“ไม่ว่าลูกเจ้าพระยา หรือชาติไพร่ถ้าทำผิดคิดชั่วต่อผู้อื่นก็ควรสำนึกและปรับปรุงตัวถ้ามิได้มาเพราะสำนึกแต่มาเพื่อขอโทษไปให้พ้นๆจะได้มาก่อความวุ่นวายที่เรือนนี้อีกก็ขอให้กลับกันไปเสีย” สายตาคนพูดดุดันเอาเรื่อง
“เพราะถึงอย่างไรกระผมก็ยังคงเคารพท่านพระยาปรีดาศักดิ์และคุณหญิงเนื่องทองมิได้เสื่อมคลายแต่กระผมก็คงจะต้องขอระวังตัวจากคนที่เรือนของคุณหญิงอาจจะสนิทด้วยเหมือนเดิมมิได้เพราะความผิดที่แม่บัวทองก่อช่างอุกอาจยิ่งนัก” คุณหลวงพูดชัดเจนพร้อมมองตรงมาทางสองแม่ลูกด้วยสายตาที่ไม่เกรงใจใครสักนิด
“ที่สำคัญนะแม่บัวทอง” คุณหลวงหันมาทางบัวทองตรงๆ
“ศักดิ์ศรีที่ทุกคนมีหาใช่เพราะยศถาบรรดาศักดิ์หากแต่ทุกคนมีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม เกิดแลตายเหมือนกันทั้งสิ้นเข้าใจหรือไม่?” อบรมบัวทองให้ได้คิดเสียบ้างเพราะเหตุการณ์ที่บัวทองก่อขึ้นถือเป็นความอุกอาจอย่างร้ายแรงถ้าเป็นเรือนอื่นคงหมดความนับถือกันไปเสียแล้วเกตุแก้วที่นั่งอยู่ถึงกับอึ้งไปในการกระทำที่ยุติธรรมของคุณหลวงภัสดาคุณหญิงเนื่องทองรีบกระตุกแขนลูกสาวทันทีพร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัด
“แม่บัวทองขอโทษแม่เกตุแก้วเสีย เรื่องมันจะได้จบๆ” เสียงค่อนข้างสะบัด เหมือนโดนคุณหลวงภัสดาถอนหงอกอย่างไรไม่รู้แต่ที่เจ้าของเรือนพูดมันก็ถูกและถ้าเรื่องนี้แพร่สะพัดไปก็ให้เป็นอันอับอายเสียยิ่งกว่าสิ่งใดเป็นถึงลูกสาวขุนน้ำขุนนางแต่คิดการณ์ใหญ่ในการรังแกและคิดจะเอาชีวิตผู้อื่น ถ้าวันนั้นคุณหลวงธรรมธรหรือไม่เกตุแก้วที่จมน้ำตายไปคงได้ฉาวโฉ่กันไปทั้งพระนครและบัวทองอาจจะได้รับโทษทัณฑ์ถึงชีวิตก็เป็นได้
“คุณแม่...” บัวทองอุทานเสียงดังเมื่อผู้เป็นแม่บอกให้เธอขอโทษเกตุแก้วคุณหญิงเนื่องทองขึงตาดุใส่บัวทองก่อนจะพูดด้วยเสียงกร้าว
“เชื่อแม่ ขอโทษเกตุแก้วซะ จะได้กลับเรือนกันเสียทีธุระเรามีเพียงเท่านี้ถ้ามิเชื่อกัน ก็มิต้องกลับไปด้วยกัน” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแฝงเร้นด้วยโทสะแห่งความไม่พอใจยิ่งนักบัวทองหันไปมองหน้าเกตุแก้วด้วยความไม่พอใจ เกตุแก้วมองมาทางบัวทองนิ่งและไม่หลบตา!
“ขอโทษ...” ห้วน สะบัดบัวทองกล่าวคำขอโทษแบบไม่สำนึกผิด ขอโทษส่งๆ เพื่อให้เรื่องมันจบๆ ไปทางด้านเกตุแก้วมองบัวทองนิ่งไม่แยแสต่อคำขอโทษนั้นและไม่ได้กล่าวรับคำขอโทษที่บัวทองพูดออกมาแต่อย่างใดสายตาที่มองไปยังบัวทองบอกชัดเจนแทนคำพูดนั้นแล้วว่า ‘ไม่รับคำขอโทษ’ทั้งคุณหญิงเนื่องทองและบัวทองให้รู้สึกหมั่นไส้ในดวงตากลมโตที่ฉายแววความหยิ่งยโสคู่นั้นยิ่งนักคุณหลวงภัสดาเองก็สังเกตเห็นแววตานั้นเช่นกัน เกตุแก้วมิใช่คนโง่ หล่อนรู้ว่าคำขอโทษนั้นมิได้ออกมาจากใจ
“อิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะเจ้าคะ”เกตุแก้วพูดออกมาได้เป็นประโยคแรก หลังจากที่นิ่งไปนานไม่ใส่ใจสองแม่ลูกแม้แต่น้อยเมื่อเกตุแก้วลงจากเรือนไปคุณหญิงเนื่องทองก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีโดยเสไปพูดเรื่องการแต่งงานของลำเภาและขุนวิชยาสองแม่ลูกทำเป็นเนียนคุยอย่างสนิทสนมกับทุกคนเช่นเดิมราวกับไม่เคยเกิดเรื่องใดๆขึ้นเลย และเมื่อเห็นว่าพอสมควรกับเวลาสองแม่ลูกก็ล่ำลาทุกคนเพื่อกลับเรือนตน ทั้งสองเดินออกมาไกลจากเรือนของคุณหลวงภัสดามากแล้วบัวทองก็พูดขึ้นน้ำอย่างเกรี้ยวกราด
“คุณแม่ให้ลูกขอโทษมันทำไมเจ้าคะ? ลูกล่ะเกลียดมันนักดูสายตามันมองเราสิเจ้าคะ จองหองน้อยเสียเมื่อไหร่”หน้าตาบึ้งตึง
“ขอโทษมันไปก่อนลูกแม่ ประเดี๋ยวเถิดมันจะได้พบเจอกับนรกของจริง!”คุณหญิงเนื่องทองพูดด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมราวกับมีแผนการอะไรเอาไว้ในใจบัวทองสงสัย
“คุณแม่จะทำอะไรกับมัน?เล่าให้ลูกฟังบ้างสิเจ้าคะ” บัวทองถามด้วยความอยากรู้ คุณหญิงเนื่องทองนิ่งไปเธอรู้ดีว่าลูกสาวของเธอไม่ใคร่จะมีความรอบคอบเท่าใดนักและเห็นว่าที่นี่ก็ยังมิใช่เขตเรือนตนจะพูดจะจากระไรก็กลัวจะรั่วไปถึงหูผู้อื่นเอาได้
“กลับเรือนเสียก่อนแล้วแม่จะบอกให้ฟัง” ขณะที่พูดคุยกันอยู่สองแม่ลูกก็เห็นคุณหลวงธรรมธรนั่งเรือมากับบ่าวโดยมุ่งหน้ามาทางเรือนของคุณหลวงภัสดา
“คงจะติดใจแม่นั่นเหมือนหลวงภัสดาอีกคน”บัวทองมองหลวงธรรมธร แล้วเบะปาก
“นังเกตุแก้วมันมีดีอะไร? ใครๆถึงได้ติดใจมันนัก” โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองสู้เกตุแก้วสาวบ้านนอกไม่ได้ทุกทางไม่ว่าจะงานบ้านงานเรือนนิสัยใจคอ หรือกระทั่งความงามที่ผุดผ่อง ซึ่งบัวทองเทียบไม่ติดเลยแม้แต่นิดเดียว
“หลวงธรรมธรนี่แหละที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่เชื่อลูกรอดูสิแผนการของแม่จะไม่มีวันล่มอย่างแน่นอน” คุณหญิงเนื่องทองมั่นใจยิ่งนักว่าแผนการของเธอเหนือชั้นกว่าบัวทองผู้เป็นลูกสาวและแผนการนั้นจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
.
.
ยุคปัจจุบัน ช่วงดึกสงัดวิญญาณของคุณหลวงภัสดากลับมาจากการไปสืบความลับของรัศมีและนายสหชัฏเขานั่งอยู่บนหัวเตียงของเมขลาใบหน้าหม่นหมองเล็กน้อย คุณหลวงรู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องที่ได้รับรู้มาในวันนี้เพราะยังมิรู้ว่าต้องเรียบเรียงเรื่องราวแล้วเล่าให้เมขลาฟังอย่างไรมันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจของเธอโดยตรง ก่อนหน้านั้นผีบุญอิ่มก็รายงานเรื่องที่เมขลามาถามความเป็นมาของเรือนหลังนี้กับเธอวิญญาณของคุณหลวงภัสดาพยักหน้ารับรู้เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขานี่เองที่เป็นต้นเหตุ
ภายในห้องนอนของเมขลา หญิงสาวนอนหลับสนิทคุณหลวงนั่งอยู่บนหัวเตียง เขาเอาศีรษะของเมขลาหนุนบนตักของเขามือใหญ่ลูบผมหญิงสาวไปมาเอ็นดู สายตาแสนรักแสนหวงก่อนจะค่อยๆก้มลงจูบที่ไรผมของเธอเบาๆ แล้วพึมพำขึ้นมา
“ฉันแทบบ้าเมื่อรู้ว่าหล่อนจะไปเป็นของคนอื่น...”สายตาวิญญาณคุณหลวงเหม่อมองไปไกลเขารู้ว่าหญิงสาวกำลังฝันถึงเรื่องใด
คุณหลวงธรรมธรกับบ่าวคนสนิทแจวเรือมาเทียบที่ท่าน้ำบริเวณเรือนของคุณหลวงภัสดาวันนี้เขามีธุระสำคัญจะคุยกับเจ้าของเรือน เมื่อขึ้นมาบนเรือนก็เห็นคุณหลวงภัสดานั่งคุยอยู่กับลำเภาและขุนวิชยาทางด้านขุนวิชยาแลเห็นคุณหลวงธรรมธรมาถึงเรือนว่าที่เจ้าสาว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยกมือไหว้อย่างนอบน้อมด้วยทางเครือญาติต่างรู้จักสนิทสนมกันพอสมควรลำเภาเองก็รีบยกมือไหว้ฝ่ายมาเยือนเช่นกัน คุณหลวงธรรมธรรับไหว้ทั้งสองยิ้มแย้มแต่คุณหลวงภัสดานี่สิคอแข็งสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดคุณหลวงธรรมธรยิ้มให้คุณหลวงภัสดาเล็กน้อย เจ้าของเรือนผายมือเชิญแขกลงนั่งซึ่งเป็นตั่งที่สองแม่ลูกเพิ่งลุกจากไปไม่นานนี้เอง
“ดีจริงที่อยู่กันพร้อมหน้า” หลังจากลงนั่งคุณหลวงธรรมธรก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนจริงจัง
“กระผมมีธุระที่อยากจะคุยกับคุณหลวงแล้วก็พอดีกับแม่ลำเภาอยู่ด้วยจะได้รับรู้ไปพร้อมกันเลยนะขอรับ” คุณหลวงภัสดาหายใจไม่ทั่วท้องเขากังวลกับเรื่องที่คุณหลวงธรรมธรต้องการจะคุยด้วยลำเภากับขุนวิชยาสงสัยขึ้นมาทันทีว่าคุณหลวงธรรมธรมีสิ่งใดสำคัญนักถึงได้บุกมาถึงเรือนอย่างนี้
“คุณหลวงต้องการพูดคุยสิ่งใดถึงได้มาหากระผมถึงเรือนทั้งที่กระผมเคยขอเอาไว้ อย่ามายุ่มย่ามที่เรือนนี้อีก” คุณหลวงภัสดาถามขึ้นพร้อมกับประโยคหลังที่เจาะจงย้ำเสียงขุ่นเพราะไม่ค่อยพอใจนักที่อีกฝ่ายมาถึงเรือนตนเช่นนี้คุณหลวงธรรมธรนิ่งแต่ทว่าสีหน้าดูจริงจังมาก
“กระผมต้องขอโทษที่มาถึงเรือนคุณหลวงทั้งที่คุณหลวงเคยห้ามเอาไว้แล้วแต่วันนี้จำเป็นจริงๆ เพราะต้องการจะคุยธุระกับทางเรือนนี้กระผมจะไม่อ้อมค้อมนะขอรับ” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้างทุกคนนิ่งฟังราวกับนัดกันไว้
“หลังงานแต่งงานของขุนวิชยากับแม่ลำเภากระผมจะขอไถ่ตัวแม่เกตุแก้วไปเป็นศรีแก่เรือนของกระผมขอรับ”พูดจบทั้งคุณหลวงภัสดาลำเภาและขุนวิชยาต่างตกตะลึงอ้าปากค้างกันไปเป็นแถบและทุกคนก็ไม่ได้คิดว่าหลวงธรรมธรจะพูดเล่นเพราะทั้งคำพูด สีหน้าแลแววตา บ่งบอกว่าเอาจริงทุกคำ!คุณหลวงภัสดาเจ้าของเรือนเย็นวาบไปทั่วสันหลัง จะมาเอาเกตุแก้วไปจากเขางั้นรึ!?
“คุณหลวงถามเจ้าตัวหล่อนแล้วรึว่าอยากจะไปอยู่ด้วยรึไม่?”กัดฟันถาม พยายามเก็บอารมณ์ขุ่นมัวไว้ในใจคิดแต่ว่าจะไม่มีวันยอมให้ใครมาเอาตัวเกตุแก้วไปจากเขาได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดหล่อนจะต้องอยู่กับเขาที่เรือนนี้เท่านั้นแต่...ความคิดของคุณหลวงภัสดาฟุ้งกระจายรึว่าคนที่อยากไปจากเขาคือเจ้าหล่อนเสียเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งให้ร้อนรุ่มอยู่ในใจ
“กระผมคิดว่าแม่เกตุแก้วไม่น่าจะมีปัญหาเพราะกระผมและแม่เกตุแก้วเราเข้ากันดี พูดคุยถูกคอกันในระดับหนึ่ง” คุณหลวงธรรมธรเองก็แอบทึกทักเอาเองเช่นกัน จากนั้นก็หันไปหยิบห่อกระดาษจากบ่าวคนสนิทที่ตามมาด้วยยื่นให้กับคุณหลวงภัสดาคุณหลวงภัสดารับมาด้วยมือที่สั่นเทาเริ่มโมโหเล็กน้อยเพราะคิดว่าทั้งสองมีใจให้แก่กัน
“นี่อะไร?”เสียงถามห้วน อยากรู้ว่าข้างในคืออะไร
“ผ้าผืนนี้เป็นผ้าที่แม่เกตุแก้วหมายตาหล่อนจับแล้วจับอีกแต่คงมิกล้าซื้อ เพราะราคาแพงโขทีเดียวกระผมจึงซื้อให้หล่อนเป็นของกำนัล แทนคำมั่นว่าจะมารับหล่อนไปร่วมเรือนด้วยกันแต่หล่อนคงจะเกรงใจคุณหลวงที่เป็นนายจึงได้ให้บุญอิ่มนำมาคืนกระผม” เสียงพูดชัดเจนจริงใจ แววตารักใคร่เกตุแก้วอย่างแสดงออกคุณหลวงภัสดาแอบหมั่นไส้แต่ลำเภาแอบคิดหนักเพราะรู้ดีว่าพี่ชายตนแอบรักแอบชอบพอเกตุแก้วอยู่แล้วผู้เป็นพี่ชายจะทำเช่นไร
“กระผมขอฝากให้แม่เกตุแก้วด้วยนะขอรับเราต่างเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ ต่อไปมีอะไรกระผมก็จะพูดตรงๆกับทางคุณหลวงให้ชัดเจน จะได้ไม่บาดหมางต่อกัน” เป็นคำพูดที่ออกมาจากน้ำใสใจจริงแต่ทว่าคนฟังกลับหูอื้ออึงไปเสียหมด มีเพียงความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในตอนนี้ ‘ไม่มีวันที่จะยกหล่อนให้คนอื่น!!’