ตัวโตยกขวานขึ้นฟันอีกครั้งพร้อมกับแรงเหวี่ยงที่น่ากวาดกลัว ซิลเองก็ใช้ทักษะดาบสวนการโจมตีของตัวโตการโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกันทำให้ทั้งคู่กระเด็นถอยหลังออกไป ตัวโตในตอนนี้เขาเริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา
“แย่แล้วดูเหมือนว่าข้าคงต้องรีบจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้ได้เสียแล้ว”ตัวโตกำขวาบนด้วยมือทั้งสองข้าง “ฟันแยกส่วน” ตัวโตคำรามออกมา
ขวานที่ตัวโตฟันเกิดเป็คลื่นพลังที่คมกริบพุ่งเข้าฟันไปที่ซิล การโจมตีครั้งนี้ของตัวโตนั้นมีพลังมหาศาลอย่างมาก กำไลข้อมือของซิลปล่อยลมปราณออกมาเพื่อสร้างเป็โล่ป้องกันให้ซิล
คมขวานเขาปะทะกับโล่ลมปราณ ของซิลจนเกิดคลื่นแรงปะทะและกระจายไปทั่วบริเวณ เหล่าคนที่กำลังต่อสู่กันอยู่ข้างทั้งสองข้างงต้องถอยออกห่างเพื่อที่จะไม่ให้ตนเองนั้นได้รับลูกหลงไปด้วย
“ข้าว่าเ้ามอบหนังสือให้ข้ามาซะดีๆสภาพเ้าในตอนนี้ไม่อาจที่จะสามารถต่อสู้กับข้าได้แล้ว” การโจมตีของตัวโตนั้นทำลายโล่ลมปราณของซิลจนแหลกกระจุยจากนั้นพลังที่เหลือก็ซัดเข้าใส่ร่างกายของซิล
ซิลนอนนอนหนังสืออยู่กับพื้นและกระอักเืออกมา”ซิลมอบหนังสือนั้นให้พวกมันไปเถอะ”ชายที่ใช้ธนูคนหนึ่งพูดขึ้น พวกเขาทั้งสามมีสีหน้าที่หวาดกลัว
ตัวโตจ้องมองทั้งสามคนและยิ้มออกมา และสังให้คนหนึ่งในกลุ่มเขาไปเอาหนังสือจากซิลมา ชายคนนั้นยิ้มและเดินเข้าไป”ซิลเ้าจะส่งมาดีๆหรือว่าเ้าอยากจะตาย”ชายผู้นั้นกล่าว
เขาเดินเข้าไปไกลซิลจากนั้นเขาก็ฟันเาบลง ซั๊วะ เสียงคมดาบตัดไปที่ลำคอ จากนั้นก็มีหัวลูกหนึ่งลอยขึ้นบนท้องฟ้า ใบหน้าของหัวนั้นมีรอยยิ้มประดับ
ตัวโตที่เห็นดังนั้นจึงรู้สึกใ แต่เขาก็เก็บอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ จากนั้นเขาก็สั่งให้คนในกลุ่มไปจับสามคนที่อยู่ฝั่งซิลมาเป็ตัวประกัน
ทั้งสามนั้นโดนดาบจี้ไว้ที่คอ ทั้งสามรู้สึกหวาดกลัวและร้องคำรามขึ้นมา”ซิลนี่เ้าอยากให้พวกข้าต้องตายงั้นเหรอ หนังสือนั้นมันสำคัญกว่าพวกเรางั้นเหรอ”
เสียงของทั้งสามคนที่หวาดกลัวได้แทรกเข้าไปที่กลางดวงใจ ทันใดนั้นเขาก็นึกเื่ราวบางอย่างขึ้นมาได้
“ทำไมเ้าไม่มาเป็สหายกับพวกข้าละ” เสียงแห่งความทรงจำแล่นเข้ามา “ข้าต้องขอโทษพวกเ้า”ซิลพูดและยื่นหนังสือให้ตัวโต
“ปล่อยพวกเขาไป ไม่เช่นนั้นหนังสือเล่มนี้เ้าอย่าหวังที่จะได้มัน”ซิลพูดและคุกเข่าขอร้อง
ตัวโตยิ้มและสั่งคนของเขาให้ปล่อยตัวทั้งสาม จากนั้นซิลก็ยื่นหนังสือให้ตัวโต ตัวโตยื่นมือไปรับหนังสือ “ดีถ้าเ้าทำแบบนี้ั้แ่แรกก็คงไม่มีใครเจ็บตัว” ตัวโตหัวเราะและรับหนังสือมา
ตัวโตที่ได้หนังสือมาแล้วเขาเปิดเพื่อตรวจดูว่ามันคือหนังสือโบราณแบบใด หรือว่าจะเป็วิชาระดับเทพกัน เมื่อตัวโตกำลังจะเปิดอ่านทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งคำามดังขึ้นมา
“เ้าบัดซบซิล…?” เสียงคำรามนี้คำให้ทุกคนหันไปมอง เมื่อหันไปมองก็พบกับชายสองคนที่ยืนอยู่บนเนินเขา
“พวกเ้าทั้งสอง?”
เมื่อสิ้นสุดคำคำนี้ทำให้ผู้คนแทบจะทุกคนรู้สึกสงสัย และมีใบหน้าที่ดูสับสน “พวกเขาทั้งสองคือคู่รักกลางป่าข้าจำได้”ชายคนหนึ่งโพ่งขึ้นมา ทำให้ทุกคนมองไปที่เขา
“เ้าเองเหรอ” ตัวโตพูดขึ้น เหม่าที่ได้ยินนั้นเขานั้นไม่รู้สึกอะไร แต่ในตอนนี้หวังอีฮังรู้สึกกระอักกระอวน เมื่อสักครู่ที่เขาชายยินชายคนนั้นโพ่งขึ้นมาแทบทำให้เขานั้นกระอักเืออกมา
‘เ้าตัวบัดซบนี่เ้ากล้าใส่ร้ายข้างั้นเหรอ’หวังอีฮังสบดในใจ
“ว่าไงซิลสหายรักข้า” เหม่ากล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนี้แฝงไปด้วยแรงอาคาดอย่างมาก
ซิลรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาในทันที “นี่เ้าฟังข้าอธิบายหน่อยเซ่” โป๊ก!! เสียงหมัดของเหมน่าเขกเข้าไปที่หัวของซิลอย่างแรง จนหัวของซิลปูดบวมขึ้นมา
“นี่เ้ากล้าทำร้ายสหายรักเช่นข้าเชียวหรือ ออก็ใช่ซิเ้าได้สาหารคนใหม่แล้วหนิ และตอนเดินทางมาพวกเ้าทั้งสองก็ยัง…” ซิลพูดยังไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกขนหัวลุกเมื่อมองไปที่ใบหน้าของเหล่า
เหม่าในตอนนี้ราวกับกับมอนสเตอร์ที่มาจากนรกขุมที่หนึ่ง “เ้าก็น่าจะรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นมันสำคัญแค่ไหนกับข้า”เหม่ายังคงมีแววตาชั่วร้ายส่องประกายออกมา
ซิลหัวเราะแห้งไปออกมาก่อนจะพูด”ก็เป็เพราะเ้าไม่ใช่หรือไงที่บ่นเช้าเย็นว่าหนังสือเล่มนั้นสำคัญกับเ้า ในตอนที่เ้าพาข้ามาดูหนังสือ และพบว่ามีเคทมิ้วขวางทางอยู่ ข้าเห็นเ้าทำหน้าเศร้าข้าก็เลย…”
“ปล่อยเื่นี้ไปก่อนเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง” เหม่าตัดบทพูดซิลขึ้นมา
“นี่ตัวโตเ้ารู้หรือไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นมันคืออะไร”เหม่าในตอนนี้เขามีออร่าบางอย่างแพร่ออกมา
ตัวโตเมื่อเห็นเหม่าคิดที่จะทำอะไรเขาเลยพยายามใช้พลังอีกครั้งแต่ทันใดนั้น “ท่านกับสู่ระดับเปิดประตูบานที่สาม” เสียงระบบดังก้องในจิตใจของตัวโต
ในตอนนี้เหงื่อไคลเริ่มไหลอาบตัวของเขาแล้ว”เ้าคิดจะทำอะไร เ้าไม่รู้หรือว่ากฏของสำนักห้ามมีการสังหารเกิดขึ้น” เมื่อตัวโตกล่าวคำพูดจบ
หวังอีฮังก็รู้สึกแปลกและมองไปที่ชายไร้หัวที่นนอยู่ “หรือว่า?” หวังอีฮังเก็บควาคิดของตัวเองไว้ และมองไปที่ตัวโตและเหล่าสหายของเขา
พวกเขาทั้งหมดล้วนแล้วแต่าเ็กันหนัก ถึงแม้หวังอีฮังจะอยู่ระดับเปิดประตูบานที่สอง และยังไม่ได้หลอมประตูเ้ากับจิติญญาของมอนสเตอร์
แต่เขาก็มันใจว่าเขาสามารถต่อสู้กับคนเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน
เมื่อเหม่าได้ฟังคำพูดของตัวโตเขาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย้ยหยัน “เื่นั้นข้าเองก็รู้” เหม่าพูดและยิ้มออกมา
ตัวโตรู้สึกว่าเขานั้นทำอะไรผิดพลาดไปซักอย่าง และนั้นทำให้เขานั้นพ่ายแพ้
“ถ้าเ้าคิดว่าจะแย่งหนังสือไปจากข้าได้เ้าก็ลองดูซิ” ตัวโตคำรามออกมา และจับหนังสือเขาเตรียมที่จะฉีกหนังสือให้ขาดละเอียดเพื่อที่จะได้ไม่มีใครได้มันไป
เหม่าที่เห็นดังนั้นเขาจึงเรียกเปิดประตูบานที่หนึ่งของตนจากนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างออกมาจากประตู ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆและคอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นก็ได้มีดินสอเล่มหนึ่งลอยออกมา เหม่าใช้ดินสอนั้นเขียนกลางอากาศจากนั้นสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
มอนสเตอร์ที่เหม่าวาดนั้นมันกำลังเคลื่อนไหว และเหม่านั้นไม่ได้วาดเพียงรูปหรือสองรูป แต่เขานั้นวาดนับสิบตัวออกมา
ถึงแม้ว่ามอนสเตอร์ที่วาดออกมามีระดับพลังเพียงเปิดประตูบานที่หนึ่งก็ตามแต่มันมีนับสิบตัวที่ออกมาแถม กลุ่มของตัวโตนั้นยังาเ็อีกต่างหาก
ถึงจะเป็มอนสเตอร์เพียงระดับเปิดประตูบานที่หนึ่งแต่ก็ทำให้พวกเขานั้นรู้สึกหวาดกลัว
“เ้า..!”ตัวโตนั้นรู้สึกใและหวาดกลัวกับภาพที่เห็น หวังอีฮังเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน
“เ้าลองเปิดหนังสือเล่มนั้นดูซิแล้วเ้าจะรู้เองว่ามันสำคัญกับข้าเพียงใด”เหม่ากล่าวอย่างใจเย็น หวังอีฮังก็รู้สึกขนลุกกับควาใจเย็นของเหม่าเช่นกัน
ตัวโตตัวสั่นและรีบเปิดหนังสือออกตามที่เหม่าบอก ในตอนนี้เขานั้นมือสั่นจึ่งทำให้เปิดหนังสือออกข่อนข้างยากเลยทีเดียว
“เข้าใจแล้ว”ตัวโตตระโกนเสียงดังจากนั้นเขาก็เปิดหนังสือออก เมื่อเขาเปิดหนังสือออกเขาก็รู้สึกว่าหัวสมองของเขานั้นขาวโพลน และรู้สึกใจเต้นแรงอย่างมาก
“สุดยอดดดดดด…!”ตัวโตร้องเสียงดังจนทำให้คนรอบข้่งแก้วหูแทบแตก เขามองไปที่เหม่าจากนั้นเขาก็คุกเขาลง น้ำตานั้นไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของตัวโต จากนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คลาดคิด
ตัวโตร้องคำรามและใช้หัวตัวเองเขกลงกับพื้น”ข้าขอโทษ” เมื่อตัวโตพูดว่าขอโทษจึงทำให้ทุกคนแปลกใจ แต่ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกสับสนกับอาการของตัวโตขึ้นมา
“ได้โปรดสหาย รับข้าเป็สหายกับเ้าด้วย”เมื่อตัวโตพูดเสร็จทุกคนที่มากลับตัวโตก็เหงือไหลออกมา
“เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน”คนหนึ่งในกลุ่มของตัวโตอุทานออกมา แม้แต่หวังอีฮังเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นเดียวกัน
แต่ครานั้นตัวโตยังไม่หยุดที่จะพูดเื่บ้าๆออกมาอีก “ไม่สิเ้าจะรับข้าเป็ผู้ติดตามหรือไม่”ตัวโตมองไปที่หนึ่งสือ และหันมาส่งสายตาอ้อนวอนให้เหมาะ
ทันใดนั้นหวังอีกฮังก็ััได้อะไรบางอย่างที่อยู่กับหนังสือเล่นนั้น “ทำไมถึงมีออร่าของข้าอยู่ที่หนังสือเล่มนั้น ไม่สิแต่เดียวก่อน”
หวังอีกฮังอุทานในใจ’ข้าจำได้แล้ว’และเขาก็มองไปที่เหม่า “นี่เ้าใช่หังสือเล่มนั้นหรือไม่” หวังอีฮังถามเหม่าออกไป เหม่าพยังหน้า ซึ่งนั้นทำให้หวังอีกฮังนั้นกุมขมับแน่น
ดขาจำได้ดีเลยว่าเมื่อวันแรกที่เขาเข้ามายังสำหนักเขากับชายคนหนึ่งได้เดินชนกัน จากนั้นหนังสือของชายที่เขาชนก็เปิดออก และสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้น
มันไม่ใช่ตัวหนังสือเหมือนที่เขาเคยพบเจอกับหนังสืออื่นๆแต่มันคือรูปภาพ รูภาพของสตรีที่งดงามอยู่ในหนังสือเล่มนี้น และท่วงท่ารีร่าท่าทางขับร้องเพลงซ่างสง่างามอย่างยิ่ง
แต่สิ่งเหล่านี้เขาก็ไม่จำเป็ที่จะต้องเอามาใส่ใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาจำได้นั้นก็คือสตรีนางนั้นเปลี่ยนป่าว ใช่แล้วหนังสือที่ซิลและตัวโตสู้กันถวายชีวิตเพื่อแย่งชิงมา
และทำให้พวกเขาาเ็สาหัส จนไม่อาจที่จะต่อกรกับมอนสเตอร์ระดับเปิดประตูบานที่หนึ่งได้ด้วยซ้ำ
การต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองฝัง พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่ากำลังต่อสู้เพื่อแย่งซิงหนังสืออะไรกันแน่
แต่สุดท้ายตัวโตที่เปิดหนังสือก็พบว่ามันคือหนังสือที่ชายชาตรีทั้งหลายไฝ่หามา มันคือหนังสือภาพลามกนั้นเอง