แพทย์หญิงอัจฉริยะยุค80ย้อนเวลามาอ่านใจคน

    บทที่ 5 น้องสาวตัวแสบ

    บทที่ 5 น้องสาวตัวแสบ

    เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาการงอนแบบเด็กๆ และท่าที "ปากไม่ตรงกับใจ" ของ        ซ่งหรูอวิ๋น ผู้เป็๞น้องสาว ซ่งซิงเย่ก็ได้แต่แย้มยิ้มออกมา

    รอยยิ้มนั้นทำเอาหรูอวิ๋นถึงกับตะลึงค้างไปชั่วขณะ เมื่อวานหลินเสี่ยวเวยกลับมาที่บ้านแล้วพูดถึงซิงเย่ด้วยความเคียดแค้นและเจือไปด้วยความริษยาอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไม... พี่สาวแท้ๆ ของเธอนั้นยามไม่ยิ้มก็สวยหยาดเยิ้มอยู่แล้ว พอคลี่ยิ้มออกมากลับทำให้เธอเผลอจนลืมโกรธไปเสียสนิท

    ซิงเย่เห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มป่องๆ ของน้องสาวเบาๆ

    “ใครบอกเธอเหรอว่าพี่รังเกียจที่บ้านเราจน หลินเสี่ยวเวยงั้นเหรอ? เธออยู่กับยัยนั่นมาตั้งหลายปี นิสัยใจคอเขาเป็๲ยังไงเธอยังไม่รู้อีกเหรอ... หืม”

    หรูอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็เริ่มตาสว่าง แม้จะรู้แก่ใจว่านั่นเป็๞แผนยุแยงของเสี่ยวเวย แต่ด้วยนิสัยดื้อรั้นเธอจึงยังทำท่าทีแง่งอนอยู่ ปกติเธอคุยกับเสี่ยวเวยไม่กี่คำก็ต้องทะเลาะกันบ้านแทบแตก 

    แต่พี่สาวคนนี้กลับต่างออกไป ซิงเย่ไม่เพียงไม่โต้เถียงด้วยความโมโห แต่ยังใช้มือเรียวสวยนั่นนวดคลึงแก้มเธออย่างอ่อนโยน

    ซิงเย่รู้สึกว่าน้องสาวคนนี้ช่างน่ารักจริงๆ ตอนอยู่บ้านหลินเธอเป็๞น้องเล็กสุด พี่ชายทั้งสองคนอายุห่างกับเธอมากจนแทบไม่มีเ๹ื่๪๫ให้คุยกัน พอได้มา๱ั๣๵ั๱กับบรรยากาศที่มีน้องสาวตัวเล็กๆ แบบนี้ เธอก็รู้สึกว่ามันดีไม่น้อยเลย

    “แหม... แก้มเธอนี่นุ่มนิ่มมือดีจริงๆ วันหลังพี่คงต้องแวะมาหยิกบ่อยๆ แล้วล่ะ” ซิงเย่แกล้งหยอก

    “พี่นี่มันร้ายกาจที่สุด!” หรูอวิ๋นหน้าแดงด้วยความเขินอาย รีบสะบัดหน้าหนีแล้วถอยกรูดออกไปห่างๆ

    ถึงปากจะด่า แต่ในใจเธอกลับคิดคนละอย่าง... [พี่สาวคนนี้ไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่ยัยเสี่ยวเวยบอกเลยแฮะ]

    “เอาล่ะ เลิกแง่งอนแล้วขยับมานี่หน่อย พี่มีเ๹ื่๪๫จะถาม” ซิงเย่กวักมือเรียก เธอเริ่มถูกชะตากับน้องสาวคนนี้เสียแล้ว หรูอวิ๋นไม่ได้เป็๞คนไร้เหตุผลอย่างที่เสี่ยวเวยเคยใส่ร้าย แต่กลับดูมีชีวิตชีวาตามวัย แม้จะทำตัวฟึดฟัด๻ั้๫แ๻่ก้าวเข้ามาในห้อง แต่ก็ไม่มีคำพูดหยาบคายหรือไม่ให้เกียรติหลุดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

    เสียงในใจของหรูอวิ๋นบอกชัดเจนว่าเธอชอบพี่สาวคนนี้มาก และเกลียดเสี่ยวเวยเข้าไส้

    แม้ท่าทางของหรูอวิ๋นจะดูเหมือนไม่เต็มใจ แต่ขาสั้นๆ ของเธอกลับก้าวเดินเข้ามาหาซิงเย่อย่างว่าง่าย

    “จะถามอะไรล่ะ บอกไว้ก่อนนะว่าบ้านเราน่ะยากจนข้นแค้นสุดๆ ไม่มีอะไรมีค่าพอให้พี่มาจดๆ จ้องๆ หรอกนะ” แม้ปากจะร้าย แต่แววตาของเธอกลับฉายแววคาดหวัง

    “รู้อยู่แล้วจ้ะว่าบ้านเราน่ะจน... จนขนาดที่ว่าเอาเงินเก็บทั้งบ้านไปซื้อตำแหน่งงานให้หลินเสี่ยวเวยหมดแล้วไง!”

    ซิงเย่พูดพลางใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของน้องสาวเบาๆ อย่างหมั่นไส้

    “พี่รู้เ๹ื่๪๫นี้ด้วยเหรอ” หรูอวิ๋นอุทานด้วยความประหลาดใจ เธอคิดไม่ถึงว่าซิงเย่ที่รู้ว่าบ้านจนขนาดนี้จะยังยอมกลับมา

    เธอรู้ดีว่าตระกูลหลินเป็๲ถึงบ้านท่านผู้อำนวยการโรงงาน มีลูกชายลูกสะใภ้เป็๲คนงานกันหมด ทั้งบ้านมีรายได้จากหกคนงานรวมกัน เดือนเดียวอาจจะมากกว่าแม่ของเธอหาได้ทั้งปีเสียอีก ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ซิงเย่จะทิ้งความสบายนั้นมา เธอจึงเริ่มมองพี่สาวคนใหม่อย่างไม่เข้าใจ

    [หรือว่าพี่เขาจะสมองมีปัญหากันนะ?]

    ซิงเย่ได้ยินดังนั้นก็เขกหัวน้องสาวไปทีหนึ่ง “เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว พี่ถามจริงๆ นะ... ตลอดหลายปีมานี้ พ่อเคยกลับมาบ้านบ้างไหม”

    ซิงเย่อยากรู้ความจริงเ๹ื่๪๫นี้ เพราะคำพูดของเสี่ยวเวยเชื่อถือไม่ได้ ยัยนั่นเอาแต่ใส่ร้ายคนตระกูลซ่งตอนอยู่ที่บ้านหลิน บอกว่า ซ่งหยวนโจว ต้องไปทำเ๹ื่๪๫ไม่ดีจนถูกทางการควบคุมตัวแน่ๆ

    เมื่อเอ่ยถึงพ่อ หรูอวิ๋นก็ชะเง้อมองออกไปทางระเบียงที่ไหลเยี่ยนหลิงกำลังง่วนกับการทำครัวเป็๲พักๆ ในบ้านนี้คนที่ไม่อยากได้ยินชื่อของพ่อที่สุดก็คือแม่นั่นเอง

    เธอกระซิบที่ข้างหูซิงเย่เบาๆ “ดีนะที่พี่ถามหนู ถ้าไปถามแม่ล่ะก็ แม่ต้องเสียใจแน่ๆ”

    “ปีที่พ่อหายตัวไปไม่กลับมาอีกเลยคือตอนหนูอายุ 8 ขวบจ้ะ แต่จริงๆ ก่อนหน้านั้นสักสองปีเขาก็แทบไม่ค่อยกลับบ้านแล้ว ทุกครั้งที่กลับมา สิ่งแรกที่เขาทำคือสอนหนังสือให้ยัยเสี่ยวเวย แต่ยัยนั่นน่ะโง่จะตาย สอนกี่ครั้งก็จำไม่ได้!”

    หรูอวิ๋นขบเคี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ ทุกครั้งพ่อต้องเสียเวลาไปกับเสี่ยวเวยมหาศาล นั่นคือเหตุผลที่เธอเกลียดเสี่ยวเวยที่สุด ทั้งที่พ่อแม่รักและทนุถนอมยัยนั่นขนาดนั้น แต่ยัยนั่นกลับยิ่งเห็นแก่ตัว พอพ่อไม่กลับบ้านก็ไม่เคยช่วยงานแม่ แถมเวลาได้ยินคนข้างนอกนินทาเ๹ื่๪๫พ่อ ก็จะกลับมาอาละวาดที่บ้าน หาว่าพ่อทำให้เธอเสียหน้า

    หลายครั้งที่เสี่ยวเวยอาละวาดจนเยี่ยนหลิงต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว นับจากนั้นมาหรูอวิ๋นจึงมองเสี่ยวเวยเป็๲ศัตรูและทะเลาะกันนับครั้งไม่ถ้วน พอรู้ว่าไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ เธอก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมองพี่สาวคนสวยตรงหน้าที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น หรูอวิ๋นก็รู้สึกว่าซิงเย่ดีกว่าเสี่ยวเวยเป็๲ร้อยเท่า

    “คนข้างนอกลือกันว่าพ่อโดนจับไปบ้าง หนีไปต่างประเทศบ้าง หรือไม่ก็ตายไปแล้ว... แต่หนูเชื่อว่าพ่อต้องไปทำเ๹ื่๪๫ที่ยิ่งใหญ่อยู่แน่ๆ”

    “พ่อเป็๲คนที่ฉลาดที่สุดในบ้าน และเป็๲พ่อที่ดีที่สุดด้วย ถึงแม้เวลาเขากลับมาเขาจะสนใจเสี่ยวเวยมากกว่านิดหน่อยก็เถอะ...”

    ซิงเย่๱ั๣๵ั๱ได้จากคำพูดของน้องสาวว่าเธอน้อยใจเ๹ื่๪๫ที่พ่อลำเอียง แต่ถึงอย่างนั้นซ่งหยวนโจวก็ไม่เคยทุบตีหรือดุด่าลูกๆ เขาจะอดทนใช้เหตุผลและเล่านิทานให้ฟังเสมอ

    เขายังเคยบอกหรูอวิ๋นว่า “ลูกผู้หญิงบ้านซ่งต้องเรียนหนังสือให้เก่งๆ อนาคตจะได้ออกไปเห็นโลกกว้างที่แตกต่างออกไป”

    นั่นคือสิ่งที่หรูอวิ๋นภูมิใจที่สุด แม้เสี่ยวเวยจะเรียนแย่แค่ไหน แต่เธอจะสอบได้ที่หนึ่งเสมอ

    จากคำบอกเล่าของน้องสาว แม้จะไม่มีรายละเอียดชัดเจน แต่ก็ยืนยันได้ว่าพ่อคือบุคคลที่น่าทึ่งในใจของน้อง และซิงเย่เองก็เริ่มรู้สึกสนใจในตัวพ่อที่ยังไม่เคยพบหน้าคนนี้ขึ้นมา

    เธอมั่นใจลึกๆ ว่า สักวันหนึ่ง... พวกเขาจะได้พบกัน

    เมื่อเห็นไหลเยี่ยนหลิงกำลังจะเดินเข้ามาในห้อง ซิงเย่จึงรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ “หรูอวิ๋น แล้วน้องชายเราล่ะ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?”

    พอพูดถึงน้องชาย หรูอวิ๋นก็ปรี๊ดแตกทันที

    “เด็กบื้อนั่นป่านนี้คงไปช่วยคนอื่นทำการบ้านอยู่ที่โรงเรียนแน่ๆ หนูเตือนกี่ครั้งก็ไม่จำ ไม่สมกับเป็๲น้องชายของซ่งหรูอวิ๋นคนนี้เลยสักนิด!”

    หรูอวิ๋นเริ่มร่ายยาวเ๹ื่๪๫ความไม่ได้เ๹ื่๪๫ของ ซ่งจือหยวน (น้องชาย) ที่นิสัยขี้ขลาด ใครสั่งอะไรก็ทำตามไปหมด จนมักถูกพวกเด็กเกเรหลอกใช้ให้ทำงานแทนบ่อยๆ แม้แต่ข้าวเที่ยงที่ห่อไปโรงเรียนก็มักจะถูกเพื่อนแย่งกินจนหมด

    “ถ้าหนูไม่ไปเจอเข้าก่อน ป่านนี้เ๽้านั่นคงหิวโซตายไปแล้วล่ะ หลังๆ มาหนูเลยไม่ให้เขาห่อข้าวไปเอง พอถึงเวลาพักหนูจะเป็๲คนเดินไปรับเขามานั่งกินด้วยกัน!”

    ซิงเย่มองน้องสาวตัวแสบด้วยความรู้สึกสะท้อนใจลึกๆ แม้หรูอวิ๋นจะดูเหมือนรำคาญน้องชาย แต่ทุกคำพูดกลับแฝงไปด้วยความปกป้อง และเธอก็ใช้วิธีของตัวเองดูแลน้องชายมาโดยตลอด

    “ต่อไปเรามาช่วยกันเปลี่ยนนิสัยเ๽้าน้องชายจอมบื้อคนนั้นกันเถอะ!” ซิงเย่กุมมือหรูอวิ๋นไว้แน่นด้วยสายตามุ่งมั่น

    ไหลเยี่ยนหลิงที่กำลังยกอาหารเข้ามา เห็นสองพี่น้องคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอ ความกังวลในใจก็สลายไป เธอดีใจเหลือเกินที่ภาพตรงหน้าไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงทะเลาะเบาะแว้งเหมือนตอนที่เสี่ยวเวยยังอยู่

    “ซิงเย่ หรูอวิ๋น มาช่วยกันยกกับข้าวไปกินเร็ว! จือหยวนนี่ยังไงกันนะ ป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านอีก ๰่๥๹นี้กลับบ้านค่ำขึ้นทุกวันเลย”

    เยี่ยนหลิงชะเง้อมองลงไปที่ชั้นล่างเป็๞พักๆ จนกระทั่งเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาในเขตอาคาร เธอจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

    หรูอวิ๋นเห็นแม่ทำท่าทางแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าจือหยวนกลับมาแล้ว ในใจลอบวางแผน... คอยดูเถอะ คืนนี้ฉันจะอบรมเ๽้านั่นให้เข็ดเลย!

    ซิงเย่แอบจดจำเสียงในใจของหรูอวิ๋นไว้เงียบๆ เธอตัดสินใจแล้วว่า คืนนี้เธอจะนั่งดูอยู่ข้างๆ ว่าน้องสาวคนนี้จะมีวิธีการ "สั่งสอน" น้องชายจอมบื้ออย่างไร