บทที่ 22 ธูปตามรอย ถูกคนชั่วทำร้ายจนกลายเป็ทาส
"พี่สาวตั้งใจมาปรากฏกายแล้วกล่าวเช่นนี้กับข้า คงมีเื่อยากจะขอร้องใช่หรือไม่?"
สวี่ไท่ผิงพอจะเดาความคิดของิญญาตนนี้ได้
"หนุ่มน้อยเดาถูกแล้ว การที่ข้าปรากฏตัวในครั้งนี้ ก็เพราะมีเื่จะขอร้อง"
ิญญาหญิงสาวพยักหน้ารัว ๆ
"ข้ามีน้องสาวฝาแฝดผู้หนึ่งนามว่าหลิ่วจือจิน เมื่อสามปีก่อน นางขึ้นเขามาพร้อมกับข้า แต่ด้วยพร์อันโดดเด่น นางจึงได้รับเลือกเป็ศิษย์ของยอดเขาที่ห้าโดยตรง เดิมทีพวกข้าทั้งสองได้นัดหมายกันไว้ว่า รอปีหน้า หลังจากผ่านการคัดเลือกของยอดเขาที่ห้าแล้ว ข้าก็จะได้ไปฝึกฝนพร้อมกับนาง"
"ทว่าใน่นี้เมื่อปีที่แล้ว มีศิษย์จากยอดเขาที่ห้าผู้หนึ่งมาเยือนที่พักของข้าอย่างกะทันหัน เขากล่าวว่าตนเป็ศิษย์พี่สามของน้องสาวข้า ยามลงจากยอดเขา จึงแวะมาส่งจดหมายแทนจือจิน พร้อมทั้งมาดูว่าข้าสบายดีหรือไม่"
"ยามได้ยินว่าเป็ศิษย์พี่ของจือจิน ข้าจึงมิกล้าละเลย พลางเลี้ยงสุราและอาหารชั้นเลิศให้กับเขาอยู่ครึ่งค่อนวัน"
"แต่เมื่อเขาดื่มสุราไปสามรอบ กลับเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาราวกับสัตว์ร้าย ทำเื่แปดเปื้อนกับข้า หลังจากนั้นก็ยังมาขู่ข้าอีกว่า ห้ามบอกเื่นี้กับผู้ใด และยังจะจองจำข้าไว้เป็นางบำเรอ คอยปรนนิบัติให้ความสำราญแก่เขา"
"ข้าตั้งใจจะปลิดชีพตนเองให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขากลับใช้จือจินมาข่มขู่ หากข้าไม่ยอมทำตาม เขาก็จะใส่ร้ายจือจิน ทำให้นางถูกขับไล่ออกจากยอดเขาที่ห้า"
"ด้วยความจำใจ ข้าต้องยอมมอบกายให้เขา คิดแค่ว่ารอให้จือจินยืนหยัดมั่นคงในยอดเขาที่ห้าได้แล้ว ค่อยหาทางบอกเื่ทั้งหมดนี้ให้นางรู้"
"แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ข้าบังเอิญได้ยินในยามที่เขาเมามายว่า เขาวางแผนจะใช้ข้าไปข่มขู่จือจิน แล้วทำให้นางตกเป็ของเล่นของเขาด้วย"
"หากเป็แค่ข้าที่ถูกย่ำยี ข้าย่อมอดทนได้ แต่เขากลับคิดจะทำกับจือจิน ต่อให้ต้องตายข้าก็จะสู้เพื่อไม่ให้เขาทำสำเร็จ"
"ดังนั้นข้าจึงฉวยโอกาสยามที่เขาเมาไร้สติ หยิบอาวุธที่ซ่อนไว้ในห้อง ตั้งใจจะปลิดชีพของเ้าคนชั่วช้าผู้นั้น"
"ทว่าข้าประมาทศิษย์บนเขาเกินไป แค่เผยจิตสังหารออกมาเพียงเล็กน้อย ก็ถูกเขาจับตัวได้ก่อน"
"เ้าคนชั่วช้าผู้นั้นโกรธจัด หลังจากที่ทรมานข้าอีกครั้ง ก็ฆ่าข้าทิ้งในป่าลึกใกล้เรือนพำนัก ไม่นานก็ถูกผีชางจับตัวไปจนกลายเป็ผีรับใช้"
หลังจากฟังเื่เล่าอันแสนยาวนานของิญญาหญิงสาว ความขุ่นเคืองใจพลันสุมอยู่ในอกของสวี่ไท่ผิง
เขาไม่คิดเลยว่าบนูเาเซียนแห่งนี้ ยังมีคนชั่วเลวทรามเช่นนี้อยู่ หากเทียบกับศิษย์ของยอดเขาที่ห้าผู้นั้นแล้ว พวกผีชางยังดูเป็คนดีกว่าเสียอีก
ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า สิ่งที่ิญญาหญิงสาวเล่านั้นเป็ความจริง
"จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เ้ากล่าวมานั้นเป็ความจริง?"
หลังจากตั้งสติได้แล้ว สวี่ไท่ผิงจึงเอ่ยถามิญญาหญิงสาว
"เพื่อเปิดโปงเ้าคนชั่วช้าผู้นั้น ข้ายอมสละแต้มสำนักที่สะสมมาสองปี เพื่อแลกซื้อธูปตามรอยมาจากหอตงิ"
ิญญาหญิงสาวเอ่ยพลางชี้ไปที่แขนเสื้อของศพด้านล่าง จากนั้นก็พูดต่อ
"ธูปตามรอยนี้ มีแม่หนึ่งลูกสาม รวมทั้งหมดสี่ก้าน ยามจุดธูปแม่ จะสามารถบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องก่อนที่ธูปจะหมดก้านได้"
"เมื่อ้าดู เพียงแค่จุดธูปลูก เหตุการณ์ในอดีตทั้งหมดก็จะปรากฏขึ้น"
ยามได้ยินเช่นนั้น สวี่ไท่ผิงก็พยักหน้า
เขาเคยเห็นของวิเศษชิ้นนี้ในกระจกทองแดงมาก่อน
"เช่นนั้นพี่สาวอยากให้ข้านำธูปลูกที่เหลืออยู่ไปมอบให้น้องสาวจือจินของท่านใช่หรือไม่?"
หลิ่วชิงเหมยยังไม่ทันได้เอ่ยปาก สวี่ไท่ผิงก็ถามขึ้นมาก่อน
"ถูกต้อง!"
นางพยักหน้าแรง ๆ จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง
"ศิษย์ยอดเขาที่ห้าผู้นั้นชื่อลู่เฉิน ได้ยินว่าเป็หลานชายของผู้าุโคนหนึ่งในยอดเขาที่ห้า สำนักชิงเสวียนคงไม่มีทางลงโทษเขาเพราะศิษย์นอกสำนักอย่างข้า ดังนั้นข้าจึงไม่ขอให้ความจริงปรากฏ ข้าขอเพียงแค่น้องสาวจือจินไม่ถูกคนชั่วนั่นหลอกลวงอีก!"
เพียงชั่วอึดใจที่นางกล่าวจบ ลมะเืพลันพัดผ่านมาที่ประตูรั้วอีกครั้ง ร่างของนางก็เริ่มจางหายไปทีละน้อย
"หนุ่มน้อย หากมีโอกาสขึ้นไปบนยอดเขาที่ห้าได้ โปรดมอบธูปตามรอยนี้ให้น้องสาวของข้าด้วย!"
เมื่อเห็นว่าิญญาใกล้จะสลาย น้ำเสียงของหลิ่วชิงเหมยกลายเป็ร้อนรนขึ้นมา นางมองสวี่ไท่ผิงด้วยแววตาคาดหวัง รอคอยคำตอบจากเขา
"หากพี่สาวกล่าวความจริง ข้าจะนำธูปตามรอยนี้ไปให้พี่สาวจือจินอย่างแน่นอน"
สวี่ไท่ผิงไม่ลังเลนัก ตอบตกลงด้วยแววตามุ่งมั่น
"ขอบพระคุณหนุ่มน้อย!"
หลังจากได้รับคำมั่นสัญญาจากสวี่ไท่ผิง ิญญาหลิ่วชิงเหมยพลันคุกเข่าลง โขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง
"หนุ่มน้อย วันนี้ผีชางยังทำไม่สำเร็จ มันไม่มีทางยอมเลิกราง่าย ๆ แน่ แม้ว่าจะรับมือได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน ใน่เวลาที่ข้าถูกจับตัวไป ข้าบังเอิญรู้มาว่า ผีชางตัวนี้ตายเพราะเมาสุรา สุราเป็ดั่งยาพิษสำหรับิญญาของมัน บางทีเ้าอาจจะหาวิธีบังคับให้มันออกจากร่างที่สิงอยู่ แล้วใช้สุราจัดการกับมัน"
หลิ่วชิงเหมยเงยหน้าขึ้น บอกจุดอ่อนของผีชางนั่นให้สวี่ไท่ผิงรับรู้
"จุดอ่อนของผีชางนี้คือสุรางั้นหรือ? ขอบคุณพี่สาวที่เตือนขอรับ!"
สวี่ไท่ผิงกล่าวอย่างดีใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้จุดธูปตามรอย ทว่าในใจก็เริ่มเชื่อใจหลิ่วชิงเหมยมากขึ้นอีกหลายส่วน
"หนุ่มน้อย อย่าลืมนำธูปตามรอยไปให้น้องสาวของข้านะ"
ิญญาหญิงสาวส่ายหัว ฝากฝังอีกครั้งด้วยสีหน้าเว้าวอน
"พี่สาวชิงเหมยไม่ต้องกังวล ตราบใดที่ข้าขึ้นเขาไปได้ ข้าจะหาวิธีมอบธูปตามรอยนี้ให้กับพี่สาวจือจินอย่างแน่นอน"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
ยามได้ยินวาทะนั้น บนใบหน้าที่ขมขื่นของหลิ่วชิงเหมยก็เผยรอยยิ้มออกมาได้ในที่สุด
"จริงสิ หนุ่มน้อย เบื่องหลังผีชางนั่นยังมีปีศาจเสืออีกตัวหนึ่ง วิชาของมันร้ายกาจมาก หากเป็ไปได้ อย่าไปเป็ศัตรูกับมันเชียว!"
ในขณะที่ร่างิญญาหญิงสาวใกล้จะสลายไป นางก็เตือนสวี่ไท่ผิงด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ปีศาจเสือหรือ?"
มองดูแสงสีเขียวที่สลายไปเหนือร่างของหลิ่วชิงเหมย สวี่ไท่ผิงพึมพำด้วยความใ
"เื่ราวของปีศาจที่ยอมเป็ทาสรับใช้เสือ เป็เื่จริงงั้นหรือ"
หลังจากได้ยินว่าเื้ัผีชางยังมีปีศาจเสือหนุนหลังอยู่ นอกจากความใแล้ว สวี่ไท่ผิงก็นึกถึงเื่ราวของปีศาจที่ยอมเป็ทาสรับใช้เสือขึ้นมาทันที
"ถึงแม้จะรู้จุดอ่อนของผีชางนั่นแล้ว แต่ตามที่ท่านอาจารย์จื่อหยางเคยกล่าวไว้ ก่อนที่จะทะลวงขั้นปฐม หากประมาทยามเผชิญหน้ากับปีศาจ อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรจัดการเอง แต่ควรรายงานให้สำนักทราบ แล้วปล่อยให้สำนักส่งคนมาจัดการ"
สวี่ไท่ผิงใคร่ครวญ พลางะโลงจากประตูรั้ว
"เอาเป็ว่ารายงานเื่นี้ให้สำนักทราบก่อน แล้วค่อยนำศพปีศาจหมาป่าบนูเามา พวกเขาคงไม่มองข้ามหรอกนะ"
เขาพึมพำพลางหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกจากแขนเสื้อของศพหลิ่วชิงเหมย
เมื่อเปิดออกดู ภายในกล่องไม้บรรจุธูปเอาไว้สามดอก
"ส่วนเื่ธูปตามรอยกับพี่สาวชิงเหมย วันนี้ให้จุดหนึ่งดอกเพื่อตรวจสอบของจริงของปลอมก่อน พรุ่งนี้ค่อยดูท่าทีของคนจากสำนักที่มาจัดการพวกปีศาจร้ายเ่าั้ หากพวกเขายินดีจัดการ ก็ค่อยบอกเล่าเื่ราวของหลิ่วชิงเหมยให้ฟัง แล้วมอบธูปตามรอยทั้งสามดอกนี้ให้กับพวกเขา"
สวี่ไท่ผิงลุกขึ้นยืน เก็บกล่องไม้ที่บรรจุธูปตามรอยเอาไว้