มือของไป๋จื่อชีช่างงดงามยิ่ง ฝ่ามือดูสง่า นิ้วเรียวยาว นิ้วโป้งกลมมนเป็สีชมพูอ่อน เล็บมือสะอาดราวกับหยกแกะสลัก ใบหน้างามเพริศพริ้ง คิ้วเรียวยาว สันจมูกสวยได้รูป ริมฝีปากบางซีดเล็กน้อย บุคคลผู้นี้หากเป็พี่ชายข้างบ้าน เพียงระบายยิ้มจักต้องสว่างไสวยิ่งกว่าพระอาทิตย์ จนทำให้สาวน้อยพากันหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ทว่าน่าเสียดายที่บุคคลผู้นี้คือไป๋จื่อชี ยามที่ไม่ยิ้มทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บเย็นเข้ากระดูก ยามที่ยิ้มแย้มกลับคล้ายใบมีดที่ปักเข้ากลางอก! บุคคลผู้นี้ค่อนข้างชั่วร้าย เป็สาเหตุให้คนหาเลี้ยงชีพเ่าั้ต่างพากันสาปส่ง
ไป๋จื่อชีชอบสวมเสื้อคลุมผ้าต่วนสีดำทั้งชุด ไร้การตกแต่งใด ๆ คอเสื้อตั้งสูงปิดลำคอ แขนเสื้อยาวปิดนิ้วมือ ผู้อื่นจึงเห็นแค่ปลายเล็บราง ๆ
ผู้คุ้มกันจวนเมื่อได้รับคำสั่งจากไป๋จื่อชี พลันจับแขนสองข้างของเยี่ยนเต๋อหลินแล้วบิด จากนั้นหยิบกริชเล่มหนึ่งออกมาจากด้านหลัง ก่อนจะเฉือนแผ่นหลังของเยี่ยนเต๋อหลินแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง
เยี่ยนเต๋อหลินส่งเสียงร้องโหยหวนนานต่อเนื่อง ขาสองข้างอ่อนยวบ ไม่สามารถหนีได้ทัน จึงถูกกริชเฉือนิัไปส่วนหนึ่ง เขาไม่สนใจที่จะเช็ดคราบเื กึ่งกลิ้งกึ่งคลานเข้าไปหาไป๋จื่อชี แขนสองข้างตกลงข้างลำตัว ขณะใช้ร่างกายถูเข้ากับต้นขาของอีกฝ่าย ส่งเสียงร้อง “ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย ท่านไป๋ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับ! ท่านไป๋ยืดเวลาให้ข้าน้อยสักสองสามวัน ข้าน้อยจะพยายาม...ไม่สิ ข้าน้อยจะรีบนำมาคืนให้ทันทีขอรับ!”
ไป๋จื่อชีใช้เท้าเตะเยี่ยนเต๋อหลินให้ออกไป “คำพูดเช่นนี้ข้าได้ยินจนเบื่อแล้ว ข้าไม่อยากได้ยินอีก” เขาหัวเราะเสียงทุ้มต่ำ เยี่ยนเต๋อหลินใจนปัสสาวะแทบเล็ด! ไป๋จื่อชีพูดต่อ “คณะละครตระกูลเยี่ยนมีคนที่ชื่อยาวจิ่ว ข้า้า เ้าส่งตัวเขามาที่นี่”
เยี่ยนเต๋อหลินชะงักเล็กน้อย เขารีบส่ายหน้า “ท่านไป๋ ๆ เื่นี้ไม่ได้ขอรับ ไม่ได้จริง ๆ” หากส่งตัวยาวจิ่วให้ไป๋จื่อชี คณะละครตระกูลเยี่ยนของเขาคงล่มสลาย ต่อให้เขาอยากจะย้อมแมวขาย แต่ก็ต้องมีแมวมิใช่หรือ?
ความโเี้ฉายชัดยิ่งขึ้นในแววตาของไป๋จื่อชี เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย “อะไรกัน ไม่ให้งั้นหรือ?”
คำสาบานของเยี่ยนเต๋อหลินที่มีต่อเจี้ยนจื่อเทียนไม่มีประโยชน์อันใดแล้ว พูดดีไปก็เหมือนผายลม ในใจของเขารู้ดีว่ายามนี้ไป๋จื่อชีได้พุ่งเป้าไปที่ยาวจิ่ว ซึ่งเขาหาได้เป็ห่วงยาวจิ่วไม่ เพียงแต่นึกถึงคำพูดที่ยาวจิ่วเคยกล่าว จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่น เขารู้ดีถึงขีดจำกัดของยาวจิ่ว หากล้ำเส้น ยาวจิ่วคงกล้าลงมือฆ่าเขาจริง ๆ เป็แน่ จากนั้นอีกฝ่ายก็คงแทงตนเอง ถึงกระนั้นหากไม่จัดการเื่นี้ให้ผ่านไป เกรงว่าเขาคงได้มอดม้วยอยู่ที่นี่เป็แน่
ผู้คุ้มกันจวนเห็นว่าเยี่ยนเต๋อหลินลังเลไม่ตัดสินใจ จึงยกกริชในมือขึ้นอีกครา
เยี่ยนเต๋อหลินใจเหี้ยม เขาะโเสียงสูง “หยุด! หยุด! ท่านไป๋ ข้าจะทำตามที่ท่านบอก! ท่านรีบบอกให้เขาหยุดเถิดขอรับ!”
ไป๋จื่อชีกลับไปนั่งบนม้านั่งยาว เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกลับตาลปัตร “เข้าใจแล้วรึ?”
เยี่ยนเต๋อหลินพยักหน้าหงึก ๆ สายตาฉายแววฉลาดแกมโกง “เข้าใจแล้วขอรับ เข้าใจแล้ว นับเป็ความโชคดีของยาวจิ่วที่ได้มาอยู่กับท่านหนึ่งคืน”
ไป๋จื่อชีกล่าวเสียงเรียบ “ข้าคิดว่าเ้ายังไม่เข้าใจนะ” เขายกนิ้วเรียกผู้คุ้มกันจวน “ลากออกไปเถิด อย่าให้สถานที่ของข้าต้องสกปรกหม่นหมอง”
เยี่ยนเต๋อหลินใอยู่มิน้อย เขาไม่กล้าเล่นตุกติกอีกต่อไป รีบทรุดร่างลงบนพื้นพร้อมเอ่ยพึมพำ “ไม่ได้ ๆ ท่านไป๋ ไม่ได้จริง ๆ ขอรับ หากเขาไปแล้ว คณะละครตระกูลเยี่ยนคงได้จบสิ้นเป็แน่”
ไป๋จื่อชีใช้นิ้วกลางเคาะที่หูซ้ายของตัวเอง
ผู้คุ้มกันจวนจึงสับใบมีดลง หูข้างหนึ่งร่วงลงสู่พื้นดิน
เสียงกรีดร้องของเยี่ยนเต๋อหลินดังโหยหวน แต่ก็เทียบไม่ติดกับเสียงโหวกเหวกโวยวายภายในบ่อนพนัน
หลังจากที่เยี่ยนเต๋อหลินต้องเ็ปราวกับตายทั้งเป็ ไป๋จื่อชีจึงหยิบขวดกระเบื้องขนาดเล็กออกมา เขาเปิดฝาและเดินมาตรงหน้าเยี่ยนเต๋อหลิน จากนั้นย่อตัวลง ระหว่างที่ราดยาจินชวง[1] ลงบนหูของอีกฝ่าย เขาก็พูดโน้มน้าวอย่างจริงจัง “เื่บางอย่างก็ควรรีบตอบรับั้แ่เนิ่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความทุกข์ทรมานจากเนื้อหนังเหล่านี้ ต่อให้คนอื่นจะล้ำค่ามากแค่ไหน แต่มันคุ้มค่าแล้วหรือที่ตนเองต้องเคราะห์ร้ายเยี่ยงนี้? เ้าคณะเยี่ยน เ้าใจดีเกินไปแล้ว ได้ยินมาว่าไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่ภรรยาของเ้าจะตั้งครรภ์ อย่าต้องให้นางต้องแท้งเพราะเ้าเลย”
เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกมืดแปดด้าน! เมื่อวานตอนที่หูเหยียนเข้ามาก็ทำให้เฟิ่งฮัวใจนหมดสติไปคราหนึ่งแล้ว เมื่อฟื้นก็บอกว่าจะไปโรงหมอเพื่อตรวจร่างกาย เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกว่าภรรยาคนนี้สร้างปัญหา ต่อให้ใกลัวแล้วจะอย่างไรเล่า? ไปหาหมอต้องเสียเงินอีกกี่ตำลึง? เขาจึงไม่อนุญาต แต่เฟิ่งฮัวกลับชวนทะเลาะจนกลายเป็เื่ใหญ่ เขาโมโห จึงง้างมือจะตบหน้านาง ภายหลังเฟิ่งฮัวจึงบอกว่านางอาจจะกำลังตั้งครรภ์ ให้เขาช่วยพานางไปตรวจเพื่อดูว่าตนเองใจนแท้งลูกหรือไม่
เยี่ยนเต๋อหลินย่อมรู้สึกดีใจ เขาแต่งงานกับเฟิ่งฮัวมาห้าปีแล้ว เฟิ่งฮัวไม่เคยตั้งครรภ์ เขาเคยคิดจะรับภรรยาน้อยเข้ามา เพียงแต่ตอนนั้นสถานะการเงินไม่สู้ดีนัก ยังต้องอดมื้อกินมื้อ เขาจึงหยุดความคิดนั้น ภายหลังบิดาของเขาเดินทางมาและบอกให้เขาสืบทอดคณะละครตระกูลเยี่ยนต่อไป เขาจึงได้ลืมตาอ้าปาก ทว่าเขากลับหลงใหลบรรดาสาวน้อยภายในซ่องมิใช่น้อย ความแข็งแกร่งทางร่างกายได้มอบให้กับเหล่าสตรีที่คอยดูดเงินเขาเ่าั้ไปแล้ว จะมีเรี่ยวแรงเลี้ยงภรรยาน้อยได้เยี่ยงไร?
เยี่ยนเต๋อหลินพาเฟิ่งฮัวไปโรงหมอเพื่อให้แพทย์ดูอาการ จึงได้รับการวินิจฉัยว่านางตั้งครรภ์แล้วจริง ๆ! เป็เพราะเื่นี้ เขาดีใจจนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เช้าวันนี้เขากำชับแม่ครัวหลี่ให้ซื้อไก่มาบำรุงเฟิ่งฮัวเป็พิเศษ ซ้ำยังแบ่งแป้งสาลีหนึ่งทัพพีที่เป็ส่วนของตนเอง นำไปทำเป็หมั่นโถวให้เฟิ่งฮัวรับประทาน
เื่ที่เฟิ่งฮัวตั้งครรภ์ แม้แต่เขาเองก็ยังไม่ทราบ เยี่ยนเต๋อหลินเกิดความฉงน เหตุใดไป๋จื่อชีถึงรู้เื่นี้? แน่นอนว่าเื่เหล่านี้ไม่ได้สำคัญ เื่สำคัญคือห้ามไม่ให้เกิดเื่กับเฟิ่งฮัว! โดยเฉพาะบุตรชายของเขา ยิ่งห้ามไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับเด็กน้อยเป็อันขาด!
ส่วนยาวจิ่ว อยากได้ก็เอาไปเลย!
เยี่ยนเต๋อหลินใจเหี้ยม เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่นและขบฟันพูดว่า “ท่านไป๋ ข้าน้อยรับปากท่านเื่นี้!”
ไป๋จื่อชีลุกขึ้นยืน คิ้วของเขาคลายลงและมองมือทั้งสองข้างของตนเองอีกครา กล่าวด้วยความพึงพอใจ “ข้าชื่นชมคนอย่างเถ้าแก่เยี่ยน เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จึงไม่สนใจชีวิตของผู้อื่น ใจดำปอดเน่า แตกต่างไม่เหมือนใคร”
เยี่ยนเต๋อหลินมุมปากกระตุก รำพึงในใจ : ท่านไป๋ชื่นชมข้าน้อยเกินไปแล้ว หากข้าใจดำปอดเน่า ท่านคงเป็เทพแห่งกาฬโรคที่ร่างกายอุดมด้วยน้ำเน่า แค่น้ำลายที่ถ่มลงพื้นคงกลายเป็ยาพิษคร่าชีวิตชาวบ้านได้แล้วกระมัง!
ผู้คุ้มกันจวนสาวเท้ามาหนึ่งก้าว เขาจับแขนทั้งสองข้างของเยี่ยนเต๋อหลิน ช่วยประคองให้ลุกขึ้นด้วยความเคารพ
เยี่ยนเต๋อหลินสูดปากด้วยความเ็ป แต่ไม่กล้าพูดไม่กล้าด่าทอ เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถเดินออกไปจากสถานที่เส็งเคร็งแห่งนี้! หากรู้แต่แรกว่าลงท้ายจะเป็เช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็คงระงับอาการติดพนันและไม่มาที่นี่ เฮ้อ คิดได้ก็สายเกินแก้เสียแล้ว
ไป๋จื่อชีกล่าวต่อ “หาสถานที่และขอให้เถ้าแก่เยี่ยนลงลายมือชื่อ มอบเงินอีกสักสิบตำลึงเพื่อบรรเทาความใให้เถ้าแก่เยี่ยนด้วย”
เยี่ยนเต๋อหลินได้ยินว่าจะได้รับเงิน รอยยิ้มพลันปรากฏจนมองไม่เห็นดวงตา เขารีบยกมือขึ้นคารวะกล่าวชมเชย “ท่านไป๋ผู้มีความชอบธรรม! มีความชอบธรรมจริง ๆ ขอรับ! ยาวจิ่วได้มาอยู่กับท่าน นับว่าเป็ความสุขอย่างแท้จริง” เขาพูดจาเหลวไหลไปเรื่อยเปื่อย
ไป๋จื่อชีหรี่ตา ราวกับกำลังจินตนาการถึงของรักที่ตนเองรอคอยมาเนิ่นนาน เขาจึงแอบรู้สึกตื่นเต้นขณะพูด “เ้ารู้หรือไม่ว่าคนงามคืออะไร?”
เยี่ยนเต๋อหลินชะงักเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าไป๋จื่อชีจะถามโพล่งออกมา “ขอรับ?”
ไป๋จื่อชีใช้นิ้วชี้ถูริมฝีปากซีดของตนเอง พึมพำราวกับกำลังครุ่นคิด “คนงาม ดวงตาสุกสกาว มือเรียวดั่งหญ้าหางกระรอก แย้มยิ้มหนึ่งคราก็เพียงพอที่จะล่มเมือง สง่างามพราวเสน่ห์ เป็การผสมผสานกันที่สมบูรณ์แบบยิ่งนัก...หึ ๆ ดวงหน้าแดงระเรื่อย่อมมีสักวันที่แห้งเหี่ยว ์หาได้มีความเป็ธรรม จึงได้ปล่อยให้กลายเป็ไม้ใกล้ฝั่ง!” ทอดถอนใจหนึ่งทีก่อนเอื้อนเอ่ยอีกครา “ความงามเพราะบุคคล คนงามเพราะแต่งแต้ม ล้วนแล้วแต่น่าสมเพช”
เยี่ยนเต๋อหลินหาได้เข้าใจความหมายของไป๋จื่อชี อะไรคือดวงหน้าแดงระเรื่อย่อมมีสักวันที่แห้งเหี่ยว อะไรคือ์หาได้มีความเป็ธรรม จะไปสนใจเื่เ่าั้เพื่ออะไร? ท้ายที่สุดก็แค่้ายาวจิ่วของเขา ทำลายเสาหลักของคณะละครตระกูลเยี่ยนของเขา! เขาไม่อยากฟังเสียงทอดถอนใจของไป๋จื่อชี เขาเพียง้านำเงินกลับไปหาเฟิ่งฮัว ทว่าเขากลับแสร้งทำเป็ได้รับการอบรมสั่งสอน พยักหน้า และโน้มตัวขณะฟังสิ่งที่อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ย
ทันใดนั้นดวงตาของไป๋จื่อชีพลันเย็นเยียบ เขากล่าวเตือน “เถ้าแก่เยี่ยน ยาวจิ่วถูกเ้าขายให้พ่อค้าที่ทัศนาจรผ่านมาไปแล้ว เ้าอย่าลืมสิ”
.
.
.
[1] ยาจินชวง คือยารักษาาแชนิดหนึ่ง