บทที่ 2
“ก็ใช่นะสิแล้วเ้าคิดว่าที่เ้าเดินมาตั้งนานนี่มันอยู่ที่ไหนบนโลกอย่างนั้นหรือ...” ราวกับว่ากำลังขบขันกับท่าทางของหญิงสาว ชายชราก็หัวเราะพลางตอบมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่จะส่งบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับลูกแก้วที่มีหลายหลากสีเข้าไปในหน้าผากของอีกฝ่ายที่กำลังช็อกไป “เอาหละๆ มันก็ไม่ใช่ว่าจะแย่ขนาดนั้นเสียหน่อย”
“...ก็อาจจะเป็แบบนั้น” ราวกับเสียงของชายชราเรียงสติของหลินกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ใช่แล้ว...
เธอไม่เห็นจะต้องเสียใจอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะจะอย่างไรในโลกที่เธอจากมานั้นก็ไม่มีอะไรให้เธอห่วงหาหรืออาลัยอีกแล้ว นอกจากนิยายหลายๆ เื่ที่ยังอ่านไม่จบหรือพระเอกซีรี่ย์สามีในฝันที่คงจะไม่ได้เจอกันอีกก็เท่านั้น...
“ไม่ต้องหดหู่ขนาดนั้นก็ได้” เมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าทำทางปลงตกราวกับคนแก่หมดไฟ ชายชราก็อดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ และพูดประโยคที่เขาเตรียมเอาไว้ั้แ่แรกอยู่แล้ว “เพราะข้าจะให้เ้าไปเกิดใหม่ในโลกนิยายที่เ้าเพิ่งจะอ่านจบไปเป็อย่างไร มันพอจะทำให้เ้ารู้สึกดีขึ้นไหม”
“...”
“ทำไมไม่ดีใจอย่างนั้นหรือ นี่เป็สิ่งที่หญิงสาวในโลกของเ้ามากมายอยากที่จะพบเจอเชียวนะ”
“ทำไม...ทำไมข้าถึงได้รับโอกาสนี้” โดยที่ไม่รู้ตัวหญิงสาวก็เริ่มคล้อยตามสำเนียงการพูดของชายชรา และกล่าวในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เพราะสำหรับคนที่ไม่เคยมีคำว่าโชคลาภมาั้แ่เกิดอย่างเธอแล้ว เื่แบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากความฝันเท่านั้น
“นั่นสินะ” ชายชราทำท่าครุ่นคิด “จะว่าเป็การตอบแทนที่เ้าอ่านเื่ราวนี่จนจบก็ได้ ไม่ก็คิดว่าเป็การชดเชยให้กับคนที่ไม่เคยมีโชคเข้าข้างเลยอย่างเ้า ก็แล้วแต่เ้าจะคิดก็แล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะแข็งแกร่งหรือเกิดในตระกูลที่ดีใช่ไหม... แล้วข้าจะกลายเป็คนโชคดีมากๆ เลยหรือเปล่า...” หญิงสาวถามต่อทันทีด้วยตาลุกวาว เพราะจะอย่างไรใครบ้างเล่าที่ไม่อยากจะโชคดี
“ชีวิตก็คือชีวิต ตราบเท่าที่เป็มนุษย์ก็ยังต้องเจอเื่ดีและร้าย มันไม่สำคัญว่าเ้าจะเกิดที่ไหน แต่จงจำไว้ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของเ้า” ชายชรากล่าวพลางโบกสะบัดมือเบาๆ ทำให้ร่างของหญิงสาวลอยไกลออกไปเรื่อยๆ อย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และมีเสียงแว่วมาเป็ครั้งสุดท้าย
“แต่เ้าไม่ต้องกลัวไป อย่างน้อยที่สุดถ้าเ้ามีชีวิตรอดจนโตเ้าจะเป็คนที่งดงามมาก นอกจากนี้ข้ายังมอบของขวัญที่เ้าน่าจะชื่นชอบให้เ้าแปลกใจได้แน่ๆ ...”
และนั่นคือสิ่งสุดท้ายก่อนที่หลินจะไม่ได้ยินอะไรอีก แล้ววูบไปในที่สุด
.
.
.
ณ อีกโลกหนึ่งที่ไกลโพ้น
วันนี้ก็เป็อีกวันธรรมดาๆ สำหรับผู้คนในเมืองใหญ่แห่งนี้ และเป็เช้าที่อากาศแจ่มใส่ตามแบบฉบับของฤดูใบไม้ผลิ ที่ผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ในเมืองใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่กับในจวนตระกูลหลิน หรือจวนแม่ทัพใหญ่แห่งมหานครกงเหมิน...
“ท่านพี่ ท่านพี่ต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าและลูกนะเ้าคะ” น้ำเสียงออดอ้อนออเซาะดังมาจากข้างๆ ที่นั่งของผู้นำ ที่ตอนนี้มีชายร่างใหญ่นั่งเป็ประธาน โดยที่มีฮูหยินผู้เฒ่าและคนอื่นๆ ในหลังบ้านมากันอย่างพร้อมเพรียง
ซึ่งเ้าของเสียงนั้นก็ไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน แต่เป็เสียงของฮูหยินรองของบ้านตระกูลหลินที่กำลังทำตัวน่าสงสาร ทั้งๆ ที่จริงแล้วเขี้ยวเล็บของนางกำลังกางออกอย่างตามที่ โดยมีคนอื่นๆ ที่ทำได้แค่มองมาอย่างหวั่นเกรง
เป็ที่รู้กันดีว่าจวนตระกูลหลินนั้น เป็ตระกูลแม่ทัพที่สืบทอดกันต่อๆ มาทางสายเืมาช้านานคู่มหานครกงเหมิน และเป็ตระกูลที่มีความยิ่งใหญ่มากตระกูลหนึ่ง แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะล่วงเลยยุคสมัยแห่งามาหลายสิบปี
แต่ถึงอย่างนั้นจะอย่างไรอูฐผอมก็ยังตัวใหญ่กว่าลาอยู่วันยังค่ำ ตระกูลหลินจึงยังรักษาฐานะที่มีมาแต่เดิมเอาไว้ได้ แม้จะด้อยลงมาในหลายๆ ด้านก็ตามที...
“อื่ม” หลินตงหรือแม่ทัพใหญ่หลินคนปัจจุบันตอบรับคำกล่าวของภรรยารองอย่างง่ายๆ แม้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่จะอย่างไรเพื่อตัดความรำคาญเขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากจะปล่อยอะไรให้มันเป็ไป คิดพลางหันไปทางฮูหยินใหญ่ของบ้านที่ตอนนี้นั่งคุกเขาอยู่กลางลานในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เนื่องจากโดนโบยไปแล้วมากกว่าสิบไม้ “เ้ามีอะไรจะพูดไหม”
“ข้าจะพูดอะไรได้อีก...” หญิงสาววัยยี่สิบปลายๆ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรง
นางเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องกล่าวอย่างไร เพราะนางรู้นิสัยของสามีตัวเองดีกว่าใคร ทั้งยังรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นห่างเหินจากนางไปมากแค่ไหนั้แ่ที่นางไม่มีลูกชายให้เขาแม้จะตั้งท้องไปแล้วถึงสองครั้ง ต่างจากฮูหยินรองที่แม้จะตั้งครรภ์เพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถเติมเต็มความปรารถนาให้กับทั้งตระกูลได้
แล้วนางจะทำอย่างไรได้อีก...
นางแค่อยากที่จะปกป้องลูกๆ ของนางก็เท่านั้น…
เมื่อมองไปที่ร่างที่หมดสติอยู่ในอ้อมอกของตนแล้วน้ำใสๆ ก็ไหลรินออกมาจากดวงตาเด็กหญิงวัยสิบสองปีที่ะโมารับการโบยไปหนึ่งไม้จนหมดสติไป เพราะ้าจะปกป้องมารดาและน้องสาว ที่ถูกบ้านเล็กบ้านน้องของบิดารังแก
นางรู้ดีแม้ว่าเสี่ยวฟางของนางจะพูดน้อย แต่ก็อดทนและพยายามยิ่งกว่าใครๆ ทั้งยังเข้มแข็งมากเสียจนเกินไว เพียงเพราะ้าจะปกป้องแม้และน้อง
‘แต่ดูนั่นสิ ขนาดเ้าเ็ปขนาดนี้แม่ยังปกป้องเ้าไว้ไม่ได้ บิดาเ้ายังทำเพียงแค่มองมาอย่างเฉยเมย แม่ขอโทษ’
แม้ว่าร่างกายจะเจ็บแค่ไหน นางก็ยังคงกอดลูกน้อยในอ้อมอกอย่างทะนุถนอม จนหยาดน้ำใสๆ รินไหลไปโดนใบหน้าขาวซีดของเด็กหญิง จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกตัว
‘เจ็บชิบ’
.............
มาแบ้ววว
ขอกำลังใจโหน่ยย จะเม้นจะกดแฟ๊บก๊ะได้ กำลังใจมาเยอะตอนใหม่มาไวน้าาา