สวี่ฮุ่ยก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจถ้าหากสิ่งที่เธอคาดเดาเป็นจริง สวี่ต้าซานคงน่าสงสารมาก
แต่เธอสงสารเขาได้แค่เสี้ยววิก็เฉยชาแล้วเพราะความรักที่สวี่ต้าซานมอบให้เธอก็เหมือนกัน มี แต่น้อยนัก
เช้าตรู่วันที่เจ็ดเดือนสิงหาคม สวี่ฮุ่ยกำลังจะถือถังใส่ปลาไหลออกไปข้างนอกแม่ของหยางหยางก็ถือชุดเดรสตัวใหม่มาหาเธอ
พอเข้าบ้านก็พูดกับสวี่ฮุ่ยด้วยรอยยิ้มสดใสว่า“ครั้งที่แล้วเธอช่วยชีวิตหยางหยางไว้คุณย่าของหยางหยางอยากให้ฉันมาขอบคุณเธอหลายครั้งแล้วเมื่อวานฉันเลยไปซื้อชุดเดรสตัวนี้ที่ตัวอำเภอให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดดูสิว่าชอบไหม?”
พูดจบก็ยื่นชุดเดรสให้สวี่ฮุ่ย
สวี่ฮุ่ยปฏิเสธเล็กน้อยก่อนจะรับมาแล้วพูดพลางยิ้มว่า “ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับของขวัญวันเกิดเลยค่ะ”
สิ้นเสียงเธอก็แสร้งเหลือบมองสวี่เยว่ที่แปลงโฉมใหม่
วันนี้ก็เป็นวันเกิดของสวี่เยว่เหมือนกัน
สวี่เยว่แต่งตัวสวยงามสะดุดตาสวมสร้อยคอทองคำที่กู่ซิ่วซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสิบแปดปีต่างจากสวี่ฮุ่ยที่แต่งตัวเรียบง่ายราวฟ้ากับดิน
สวี่เยว่ทำเป็นไม่สนใจแล้วหันหลังหลบเข้าห้องตัวเอง
ส่วนกู่ซิ่วได้ยินคำพูดของสวี่ฮุ่ยจากในครัวก็โมโหจนขบกรามกรอด
ประโยคเมื่อครู่นั้นชัดเจนว่าสวี่ฮุ่ยพูดให้เธอฟัง
เธอเดินออกมาจากครัวแย่งชุดเดรสสีเหลืองอ่อนที่แม่ของหยางหยางเพิ่งให้สวี่ฮุ่ยไปจากมือเธอ แล้วตวาดว่า“แค่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ ก็รับของเขามาทำไมแกถึงหน้าด้านได้ขนาดนี้?”
จากนั้นก็หันไปคืนชุดให้แม่ของหยางหยางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง เธอไม่ต้องเกรงใจหรอก เอาชุดกลับไปเถอะ”
สวี่ฮุ่ยพูดตอกกลับติดประชดประชัน“แล้วที่แม่กับสวี่เยว่แอบอ้างเอาความดีความชอบที่หนูช่วยชีวิตคนไว้นั่นไม่เรียกหน้าด้านเหรอคะ?”
เดิมกู่ซิ่วตั้งใจจะไม่ให้สวี่ฮุ่ยได้ชุดนั้นแต่ลืมไปว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่เมื่อโดนสวี่ฮุ่ยสวนกลับคำเดียวจึงหน้าเสียทันที
สวี่ต้าซานเห็นสวี่ฮุ่ยเปิดโปงเรื่องน่าอายในครอบครัวต่อหน้าคนอื่นโต้งๆ ก็อับอาย อดตะคอกไม่ได้ “หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”
สวี่ฮุ่ยมองเขาอย่างเย็นชา“หนูไม่หุบ พ่อไปเอามีดในครัวมาฟันหนูเลยสิ!”
สวี่รั่วเฉินพูดอย่างเจ็บปวด“ฮุ่ยฮุ่ย ทำไมเธอกลายเป็นแบบนี้ไปได้?”
“ก็พวกนายบีบฉันให้เป็นไงรู้ทั้งรู้แต่ก็ยังถามมาได้!”
สวี่รั่วเฉินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
แม่ของหยางหยางรู้สึกอึดอัดใจอย่างมากรีบยัดชุดใส่มือสวี่ฮุ่ย แล้วพูดกับกู่ซิ่วว่า “ฮุ่ยฮุ่ยช่วยลูกชายฉันไว้นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะ ฉันก็แค่ให้ชุดเป็นการขอบคุณเท่านั้นเองเธออย่าห้ามกันเลย” พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ไม่กี่นาทีต่อมาข่าวที่ครอบครัวผู้จัดการโรงงานสวี่รุมกลั่นแกล้งสวี่ฮุ่ยก็แพร่สะพัดไปทั่วเขตบ้านพัก
หลายคนซุบซิบนินทาว่ากู่ซิ่วไม่ยอมซื้อชุดใหม่ให้สวี่ฮุ่ยใส่ฉลองวันเกิดแล้วยังไม่อยากให้คนอื่นซื้อชุดให้สวี่ฮุ่ยอีก ใจร้ายกับสวี่ฮุ่ยเกินไปแล้ว!
สวี่ฮุ่ยเอาชุดใหม่ที่แม่ของหยางหยางให้ไปเก็บไว้ในห้องแล้วออกจากบ้านไป
กู่ซิ่วแสร้งตะโกนไล่หลัง“จะไปไหนแต่เช้า? ใกล้จะกินมื้อเช้าแล้วนะ”
ตอนนี้กู่ซิ่วกับสวี่เยว่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในเขตบ้านพักเพื่อที่จะกู้ชื่อเสียงกลับมาบ้าง กู่ซิ่วจำต้องแสร้งทำเป็นห่วงใยสวี่ฮุ่ย
แต่สวี่ฮุ่ยไม่ให้โอกาสนี้กับเธอเดินไปพลางพูดโดยไม่หันกลับมามองว่า “หนูไม่ไปให้หนูไปเพื่อนั่งมองสวี่เยว่กินไข่ลวกน้ำเชื่อมในวันเกิดเหมือนทุกปีหรือไงคะ?”
สวี่ฮุ่ยเพิ่งพูดจบเสียงของเพื่อนบ้านก็ลอยมาจากข้างนอก “ฉันว่านะแม่ของเยว่เยว่ถึงไข่ไก่จะแพง แต่สำหรับบ้านเธอก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย เด็ก ๆ เกิดวันเดียวกันเธอก็แบ่งให้ฮุ่ยฮุ่ยกินบ้างเถอะ ลูกจะได้ไม่เสียใจ”
ใบหน้าของกู่ซิ่วแดงสลับเขียวพูดตอบจากในบ้านว่า “ฉันรู้แล้วล่ะ!”
แล้วค่อยลดเสียงลงบ่นพึมพำด้วยความโกรธว่า “ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!”
สวี่ต้าซานโดนสวี่ฮุ่ยเถียงเมื่อครู่ตอนนี้ก็ยังโมโหอยู่ในใจ
ถ้าภรรยาไม่เข้ามาวุ่ยวายทำให้เรื่องยุ่งยากวิ่งออกมาขัดขวางลูกสาวคนโตที่กำลังรับของขวัญ เขาคงไม่ต้องดุลูกพ่อลูกก็คงไม่ทะเลาะกัน เพราะแบบนี้เขาจึงไม่พอใจกู่ซิ่วมาก
เขาทำหน้าเย็นชาแล้วพูดว่า“ถ้าปกติคุณไม่ลำเอียงเกินไป คนอื่นจะพูดแบบนั้นเหรอ!”
กู่ซิ่วพูดอย่างน้อยใจ“ที่ฉันลำเอียงก็เพราะเยว่เยว่ร่างกายไม่แข็งแรงนี่!”
“ลำเอียงก็คือลำเอียง!อย่ามาหาข้ออ้าง!” สวี่ต้าซานตะคอก
สวี่เยว่น้ำตาไหลพรากพูดปนสะอื้นว่า “เป็นความผิดของหนูเอง ถ้าไม่มีหนูหรือหนูแข็งแรงเหมือนพี่สาว พ่อแม่ก็คงไม่ทะเลาะกัน”
พอสวี่เยว่ร้องไห้สวี่ต้าซานก็ใจอ่อนยวบทันที
ใคร ๆก็อยากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงกันทั้งนั้นการที่มีโรคประจำตัวก็ไม่ใช่ความผิดของเยว่เยว่สักหน่อย
วันนี้ยังเป็นวันเกิดของเธออีกเขาในฐานะพ่อกลับทำให้เธอเสียใจ
ถ้าหาเงินค่าผ่าตัดไม่ได้แล้วในอนาคตไม่ได้ผ่าตัดเยว่เยว่อาจจะอยู่ไม่ถึงอายุสามสิบ
เมื่อคิดถึงตรงนี้สวี่ต้าซานก็รู้สึกสงสารสวี่เยว่มาก และไม่พอใจสวี่ฮุ่ยแทน
ลูกสาวคนโตมีเงินแต่กลับไม่ยอมเอาออกมาจ่ายค่าผ่าตัดให้เยว่เยว่
สวี่ฮุ่ยออกจากบ้านเพื่อไปซื้อแม่กุญแจ
แต่ร้านขายอุปกรณ์โลหะของรัฐในตำบลยังไม่เปิดเวลานี้เธอจะซื้อแม่กุญแจก็ซื้อไม่ได้
สวี่ฮุ่ยจึงไปที่บ้านของคุณลุงหงในเขตบ้านพักลูกชายคนโตของเขาทำงานที่ร้านขายอุปกรณ์โลหะ น่าจะมีแม่กุญแจขายอยู่
พอสวี่ฮุ่ยถามก็มีจริง ๆ
ป้าหงหยิบแม่กุญแจใหม่ขนาดต่างๆ ออกมาเจ็ดแปดอันให้สวี่ฮุ่ยเลือก แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าซื้อกุญแจทำไม
สวี่ฮุ่ยเลือกแม่กุญแจอันหนึ่งที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปแล้วพูดว่า “กลัวของหายเลยอยากติดแม่กุญแจไว้ที่ประตูห้องค่ะ”
ป้าหงนึกถึงเรื่องสวี่เยว่ขโมยเงินรางวัลสามพันหยวนของสวี่ฮุ่ยเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ทำหน้าเหมือนกับว่า ‘ฉันเข้าใจ’
แม้สวี่ฮุ่ยจะไม่รู้ว่าแม่กุญแจราคาเท่าไหร่แต่ให้เงินเยอะไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย
เธอหยิบธนบัตรสองหยวนวางไว้บนโต๊ะพูดขอบคุณด้วยรอยยิ้ม กำลังจะจากไป
ป้าหงคว้าธนบัตรแล้วยัดใส่มือสวี่ฮุ่ย“เพื่อนบ้านกันทั้งนั้น ฉันจะรับเงินเธอได้ยังไง”
สวี่ฮุ่ยรู้ว่านี่เป็นแค่คำพูดตามมารยาท
ถึงแม้ป้าหงจะเป็นคนดีแต่ไม่มีทางให้กุญแจหล่อนฟรี ๆ
ทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างยากลำบากบ้านไหน ๆ ต่างก็เอาของที่ได้จากโรงงานมาขายแลกเงินใช้จ่ายในบ้านกันทั้งนั้น
สวี่รั่วเฉินทำงานเป็นพนักงานขายที่โรงงานทอผ้าในอำเภอมักจะได้ผ้ามีตำหนิมา เขาก็เอาไปขายแลกเป็นเงินเก็บไว้เหมือนกัน!
กู่ซิ่วรังเกียจที่ต้องใช้ผ้ามีตำหนิมาทำเสื้อผ้าให้ตัวเองกับสวี่เยว่ส่วนการทำเสื้อผ้าให้สวี่ฮุ่ยงั้นเหรอ? อย่าหวังเลย!
สวี่ฮุ่ยพูดอย่างจริงจัง“ถ้าป้าไม่รับเงิน หนูก็ไม่เอาแม่กุญแจค่ะ!”
พูดจบก็ทำท่าจะวางแม่กุญแจกลับลงบนโต๊ะ
ป้าหงจึงพูดว่า“แม่กุญแจแบบนี้ขายในร้านแค่ห้าเหมา เธอให้ฉันตั้งสองหยวน…เยอะเกินไป!”
สวี่ฮุ่ยเปลี่ยนเป็นธนบัตรหนึ่งหยวน“ป้าอย่ามายื้อยุดกับหนูเลยเอาเงินส่วนที่เกินไปซื้อหมูสามชั้นครึ่งจินมาย่างให้ลุงหงกินเถอะค่ะ”
“เด็กคนนี้นี่!”ป้าหงรับเงินหนึ่งหยวนนั้นไว้ นึกชอบใจสวี่ฮุ่ยมาก
เด็กคนนี้ให้เงินเยอะไม่พอ ยังพูดจาไพเราะน่าฟังอีก
สวี่ฮุ่ยกลับมาถึงบ้านเป็นครั้งแรกที่กู่ซิ่วต้มไข่ลวกน้ำเชื่อมสองชามแล้วก็เรียกสวี่ฮุ่ยมากินอย่างกระตือรือร้น
เสียงตะโกนดังจนแทบจะให้คนทั้งเขตบ้านพักได้ยิน
สวี่ฮุ่ยพูดอย่างเย็นชา“หนูไม่กินหรอก กลัวโดนวางยา”
สิ้นเสียงก็หยิบค้อนกับตะปูไปติดแม่กุญแจที่ประตูห้องของตัวเอง
สวี่ต้าซานหน้าแดงก่ำ
เดิมทีเขาตั้งใจจะรอให้สวี่ฮุ่ยกินไข่ลวกน้ำเชื่อมเสร็จแล้วค่อยขอยืมเงินจากเธออีกครั้งเพื่อเอาเงินและของขวัญไปคืนให้กับบ้านสกุลลู่
สวี่ฮุ่ยกินไข่ลวกน้ำเชื่อมแล้วคงไม่กล้าไม่ให้เขายืมเงินหรอกมั้ง
แต่เธอไม่หลงกลเลย!
สวี่รั่วเฉินเห็นสวี่ฮุ่ยติดแม่กุญแจที่ประตูห้องของตัวเองก็รู้สึกไม่พอใจมาก “อยู่บ้านเดียวกันยังต้องล็อกห้องตัวเองอีกเหรอ?”
สวี่ฮุ่ยเหลือบมองเขาอย่างเย็นชาขณะที่ตัวเองก็กำลังมือยุ่งเป็นพัลวัน“ต่อไปของฉันหายนายจะรับผิดชอบเหรอ? เงินฉันเคยหายตั้งสามพันหยวนเชียวนะ!”
สวี่เยว่น้ำตาคลอเบ้า“พี่คะ ฉันไม่ได้ขโมยเงินสามพันหยวนของพี่จริง ๆ นะ”
สวี่ฮุ่ยแค่นเสียงเอ่ย“อย่ามาทำตัวน่าสงสารต่อหน้าฉัน ไปบอกตำรวจสิถ้าตำรวจยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นคนขโมย ฉันถึงจะเชื่อว่าเธอไม่ได้ขโมย!”
กู่ซิ่วพูดติดโมโห“สวี่ฮุ่ย แกจะบีบคั้นน้องแกให้ตายเลยรึไง!”
สวี่ฮุ่ยขมวดคิ้ว“อย่ามาป้ายสีกันมั่วซั่วหนูไม่เพียงไม่กลัวแต่จะยิ่งเกลียดแม่มากกว่าเดิมด้วย!”
ติดตั้งแม่กุญแจเสร็จเธอก็ล็อกประตูห้องตัวเองแล้วหิ้วปลาไหลออกจากบ้านไป
หลังจากขายปลาไหลสวี่ฮุ่ยก็ไปเดินเล่นในเมืองซื้อเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกระโปรงยาวคลุมเข่าลายตารางแดงดำให้ตัวเอง
วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบสิบเก้าปีของเธอเธออยากให้ของขวัญวันเกิดกับตัวเอง
นับจากวันนี้เธอก็จะเป็นสาวอายุสิบเก้าปีแล้ว