ตอนที่7 ทักษะเปียโนระดับโลก
เกาเฉินลอบสังเกตซ่งเย่เขารู้สึกแปลกใจที่เธอไม่ได้สนใจเขาเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ
สายตาอิจฉาริษยาพุ่งมาจากรอบทิศทั้งจากชายและหญิงที่แอบชื่นชอบซ่งเย่และเกาเฉิน
แต่ซ่งเย่และเกาเฉินทานข้าวโดยไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ครู่หนึ่งเมื่อซ่งเย่ซูฉี และเกาเฉินทานข้าวกันอิ่มแล้วด้วยบรรยากาศที่ปราศจากการพูดคุยใดๆ
“เกาเฉิน”เกาเฉินแนะนำตัวเองพลางจ้องมองไปยังซ่งเย่ที่กำลังลุกขึ้นถือถาดอาหารไปเก็บ
ซ่งเย่ชะงักครู่หนึ่งก่อนนึกขึ้นได้ว่าเขาคงแนะนำตัวเองเธอจึงพูดตอบว่า “ซ่งเย่”
จากนั้นเธอเดินถือถาดไปเก็บพร้อมกับซูฉีที่เดินถือถาดตามมาอย่างงงๆ
ภาคบ่ายมีเรียนหนึ่งวิชาและหลังจากนั้นปล่อยอิสระให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเองจนถึงเวลาเลิกเรียน
“ซ่งเย่ชั่วโมงอิสระพวกเราไปทานขนมกับน้ำผลไม้ที่ข้างโรงเรียนดีไหมจ๊ะ?”
ซูฉีเอ่ยชวนซ่งเย่ให้ผ่อนคลายเพราะดูเหมือนว่าเธอจะเปิดหนังสืออ่านหรือไม่ก็เสียบหูฟัง
“ได้จ้ะ”เธอตอบตกลงเมื่อมองเห็นแววตาที่คาดหวังของเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ
หลังจากหมดคาบเรียนภาษาประจำชาติแล้ว
ซูฉีและซ่งเย่เดินออกไปหาร้านขนมที่อยู่ข้างโรงเรียน
ทันใดนั้นมีชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมวิ่งเข้ามากระชากกระเป๋าเป้ของซูฉีและวิ่งหนีไป
“ว้าย!”
ซ่งเย่เห็นดังนั้นเธอรีบวิ่งตามโจรเข้าไปในตรอกเล็กที่ไม่มีคนอยู่แถวนั้นเลย
ขณะที่วิ่งมาเธอสังเกตเห็นว่าตรอกนี้มีกล้องวงจรปิดน้อยมาก
จุดที่โจรหยุดวิ่งแล้วหันหลังมาเผชิญหน้ากับเธอนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดเลย
ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เธอก็้าเช่นนี้เหมือนกัน
“สาวน้อยเธอวิ่งตามมาไม่กลัวหรือยังไง?”โจรหน้าเหี้ยมถามด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เอากระเป๋าคืนมา”ซ่งเย่บอกกับโจรเบาๆ
“ฮึฮึก็แค่กระเป๋าใบเดียว ต้องวิ่งตามมาขนาดนี้เลยหรือ?”โจรแสยะยิ้มแล้วชักมีดพุ่งเข้าหาซ่งเย่ทันที
“วิ้ว! พลั้ก!ตุ๊บ!”ซ่งเย่ะโหมุนตัวแล้วใช้สันมือฟาดเข้าใส่ท้ายทอยของโจรอย่างแรง
โจรนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงเธอเหลียวมองรอบตัวและมั่นใจว่าโจรไม่ตายเมื่อไม่เห็นคนในระแวกนี้
จากนั้นจับขากางเกงของโจรแล้วออกแรงเหวี่ยงร่างของโจรเข้าไปในที่รกร้างพงหญ้าสูงท่วมหัวข้างถนน
สำรวจร่องรอยรอบตัวไม่พบผิดปกติอันใดแล้วใช้โทรศัพท์แฮ็คกล้องวงจรปิดเพื่อแก้ไขภาพที่บันทึกไว้
เธอหยิบกระเป๋าเป้ของซูฉีแล้วเดินกลับไปหาเพื่อน
“แฮก แฮก”ซูฉีที่วิ่งตามหลังมาถึงแล้วหอบหนักด้วยความเหนื่อยล้า
“ซ่ง...เย่...เป็...ยังไงบ้าง?” เธอถามพลางหายใจหอบเป็ระยะ
“ไม่เป็ไรจ้ะ”แล้วยื่นกระเป๋าเป้ให้กับเพื่อนของเธอ
“โจรล่ะไปไหนแล้ว?”ซูฉีถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิเห็นกระเป๋าตกแถวนี้พอดี” ซ่งเย่ไม่ได้ตอบตามจริง
เธอคิดในใจด้วยความแปลกใจ“ทำไมโจรกระชากกระเป๋าซูฉีคนเดียว”
“ในกระเป๋ามีอะไรไหมจ๊ะ?”
“อ่อ น้าย้งให้ฉันเอานี่มาให้เพื่อนพ่อตอนเลิกเรียนน่ะจ้ะ”
ซูฉีเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบกล่องกระดาษแข็งใบหนึ่งขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยมีเชือกมัดไว้อย่างแ่าออกมา
น้าย้งจากความทรงจำเดิมของซ่งเย่คือภรรยาคนใหม่ของพ่อซูฉี และมีลูกสาวที่เป็ลูกติดของเธอชื่อ ฟางอันหนิง
“.....”ซ่งเย่ประหลาดใจเล็กน้อย เธอจึงหยิบกล่องนั้นมาแก้เชือกที่มัดไว้ออกดู
ปรากฏว่ามีเงินอยู่ในนั้นเป็จำนวนมาก
“นี่นี่ทำไมมีเงินจำนวนมากขนาดนี้?”ซูฉีอ้าปากค้างและเอ่ยคำติดขัดด้วยความตื่นใ
“สองแสนหยวน!”ซ่งเย่ที่นับเงินเสร็จแล้วบอกจำนวนเงินในกล่องนั้น
ความทรงจำเดิมของซ่งเย่เธอจำได้ว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับซูฉีมาก่อน
“ฉันควรทำอย่างไรดี?” ซูฉีที่เห็นเงินจำนวนมากเธอมึนงงคิดอะไรไม่ออก
“ถ่ายรูปเก็บไว้และส่งมอบตามคำสั่งจ้ะ”ซ่งเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนบอกเพื่อนของเธอ
เธอมีแผนช่วยจัดการเื่ที่ไม่ชอบมาพากลนี้
“ตกลงจ้ะ” ซูฉีพยักหน้าเห็นด้วย
ในตอนนี้สมองของเธอว่างเปล่าเธอจึงฟังคำแนะนำของเพื่อนอย่างเป็ธรรมชาติ
“ไปกินขนมไหมจ๊ะ?”ซ่งเย่เอ่ยถามถึงจุดประสงค์แรกเริ่มของพวกเขา
“ไปสิจ้ะ”ซูฉีที่ยังคงลังเลอยู่แต่ก็ตัดสินใจไปกินขนมคลายเครียดดีกว่า
ใกล้ถึงเวลาเลิกเรียนแล้วซ่งเย่และซูฉีเดินกลับโรงเรียน
เมื่อไปถึงหน้าประตูโรงเรียน
ซูฉีกับซ่งเย่ยืนรอรถมารับที่หน้าโรงเรียน
เวลานี้มีรถ BMW รุ่นใหม่ล่าสุดสีขาวมาจอดใกล้กับพวกเธอ
ชายวัยกลางคนเดินลงมาจากที่นั่งคนขับและตรงเข้ามาหาซูฉีทันที
“ซูฉีใช่ไหมครับ? ฉันเอง ลุงจ้าน อาย้งได้ฝากอะไรมาไหมครับ?”
ชายวัยกลางคนหน้าตาดีแนะนำตัวกับซูฉีอย่างเป็กันเอง
แต่สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่ซ่งเย่เขามองเห็นเธอั้แ่ระยะไกล นิสัยเ้าชู้ทำให้เกิดเขาสนใจกับสาวสวยตรงหน้า
“อ้อ! คุณลุงจ้านนี่เอง นี่คือของที่น้าย้งฝากมาให้ค่ะ”ซูฉีตอบรับและยื่นกล่องกระดาษบรรจุเงินให้กับเขา
“นี่เพื่อนเธอหรือครับ?” จ้านฟานเหล่ตามองซ่งเย่และถามซูฉี
“โอ้ใช่! นี่ซ่งเย่! เพื่อนหนูเองค่ะ”ซูฉีแนะนำซ่งเย่อย่างเป็ธรรมชาติ
“สวัสดีซ่งเย่ ผมชื่อจ้านฟานนะครับ”จ้านฟานส่งสายตาหวานเชื่อมให้กับซ่งเย่ทันที เขาหวังว่าเธอจะยิ้มเขินอาย
แต่ปรากฏว่าในสายตาของซ่งเย่ว่างเปล่าเหมือนไม่มีความรู้สึกอะไรเลย?!
“ค่ะ”ซ่งเย่รับคำเบาๆ เธอเริ่มรู้สึกรำคาญผู้ชายตรงหน้าที่ส่งสายตาแบบนี้มาให้
ในเวลานี้มีรถฮัมเมอร์คันใหญ่สีเขียวเข้มวิ่งเข้ามาจอดต่อท้ายรถของจ้านฟาน
เมื่อกระจกรถหมุนลงมีใบหน้าชายหนุ่มหล่อเหลาสวมแว่นกันแดดในที่นั่งคนขับส่งเสียงออกมา
“สาวน้อยรถบ้านเธอกลับไปแล้ว ผมไปส่งดีไหมครับ?”หลิวเย่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ซ่งเย่จำเขาได้ทันทีว่าเป็หลิวเย่
เธอครุ่นคิดครู่หนึ่งและพยักหน้าตกลง“ได้ค่ะ”
เธอหันหน้าไปลาซูฉี“ไปก่อนนะจ้ะ” แล้วเดินขึ้นรถไปกับหลิวเย่
จ้านฟานที่ถูกละเลยอย่างสิ้นเชิงกำมือแน่นด้วยความโกรธและจ้องมองตามหลังรถฮัมเมอร์คันนั้น
แต่เขาก็ต้องใที่พบว่าหมายเลขทะเบียนรถคือเลข8 ตัวเดียว!
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง!
หมายเลขรถที่บ่งบอกถึงตระกูลอันยิ่งใหญ่มีไม่กี่ตัวและนั่นเขาแตะต้องไม่ได้เลย
เขาได้แต่บ่นพึมพำในใจที่ชวดสาวสวยอย่างซ่งเย่ไปต่อหน้าต่อตา
บนรถฮัมเมอร์ซ่งเย่หันหน้ามามองหลิวเย่และขมวดคิ้วเบาๆ
“อยากถามอะไรหรือครับ?”หลิวเย่หัวเราะเบาๆกับท่าทีของเธอ
“คุณตั้งใจผ่านมาหรือคะ?” ซ่งเย่ถามในสิ่งที่สงสัย
“ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ”เขาตอบกำกวม
อันที่จริงเขายืนมองจากร้านตามใจและพบว่าเธอกำลังถูกเกี้ยวโดยใครบางคน
ความโมโหทำให้เขารีบไปขับรถมารับเธอทันที
“ค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
จากนั้นเธอหยิบหูฟังมาสวมไว้และไม่สนใจเขาอีก
หลิวเย่เหลือบมองทางหางตาเมื่อเห็นท่าทางของเธอเขายิ้มเล็กน้อยอย่างมีความสุข
แค่ได้อยู่ใกล้เธอเขารู้สึกสบายใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าไม่มีคำพูดอะไรเลยก็ตาม
“พรุ่งนี้เจอกันครับ”หลิวเย่เอ่ยขึ้นเมื่อรถมาจอดหน้าวิลล่าของเธอ
“ได้ค่ะ”ซ่งเย่รับคำเบาๆ และเดินเข้าประตูวิลล่าไป
เขาขับรถผ่านไปและเข้าไปจอดในวิลล่าของตนเอง
เมื่อซ่งเย่เดินเข้าประตูห้องโถงมีสายตาหลายคู่จับจ้องเธออย่างชิงชัง
“คนบ้านป่าไม่รู้จักมารยาท!เด็กกำพร้าไม่มีใครสั่งสอนก็คงเป็แบบนี้นี่เอง ต้องให้คนอื่นเขารอ ไร้มารยาท!”
เสียงดุด่าดังมาจากปากของหญิงชรา
“คุณย่าอย่าว่าน้องสาวเลยค่ะหว่านเอ๋อร์ไม่รู้จริงๆว่าเธอยังมาไม่ถึงบ้าน” ซ่งจูหว่านเอ่ยแก้ตัวแทนซ่งเย่
“ไปไหนมาล่ะ? ต้องให้ลุงโจวกับหว่านเอ๋อร์รอตั้งนาน จนพากันกลับมาก่อน”ไป๋จูซีตำหนิซ่งเย่เสียงดัง
“ซ่งเย่ไปไหนมาหรือ?” ชายชราถามอย่างเป็กลาง
“ไปทานขนมกับเพื่อนมาค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามตรง
“จะไปไหนมาไหนก็ไม่ยอมบอกคิดว่าทุกคนต้องเอาใจเธอหรือยังไง?”เสียงบ่นของไป๋จูซีดังขึ้นอีก
“แบบนี้ก็ให้ไปโรงเรียนเองหว่านเอ๋อร์จะได้ไม่ต้องกังวล” หญิงชราเข้าข้างหลานคนโปรดเต็มที่
“ว่ายังไงล่ะ? ไปเองได้ไหม?”ชายชราตัดบทการสนทนาที่เริ่มเคร่งเครียดมากขึ้น
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แววตาเยาะเย้ยสะใจมาจากซ่งจูหว่านที่ได้รังแกเธอฉายชัดขึ้น
แต่ซ่งเย่ไม่ได้สนใจในเื่นี้
ดีเสียอีกที่แยกกันไปเอง
เธอสามารถวิ่งออกกำลังกายเพิ่มได้อีก
และไม่ต้องเสียเวลารอพวกเขาด้วย
คืนนี้พ่อของเธอไม่ได้กลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันสงสัยว่างานที่บริษัทจะยุ่งยาก
..........
ในตอนนี้ซ่งเย่กำลังอยากเรียนรู้เปียโนที่ซ่งจูหว่านจะไปเป็ศิษย์ของอาจารย์ระดับประเทศ
เธอเห็นเปียโนหลังหนึ่งในบ้านของหลิวเย่และอยากจะลองเล่นดู
เหลือบมองดูเวลา21.15 น. ยังไม่ดึกมากเกินไป
คิดได้เช่นนั้นเธอเปลี่ยนชุดนอนเป็ชุดวอร์มรองเท้าผ้าใบทันที
ประตูวิลล่าปิดแล้วแต่ไม่เป็ปัญหาสำหรับเธอ
เพราะเธอะโออกทางกำแพงรั้วฝั่งใกล้ห้องนอนของเธอโดยตรง
“ตุ๊บ!”ซ่งเย่ะโเหินตัวลอยข้ามรั้วสูงอย่างสบายๆ
วิ่งเหยาะๆไปยังวิลล่าของหลิวเย่ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง500 เมตร
ประตูหน้าวิลล่ายังเปิดอยู่
เธอเดินเข้าไปข้างในทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
เมื่อเปิดประตูเข้าไปเธอมองเห็นหลิวเย่กำลังนั่งคุยกับชายชราคนหนึ่งบนโซฟาในห้องโถงรับแขก
พลันมีรอยยิ้มกว้างจากใบหน้าของหลิวเย่เมื่อเขาหันมามองเห็นเธอ“ว่ายังไงครับสาวน้อย?”
“เล่นเปียโนได้ไหมคะ?” เธอถามตรงไปตรงมา
“ได้สิครับตามสบาย” หลิวเย่ผายมือให้เธอไปด้านหนึ่งของห้องโถงซึ่งมีเปียโนหลังหนึ่งตั้งอยู่
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับทราบแล้วเดินตรงไปทันที
วินาทีที่ั้แ่หลิวเย่ยิ้มกว้างพูดคุยกับซ่งเย่จนถึงซ่งเย่เดินไปนั่งบนเก้าอี้หน้าเปียโน
รอยยิ้มปรากฏทั้งในแววตาและรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาตลอดเวลา
แต่ชายชรากั๋วจงเจ๋อกลับเหงื่อออกด้วยความใ!
นี่ใช่เ้านายของพวกเขาอยู่ไหม?
ทำไมเขายิ้มแย้มและอารมณ์ดีเช่นนี้!
เขาไม่เคยเห็นเ้านายยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้มาก่อน!
มีเื่เล่าในกลุ่มแชท Space X แล้ว!
พลันเสียงเปียโนดังขึ้นเสียงเพลงที่บรรเลงออกมานั้น
มันน่าทึ่งมาก!
เพลงที่นุ่มนวลสวยงาม ฟังแล้วเคลิบเคลิ้มเหมือนล่องลอยใน์
ความรู้สึกอบอุ่นจากความรักสายลมแ่เบาโอบล้อมรอบกาย เสียงสายน้ำไหลระริน เสียงนกร้องรับตะวันแรกยามรุ่งเช้าแสงแดด
อ่อนลูบไล้ใบหน้าหญิงคนรัก สายตาที่ห่วงหาอาทร น้ำเสียงแ่เบาใสกระจ่างอ่า.....นี่มัน!
ช่างเป็การบรรเลงที่สุดยอดมันเหนือคำบรรยาย
เก่งกาจระดับโลก!
ใช่! มันคือฝีมือระดับปรมาจารย์!
ทักษะการเล่นเปียโนระดับโลก!
“ติ๊ง!”โน้ตตัวสุดท้ายถูกนิ้วขาวเรียวสวยกดลงและเปล่งเสียงออกมา ก่อนเสียงจะเงียบลง
ซ่งเย่รู้สึกพอใจเล็กน้อยที่พบว่าการสังเกตวิธีการและเสียงโน้ตเพลงแต่ละตัวของซ่งจูหว่านในวันนั้น
แล้วเลือกเล่นเพลงที่เธอชื่นชอบจากดาวเอเอส
ปรับการเล่นตามทักษะของเธอเอง!
มันให้ความรู้สึกสบายใจเสียจริง!
เธอหันหน้ากลับมาแล้วพบว่า
ชายชราหลับตาพริ้มและเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ส่วนหลิวเย่ยังคงยิ้มให้เธออย่างอบอุ่นแววตามีประกายอ่อนโยน
เขามองเธอตลอดเวลาั้แ่นั่งลงบนเก้าอี้จวบจนเล่นโน้ตสุดท้าย
เขาทึ่งที่พบว่าเธอเล่นได้ดีมากดีกว่าลูกน้องของเขาที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก
30 วินาทีต่อมา
กั๋วจงเจ๋อที่ฟื้นคืนสติจากภวังค์เขารีบวิ่งเข้ามาหาซ่งเย่ด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจเหมือนพบกับอาจารย์ตนเอง
“สาวน้อย ไม่สิ! ท่านอาจารย์!ท่านอาจารย์!”กั๋วจงเจ๋อถูฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและพูดอย่างเขินอาย
“.....”ซ่งเย่หันหน้ามามองและขมวดคิ้วเบาๆด้วยความสงสัย
“บทเพลงนั่นมันช่างยอดเยี่ยมเสียจริงอาจารย์ช่วยอะไรบางอย่างได้ไหมครับ?”
เขาเกาหัวตัวเองคล้ายชายหนุ่มที่เขินอายหญิงสาว
“เื่อะไรหรือคะ?” ซ่งเย่ถามด้วยความงุนงง
“เป็อย่างนี้สัปดาห์หน้าจะมีงานแสดงดนตรีนานาชาติและมีการแสดงพิเศษของนักดนตรีระดับโลกทีแรกพวกเขาจะให้ฉันแสดงใน
นามตัวแทนของประเทศ แต่ตัวแทนจากประเทศ M ได้ดูถูกดูแคลนพวกเราไว้มากอันที่จริงฉันเองก็ไม่มั่นใจเท่าใดนัก แต่วันนี้ให้เห็น
อาจารย์เล่นแล้วฉันอยากให้อาจารย์ไปช่วยแสดงเป็ตัวแทนของประเทศเราได้ไหมครับ?”สายตาเว้าวอนอย่างน่าสงสารจากกั๋วจงเจ๋อ
ทำให้ซ่งเย่แสดงท่าทีอึดอัดใจ
หลิวเย่เห็นอาการของสาวน้อยเขารีบเอ่ยขัดขึ้นทันที
“เอาไว้ใกล้จะถึงวันค่อยว่ากันใหม่อย่าเร่งรัดเธอนักเลยครับ”
ซ่งเย่ส่งสายตาขอบคุณให้เขา
หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ชื่ออะไรครับ?”เสียงนอบน้อมของชายชราดังขึ้น
“ซ่งเย่ค่ะ”
เวลานี้เธอได้ปลดปล่อยอารมณ์ขุ่นมัวออกไปแล้ว
ซ่งเย่จึงอยากปรับแต่งอุปกรณ์ที่ซื้อมาเข้ากับโทรศัพท์มือถือของเธอ
จึง้ากลับไปทำให้เสร็จและได้หันหน้ามาลาหลิวเย่“ไปก่อนนะคะ”
โดยไม่รอให้เขากล่าวอะไรเธอเดินกลับออกไปทางประตูหน้าวิลล่าทันที
เธอไม่รู้ว่าการแสดงเปียโนเมื่อสักครู่ทำให้กั๋วจงเจ๋อก่อกวนหลิวเย่เพื่อให้เธอไปแสดงแทนมากเพียงใด
..........
รุ่งเช้าเวลาเดิม04.00 น.
ซ่งเย่ตื่นขึ้นมาล้างหน้าตาแล้วเปลี่ยนชุดเป็ชุดกีฬาเพื่อไปออกกำลังกายเหมือนเดิม
เธอวิ่งเหยาะๆผ่านหน้าวิลล่าของหลิวเย่ได้ครู่หนึ่ง
พลันหลิวเย่ก็วิ่งเข้ามาประกบเคียงข้างเธอและวิ่งตรงไปยังสวนสาธารณะ
ตลอดทางของการวิ่งจากหน้าวิลล่าจนถึงสวนสาธารณะและวิ่งจนครบสิบรอบ
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียวแต่ความรู้สึกกลมกลืนกลับผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว
“มาต่อสู้กัน!” ซ่งเย่เอ่ยชวนหลิวเย่เมื่อพวกเขายืนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่จุดเดิม
โดยไม่รอคำตอบจากหลิวเย่เธอออกแรงและอาวุธพุ่งเข้าใส่เขาทันที
“ฟุ้บ”
“วื้ด”
“ฟิ้ว”
“พั้บ”
ซ่งเย่ออกอาวุธจากส่วนต่างๆของร่างกายด้วยความแรงและเร็วมากกว่าเมื่อวานเท่าตัว
หลิวเย่ผงะที่พบว่าเธอมีพัฒนาการเร็วมาก
แต่สร้างความท้าทายและตื่นเต้นให้กับเขา
เขาออกแรงมากกว่าเมื่อวานนี้เพื่อทดสอบพละกำลังที่แท้จริงของเธอ
พวกเขาต่อสู้กันอย่างจริงจังจนกระตุ้นความสนใจของใครหลายคนที่มาออกกำลังกายบริเวณนั้น
โดยเฉพาะชายชราสองคนที่แต่เดิมพวกเขารำไทเก๊กกันอยู่ไม่ไกลนัก
แต่ตอนนี้พวกเขาเดินมาสังเกตการฝึกซ้อมของหลิวเย่และซ่งเย่อย่างสนใจ
“วื้ด”
“ฟิ้ว”
“พั้บ”
มีหลายครั้งที่หลิวเย่เกือบพลาดไปเพราะเขาจับทางเธอไม่ถูกสร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็อย่างมาก
“หมดเวลา!” จู่ๆ ซ่งเย่ก็หยุดการต่อสู้และกล่าวขึ้นเบาๆ
“สาวน้อยเธอเรียนการต่อสู้มาจากที่ไหนครับ?” ก่อนที่หลิวเย่จะได้พูดอะไรพลันมีเสียงชายชราคนหนึ่งดังขึ้น
ซ่งเย่หันไปมองและพบว่าสายตาของชายชรามีแต่ความสงสัยและสนใจไม่มีแววตาที่มุ่งร้าย
เธอจึงตอบกลับเสียงเรียบออกเ็าว่า“เรียนรู้เองค่ะ”
หลิวเย่อมยิ้มกับคำตอบที่เหมือนขวานผ่าซากของเธอ
ชายชราสองคนทำหน้าตาแปลกๆที่ได้ยินคำตอบของเธอ
ซ่งเย่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีกต่อไปเธอวิ่งเหยาะกลับวิลล่าทันที
หลิวเย่วิ่งมาทันและกล่าวชวนเธอ“อย่าลืมแวะทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนนะครับ”
“ค่ะ”เสียงรับคำเบาๆดังจากปากของเธอ
พวกเขาวิ่งมาถึงหน้าประตูวิลล่าของหลิวเย่ซึ่งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะมากกว่าวิลล่าของตระกูลซ่ง
หลิวเย่เดินนำเธอเข้าไปข้างในห้องอาหาร
ซ่งเย่เดินตามแต่หยุดชะงักครู่หนึ่งและกวาดสายตามองไปรอบๆคล้ายกำลังมองหาใครสักคน
หลิวเย่ที่เข้าใจกับท่าทางของเธอจึงอธิบายว่า“เขากลับไปแล้วั้แ่ตอนเช้าแล้วครับ”
เขาแปลกใจตัวเองเช่นกันที่เข้าใจท่าทางของเธอและไม่รำคาญที่จะบอกเล่าหรืออธิบายเื่ใดๆกับเธอ
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ
พวกเขาทานอาหารเช้าด้วยบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย
ซ่งเย่ทานอาหารได้มากขึ้นเธอรู้สึกสบายใจที่ไม่มีเสียงดังน่ารำคาญจากบางคน
เมื่อได้เวลากลับไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน
ซึ่งวันนี้เธอต้องไปโรงเรียนด้วยตนเองเพราะรถจะไม่รับส่งเธอแล้ว