บทที่ 123 หนทางสุขสบาย
“โอ้ ข้าจับก็ไม่ได้แล้วหรือ? เจ้ารังเกียจข้าหรือ?” หวงซีเฉิงแสร้งยกมือกลับไปแล้วส่งสายตาเศร้าใจออกมา
แม่ทัพใหญ่เอกการแสดงเช่นนี้ยิ่งทำให้ทหารโดยรอบรู้สึกเขินอายตามไปด้วย แม่ทัพใหญ่ที่องอาจของพวกเขา...แท้จริงแล้วมีความสามารถเช่นนี้ด้วย....
“ขะ ข้า ข้าไม่ได้รังเกียจ แต่ท่าน....ท่านกำลังหยอกล้อข้า เห็นเป็นเรื่องสนุกหรือ!!” หลี่ชิงหมินคิดเหตุผลออก แต่ยังเป็นเหตุผลที่แม้แต่ตัวของเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน
เจ้าปีศาจร้ายตรงหน้านี้กล้าแสดงออกกับเขาเช่นนี้เลยหรือ? แม้ว่าเขาจะเคยอ่านนิยายมาก่อนแล้ว กระนั้นท่าทางเหมือนกับจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์นี้ อีกฝ่ายก็ไม่เคยกระทำต่อซือซือที่เป็นนางเอกเลย แล้วทำไม...ภาพลักษณ์ที่เคร่งขรึมตลอดเวลา การกระทำที่เหมือนผู้ใหญ่มีเหตุมีผลอยู่ตลอดนั้น ทำไมจึงกล้าแสดงออกต่อเขาเช่นนี้ได้
“หยอกล้อเจ้าหรือ? ข้าเอ็นดูเจ้า ไม่หยอกล้อเจ้าแล้วจะให้หยอกล้อผู้ใด”
“นะ นี่!! เกินไปแล้วนะ!” หลี่ชิงหมินไม่อยากจะได้ยินคำพูดที่ขัดต่อภาพลักษณ์ของคนตรงหน้าอีกต่อไป ยามนี้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายและทำตัวไม่ถูก ซีเฉิงเพิ่งได้เห็นท่าทางน่ารักเช่นนี้เป็นครั้งแรก เขาจึงรู้ว่าที่ผ่านมาตนเองพลาดอะไรดีๆไปมากมายเหลือเกิน
กลายเป็นว่า เจ้าคนตัวแสบผู้นี้เวลาเขินอายก็น่ารักได้มากถึงเพียงนี้เลย...
“เกินไปหรือ? ข้าไม่เห็นว่ามีสิ่งใดเกินเลย”
“ท่าน....พอได้แล้ว ข้าไม่อยากจะพูดกับท่านอีกต่อไป ถ้าท่านบอกว่าตนเองพูดความจริง อย่างนั้น...หากข้าไม่ทำผงชาโม่ลี่ฮวาให้แล้ว ก็ยังคิดจะแต่งกับข้าหรือ?”
เหมือนกับเพิ่งรู้ความจริงทั้งหมด หวงซีเฉิงเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะขมวดฉับ....ปรากฏว่าเจ้าเด็กนี่กำลังคิดว่าเขาหลงใหลชาจนต้องจับอีกฝ่ายมาขังไว้ในตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของตนเองอย่างนั้นหรือ?
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าตัวแสบผู้นี้จะมีความคิดเช่นนี้
“ถ้าข้าได้นอนกอดเจ้าทุกคืน ข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผงชาของเจ้า” หวงซีเฉิงกัดฟันพูด เขาอยากจะกัดปากแดงๆของเจ้าตัวแสบนี่สักที อยากจะสั่งสอนให้รู้จริงๆว่าทุกวันนี้ ต่อให้ดื่มชาโม่ลี่ฮวาของอีกฝ่าย เขาก็ไม่ได้หลับสนิทเท่ากับที่วันนั้นได้เจอเจ้าตัวหรอก
ความห่วงใยและความคะนึงหาในทุกค่ำคืนมันทำให้เขาไม่สามารถข่มตาหลับได้ และหวงซีเฉิงก็ค้นพบว่าการที่เขาคิดถึงชิงหมินมากมายเช่นนี้ มันทำให้เขาไม่มีความสนใจต่อเสียงรบกวนของวิญญาณร้ายที่ทำลายจิตใจของเขาอีกแล้ว ราวกับเป็นการยกระดับจิตวิญญาณไปอีกระดับ ซึ่งดูเหมือนจะพูดเกินจริงไปหน่อย แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
คนตัวเล็กผู้นี้เข้ามาในชีวิตของเขา และทำให้เขาเสพติดตนเองมากกว่าชาเสียอีก
“!!!” อย่างไรก็ตาม หลี่ชิงหมินรับไม่ได้กับถ้อยคำรุนแรงเช่นนั้นเลย เขาเหมือนกับกระต่ายน้อยที่แตกตื่นตกใจ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาวางความสัมพันธ์ของเขาและหวงซีเฉิงเป็นเหมือนผู้ขายกับผู้ซื้อ โดยหวงซีเฉิงคือผู้ซื้อชาโม่ลี่ฮวาของเขา แลกกับการที่จะมอบตำแหน่งฮูหยินใหญ่สกุลหวงมาให้ ซึ่งเขาอาจจะมีเงินทองไว้ใช้ทั้งชีวิต ทั้งยังได้รับเกียรติในฐานะฮูหยินขั้น 1 ทว่า....เขาก็รู้สึกว่าตนเองต้องรับภาระงานมากมายของสกุลหวง รวมถึงการทำผงชาไปถวายแด่นายจ้างผู้นี้ไปทั้งชีวิต
ไอ้ความสัมพันธ์ที่บอกว่าจะมาอยู่ด้วยกัน มานอนกอดกันตอนค่ำคืนนั้นไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลย จู่ๆวันนี้ก็ได้ยินเรื่องที่ทำลายสิ่งที่วางแผนเอาไว้ทั้งหมด มันทำให้คนตัวเล็กอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไป
เขาไม่รู้เลยว่า การเลือกมาที่นี่ในวันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ไม่สิ! การที่เขาเลือกจะพูดคุยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา มันอาจจะไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกก็ได้!! เขาไม่ควรจะสงสัยอะไร เขาไม่ควรจะไขว้เขวไปตามคำพูดของคุณหนูจางเลย ไม่อย่างนั้น...สถานการณ์ของเขากับหวงซีเฉิงผู้นี้ก็คงจะเหมือนเดิมเฉกเช่นที่มันเป็นมาใช่ไหม?
แน่นอนว่าความคิดที่โง่เขลาเช่นนี้ ชิงหมินรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ จะช้าจะเร็ว ความจริงก็คือความจริง แต่เขาแค่ยังรับกับความจริงนี้ไม่ได้ในตอนนี้ก็เท่านั้น
“ค่อยๆปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปในเส้นทางของมันเถอะ ความสัมพันธ์ของข้าและเจ้าก็เป็นเช่นนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ?” หวงซีเฉิงรู้ว่าตนเองเดือดดาลเกินไปหน่อย เขาคิดว่าที่ผ่านมาก็แสดงออกได้ดีแล้ว แต่เจ้าเด็กตัวแสบก็ยังคิดว่าเขาต้องการชาโม่ลี่ฮวาจึงเข้าใกล้ตนเองอยู่ได้
ดังนั้นเขาจึงพูดสิ่งที่คิดออกมา กระทั่งลืมไปว่าจะต้องค่อยๆกล่อมให้กระต่ายน้อยของเขาค่อยๆยอมรับสถานการณ์เหล่านี้ได้เองโดยธรรมชาติ
ที่ผ่านมาเขาก็ทำมันได้ดี ขนาดกอดกันแนบชิด ชิงหมินก็ไม่เห็นจะรู้สึกอึดอัดใจ ทว่า...เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวและตื่นตระหนกของชิงหมินเช่นนี้ เขาก็รู้ว่าตนเองพลาดท่าไปเสียแล้ว
“...................” หลี่ชิงหมินเงยหน้ามอง อะไรคือค่อยๆปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปในเส้นทางของมัน
บอกว่าค่อยๆปล่อยก็คือค่อยๆปล่อยแล้วมันจะดีขึ้นอย่างนั้นหรือ? เขาเป็นพวกขี้กังวลและต้องการทำทุกสิ่งตามแบบแผน แต่ตอนนี้แผนที่วางเอาไว้ของเขาไม่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก นี่ไม่เท่ากับว่าเขาต้องหาทางรอดอื่นหรอกหรือ?
“แล้วท่าน....ท่านต้องการให้ข้าเป็นฮูหยินใหญ่จริงๆหรือ?”
“ใช่” หวงซีเฉิงจ้องคนตัวเล็กที่ยังสับสนอย่างจริงจัง แม้จะไม่ต้องการให้ชิงหมินกลัว แต่เขาก็ไม่คิดจะโกหกความรู้สึกของตนเองเช่นกัน
“ถะ ถ้าอย่างนั้น...ข้าก็อยู่ในฐานะภรรยาของท่านงั้นหรือ?”
“ใช่”
“....... ท่านชอบบุรุษเช่นข้าหรือ?”
“ใช่”
“แล้วท่าน....จะปกป้องข้าในฐานะฮูหยินใหญ่ด้วยหรือ?”
“ใช่”
“ทะ ท่าน....ท่านจะไม่ให้คนสกุลหวงมารังแกข้าหรือ?”
“แน่นอน”
“โอ้ ถ้าอย่างนั้น....นอกจากทำหน้าที่ภรรยาของท่านแล้ว ข้ายังมีงานอะไรอื่นอีกบ้างหลังจากแต่งงานไป” ซีเฉิงไม่รู้ว่าคนตัวเล็กนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าความอึดอัดใจและความหวาดกลัวในตอนแรกจะค่อยๆลดลงไป ยังมีประกายตายินดีบางอย่างปรากฏขึ้นให้เห็นอีกด้วย
เด็กหนุ่มคนนี้ ดูเหมือนจะเริ่มเล่นสนุกกับหัวใจของเขาอีกครั้งแล้วหรือไม่?
อะไรคือการพูดว่า “นอกจากทำหน้าที่ภรรยาของเขา” ไม่ใช่ว่าชิงหมินยอมรับที่จะกลายเป็น “ภรรยา” ตัวน้อยของเขาทุกค่ำคืนได้ง่ายดายเช่นนี้แล้วหรอกใช่ไหม? หลังแต่งงานแล้ว...เขาก็สามารถโอบกอดเจ้าตัวได้จนพอใจหรือ?
“ไม่ต้องทำอะไร บ่าวไพร่มีเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าลำบาก”
“แม้แต่การทำชาหรือ?”
“ใช่ ถ้าเจ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ถ้าเจ้าอยากทำอะไรก็ทำได้เลย”
“ถ้าข้าอยากจะนอนตื่นสาย...”
“เช่นนั้นข้าจะให้คนเฝ้าเอาไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนเจ้า”
“ถ้า ถ้าข้าอยากจะกินขนมอร่อยทั้งวัน...”
“ข้าจะจ้างพ่อครัวที่เจ้าชอบมาไว้ที่จวน ให้เจ้าสั่งของกินได้ทั้งวัน แยกเป็นครัวส่วนตัวของเจ้าโดยเฉพาะเลยก็ได้”
“แล้วถ้าข้า...”
“ทุกอย่างที่เจ้าปรารถนา ข้าจะทำให้ทั้งหมด”
“โอ้....” ดวงตาของหลี่ชิงหมินเป็นประกาย
ในฐานะที่เขาถูกเลือกมาเป็นพระเอกของเรื่อง นิสัยของหวงซีเฉิงเป็นที่รู้ดีประการหนึ่ง นั่นคือเขาไม่พูดโกหก คำพูดของเขาน่าเชื่อถือยิ่งกว่าองค์จักรพรรดิที่ชอบพูดว่าตรัสแล้วไม่คืนคำเสียอีก ดังนั้นคำพูดทั้งหมดที่หวงซีเฉิงกล่าวมาย่อมต้องเป็นความจริงอย่างแน่นอน
เรื่องนี้กลายเป็นว่าไม่ใช่จะเลวร้ายไปเสียทุกอย่าง งานที่เขาทำใจเอาไว้ตั้งนานว่าจะต้องเข้ามาไม่หยุดนั้นถูกหวงซีเฉิงรับปากแล้วว่าจะไม่ให้เขาต้องแตะต้อง อาหารที่ได้กินก็จะให้กิน ไม่ต้องวุ่นวายกับผู้อื่นด้วยการทำห้องครัวแยก ขนาดว่าต้องเป็นแรงงานทาสในการทำผงชาก็ยังไม่จำเป็น ดังนั้น....ดูเหมือนว่างานที่เขาต้องทำจึงเหลือเพียงอย่างเดียวใช่หรือไม่?
หลี่ชิงหมินไม่ได้รังเกียจหรือแบ่งแยกระหว่างชายหญิง หากพึงพอใจ จะเป็นบุรุษหรือสตรีก็มีความรักความสัมพันธ์ต่อกันได้ แน่นอนว่าเขายังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
ในโลกก่อนของเขามีคลิปให้ศึกษามากมาย เขาสามารถดูความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ชายชาย หรือหญิงหญิง มันเป็นโลกที่เปิดกว้างและมีการยอมรับกันหมดแล้ว สิ่งที่ชิงหมินต้องทำหลังจากนี้ก็คือการรื้อฟื้นความจำเดิมของตนเองกลับมาเพื่อเตรียมพร้อมในการทำหน้าที่ ทั้งยังต้องหาความรู้จากโลกใบนี้ด้วยว่าความสัมพันธ์เช่นนั้นทำกันอย่างไร
งานที่ลดลงไปมากของเขาทำให้ชิงหมินมีใจอยากจะศึกษามากขึ้น แน่นอนว่าแค่คิดก็มีความสุขมากกว่าที่จะต้องไปต่อกรกับตระกูลหวงแล้ว!
หลี่ชิงหมินไม่เหมือนกับนางเอกซือซือที่ชอบกล่าวว่าไม่ต้องการให้สามีต้องเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องราวในจวน นางจึงทุ่มเทเวลากับการดูแลหลังบ้านให้เขา เพื่อให้แม่ทัพใหญ่สามารถทำงานราชการได้อย่างสบายใจ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วหลายๆครั้งจำเป็นต้องถึงมือของหวงซีเฉิงก็เถอะ
แต่หลี่ชิงหมินเป็นคนขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจคนอื่น เขาไม่อยากยุ่งเรื่องของจวนสกุลหวงที่น่าปวดหัว นอกจากหวงซีเฉิงแล้ว ยังมีเหล่าฮูหยินรอง อนุภรรยา และพี่น้องร่วมสายเลือดของบิดามากมายที่ยังเกาะอยู่ในตระกูลหวงเหมือนกับปลิง ด้วยการจากไปอย่างกะทันหันของผู้นำตระกูลหวง ดังนั้นการจัดการสินทรัพย์มรดกและการแยกจวนให้กับเหล่าผู้คนสกุลหวงทั้งหมดยังไม่เสร็จสิ้นดี หลายคนไม่ยินดีที่จะจากไปทั้งอย่างนี้ หากต้องออกจากตระกูลหวงแล้ว...พวกเขาคงจะมีชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าเดิมแน่
ใครบ้างไม่อยากนั่งกินนอนกินเกาะเงินเดือนของผู้อื่นเพื่อใช้ชีวิตน่ะ เนื้อเรื่องเดิม...กว่าที่หวงซีเฉิงและซือซือจะจัดการปลิงพวกนี้ได้ทั้งหมดก็ผ่านไปเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว
หลายคนไปฟ้องร้องที่ศาลด้วยการกล่าวว่าหวงซีเฉิงนั้นไม่ยุติธรรม บ้างก็ประวิงเวลา บ้างก็ต้องการเอาทรัพย์สินไปเพิ่มเติม ทุกคนล้วนมือใหญ่โตทั้งนั้น ไม่สามารถบรรจุของจนเต็มก็ไม่คิดจะออกไป เพราะแบบนั้น...คนเหล่านี้จึงสร้างปัญหาให้กับซือซือที่เพิ่งแต่งเข้ามา พยายามกดดันนางเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ทุกอย่างเพราะเข้าใจว่าซือซือนั้นเป็นพวกบ้านนอกรังแกได้ง่ายๆ
อีกทั้งนิสัยของคนใหญ่คนโต พวกเขาชอบที่จะดูแคลนพวกฐานะต่ำกว่าตนเองอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่เชื่อฟังสาวชาวบ้านผู้หนึ่งที่จู่ๆก็กระโดดออกมาเป็นนายหญิงใหญ่ของจวน
แต่หวงซีเฉิงรับปากต่อเขาจะไม่ให้คนสกุลหวงมารังแก อีกอย่าง...เขาก็มีตำแหน่งฮูหยินขั้น 1 ที่เปรียบเสมือนองค์หญิงของเชื้อพระวงศ์ คนตระกูลหวงไม่อาจจะดูแคลนตำแหน่งขุนนางระดับต่ำจากสกุลหลี่ได้
คนตัวใหญ่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชิงหมิน เขาก็รู้สึกลังเลว่าเจ้าเด็กคนนี้เข้าใจเกี่ยวกับการใช้ “ค่ำคืน” ร่วมกับเขาจริงหรือไม่ การที่ยอมรับได้ง่ายดายเกินไป ในขณะที่หัวใจของเขายังเต้นรัวมันทำให้ซีเฉิงรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังจะเข้าสู่สภาวะคลั่ง
หากไม่ใช่เพราะต้องจัดการเรื่องราวสกุลหวงให้เสร็จสิ้นก่อนให้เจ้าตัวแสบมาอยู่ด้วย เขาก็อยากจะประกาศแต่งงานกันวันนี้พรุ่งนี้ให้เสร็จไปเลยทีเดียวเพื่อพิสูจน์ว่าชิงหมินตัวน้อยคนนี้สามารถปล่อยร่างกายให้เขาครอบครองได้จริงหรือไม่
หากเป็นแค่การคิดน้อยเกินไปของอีกฝ่ายอีกเล่า เขาจะไม่ต้องอดทนอดกลั้นไปอีกนานหรือ?
คนกำลังให้ความหวังแก่เขาอยู่ แล้วถ้าเกิดว่าความหวังนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ หวงซีเฉิงไม่สามารถนึกภาพออกเลยว่าตนเองจะต้องทรมานมากขนาดไหน
“เจ้า.....”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ถ้าท่านสามารถทำตามที่ท่านพูดได้จริงๆ ข้าก็จะพยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีเหมือนกัน ต่อให้ข้าจะไม่มีประสบการณ์อยู่บ้าง แต่ข้าจะพยายามศึกษามันให้ดี อย่ากังวล!” หลี่ชิงหมินกลัวว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นี้จะเปลี่ยนใจมาใช้แรงงานเขาเหมือนเดิม คนจึงรีบพูดสวนกลับไปอย่างมั่นใจ
งานสบายๆเช่นนี้ เขาจะพลาดไปได้หรือ?
“เจ้า....” หวงซีเฉิงลอบกลืนน้ำลาย สายตาของเขาไล่มองใบหน้าที่งดงามและมีเสน่ห์ ลงไปที่ลำคอระหงส์ รู้สึกอยากจะคว้าเข้ามากดจูบสักสองสามครั้งเพื่อยืนยันให้ชัดเจน
“ท่านเชื่อใจข้าเถอะ ข้าเป็นคนมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ไม่น้อย” ชิงหมินหัวเราะออกมา คิดว่าหวงซีเฉิงคงกลัวว่าเขาจะไม่เป็นงานเสียอย่างนั้น
“เจ้าจะเรียนรู้ได้อย่างไร” ดวงตาของคนขี้หวงมีประกายความไม่เข้าใจบางอย่าง
“แน่นอนว่าต้องอ่านตำราน่ะสิ”
“ตำราอย่างว่าหรือ?”
“ใช่”
“เจ้าไม่รู้หรือว่ามันเป็นตำราผิดกฎหมาย”
“หือ? เป็นตำราผิดกฎหมายหรือ?” หลี่ชิงหมินชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น หวงซีเฉิงส่ายหน้าเบาๆ เจ้าเด็กคนนี้คิดว่าการทำอย่างนั้นเป็นเรื่องง่ายจริงๆ ดูท่าแล้ว...เขาจะคาดหวังกับเจ้าตัวแสบไม่ได้
“เจ้าไม่ต้องลำบากมากเกินไป หากเจ้าเริ่มต้นไม่ได้ ข้าจะค่อยๆนำพาเจ้าไปเอง”
“อ่อ ท่านจะไม่เปลี่ยนคำหากข้าทำงานไม่ดีใช่หรือไม่”
“............”
“ข้าแค่กลัวว่าท่านจะไม่พอใจในผลลัพธ์ แล้วก็โยนข้าไปทำงานให้สกุลหวงอีก!” หลี่ชิงหมินเบ้หน้า เรื่องอะไรที่เขาจะอยากรับงานใหญ่พวกนั้นมาล่ะ
“เจ้านี่มัน...” หวงซีเฉิงรู้สึกว่าเขาไม่สามารถหัวเราะออกมาได้ แต่ก็ร้องไห้ออกมาไม่ได้เช่นกัน
สมแล้วที่ครอบครัวตระกูลหลี่เรียกเขาว่า “เด็กแสบ” และมันก็ทำให้หวงซีเฉิงเรียก “เจ้าเด็กแสบ” อยู่ในใจหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเรียกเพราะเอ็นดู เห็นว่าตระกูลหลี่เรียกเจ้าเด็กแสบแล้วดูว่าชิงหมินไม่ตำหนิอะไร แต่ตอนนี้...เขารู้แล้วว่า “เด็กแสบ” นี้มีที่มา
นิสัยของชิงหมินช่างเป็น “เด็กแสบ” ที่แท้จริงเลยล่ะ!!
...................................................
ฮรือ พี่งงแล้วว่าหนูเข้าใจจริงๆหรือเปล่าว่าหน้าที่ “ภรรยา” หมายถึงอะไร
พี่เค้ารอคอยมานานมากนะนู๋ อย่าทำให้พี่เขาผิดหวังเลย อิอิ....