ตอน 4 วิชารบวิชารัก
เฉียนจิ๋นเซี่ย...ประคองร่างที่อ่อนแอของตนไปที่ม้า....ล้วงมือเข้าไปใต้อานม้า ในนั้นมีขวดยาอยู่...เป็ยาชั้นดีที่อาจารย์ของเฉียนจิ๋นเซี่ยเคยให้เอาไว้...ทุกครั้งก่อนออกเดินทางมาท่องแดนแคว้นต่างๆอาจารย์มักจะบอกว่า...
"เฉียนจิ๋นเซี่ย...หนทางข้างหน้าอันตรายไร้การคาดเดา จงเก็บยานี้ไว้อย่าให้ห่างกาย...หากมีเหตุที่เ้าจะเอาตัวไม่รอดาเ็สาหัสทั้งภายนอกและภายใน...จงดื่มมัน!!!"
เฉียนจิ๋นเซี่ย...ได้ดื่มมันเพียงชั่วพริบตา...ก็เริ่มมีกำลังมากขึ้น...
เฉียนจิ๋นเซี่ยนำยาที่เหลือไปป้อนให้กับผิงเยว่...
เฉียนจิ๋นเซี่ยค่อยๆประคองร่างของผิงเยว่ขึ้นมาพักพิงอิงไหล่...ค่อยๆป้อนยานั้นใส่ปากของนาง...ยาอันแสนล้ำค่านั้นยังไม่ทันได้ไหลลงลำคอ...นางก็สำลักยา...หกลงพื้น...
"แย่ละ...ทำไมนางดื่มยาไม่ได้...ทำยังไงดีล่ะขืนปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปยาวิเศษของท่านอาจารย์นับว่าศูนย์เปล่าแน่"
เฉียนจิ๋นเซี่ย...ถอนหายใจเฮือกใหญ่...จ้องมองใบหน้า...และริมฝีปากของนาง....
อึ้กๆ...อึก... เสียงเฉียนจิ๋นเซี่ยกลืนน้ำลายเสียงดัง...พึมพำๆๆ
"เอาล่ะ ข้าไม่ได้จิตใจสกปรกหรอกข้าช่วยนางนับเป็เื่อันดี"
เฉียนจิ๋นเซี่ยตัดสินใจยกซดยาที่เหลือ....จนหมดขวด...อมเอาไว้ในปาก...กลั้วไปมาให้ยาผสมกันได้ดีก่อนจะโน้มตัวลง...ป้อนยาแม่นางผิงเยว่ด้วยปากของตน... เฉียนจิ๋นเซี่ยประกบปากของตนเข้ากับปากของนางอย่างนุ่มนวล...วินาทีนั้นอยู่ดีๆ...หัวใจของเขาก็เต้นแรงผิดปกติ...
เฉียนจิ๋นเซี่ย...คิดในใจ...
"อ๊ะ....นี่ร่างกายของข้าเป็อะไรไป...หัวใจของข้าเหมือนจะะเิออกมายังไงอย่างงั้น"...
"ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ข้าต้องทนไม่ไหวแน่..."
เฉียนจิ๋นเซี่ยรีบป้อนยาจากปากตนให้เสร็จ...
ผิงเยว่ก็ตื่นขึ้นมา...นางยิ่งตกตะลึงไปกันใหญ่...เมื่อหลับใหลไปแสนนาน..ก่อนจะหลับใหลไปภาพที่จำได้คือถูกเฉียนจิ๋นเซี่ยมัดมือมัดเท้าบังคับให้ฝึกวิชาต่อสู้อย่างดุดัน...แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา...ดันถูกจูบริมฝีปากอย่างกะทันหัน...
ผิงเยว่คิดในใจ...
"นี่มันอะไรกัน...ข้าฝันไปอย่างนั้นหรือ...เหตุใดเฉียนจิ๋นเซี่ย.อยู่ในฝันของข้า"
นางพยายามเอามือทั้งสองข้างที่ไร้เรี่ยวแรงผลักไปบนหน้าอกอันแน่นทึบของเฉียนจิ๋นเซี่ย....
"เอ๊...นี่นางได้สติแล้วหรือ...ยาของท่านอาจารย์สมคำร่ำลือจริงๆ......."
"ไม่ได้!! ข้ายังป้อนยานางไม่หมดหากเอาปากออกตอนนี้ยาต้องหกหมด และนางต้องไม่ยอมดื่มยาที่ข้าคายจากปากแน่"
เฉียนจิ๋นเซี่ยเกร็งตัวแข็งทื่อ...จนผิงเยว่ไม่สามารถผลักเฉียนจิ๋นเซี่ยให้ห่างออกไปได้...
กระทั่งนางมั่นใจว่านี่เป็ความฝัน
"เอ๋...ทำไมข้าผลักเฉียนจิ๋นเซี่ยออกไปไม่ได้ล่ะ...นี่เป็ความฝันแน่นอน... เอาล่ะอย่างน้อยในฝันข้าก็ไม่เสียเปรียบ...ข้าได้จูบกับชายที่รูปโฉมงดงามน่าเกรงขามที่สาวๆต่าง้าถือว่าคุ้มแล้ว"
หลีผิงเยว่หลับตาพริ้ม...ด้วยความเคลิ้บเคลิ้ม...เปลี่ยนจากมือที่ผลักหน้าอกของเฉียนจิ๋นเซี่ยเป็กอดคอกดหัวของเฉียนจิ๋นเซี่ยไว้แน่น...
"อ๊ะ. ... เอ๊ะ....นะนะนี่เป็ผลข้างเคียงของยาแน่ๆ...นางถึงได้กระตุกปากเล้าโลมข้าเช่นนี้"
ผิงเยว่คิดในใจ...
"ข้าไม่คิดเลยว่า...ในโลกแห่งความเป็จริงลำพังใบหน้าที่เคร่งขรึมของเฉียนจิ๋นเซี่ยเองก็ดูขมขื่นถึงเพียงนั้น... แม้กระทั่งจูบในฝันยังขมขื่นยิ่งกว่า...จูบแรกของข้ามีรสขมยิ่งนัก..."
หลังจากนั้นเฉียนจิ๋นเซี่ยก็ประคองให้ผิงเยว่นอนลงบนเตียง...
ผิงเยว่ใลืมตาขึ้นมา.....คิดในใจ
"นี่ข้าไม่ได้ฝันไปหรือ....นี่เป็จูบของเฉียนจิ๋นเซี่ยจริงๆสินะ..."
ด้วยความเขินอายไร้เดียงสาผิงเยว่คิดว่า...เฉียนจิ๋นเซี่ยคงยังไม่ทันเห็นว่าตนรู้สึกตัวแล้ว...นางทำตัวไม่ถูก...จึงแกล้งหลับตาปี๋... นอนนิ่งบนที่นอนตัวแข็งทื่อ...พลิกตัวหันหลังให้กับเฉียนจิ๋นเซี่ย...หันหน้าเข้ากำแพง...แล้วจึงแอบลืมตาขึ้น กำมือแน่น กัดฟัน ฟึดฟัดทำท่าเขินอายภายนอกดูนิ่งเงียบ...แต่ภายในใจเสียงะโร้องกรี้ดจนแทบจะะเิออกมา
เฉียนจิ๋นเซี่ย ไม่พักผ่อน เร่งฟื้นฟูพลังปราณ...
ด้วยความรุนแรงร้ายกาจของยาวิเศษ...เพียงไม่กี่ชั่วยามเฉียนจิ๋นเซี่ย...ก็ฟื้นฟูพลังปราณได้เกือบหมด...
ทันใดนั้นเอง…เฉียนจิ๋นเซี่ยได้ยินเสียงฝูงอินทรีย์ 3 ตัวบินวนอยู่บนท้องฟ้าเหนือหลังคา ส่งเสียงร้องดังกังวาน
"ศานลับจากท่านพ่อส่งมาถึงข้าไกลถึงเพียงนี้เลยหรือ!!"
เฉียนจิ๋นเซี่ย ทำสีหน้าร้อนใจเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน… ระหว่างที่จะก้าวขาออกจากประตู … เฉียนจิ๋นเซี่ยก็พูดขึ้น พร้อมกับยิ้มมุมปาก
"หลีผิงเยว่…เ้าไม่ต้องแกล้งหลับแล้วข้ารู้ว่าเ้ารู้สึกตัวนานแล้ว"
พูดจบเฉียนจิ๋นเซี่ยออกไปที่ลานบ้านอินทรีย์ทั้งสามบินต่ำลงวนที่ร่างกายของเฉียนจิ๋นเซี่ยสามรอบก่อนจะเกาะที่หัวไหล่ทั้งสองข้างอีกตัวที่เป็อินทรีย์หัวหน้า เกาะที่ลำแขนของเฉียนจิ๋นเซี่ยอย่าน่าเกรงขาม… อินทรีย์ทุกตัวมีสาส์นลับผูกติดไว้ที่ขา… ทันทีที่เฉียนจิ๋นเซี่ยได้อ่านข้อความในจดหมายลับนั้นก็เกิดใบหน้าที่กลัดกลุ้ม ใจความว่า
"ให้รีบเร่งสืบราชการลับล้วงข้อมูลจากแคว้นต่างๆให้ได้มากที่สุด หาจุดอ่อนให้เจอตอนนี้สถานการณ์ของแคว้นเฉียนเหลียงไม่ค่อยดีนัก "
"สืบได้ว่าแคว้นเซี่ยกำลังจัดเตรียมกองกำลังที่แข็งแกร่งเตรียมบุกยึดทำากับแคว้นเฉียนเหลียงอยู่เนืองๆ"
"รีบเดินทางกลับเมืองเหลียงโจว(เมืองหลวงของแคว้นเฉียนเหลียง)ให้เร็วที่สุด"
เพื่อระบายความกลัดกลุ้มในใจ… เฉียนจิ๋นเซี่ยคว้าดาบคู่กายมาร่ายวิชากระบี่ ท่วงท่าร่ายรำฝึกฝนยุทธนั้นช่างงดงามและมีเสน่ห์…ผิงเยว่ทำได้เพียงยืนดูเฉียนจิ๋นเซี่ยอยู่หน้าประตูนั่น…กระทั่งเฉียนจิ๋นเซี่ยควบคุมอารมณ์ของตนได้ดี… จึงสังเกตเห็นผิงเยว่…เฉียนจิ๋นเซี่ยเข้าไปจูงแขนนางมาที่ลานหน้าบ้าน ค่อยๆจับมือของนางให้กุมด้ามดาบโดยเฉียนจิ๋นเซี่ยเอามือของตัวเองกุมมือของนางไว้ด้านนอกร่างกายที่กำยำแข็งแรงของตนก็โอบคลุม คอยควบคุมท่วงท่าร่ายรำของนางอยู่เป็จังหวะๆการที่มีนางมาฝึกกระบี่อยู่เคียงข้างในวันนี้ทำให้เฉียนจิ๋นเซี่ยมีความสุขอบอุ่นใจมากขึ้นกระทั่งลืมเลือนเื่กลัดกลุ้มในใจไปได้ทั้งหมด…ทั้งคู่หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวจังหวะนั้นปิ่นไม่บนหัวนางก็หลุดร่วง ผมยาวของสาวงามผิงเยว่สยายปลิวพลิ้วไหว วินาทีนั้นเองทำให้เฉียนจิ๋นเซี่ยหัวใจเต้นแรงตกหลุมรักนางที่อยู่ตรงหน้าจนแทบกะพริบตาจากนางไม่ได้
ณ โรงน้ำชา
เมื่อวันก่อน…ต้วนหุนเต๋อ เดินทางมาจากแคว้นใต้กับท่านพ่อเพื่อมาทำการค้าขายและสืบราชการลับกับคนในเมืองอิ่งโจวครั้งนี้ก็เป็เช่นเคยที่หุนเต๋อตั้งใจติดตามท่านพ่อมาเพื่อมีจุดประสงค์อยากพบหน้านางผู้เป็ที่รัก…หุนเต๋อรู้สึกแปลกใจเมื่อไปที่โรงน้ำชา นั่งรออยู่ครึ่งค่อนวันกลับไม่พบผิงเยว่แม้แต่เงา… เมื่อพระอาทิตย์เริ่มสาดส่องแสงสีส้มคล้ายว่ากำลังจะลับขอบฟ้าหุนเต๋อตัดสินใจไปนั่งรอผิงเยว่ที่ต้นไม่ใหญ่ในทุ่งหญ้าแห่งเดิมที่เป็ความทรงจำจุดนัดพบของทั้งสองคนตลอดมา…รอต่อไปกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า รอบกายของหุนเต๋อมีฝูงหิ่งห้อยบินเปล่งประกาย แสงสว่างส่องระยิบระยับน่าประทับใจ …ต้วนหุนเต๋อคิดถึงคำนึงหาแม่นางผิงเยว่มาก ทำได้แค่รอเขาเอื้อมมือไปเด็ดใบไม้ใบหนึ่ง ะโขึ้นไปเอนกายบนกิ่งไม้ เป่าใบไม้ด้วยริมฝีปากจนเกิดเป็บทเพลงที่ซึ้งกินใจบทเพลงนั้นเป็บทเพลงที่ผิงเยว่มักจะเป่าให้เขาฟังเสมอ…
"ช่างงดงามนักมันจะดีแค่ไหนกันหากเ้าได้อยู่ที่นี่กับข้าตอนนี้"
กระทั่งหุนเต๋อหลับไหลไปในคืนนั้น………ในยามรุ่งเช้าหมอกลงหนาทึบ พร้อมกับแสงแดดอ่อนๆกระทบกับใบไม้ส่องลงตรงใบหน้าหุนเต๋อตื่นขึ้นก็กลับไปที่โรงน้ำชาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังหวังว่าจะได้พบกับหลีผิงเยว่
แต่แล้วก็ไม่พบใคร พบก็เห็นเพียงแต่จะเป็เถ้าแก่โรงน้ำชาคนเดิม
"คุณชายต้วนหุนเต๋อท่าน้าพบแม่นางหลีผิงเยว่ใช่หรือไม่ หากใช่ ท่านถอดใจเถิด นางมิได้มาทำงานสองสามวันแล้วเห็นทีวันนี้นางก็คงจะไม่มา"
"คุณชายกลับไปเถอะ "
หุนเต๋อเกือบจะทอดถอนใจ"เถ้าแก่ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าบ้านของนางอยู่ที่ไหน "
ครั้งแรกที่ถาม เถ้าแก่ไม่ยอมบอก กระทั่งหุนเต๋อวางถุงเงิน 1000ตำลึงต่อหน้า ด้วยความโลภเถ้าแก่รีบบอกที่อยู่ของนางอย่างละเอียดด้วยความดีใจ หุนเต๋อรีบวิ่งไปหานาง ระหว่างทางที่วิ่งไปก็ดึงถุงใบหนึ่งออกมาจากอาภรณ์ที่เก็บซ่อนไว้อย่างดี
"กำไลหยกนี้ ข้าตั้งใจนำมาให้เ้าท่านแม่บอกว่ากำไลหยกนี้เป็ของที่ท่านพ่อมอบให้เป็ของแทนใจตอนที่สู่ขอนาง"
"ข้ามั่นใจแน่วแน่ว่าจะแต่งกับเ้าแต่เพียงผู้เดียว…ดังนั้นข้าไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะมอบให้เ้า"
แต่แล้วสีหน้าที่ดีใจชื่นมื่น ก็ได้หยุดชะงักลง เมื่อภาพตรงหน้าเป็แม่นางหลีผิงเยว่กำลังถูกชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งโอบล้อมกายจากด้านหลังควบคุมท่วงท่ารำดาบ ดูแล้วช่างเหมาะสมกันนัก ทั้งสองดูมีความสุขมากในเวลานั้น