“เข้าใจไหม เมื่อกี้จดทันหรือเปล่า ถ้าอยากรู้รายละเอียดเพิ่มไว้ค่อยถามฉันวันหลังก็ได้นะ”
“ค่ะ… ฉันจดทุกอย่างหมดเรียบร้อย” ฉันเอียงจอไอแพดให้เขาดู แล้วปลีกตัวขอไปถ่ายภาพมุมต่างๆ เก็บไว้ในขั้นตอนออกแบบให้กลายเป็แบบที่เขาว่ามาข้างต้นทั้งหมด
ออฟฟิศนี้ดูดีก็จริงแต่บรรยากาศค่อนข้างเป็ทางการ ตามแพทเทิร์นเดิมๆ หากเปลี่ยนเป็รูปแบบที่เขา้า บรรยากาศการทำงานก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ฉันมองอย่างชั่งใจและหนักใจในคราวเดียวกันแต่ก็รับปากในที่สุดแม้โจทย์ค่อนข้างโหดหินก็ตามที "ฉันจะพยายามให้สุดความสามารถเลยค่ะ"
"อื้อ มีอะไรก็ปรึกษากับฉันได้ตลอดนะ สัปดาห์ถัดไปจะมีการพรีเซนต์แข่งขันกับเ้าอื่นๆ เสนอไอเดียได้เต็มที่เลย เดี๋ยวฉันช่วยเอง" เขาขยับตาให้อย่างคนขี้เล่นเมื่อพูดประโยคหลัง
"ถ้าฉันชนะ ไม่โดนเมาท์แย่เหรอคะว่าใช้เส้นสาย"
"ฉันไม่แคร์หรอกตราบใดถ้างานของเธอดีพอ ฉันจะจ่ายค่าจ้างให้อย่างงามแถมเบิ้ลอย่างอื่นให้ด้วยเป็กรณีพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะ" ไนล์ทำตาเ้าชู้แพรวพราว ฉันรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงเื่ใต้สะดือ จึงถองศอกเข้าท้องเขาอย่างเต็มรัก
โอ๊ย!
คนร่างสูงแสร้งทำเป็กุมท้องตัวเอง ทั้งที่ฉันแทบไม่ได้ออกแรงสักนิดเดียว
"ฉันรู้นะว่าคุณหมายถึงอะไร นี่ที่ทำงานของคุณนะพูดเื่ทะลึ่งได้หน้าไม่อายเลย"
"ฉันหมายถึงโบนัสต่างหาก เธอนี่คิดไปถึงไหนกัน"
"งั้นเหรอคะ! ขอบคุณนะคะแต่ฉันไม่อยากได้"
ไนล์ช่วยฉันถือกระเป๋าเป้ที่บรรจุเพียงแล็ปท็อปเครื่องบางน้ำหนักเบาเครื่องเดียว ขณะเดินตามระหว่างฉันถ่ายภาพตามมุมต่างๆ เก็บไว้อย่างละเอียด
“ว่าที่เ้าสาวน่ารักจังเลยค่ะคุณไนล์” พนักงานวัยครึ่งคน ที่ดูทำงานคร่ำหวอดที่นี่มานานออกปากชมเมื่อเราเดินผ่าน
“ขอบคุณครับพี่ม่อย” เขาเอ่ยตอบเสียแทนเพราะรู้ว่าฉันยังไม่ค่อยชินนักที่ถูกทักทายและแนะนำในฐานะว่าที่ภรรยาของเขา
ไนล์เข้าสู่โหมดจริงจังอีกครั้งระหว่างชี้แจงรายละเอียดด้านงบประมาณการปรับปรุงออฟฟิศ ซึ่งมากพอสำหรับการปรับเปลี่ยนจากแบบเดิมไปได้อย่างสิ้นเชิง หนำซ้ำเขายังย้ำนักหนาว่าจะควักเงินส่วนจ่ายเบิ้ลให้ด้วยถ้าฉันชนะการแข่งขันกับเ้าอื่นได้รับเลือกให้ทำงานนี้
"ฉันชอบความป๋าของคุณนะ เตรียมเซ็นเช็คใส่ตัวเลขสวยๆ เป็ค่าตอบแทนได้เลย" ฉันขยิบตา พลางยิ้มกริ่มอย่างคนมีความมั่นใจ เขาจึงกลับอย่างน่ารัก “แต่ของที่จะ ‘เบิ้ล' ให้ไม่จำเป็หรอกค่ะ ฉันเกรงใจ”
“แต่ฉันเต็มใจนะ” เขาแสร้งทำหน้าละห้อย “รับไปด้วยเถอะ”
ฉันข่มใจตัวเอง ไม่อยากตกหลุมพรางภาพความน่ารักของเขา
“แต่ไนล์คะ”
“หืม ว่าไง” ฉันอึดอัดใจนิดหน่อยแต่ก็ต้องปริปากพูดในที่สุด
“ฉันทำงานนี้แค่คนเดียวไม่ไหวแน่ๆ จะเป็อะไรไหมคะถ้างานนี้ต้องมีทีมมาช่วยซัพพอร์ทและมีพี่เคร่วมด้วย”
“คนที่…” เขาไม่เอ่ยเต็มปากว่าคือคนคนเดียวกับที่หักอกของฉัน
“ค่ะ ใช่แล้วล่ะ”
ไนล์พยักหน้าเป็เชิงรับรู้และตอบรับโดยไม่ลังเล “เอาสิ”
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียง 2 ครั้ง คนภายนอกเปิดเข้ามาโดยไม่รอได้รับอนุญาต
คุณนิชชาแม่ของไนล์เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหยุดมองเราแล้วยกมือขึ้นกอดอกพ่นลมหายใจยาวเหยียด
“คุณนิชชาสวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายหญิงสูงวัยกว่า เธอรับไว้แข็งๆ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับลูกชาย
"ไนล์! ทำไมลูกผลีผลามแบบนี้ไม่ปรึกษาแม่ก่อน การพาเธอมาโดยพลการและแนะนำไปแบบนั้นลูกรู้ไหมว่าจะส่งผลกระทบยังไง" ท่านเริ่มต้นประเด็นโดยไม่รีรอให้เสียเวลา
"สำหรับผมเวลานี้มันสมควรแล้วครับ ยังไงผมกับหลินก็ต้องแต่งงานกันเร็วๆ นี้ แม่เปิดใจยอมรับเถอะนะครับ" เขาบอกคนเป็แม่อย่างใจเย็น คนฟังไม่ใส่ใจแต่กลับเบือนสายตาไปที่กองเอกสารเื่งบประมาณ และการจัดหาบริษัทรีโนเวทออฟฟิศแทนการสนทนากับมารดา
"ลูกจะยกงานนี้ให้เธอทำเหรอ!? " คุณนิชชาออกอาการใ
"ครับ" เขาตอบรับอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งแม่ของเขาแสดงอาการไม่พอใจทันที "แต่ผมไม่ได้จะใช้สิทธิพิเศษอะไรทั้งนั้น เธอต้องเสนอแบบกับราคาแข่งกับเ้าอื่นๆ ที่ทางฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างเลือกให้เข้ามาพรีเซนส์แข่งขัน"
"แต่มีงานที่ลูกชอบอยู่สองสามเ้าไม่ใช่เหรอ"
ฉันลอบมองไนล์ด้วยความประหลาดใจ ในเมื่อเขาได้งานที่เข้าตาแล้วจะเสนองานนี้ให้ฉันทำไมกัน
"แต่เรายังไม่ปิดรับเสนองาน บางทีอาจได้งานที่ตอบโจทย์กว่า"
คุณนิชชาปล่อยแขนลงข้างตัว ทำหน้าหน่ายๆ บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ใช่เชื่อถือในผลงานกับฝีมือของฉันแม้แต่น้อย
"ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่ผลการตัดสินทุกอย่างก็ปล่อยให้เป็ไปตามดุลพินิจของคุณกับทีม" ฉันบอกไนล์ตามตรงเพราะอยากแสดงให้คุณนิชชาเห็นว่าฉันไม่้าสินบนหรือสิทธิพิเศษใดๆ เลยจากการแข่งขันอย่างยุติธรรม
...