบมาจากที่เธอป่วยนั่นเอง
เมื่อได้เห็นบรรยากาศที่เงียบสงบของชนบทแบบนี้ เมิ่งจือหลันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ถึงแม้ว่าใน่เวลาก่อนหน้าเธอจะเคยไปเที่ยวในชนบทหลายต่อหลายครั้งก็ตาม แต่ว่าบรรยากาศต่างๆ ก็ไม่ได้รู้สึกสดชื่นเหมือนกับในเวลานี้ ดังนั้นในตอนนี้เมิ่งจือหลันจึงหันซ้ายหันขวาเพื่อมองบรรยากาศต่างๆ ไปตลอดเส้นทางนั่นเอง
“พวกเราดูสิว่าใครมาเยือนหมู่บ้านเฟิงหยวนของพวกเรากัน”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการปรากฏตัวของเธอทำให้เมิ่งจือหลันต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากผู้หญิงคนนั้นได้เดินเข้ามาขวางเส้นทางการปั่นจักรยานของเธอนั่นเอง
“ก็คนเขาเป็คนในตำบลนะสิ ซือเยว่ คงคิดว่าหมู่บ้านเฟิงหยวนของพวกเราเป็สถานที่ตกต่ำไม่ควรมาเยือน ถึงได้หายไปนานแบบนี้”
เมิ่งจือหลันจำได้ในทันทีว่ากลุ่มผู้หญิงทั้งสามคนตรงหน้านี้คือใครกันแน่ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ยืนอยู่ตรงกลางจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากกัวซือเยว่ ซึ่งครอบครัวกัวของเธอไม่ชอบตระกูลลู่ของแม่เธอ เนื่องจากแม่ของกัวซือเยว่คนนี้เคยหมายตาพ่อของเธอมาก่อน ดังนั้นเมื่อพ่อของเธอได้แต่งงานกับแม่ของเธอ จึงทำให้ครอบครัวกัวรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก
เพราะครอบครัวกัวต่างก็คาดหวังว่าแม่ของกัวซือเยว่จะได้แต่งงานกับชายหนุ่มในตำบลอย่างพ่อของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อครอบครัวกัวเห็นว่าแม่ของเธอได้แต่งงานกับพ่อของเธอ ดังนั้นพวกเธอจึงให้แม่ของกัวซือเยว่ไปล่อลวงชายหนุ่มในตำบลมาให้ได้
ซึ่งแน่นอนว่าแม่ของกัวซือเยว่ก็ทำได้ และยังได้ตั้งท้องกัวซือเยว่ขึ้นมาอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นความหวังทั้งหมดก็ต้องพังทลายลงไปในที่สุด เพราะเมื่อครอบครัวกัวได้ไปเยือนที่บ้านของผู้ชายคนนั้น เพื่อให้อีกฝ่ายรับผิดชอบแม่ของกัวซือเยว่ พวกเขาทุกคนต่างก็ได้รู้ความจริงว่าผู้ชายคนนั้นได้แต่งงานมีภรรยาและลูกชายอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวกัวไม่ได้พบเจอกับผู้ชายคนดังกล่าว แต่ได้รู้ความจริงมาจากเพื่อนบ้านของผู้ชายคนนั้นต่างหาก
และนั่นก็ทำให้แม่ของกัวซือเยว่รู้สึกไม่พอใจแม่ของเธอมากขึ้นไปอีก เพราะถ้าหากอีกฝ่ายได้แต่งงานกับพ่อของเธอแล้วละก็ ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะไม่เดินไปในทิศทางนั้นอย่างแน่นอน และนอกจากนี้เธอก็ไม่ต้องกลายมาเป็แม่ม่ายให้คนในหมู่บ้านต้องติฉินนินทาแบบนี้ จนในที่สุดเธอก็ไม่สามารถทนต่อคำนินทาของผู้คนได้ จึงทำให้แม่ของกัวซือเยว่ฆ่าตัวตายในที่สุด
หลังจากที่แม่ของกัวซือเยว่ฆ่าตัวตายลงไป ทำให้ครอบครัวกัวโทษทุกสิ่งทุกอย่างมาที่ครอบครัวลู่ โดยที่พวกเขาไม่คิดเลยว่าการกระทำที่เกิดขึ้นต่างก็เป็ความ้าของพวกเขาทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวลู่ไม่มีส่วนรู้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว และด้วยการเลี้ยงดูจากครอบครัวกัว ทำให้กัวซือเยว่รังเกียจและอิจฉาเมิ่งจือหลันเป็อย่างมาก เพราะเธอเชื่อในคำพูดของครอบครัวกัวว่าที่ตรงนั้นควรจะเป็ที่ของเธอกับแม่ของเธอเสียมากกว่า
ดังนั้นทุกครั้งที่กัวซือเยว่ได้เห็นเมิ่งจือหลันขี่จักรยานมาที่หมู่บ้านเฟิงหยวนแห่งนี้ เธอจึงมักจะหาเื่ต่อว่าอีกฝ่ายอยู่เป็ประจำ ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของกัวซือเยว่นั้น เมิ่งจือหลันไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเธอจึงไม่เคยบอกเื่ราวเหล่านี้ให้กับครอบครัวของเธอรู้มาก่อน
“เธอคงจะรังเกียจครอบครัวลู่แล้วละมั้ง ไม่รู้ว่าที่มาที่นี่เป็เพราะคิดถึงครอบครัวลู่ หรือว่า้ามาขอความช่วยเหลือจากครอบครัวลู่กันแน่”
กัวซือเยว่รู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมากกับคำพูดของเพื่อนสนิททั้งสองคนของเธอ “จือหลัน เธอจะกลับมาสร้างความยากลำบากให้กับครอบครัวลู่หรือยังไงกัน เธอไม่สงสารครอบครัวฝั่งแม่ของเธอเลยเหรอ วันๆ เธอเอาแต่ขี่จักรยานไปมาแบบนี้ ไม่เห็นจะช่วยเหลืออะไรครอบครัวฝั่งแม่ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว หรือว่าเธอไปอยู่ในตำบลก็เลยรู้สึกรับเกียจชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างญาติฝั่งแม่ของเธอกัน”
ถานลู่เฟยยกยิ้มขึ้นมาด้วยความชอบใจกับคำพูดของกัวซือเยว่ เธอก็เป็อีกคนหนึ่งที่รู้สึกอิจฉาเมิ่งจือหลันที่อีกฝ่ายมีชีวิตที่ดีกว่าเธอแบบนี้ ดังนั้นเธอจึงได้เข้าไปร่วมกลุ่มกับกัวซือเยว่และหวังซูอี้
“ฉันก็คิดเอาไว้แล้วว่าคนในตำบลอย่างจือหลันจะแวะมาช่วยครอบครัวลู่ได้สักเท่าไหร่กัน ที่หนีหายไปหลายวันก็คงเพราะว่าเธอคิดได้แล้วละมั้ง ว่าการเข้ามาช่วยงานครอบครัวลู่เป็เื่ที่ผิดพลาด”
“พวกเธอมีจินตนาการสูงกันทุกคนเลยนะ ถึงแม้ว่าเื่นี้จะเป็เื่ส่วนตัวของฉันก็ตาม แต่ฉันจะบอกกับพวกเธอทั้งสามคนเอาไว้ก็แล้วกัน” เมิ่งจือหลันกวาดสายตามองผู้หญิงทั้งสามคนตรงหน้าด้วยสายตาราบเรียบ ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่จำเป็ที่จะต้องบอกเหตุผลกับคนเหล่านี้ก็ได้ แต่ถ้าหากเธอไม่ทำแบบนั้นผู้หญิงทั้งสามคนนี้ก็คงจะไม่ยอมเปิดทางให้เธออย่างแน่นอน
“ฉันมาที่หมู่บ้านเฟิงหยวนแห่งนี้ก็หลายสิบปีแล้ว ซึ่งพวกเธอทุกคนก็เห็นและรับรู้มาโดยตลอด ดังนั้นการที่ฉันหายไปเพียงแค่อาทิตย์เดียว พวกเธอก็ช่างจินตนาการสูงส่งกันเสียเหลือเกินว่าฉันรังเกียจครอบครัวฝั่งแม่ของตัวเอง ซึ่งถ้าหากฉันรังเกียจจริงๆ ก็คงไม่มาที่หมู่บ้านแห่งนี้ั้แ่แรกแล้ว และตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่าน พวกเธอคงไม่ต้องให้ฉันบอกอีกรอบนะว่าฉันทำอะไรบ้าง เพราะว่าพวกเธอก็เห็นฉันมาโดยตลอด”
“อีกอย่างถ้าเธอ้าจะบอกฉันว่าฉันไม่ช่วยเหลือครอบครัวฝั่งแม่ของตัวเองแล้วละก็ ทำไมพวกเธอทั้งสามคนไม่บอกตัวเองก่อนละ อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นว่าพวกเธอแสดงสีหน้าหรือทำท่าทางอะไรบ้าง ในเวลาที่ครอบครัวฝั่งแม่ของพวกเธอมาขอความช่วยเหลือนะ แทนที่จะมาใส่ใจความเป็อยู่ของคนอื่นแบบนี้ ฉันว่าพวกเธอเอาเวลาไปใส่ใจครอบครัวของตัวเองดีกว่า”
“แล้วก็ช่วยหลีกทางให้ฉันด้วย ฉันไม่มีเวลามาพูดคุยกับพวกเธอหรอกนะ เพราะว่าตอนนี้ครอบครัวฝั่งแม่ของฉันกำลังรอต้อนรับฉันอยู่ ส่วนพวกเธอแทนที่จะมาหาเื่คนอื่นแบบนี้ ก็กลับไปช่วยครอบครัวของพวกเธอทำงานดีกว่า”
“มาบอกคนอื่นมาอกตัญญู แล้วคนที่ปล่อยให้ครอบครัวต้องทำงานหนัก ส่วนตัวเองมาจับกลุ่มนั่งนินทาคนอื่นแบบนี้ ฉันต้องเรียกว่าอะไร”
“แก...”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++