เ้านายผู้เคยถือไวน์ชั้นดีตลอดเวลา กำลังนั่งคลุกฝุ่นกับไอศกรีมโคนราคาสามสิบบาท…แถมยังมีเชือกผูกรองเท้าผูกโบน่ารักอยู่บนแขนอีกต่างหาก ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ ก่อนวาทีจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“บอสครับ…คือ…เอ่อ…ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะได้เห็นบอสในเวอร์ชันนี้..คือ..พวกเราเป็ห่วง และดวนปืนกับพวกนั้น แต่ว่าบอสกลับยังมีกะใจนั่งกินไอศกรีมชิวรอพวกเรา..อะ..เอ่อ..ผมไม่ได้ว่านะ..แต่เอ่อ..แค่ไม่เคยเห็น”
แฟรงค์หันขวับ สายตาดุราวกับมีดคมกริบ แต่รอนกับวาทีก็ยังไม่อาจลบภาพเมื่อครู่ในหัวออกไปได้
“ฉันรู้ว่าพวกนาย..ไม่อยากหางานใหม่”
“มะ..ไม่ครับบอส./.ไม่ครับบอส./.ไม่ครับ”
ทุกคนรีบส่งเสียงอย่างหวาดกลัว ต่อให้ยังอมยิ้มขำขันอยู่บ้าง เพราะภาพมันติดตาเกินกว่าจะลืมลงได้
สองเดือนต่อมา
ที่ห้องฉุกเฉินกลางดึกคืนนี้เงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็ระยะ ๆ และเสียงหัวเราะคุยเล่นเบา ๆ ของหมอโซอี้กับกุ๊กไก่ พยาบาลสาวเพื่อนรัก ที่เข้าเวรดึกแทนเพื่อนหมอที่มีธุระหยุดกะทันหัน
“แก๊ ๆ ดูตอนล่าสุดยัง มาเฟียหล่อแบบ...โอ๊ยยยย!”
กุ๊กไก่ทำท่ากอดตัวเอง พลางกลอกตาเคลิ้มเหมือนกำลังอินสุด ๆ กับซีรีย์เกาหลีที่เธอพึ่งดูมา ขณะที่โซอี้กำลังเขียนประวัติคนไข้ใส่แฟ้มอยู่ หันไปมองเพื่อนรักพร้อมเบ้ปาก
“กุ๊กไก่ แกนี่นะ...หมออย่างฉันต้องดูความสมจริงโว้ย ไม่ใช่นั่งกรี๊ดผู้ชายหล่อแต่ไร้สมอง”
“โอ๊ยยย..แกนี่..ไร้รสนิยมจริง ๆ รู้ไหมพระเอกเื่นี้โอป๊าสุดๆ ฉันละอิจฉานางเอกชะมัด..เป็ฉันนะ..จะยอมเป็เธอขาของเขาตั้งต้องแต่เห็นแรกเลยละ..อิอิ”
กุ๊กไก่หัวเราะคิก ก่อนจะโดนโซอี้ใช้แฟ้มเคาะหัวเบาๆ เพื่อเรียกสติอย่างเย้าหยอก
“งื้อ..หมอโซอี้!”
กุ๊กไก่ส่งเสียงดุ แต่แล้วบรรยากาศขำ ๆ ก็ถูกตัดด้วยเสียงหวอไซเรนรถพยาบาลที่ดังมาจากด้านนอกอย่างเร่งรีบ
“คนไข้ฉุกเฉินมาแล้ว!”
เสียงเวรเปละโเข้ามาโซอี้วางปากกา รีบลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว
“ไปกันกุ๊กไก่!”
เขาวิ่งออกไปรอรับรถพยาบาลที่หน้าห้องฉุกเฉิน แต่ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก ภาพร่างชายหนุ่มที่เปรอะไปด้วยเืก็ทำให้โซอี้ชะงัก ด้วยความรู้สึกคุ้นตา
ใบหน้าใต้แสงไฟสีขาวซีดนั้น คลายกับคนที่เขาเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง ที่นึกไม่ออก แต่แล้วเสียงใครบางคนก็ดังขึ้น
“ถอยครับ”
เสียงห้าวของบอดี้การ์ดร่างั์ะโขึ้นทันทีที่โซอี้ก้าวเข้าใกล้คนเจ็บ
“ห้ามใครแตะต้องคุณแฟรงค์! เรามีหมอประจำตระกูลกำลังเดินทางมา”
โซอี้หันไปมองคนเจ็บที่เืไหลไม่หยุด ก่อนจะหันกลับมามองบอดี้การ์ดนับสิบกว่าคนที่ยืนกีดกันไม่ให้เขาเข้า
“นี่มันห้องฉุกเฉินนะ!” โซอี้เสียงแข็ง ดวงตาแข็งกร้าว
“คนไข้เืออกไม่หยุด จะให้นอนรอหมอประจำตระกูลอีกกี่นาทีล่ะ? ให้ตายตรงนี้ก่อนหรือไง!”
“คุณหมอ! ช่วยถอยไปก่อนเถอะครับ”
รอนที่ตามเข้ามาทีหลังเอ่ยเสียงน่าฟังอย่างใจเย็นแม้สถานการณ์จะสร้างความร้อนใจให้กับเขา ด้วยความเป็ห่วงเ้านายสุดหัวใจก็ตาม
“คุณหมอไม่มีสิทธิ์ยุ่ง นี่เป็คำสั่งครับ”
โซอี้หันขวับไปหาเขา
“ถ้าจะเื่มากนัก ทำไมไม่กลับไปนอนตายในคฤหาสน์ของคุณ? จะมาที่นี่ทำไม ในเมื่อไม่คิดจะให้หมอรักษา!”
บรรยากาศในห้องฉุกเฉินตึงเครียดทันที พยาบาลที่อยู่แถวนั้นได้แต่อ้าปากค้าง กลืนคำพูดไม่ออก เพราะทุกคนรู้ดีว่าคนเจ็บเป็ใคร
โซอี้ก้าวเข้าไปใกล้เตียงคนเจ็บ ดวงตาสบเข้ากับแฟรงค์ที่ยังมีสติเล็กน้อย
“แล้วคุณล่ะ?”โซอี้กัดฟันพูด
“ถ้าจะเื่มากนัก ทำไมไม่กลับไปนอนตายในคฤหาสน์ล่ะ? จะมาที่นี่ทำไม ในเมื่อไม่คิดจะให้หมอรักษา!”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งบอดี้การ์ด พยาบาล และแม้กระทั่งหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างรอนและวาที...ต่างชะงักงัน
ขณะที่แฟรงค์นั่งเอนตัวอยู่ในรถพยาบาล..หรี่ตาลงมองหมอหนุ่มหน้าหวานตรงหน้า ที่พึ่งพ่นวาจาดุเดือดอย่างย้อนแย้ง ริมฝีปากหนายกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกำลังจะยิ้ม
และในที่สุด แฟรงค์ ก็ถูกประคองออกมาจากรถพยาบาล เขายกมือกดแผลที่สีข้างไว้ ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ ทั้งที่มีเืซึม เขาส่งเสียงถามลูกน้อง
“เสียงดังอะไรนักหนา หืม… หมอปากเก่งคนนั้นเป็ใคร”
โซอี้หันไปจ้องตาเขม็ง
“ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของพวกหลงตัวเองนะ! าแแค่นี้ ทำยังกับว่าใกล้จะตาย ถ้าว่างมากก็ไปนอนดูหนังฟังเพลงที่โรงแรมโน้น!”
แฟรงค์หัวเราะเบาๆ ทั้งที่สีหน้าเ็ปแต่ไม่ใช่าแแต่เป็คำพูดของคุณหมอปากแจ๋วที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายเมื่อเริ่มรู้สึกสนุก
“คุณหมอพูดแบบนี้… น่าสนใจดีเหมือนกันนะ”
รอนรีบเข้ามา จะกันไม่ให้โซอี้เข้าใกล้ แต่โซอี้ผลักแขนเขาออกแรงๆ
“ไม่ต้องมาขวาง! ถ้าจะนอนหายใจในโรงพยาบาลฉันก็ดูแลให้ แต่ถ้าจะเื่มากก็เชิญไสหัวออกไป!”
ทั้งห้องฉุกเฉินเงียบกริบ พยาบาลกับบอดี้การ์ดอ้าปากค้าง
แฟรงค์หันไปมองรอน ยกมือขึ้นห้าม
“พอแล้ว ปล่อยเขา…” แล้วหันกลับมายิ้มกวนๆ ให้หมอโซอี้
“อยู่ๆ ฉันก็อยากลองให้..คุณหมอคนนี้รักษาให้ซะแล้วสิ!”
..................................