่บ่ายแก่ ๆ ของวันถัดมา แสงแดดของกรุงเทพมหานครยังคงร้อนระอุส่องแสงแดดแผดเผาจนแทบจะละลายิัมนุษย์ออฟฟิศให้ไหม้เกรียมคาสี่แยกไฟแดง ฉันหิ้วตะกร้าใส่กาแฟเย็นและเอกสารเร่งด่วนบางส่วนก้าวเดินออกจากล็อบบี้ตึกระฟ้าสไตล์โมเดิร์นของบริษัท มุ่งหน้าไปตามฟุตบาทริมถนนใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์บีบแตรและควันท่อไอเสีย เพื่อไปยังร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยใหญ่หวังจะหาซื้อยาดมมาสูดดมและแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดเอวที่ยังคงรุมเร้าสะโพกและเอวบางไม่ยอมหยุดหย่อนจากศึกหนักบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีเมื่อวานนี้
แต่ในจังหวะที่ฉันกำลังก้าวเดินเลี้ยวผ่านหัวมุมทางเชื่อมแคบ ๆ ระหว่างตึกสูงระฟ้าสองตึกที่เป็ซอยเปลี่ยวไร้ผู้คนและสว่างรางสลัวร่มเงา จู่ ๆ ข้อมือขวาของฉันก็โดนฝ่ามือของใครบางคนเอื้อมมากระชากคว้าดึงอย่างรุนแรงปานพายุหมุนจนร่างทั้งร่างปลิวเซเข้าไปในซอกตึกมืดสลัวทันที!
"ว้าย! ใครน่ะ! ปล่อยนะ!" ฉันร้องอุทานด้วยความใสุดขีดสะกดอารมณ์ใ พลางหันไปมองหน้าผู้ประทุษร้าย ก่อนจะลมหายใจสะดุดกึกดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของมันชัดเจนคาตา
มันคือ กร อดีตแฟนเก่าตัวดีที่สร้างหนี้ห้าล้านฟาดหัวฉันแล้วหนีหายเข้ากลีบเมฆไปนั่นเอง! สภาพของมันตอนนี้แตกต่างจากชายหนุ่มแต่งตัวดีขี้เก๊กในอดีตอย่างลิบลับ ใบหน้าของกรซูบตอบจนกระดูกโผล่ ใต้ตาดำคล้ำจนเขียวช้ำคล้ายซากศพเดินได้ในซีรีส์ซอมบี้ไม่มีผิด เส้นผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชื้นเหนียวเหงื่อส่งกลิ่นอับชื้นโชยเปี้ยว และเนื้อตัวสั่นเทาระริกด้วยความหวาดกลัวลนลานจากภัยอันตรายรอบตัวที่ไล่ล่ามันอยู่ข้างหลัง
"เกล... ในที่สุดก็เจอแกสักที! ช่วยฉันด้วยเกล!" กรครางกระซิบเสียงแหบพร่า สองมือสกปรกขยับคว้าจับไหล่ฉันแน่นอย่างวิงวอนและกึ่งบังคับกดดัน
*โอ้โห... สภาพสารรูปอดีตคนรักแสนดีสี่ปีของฉันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับผีดิบในหลุมศพเลยค่ะคุณผู้ช๊ม! กลิ่นตัวอับเหงื่อเหม็นเปรี้ยวปานขยะเปียกค้างคืนขัดใจลุคสำอางเซ็ตผมเนี๊ยบของแกเมื่อก่อนสุด ๆ... นี่แกไปนอนคลุกฝุ่นหนีเ้าหนี้นอกระบบมาจนลืมอาบน้ำสระผมกี่สัปดาห์แล้วเนี่ย?! ในอดีตฉันตาบอดขนาดไหนถึงยอมคบผู้ชายซอมซ่อไร้สมองแบบนี้มาตั้งสี่ปีค๊าคุณยมบาล?! สู้คิรินหน้าั์จอมบงการไม่ได้สักกระผีกริ้น รายนั้นตัวหอมกลิ่นไม้สนซีดาร์ปนน้ำหอมหรูราคาแพงระยับตลอดเวลา ขนาดตอนเขาร่วมรักดุเดือดป่าเถื่อนบนโต๊ะทำงานหรูกลิ่นฟีโรโมนยังทำให้ฉันเคลิ้มละลายคาอกแกร่งแผงอกกว้างแน่นปั๋งต่างกับตาแฟนเก่าเปรี้ยวโฉ่คนนี้ลิบลับชวนอ้วกชะมัด!* เสียงในหัวของฉันคิดประชดปนสะอิดสะเอียนขยะแขยงอดีตแฟนเก่าสารเลวจับใจ
"ปล่อยฉันนะกร! แกยังกล้ามาดักเจอฉันอีกเหรอ?! หนี้ห้าล้านสี่แสนบาทที่แกทิ้งไว้ค้ำประกันทำชีวิตฉันพังพินาศหมดแล้ว!" ฉันตวาดใส่เสียงต่ำเบา พยายามสะบัดไหล่ออกจากมือเปียกเหงื่อสกปรกของมันอย่างรังเกียจ
"เกล... แกต้องช่วยฉันนะ พวกลูกหนี้นอกระบบมันจะตัดขาฉันทิ้งแล้วถ้าไม่หาเงินไปให้พวกมันวันนี้! แกเป็ผู้ค้ำร่วมนะเกล ถ้าฉันตายแกก็ต้องโดนตามล่าต่อล้มละลายไปด้วย!" กรเอ่ยปากอ้อนวอนอย่างน่าเกลียดสะอิดสะเอียน ก่อนแววตาซูบตอบของมันจะเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวและละโมบยามมองกระดุมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดีกระโปรงเลขาฯ เข้ารูปตัวสวยของฉัน "ฉันสืบรู้มาว่าตอนนี้แกทำงานเป็เลขาส่วนตัวข้างกายคิริน รัตนวิเชียร มาเฟียการเงินระดับประเทศใช่ไหม?! แฟ้มข้อมูลการเงินและรหัสบัญชีหุ้นต่างประเทศลับของเขาต้องอยู่ในคอมพิวเตอร์แกแน่ ๆ! แกแอบคัดลอกใส่แฟลชไดรฟ์นี้เอามาให้ฉันชดใช้หนี้หน่อยสิเกล! ถ้าแกยอมช่วยฉัน หนี้ของเราสองคนก็จะล้างหมดไปทันทีนะ!"
กรยัดเยียดทรัมป์ไดรฟ์ USB ตัวเล็กใส่มือของฉันอย่างบ้าคลั่งตาเยิ้มแดง
ฉันมองหน้ามันด้วยความรู้สึกสมเพชปนโกรธแค้นจนหน้าสั่นระริก "แกเป็บ้าไปแล้วเหรอกร?! เอาชีวิตฉันไปพังพินาศกับหนี้ค้ำประกันห้าล้านยังไม่พอ แกยังจะบังคับขู่เข็ญให้ฉันหักหลังขโมยข้อมูลของมาเฟียข้ามชาติจอมบงการคนนั้นอีกเหรอฮะ?! แกอยากให้ฉันโดนหั่นศพแยกชิ้นส่วนยัดปูนถ่วงน้ำในแม่น้ำเ้าพระยารึไง?! ฉันไม่ทำเด็ดขาด ปล่อยฉัน!"
ฉันพยายามสะบัดมือขว้างแฟลชไดรฟ์ทิ้งลงพื้นดินอย่างไม่ใยดี ทว่า กรกลับฟิวส์ขาดกระชากข้อมือขวาของฉันไปบีบและบิดข้อมือเค้นสุดแรงเกิดเพื่อเค้นเอาความร่วมมือ แขนแกร่งของมันบีบกดตรึงข้อมือเรียวบางของฉันแนบชิดติดเสาปูนซอยเปรียบจนกระดูกข้อมือของฉันส่งเสียงลั่นเจ็บแสบร้าวปวดกระดูกไปหมด
"อย่ามาอวดเก่งเกลิตา! แกเป็ของตายของฉัน! ถ้าแกไม่ยอมช่วยขโมยข้อมูลการเงินมาให้ฉัน ฉันจะแฉเื่วันไนท์สแตนด์แอบนอนขัดดอกชดใช้หนี้เอาตัวเข้าแลกกับคิรินประจานให้คนในโซเชียลรู้จนไม่มีทางยืนในสังคมเลยคอยดู!" กรตะคอกขู่ขวัญข้างหูบีบข้อมือฉันแน่นจนเนื้อเขียวคล้ำ
*ไอ้แฟนเก่าสมองเสื่อมเอ๊ย! ขู่จะแฉเื่วันไนท์สแตนด์ชดใช้หนี้? แกยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นก็คือคุณคิริน รัตนวิเชียร มาเฟียเ้าชีวิตและเ้านายจอมเผด็จการสุดโหดของฉันคนนี้! ขืนแกไปโพสต์แฉในโซเชียลมีเดีย คนแรกที่จะโดนลูกน้องชุดดำรุมกระทืบหั่นศพโยนทิ้งถังขยะก็คือตัวแกนั่นแหละย่ะ! ดาหน้าเข้ามารับกรรมซะเถอะ!* เสียงในหัวของฉันกรีดร้องด่ามันอย่างไม่สะทกสะท้าน
"อ๊ะ! เจ็บ... ปล่อยนะไอ้กรสารเลว!" ฉันร้องอุทานด้วยความเ็ปลึกซึ้ง น้ำตาแห่งความเ็ปเอ่อล้นคลอรอบเบ้าตาขยับข้อเท้าหวดเตะหน้าแข้งมันเต็มแรงปัง! พลางโยนถุงกระดาษใส่กาแฟเย็นสาดกระแทกหน้ามันจัง ๆ จนกรครางโอดโอยหน้าเสีย
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยตึกและเสียงคนเดินผ่านไปมาหน้าปากซอยดังก้าวผ่านเข้ามาใกล้ กรตระหนกใลนลานกลัวโดนรุมจับลากคอส่งตำรวจ มันจำยอมต้องปล่อยข้อมือฉันรวดเร็วและหันหลังวิ่งเตลิดหนีหายเข้ากลีบเมฆทางตรอกซอยแคบไปทันที ทิ้งให้ฉันยืนหอบหายใจกุมข้อมือขวาที่สั่นสะท้านระบมร้าวช้ำเขียวช้ำไปหมด
่เย็นหลังเลิกงาน ฉันต้องขึ้นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์กลับเพนท์เฮาส์พร้อมกับคิรินตามปกติ แอร์เย็นฉ่ำในรถหรูบวกเสียงเพลงแจ๊สคลาสสิกที่เปิดคลอเบา ๆ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศกดดันระหว่างเราคลายลงเลยสักนิด ฉันได้แต่นั่งห่อไหล่ชิดขอบประตูขวาคอยซุกข้อมือขวาที่ปวดระบมหน่วงแปร๊ดเขียวช้ำเข้าในกระเป๋าเสื้อสูทแ่า ั์ตาคู่คมกริบของคิรินที่นั่งกอดอกอยู่ข้างตัวกวาดสายตามองฉันเงียบเฉียบผ่านเงามืดในฟิล์มกระจกจนฉันเกร็งตัวลีบแทบไม่กล้าขยับเขยื้อน
*โอ๊ย... แอร์ก็เย็นเฉียบ เพลงแจ๊สก็ดังแ่เบายังกับเพลงงานศพไว้อาลัยชะตากรรมของฉันเลยค่ะคุณผู้ช๊ม! ปวดสะโพกจากศึกรอบบ่ายข้ามห้องทำงานไม่พอ ข้อมือขวายังระบมปวดตุบ ๆ ทรมานชะมัด... หวังลึก ๆ ว่ามาเฟียหน้าั์หวงก้างคนนี้จะไม่สังเกตเห็นรอยแผลที่ข้อมือฉันนะ ไม่งั้นคงเป็เื่ใหญ่แน่ ๆ* ฉันคิดสะท้อนอารมณ์กังวลใจไปตลอดทางเดินรถติด
ครั้นก้าวเข้าสู่ห้องนั่งเล่นเพนท์เฮาส์หรูชั้นสามบาร์ Midnight Room ฉันพยายามยกถ้วยชาร้อนเสิร์ฟให้คิรินที่นั่งทำงานไอแพดส่วนตัวอยู่บนโซฟาหนังห้องนั่งเล่น ร่างกายที่ระบมล้าปวดเอวประกอบข้อมือขวาที่ช้ำระบมหนักทำให้มือของฉันสั่นเทาจนถ้วยชาร้อนกระฉอกหกเปรอะถาดเงินเสียงดังลั่นห้อง *เกร้ง...* ถ้วยชาเกือบหล่นแตกกระจายคามือ
คิรินละสายตาคมกริบจากหน้าจอไอแพดจ้องมองใบหน้าหวานซีดสั่นและท่าทางลนลานพยายามซุกซ่อนข้อมือขวาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของฉันทันควัน แววตาคมปราบประดุจพญาเหยี่ยวของเขา นิ่งทันทีจนน่ากลัว
"ยื่นมือขวาของคุณมาให้ผม" คิรินออกคำสั่งเสียงเรียบต่ำ แต่เฉียบขาดทรงอำนาจสะกดใจจนขยับขาหนีไม่ได้
"ไม่มีอะไรค่ะคุณบอส... ฉันแค่ล้าเฉย ๆ..." ฉันส่ายหน้าละล่ำละลักปฏิเสธก้าวถอยหลังกะเผลก
ทว่า คิรินไม่ยอมเปิดช่องว่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนตระหง่านก้าวเท้าประชดประชิดตัวรวดเร็วปานลมพัด มือหนาแกร่งคว้าจับข้อมือเรียวขวา ของฉันยกขึ้นมา สองมือของเขาขยับรูดดึงแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของฉันขึ้นทันที ก่อนจะเบิกตากว้างแววตาคมกริบสั่นสะท้านไปด้วยกระแสจิตฆาตกรรมรุนแรงเฉียบพลันเย็นะเื
ที่ข้อมือเรียวขาวนวลของฉัน บัดนี้ปรากฏเป็รอยช้ำบวมเป่งสีแดงก่ำสลับเขียวคล้ำปานคนโดนคีมเหล็กบีบบดเค้นกระดูกช้ำเืเขียวช้ำอย่างน่ากลัวรุนแรง คิรินลูบไล้แ่เบาตรงรอยช้ำสะกิดต่อมความเจ็บจนฉันเผลอร้องครางซีดปากหลับตาปี๋ *อ๊ะ... เจ็บ...*
ั์ตาคู่คมกริบสีดำสนิทของคิรินพลันแปรเปลี่ยนเป็ดำสนิทมืดมิดวาวโรจน์ไปด้วยประกายแห่งจิตฆาตกรที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต อุณหภูมิรอบตัวเพนท์เฮาส์หรูพลันดิ่งฮวบลงต่ำเยือกแข็งปานอยู่ในขั้วโลกเหนือทันตา คิรินไม่ได้เอ่ยปากคำพูดอบอุ่นหรือปลอบใจฉันแม้แต่คำเดียว ทว่าร่างหนาแกร่งกลับแผ่ซ่านไอพลังมืดอันตรายบ้าคลั่งที่พร้อมจะทำลายล้างทำลายชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างที่บังอาจแตะต้องเธอ
คิรินหันใบหน้าคมคายไปสั่งลีโอบอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สงบนิ่ง แต่เย็นเยียบสยดสยองไปถึงไขสันหลังก้องกังวานในโถงห้อง
"ลีโอ... ส่งคนของเราไปลากคอไอ้กรมาให้ผม คืนนี้ลากมันไปที่โกดังร้างฝั่งธนบุรี... ผมจะไปลงมือต้อนรับมันด้วยตัวเองชำระหนี้แค้นมันซะ"
"ครับบอส!" ลีโอนอบน้อมรับคำสั่งเฉียบขรึมรีบก้าวเดินออกไปจัดการงานทันควัน
ฉันยืนตัวสั่นระริกสะท้านกอดข้อมือช้ำแ่า จ้องมองแผงหลังแกร่งและแววตาดำมืดไร้ก้นบึ้งของคิรินจอมบงการที่เต็มไปด้วยจิตฆาตกรรมน่าขนลุกเสียวสันหลังวาบ... ความโกรธเคืองระดับทำลายล้างโลกของเขากำลังจะเปิดประตูด้านมืดอันดำมืดที่สุดของมาเฟียขีดเส้นใต้ชะตากรรมคนนอกในเสี้ยววินาทีถัดไปอย่างไม่มีวันเลี่ยงพ้นชัวร์ ๆ...