ตอนที่ 1 'หลินเฟย'
...ยามสนธยาท้องฟ้ามืดสลัวเรือนลางท่ามกลางป่ารกทึบเสียงสัตว์น้อยใหญ่ลอยมาให้ได้ยินตามลมหากมองดีๆจะเห็นเงาร่างหนึ่งเดินขึ้นเขาท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า!
"หึ ใครสนกันล่ะ หากข้าไม่ขึ้นไปเวลานี้ ชาตินี้เพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นกลางข้ายังไม่อาจฝัน!"
บุรุษหนุ่มเอ่ยเบาๆทะยานร่างผอมบางพุ่งขึ้นเขาไป...
สองชั่วยามต่อมาร่างผอมบางหยุดลงเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลากระทบกับแสงจันทร์จมูกโด่งเป็สันใบหน้าปรากฏเหลี่ยมมุมชัดเจนดวงตาเรียวสวยสีดำสนิทผิวขาวที่ออกจะซีดไปเสียหน่อยผมยาวสีดำยาวละต้นคอส่วนสูงพอดีหากเปลี่ยนการแต่งตัวที่ตอนนี้ดูซอมซ่ออาจจะดูสง่างามเทียบกับคุณชายของสำนักใหญ่ได้ไม่ยาก
บุรุษหนุ่มผู้นี้ก็คือหลินเฟยเป็คนของสำนักโลหิตัหนึ่งในห้าสำนักใหญ่แห่งดินแดนตะวันออกควบคุมดูแลแคว้นเยี่ยและตระกูลผู้ฝึกตนสำนักต่างๆทั้งหมด ถึงแม้จะเป็สำนักใหญ่มีลูกศิยษ์ในสำนักนับแสนคนแต่สำนักจะเลือกสนใจเฉพาะลูกศิษย์บางกลุ่มเท่านั้น
ในที่นี้หลินเฟยก็เป็เพียงแค่ศิษย์สายนอกที่มีตบะเพียงผู้ฝึกตนขั้นสองเท่านั้นจึงไม่มีทางที่ผู้าุโในสำนักจะให้ความสนใจ ถึงแม้บิดาของเขาหลินกวงเย่ว์จะมีโลหิตสายตรงของผู้ร่วมบุกเบิกสำนักโลหิตั
แต่ผ่านมาหลายชั่วคนสายโลหิตของเขาจึงเบาบาง ยิ่งมารดาเป็ลูกศิษย์ของตระกูลสาขาอีกทั้งตบะของบิดาของเขาไม่โดดเด่นในรุ่นของท่าน จึงถูกข่มลงจนต้องออกมาสร้างบ้านพักของตระกูลหลินที่ภายนอกสำนัก หลินกวงเยว์จึงแอบฝากความหวังไว้ที่หลินเฟยหวังให้สร้างชื่อกลับมาให้ตระกูลหลินได้ผงาดขึ้นในสำนักอีกครั้ง
...แต่หลังจากที่หลินเฟยอายุ14ปีการฝึกตบะก็เชื่องช้าชนิดที่ว่า 'ตามสหายไม่เห็นรอยเท้า' ตบะหยุดชะงักที่ผู้ฝึกตนขั้นสองไม่บรรลุขั้นสมบูรณ์ของผู้ฝึกตนขั้นต้นสักที
จนเวลาล่วงเลยไปอีกสองปีนี้หลินกวงเยว์ร้อนใจพยามเสาะหาวิธีที่จะให้หลินเฟยทะลวงขั้นไปได้แต่ทุกทางเหมือนจะลำบากนักตระกูลหลินที่มีสมาชิกเหลือไม่กี่คนในบ้านต่างจนกรอบเพียงยาบำรุงขั้นต่ำก็มีมูลค่าเป็ร้อยเงินเสียแล้ว แม้ทางบิดาของเขาจะอยากซื้อหามาให้บุตรแต่เมื่อปรึกษากับบุตรตนเองแล้ว หลินเฟยกลับปฐิเสธ
เขารู้สภาพตนเองดียิ่งกว่าใครไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากได้ยาบำรุงแต่เขาเคยใช้ยาบำรุงระดับต่ำไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบขวดจากเงินที่เขาไปรับจ้างทำภารกิจหาสมุนไพรง่ายๆของสำนักใน่สองปีมานี้ปรากฎว่าเหมือนมีหลุมดำอยู่ภายในตัวของเขาดูดกลืนยาบำรุงเข้าไปจนเกลี้ยงทำให้เขาเหมือนไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย...
...เหตุที่เป็เช่นนี้ย่อมมีที่มาย้อนเวลากลับไปสองปีก่อนโดยปกติแล้วหลินเฟยเป็เด็กเฉลียวฉลาดมีความจำเป็เลิศกว่าเด็กรุ่นเดียวกันไปไกลโข หากแต่ตอนที่เขาอายุได้สิบสี่ขวบปีเขาเกิดไปเจอถ้ำประหลาดบนเขาลูกที่เขายืนอยู่ ณ ตอนนี้ ซึ่งเขาขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรนับครั้งไม่ถ้วนกลับไม่เคยพบเจอถ้ำที่ว่านี้
ด้วยความที่เป็ผู้ฝึกตนขั้นสองจะมีสัตว์กี่ชนิดที่เป็อันตรายกับเขาอีกทั้งสัตว์อสูรวิเศษบนเขาลูกนี้นั้นนับว่าไม่มีตัวใดมีอันตรายหากข้ามเขาไปอีกสักลูกสองลูกหรือยามค่ำคืนนั่นก็ไม่แน่ แต่นี่กลางวันแสกๆหลินเฟยจึงไม่ลังเลที่จะค่อยๆเยื้องกายเข้าไปช้าๆ
...และนั่นคือจุดเปลี่ยน หลินเฟยเดินลึกเข้าไปยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าใดแสงสว่างก็ยิ่งเริ่มน้อยลงจนกลายเป็ความมืดมิด เขาอาศัยกิ่งไม้หนาจุดไฟทำเป็คบเพลิง ความกว้างของถ้ำประหลาดนี้พอที่จะให้สัตว์ตัวใหญ่ อยู่รวมกันได้เป็ฝูง ไม่สิ อยู่ได้หลายฝูงเลยต่างหาก!
หลินเฟยเดินเข้าไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามในที่สุดก็มาจนสุดถำ้ แต่หากเพียงแค่นั้นเขาคงไม่ต้องพบเจอกับปัญหาที่เป็อยู่ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าสายตาของเด็กน้อยอายุสิบสี่ขวบปีท่ามกลางความมืดมิดคือเงาร่างขนาดใหญ่กว่า...สองร้อยจั้ง!
"นั่นมัน...ตัวบ้าอะไรกัน" หลินเฟยนิ่งงันหนังหัวชาหนึบค่อยๆก้าวถอยหลังช้าๆแต่ขณะนั้นเอง..
'ข้าส่งมอบมรดกออกไปทั่วทั้งหกทวีป กลับไม่มีคนค้นพบกลับกันตัวข้าที่กำลังจะหมดลมหายใจกลับพบเจอเด็กน้อยผู้นี้ด้วยตัวข้าเอง หรือว่าข้าหลงลืมที่จะวางค่ายกลไว้ข้างนอกนั่น...'
เสียงโบราณดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณหลินเฟยใจเต้นรัวเพียงแค่เสียงที่เปล่งออกมาก็มีพลังกดทับจนร่างของเขาจะะเิออกมา แต่ก็เป็ดังที่เสียงโบราณกล่าว
เ้าตัวดันลืมวางค่ายกลปิดผนึกหลังจากที่ส่งจิตสำนึกมรดกออกไป มันไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาเจอถ้ำที่มันสร้างเพื่อฝังร่างตัวเองภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันดีด้วยซ้ำ...
'เอาเถอะ...นับว่าเ้าและข้ามีวาสนาต่อกัน เข้ามาหาข้าผู้าุโใกล้ๆ'
เหมือนมีแรงฉุดดึงมหาศาลดึงรั้งร่างหลินเฟยตัวน้อยเข้าไปใกล้เรื่อยๆจนไปหยุดที่เบื้องหน้าของสิ่งมีชีวิตลึกลับ
"มะ..ั!"
ทันทีที่คบเพลิงทำหน้าที่ของมันขับไล่ความมืดของถ้ำให้พ้นไปใบหน้าขนาดใหญ่ดวงตาแวววับกลมโตฟันขนาดใหญ่ั์ของมันพอที่จะบดขยี้สัตว์ใดใดก็ตามให้พินาศย่อยยับ
เพียงแต่แววตาที่เหนื่อยล้าจนแม้แต่หลินเฟยยังสังเกตุได้หากหลินเฟยมองเห็นในความมืดเขาก็จะเห็นว่าด้านหลังของัโบราณตัวนี้มีรอยแผลเหวอะหวะจนดูน่ากลัวมากมายหลายร้อยรอย!
ไม่มีเวลาให้ใมากัโบราณตัวนั้นจ้องนิ่งมายังหลินเฟยฉับพลันมีลำแสงสีแดงเส้นหนึ่งพุ่งออกจากดวงตาัทะลุเข้าไปที่กลางหว่างคิ้วของหลินเฟย
"อ๊ากก!"
หลินเฟยร้องโหยหวน เขารู้สึกว่ามีปราณที่ร้อนแรงสายหนึ่งวิ่งไปตามเส้นลมปราณทั้งบังคับให้เส้นลมปราณขยายขนาดขึ้นกว่าเดิมมากกว่าสี่เท่า..ไม่สิ ห้าเท่า! ร่างกายของหลินเฟยร้อนเหมือนถูกต้มในหม้อใบใหญ่
และยิ่งร้อนขึ้นจนร่างเขากลายเป็สีแดงเนื่องจากความร้อนเสื้อผ้าค่อยๆมีประกายไฟลุกขึ้นหลินเฟยกัดฟันถอดชุดที่ใส่อยู่ออก ่เวลาแห่งความทรมานดำเนินไปได้ถึงสิบลมหายใจฉับพลันก็เงียบสงบลงแต่สำหรับเขาแล้วเหมือนยาวนานเป็ปีหลินเฟยรีบคว้าถุงสมบัติตบปัปหยิบชุดเสื้อผ้าสำรองมาก่อน จะพุ่งทะยานออกไปทางปากถ้ำด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาจะทำได้!
ัโบราณไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อรั้งเขาไว้ มีเพียงเสียงที่ก้องกังวาลไปทั่วทั้งถ้ำยามที่เขาจากไปแล้ว
'เอาเถอะ.. เป็ธรรมดาที่จะหวาดกลัวขนาดนั้น ข้าจะปิดผนึกถ้ำนี้ไว้..เพื่อรอเ้าก็แล้วกัน'
ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดแสงสว่างพลันกระจายออกจากทั่วร่างัโบราณกลายเป็วงกลมผนึกขนาดใหญ่หมุนวนออกไปยังปากถ้ำ พร้อมกลับร่างของัโบราณค่อยๆปลิแตกออกกลายเป็เกล็ดแสงนับไม่ถ้วนลอยทะลุถ้ำขึ้นสู่ฟากฟ้า... หากมองจากภายนอกจะเห็นว่าปากถ้ำขนาดใหญ่ค่อยๆจางหายไปไม่เหลือร่องรอยใดๆให้ััถึงได้อีก
กลับมา ณ ปัจจุบัน...
"มันอยู่ที่นั่น!"
หลินเฟยยิ้มกว้างจ้องมองไปที่ ดอกไม้ช่อนึงที่เปล่งแสงระยิบระยับส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ
"จากบันทึกตระกูลหลินของข้า บิดาของท่านปู่เคยเก็บดอกแสงจันทร์จากที่นี่ไปเมื่อสองร้อยปีก่อน..และต้องรอไปอีกสองร้อยปีดอกของมันถึงจะบานอีกครั้ง และสองร้อยปีต่อมา...ก็คือวันนี้!"
หลินเฟยดีใจแทบคลังก่อนหน้านี้เขาเคยขึ้นมาดูดอกแสงจันทร์นี้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจนคิดว่าบิดาเค้าจะคำนวณผิดพลาดหรือประมาณเวลาผิด แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทุกอย่างนั้นถูกต้อง!
"ฮึบ!"
ถึงแม้จะเรียกว่าดอกไม้แต่ลำต้นนั้นหนากว่าตัวคนเสียอีกมีดอกแสงจันทร์ผลิออกมาจากกิ่งถึงห้าดอก!
"ปีนั้นบิดาของท่านปู่พบเจอเพียงดอกเดียวแต่ข้ากลับเจอถึงห้า!"
หลินเฟยเลียริมฝีปากค่อยๆเก็บดอกแสงจันทร์อย่างชำนาญ หลังจากที่ตบะเชืองช้า เวลาสองปีเค้าจึงศึกษาเกี่ยวกับพืชสมุนไพรจนรู้แจ้งจากบันทึกของสำนัก ด้วยความฉลาดเฉลียวเกินคนธรรมดาและความมุมานะ เรียกได้ว่าเื่พืชสมุนไพรนอกจากผู้าุโโอสถของสำนักก็ไม่มีใครรอบรู้ได้เท่าหลินเฟยอีกแล้ว
หากพูดถึงความมุานะระหว่างที่เขาศึกษานั้นแทบจะนอนกอดตำราตื่นมาก็อ่านตำราพร้อมกับไปัักับของจริงในสวนสมุนไพรของสำนัก ถึงแม้จะมีหลายหมื่นชนิดที่สำนักยังไม่ได้ปลูกหรือหายาก
ขอแค่รู้ว่าพื้นที่นั้นไม่ห่างไกลจนเกินไปไม่อันตรายถึงชีวิตต้องดั้นด้นไปให้เห็นให้ััจนได้! และยิ่งเป็ดอกแสงจันทร์ที่ตระกูลเค้ากุมความลับเื่เวลาเกิดดอกนั้นเค้ายิ่งศึกษาเป็พิเศษ
สรรพคุณของดอกแสงจันทร์นั้นมีมหาศาลต่อขั้นของผู้ฝึกตนทุก่ขั้นสามารถเพิ่มพลังลมปราณและพลังชีวิตได้มหาศาล เพียงดอกเดียวก็สามารถยืดอายุไปได้สิบปีแล้ว! เงื่อนใขข้อเดียวคือต้องดูดซับเวลากลางคืนเท่านั้น หรือหากนำไปขายก็สามารถทำเงินได้เป็อย่างต่ำก็ร้อยทอง!(ร้อยเหรียญเงิน=หนึ่งทอง)
"ฮ่าๆ! รวยแล้ว! ข้าเก็บไว้ฝึกวิชาสามดอกก็เพียงพอที่จะทะลุขั้นได้แล้ว อีกสองดอกข้าจะนำไปให้ท่านพ่อ ตระกูลหลินจะได้พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง!"
ขณะที่หลินเฟยกำลังเพลิดเพลินกับดอกแสงจันทร์ทั้งหมดในถุงสมบัตินั่นเอง...
'โฮกกก!!'
ไม่ต้องหันกลับไปมองหลินเฟยก็รู้เสียงที่ดังอยู่ไม่ห่างตัวเองนั้นคือเสียงของสัตว์อสูรวิเศษ เสือเมฆราตรี! สัตว์อสูรวิเศษ ขั้นต่ำ ระดับสูง! หากเปรียบเทียบกันแล้วเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับกลางขึ้นไปเลยทีเดียว!
ปล.ช่วยทนอ่านถึงตอนที่ 32 ด้วยครับหากเข้ามาใหม่ ♥