เก้อหยางชุนยิ่งฟังยิ่งเดือดดาล ตะคอกเสียงดังกว่าเดิม “คนร้ายอันใด มีคนร้ายเสียที่ไหน จวนอ๋องเห็นศาลต้าหลี่เป็อันใด เื่บาดหมางของสตรีแท้ๆ แต่กลับริอ่านส่งคนไปศาลต้าหลี่ แค่ความผิดนี้ ข้าก็กล่าวโทษจวิ้นอ๋องของพวกเ้าได้แล้ว!”
หงซิ่ววางถ้วยชาลง เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ต้าหลี่ซื่อ บัดนี้ท่านมิเพียงลบหลู่เชื้อพระวงศ์ ยังวางอำนาจบาตรใหญ่ในจวนจวิ้นอ๋อง ความผิดนี้เห็นชัดยิ่ง ไม่ต้องรอให้ท่านกล่าวโทษจวิ้นอ๋องของพวกเรา เปิ่นหวางเฟยจะเป็ผู้ฟ้องร้องท่านเอง”
มาถึงตอนนี้ เก้อหยางชุนถึงพึ่งหันหน้าไปมองหญิงสาวที่นั่งในตำแหน่งประธาน ความงดงามคงไม่ต้องกล่าวถึง แต่ท่าทางทรงอำนาจ สูงส่งน่าเกรงขามเช่นนั้น ไม่ควรมีอยู่บนร่างเด็กสาวในวัยปักปิ่น หัวหน้าศาลต้าหลี่พลันชะงักไปทันที กลืนคำพูดลงคอ
หงซิ่วไม่สนใจเขา เพียงส่งสายตาให้ฉวีกงกง ให้อีกฝ่ายแนะนำอีกครั้ง “ใต้เท้าเก้อ ท่านนี้คือพระชายาโส่ว จวิ้นหวางเฟยแห่งจวนจวิ้นอ๋อง”
เมื่อมีการแนะนำ ตามธรรมเนียม เก้อหยางชุนต้องทำความเคารพอย่างเต็มพิธีการ สีหน้าของต้าหลี่ซื่อจึงไม่ชวนมองเท่าไหร่นัก ดูราวกับถูกบังคับให้กินอุจจาระเข้าไปก็ไม่ปาน เขาเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น “กระหม่อมเก้อหยางชุนหัวหน้าศาลต้าหลี่คารวะพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
“ใต้เท้าเก้อ เชิญตามสบาย ไม่ต้องมากพิธี” หงซิ่วกล่าวเสียงเรียบ รอให้เขานั่งลงเรียบร้อยแล้ว นางก็กล่าวต่อไปว่า “คนร้ายที่เปิ่นหวางเฟยส่งไป ไม่ทราบว่าใต้เท้าสอบสวนนางไปถึงไหนแล้ว”
ครั้นถูกตอกย้ำเื่นี้ เก้อหยางชุนพลันมีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา กล่าวว่า “พระชายา มีผู้ใดในเมืองเป่ยจิ้งที่ไม่รู้บ้างว่าแม่นางเหอเป็คนรักของจวิ้นอ๋อง ท่านหึงหวงไม่มีใครตำหนิ แต่การส่งนางไปศาลต้าหลี่เช่นนี้ นับเป็การกระทำที่ไม่ควรอย่างยิ่ง”
หงซิ่วหันไปสั่งซุ่นจั้งให้ไปเตรียมกระดาษกับพู่กัน แทนที่จะตอบวาจาของเขา
เก้อหยางชุนเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ แต่เขาสงบลงมากแล้ว สีหน้าท่าทางจึงเปลี่ยนมานิ่งสงบดังเดิม รอให้ซุ่นจั้งมาถึง หงซิ่วก็ตวัดพู่กันเขียนคำร้องยาวหนึ่งหน้ากระดาษ ให้ซุ่นจั้งนำไปส่งให้ฉวีกงกงอ่าน
ฉวีกงกงค้อมกายให้นางคราหนึ่ง จากนั้นก็อ่านเสียงดังฟังชัด
ใจความว่า พระชายาโส่ว ฟ้องร้องหญิงสาวที่แอบอ้างเป็บุตรสาวผู้มีพระคุณของจวิ้นอ๋อง นามสวีอี ในข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง มีเจตนาทำลายชื่อเสียงเชื้อพระวงศ์ ลบหลู่เบื้องสูง ใส่ร้ายด่าทอจวิ้นหวางเฟยด้วยถ้อยคำหยาบคายทั้งยังมีพฤติกรรมต่ำทรามสร้างความเสื่อมเสียให้จวิ้นอ๋อง ขอให้ศาลต้าหลี่ทำการสืบสวนหาความจริงและลงโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย
ในระหว่างที่ฉวีกงกงอ่าน หงซิ่วลอบสังเกตสีหน้าท่าทางของเก้อหยางชุนอยู่ตลอด ไม่เห็นเขามีท่าทีประหลาดใจ นางจึงพอจะคาดเดาได้ ว่าก่อนมาที่นี่ หัวหน้าศาลต้าหลี่ผู้นี้คงรู้เื่นี้มาก่อนแล้ว ทว่าเื่ของเหอสวีอี จวิ้นอ๋องย่อมไม่เคยแพร่งพรายออกไป แม้แต่ฉวีกงกงกับซุ่นจั้งที่พึ่งทราบยังมีท่าทีใ แล้วเก้อหยางชุนรู้มาจากที่ใด
หงซิ่วถามอย่างใจเย็นว่า “ดูใต้เท้าไม่แปลกใจ คงสอบสวนนางมาก่อนแล้วกระมัง”
เก้อหยางชุนไม่คิดว่าจะถูกจับได้ ถึงกับมีท่าทีอึกๆ อักๆ ตอบไม่เต็มเสียงนัก “กระหม่อมเพียงแค่สอบถามพ่ะย่ะค่ะ ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง”
“อ้อ” หงซิ่วขานรับคำหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้ท่านมีทั้งข้อมูลเบื้องต้น และมีทั้งใบคำร้อง คงกลับไปเปิดศาลไต่สวนได้แล้วกระมัง เปิ่นหวางเฟยเป็คนขี้หึง ทนเห็นหน้าเหอสวีอีนานๆ มิได้ ใต้เท้าช่วยจัดการเร็วหน่อยก็ดี เปิ่นหวางเฟยจะได้วางใจ”
เมื่อถูกรวบรัดตัดความเช่นนี้ ชั่วขณะหนึ่ง เก้อหยางชุนพลันสมองว่างเปล่า ตอบโต้มิทัน มารู้ตัวอีกที ฉวีกงกงก็มายืนเบื้องหน้า รอส่งใบคำร้องให้แล้ว เขาจึงจำต้องรับมาจากนั้นก็กล่าวลาไปด้วยอึดอัดคับข้อง
ฉวีกงกงกับซุ่นจั้งที่พึ่งทราบเื่ของเหอสวีอี ต่างมองมาที่หงซิ่วเป็ตาเดียวเพื่อรอนางอธิบาย หงซิ่วบอกพวกเขาไปว่า “ข้อความในใบคำร้องนั่น ล้วนเป็เื่จริงทุกประการ” ทว่าหงซิ่วไม่ได้บอกถึงการคาดเดาของตนเอง เพราะนางไม่คิดว่าเหอสวีอีจะมีชีวิตรอดไปจนถึงพรุ่งนี้เช้า
ดูจากท่าทางของเก้อหยางชุน คาดว่าคงสอบถามจนรู้ไปถึงผู้บงการเื้ั และไปพบคนผู้นั้นมาแล้ว จึงไม่คิดเปิดศาลไต่สวน แต่เลือกที่จะมาที่นี่ คิดให้จวิ้นอ๋องรับสวีอีกลับมา เพื่อประจบเอาใจคนผู้นั้น คิดแล้วหงซิ่วได้แต่ส่ายหน้าในใจ เื่นี้นางถือว่าไม่ได้เป็ผู้สร้างกรรม เหอสวีอีไม่ควรมาอยู่ที่นี่ั้แ่แรก ในเมื่อนางเป็คนเลือกเดินทางสายนี้เอง จะเป็หรือตายนั้นล้วนเกิดจากผลกรรมของตัวเองทั้งสิ้น
ิซีเหอตื่นมาอีกทีในตอนเย็น รอให้ฉวีกงกงปรนนิบัติเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ นางถึงได้เล่าเื่ต้าหลี่ซื่อให้ฟัง
สีหน้าท่าทางของเขาดีขึ้นมากแล้ว ไม่มีอาการถ่ายท้องและอาเจียนอีก บนสะพานเชื่อม เขานั่งฟังนางเล่าเงียบๆ รอให้นางเล่าจบถึงได้เอ่ยถาม “ต้าหลี่ซื่อไม่สงสัยหรือ”
หงซิ่วตอบกลับไปว่า “ไม่เพคะ เพราะหม่อมฉันบอกไปว่า หม่อมฉันเป็คนขี้หึงมาก และไม่ชอบให้สตรีคนใดมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในจวนอ๋อง ให้เขารีบจัดการ หากท่านอ๋องยังไม่วางใจ รอฟังข่าวลือวันพรุ่งนี้ก็ได้เพคะ”
ิซีเหอมองไปยังเมืองเป่ยจิง กล่าวอย่างทดท้อว่า “ต้าหลี่ซื่อผู้นี้ นอกจากมิใช่คนดีแล้ว ยังมีอำนาจหนุนหลัง หลายคดีที่เขาตัดสินล้วนกลับผิดเป็ถูก ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย แต่ข้าที่เป็ผู้บัญชาการกลับทำอันใดมิใด ช่างน่าขันยิ่ง”
หงซิ่วย่อมเข้าใจเื่ที่เขาพูดอย่างแจ่มแจ้ง เพราะิซีเหอมีเพียงตำแหน่งแต่ไร้อำนาจ ผู้ใต้บังคับบัญชาไหนเลยจะเคารพนบนอบเชื่อฟัง ดูจากท่าทางของต้าหลี่ซื่อเมื่อกลางวันก็ชัดแล้ว นางจึงกล่าวปลอบเขาไปประโยคหนึ่ง “คนเลวพวกนั้น สักวัน์ต้องลงโทษแน่เพคะ ท่านอ๋องอย่าคิดมาก”
ิซีเหอหันมาแย้มยิ้ม ถามนางว่า “เ้าคิดจะสวมบทภรรยาขี้หึง อารมณ์ร้าย ใจดำอำมหิตอย่างนั้นหรือ”
หงซิ่วตอบเสียงหนักแน่น “เพคะ อย่างน้อยก็ป้องกันคนที่จะถูกส่งมาได้ประมาณหนึ่ง”
เขาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันกลับไปมองเมืองเป่ยจิงอีกครั้ง หงซิ่วขออนุญาตเขาไปจวนติ้งป๋อในวันพรุ่งนี้ ิซีเหอไม่ได้ห้ามปราม หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดจากันอีก จนกระทั่งมื้อเย็นจบไป ก็พากันมานั่งชมจันทร์เงียบๆ นางพึ่งจะสังเกตว่าิซีเหอเป็คนพูดน้อย ซึ่งนิสัยตรงนี้ของเขาเหมือนนางมาก เวลาส่วนใหญ่ที่อยู่ด้วยกันจึงหมดไปกับการนั่งเงียบๆ เสียมากกว่า หงซิ่วค่อนข้างพึงพอใจในเื่นี้