เมื่อจุนห่าวทำให้จางหนิงสบายใจได้แล้ว ก็กล่าวต่อกับเซ่าเจี้ยนหลิ่นว่า“ท่านเจ้าเมืองเซ่า บัดนี้ท่านเพิกถอนคำสั่งไล่ฆ่าพี่รองกับพี่สามของข้า และสั่งคนที่ท่านส่งไปไล่ฆ่าพวกเขากลับมาด้วยได้หรือไม่?” หากเรื่องนี้ยังไม่คลี่คลายชีวิตของจุนเช่อและจุนฟานก็คงจะไม่มีวันสงบสุข
“ข้าสั่งกำชับไปเรียบร้อยแล้ว ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น”เซ่าเจี้ยนหลิ่นกล่าวอย่างตรงไปตรงมา จากนั้นเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งและกล่าวอย่างคลุมเครือว่า“ข้าทำตามคำขอของเจ้าแล้ว แล้วสิ่งที่ข้าต้องการล่ะ?” บุรุษทุกคนรักในศักดิ์ศรีของตนยิ่งเซ่าเจี้ยนหลิ่นก็เช่นกัน
“ข้าให้ท่าน ข้าขอรับรองว่า ยานี้จะรักษาโรคของท่านจนหายได้แน่นอน ท่านจะมีลูกสองคนภายในสามปีข้าขอยินดีกับท่านล่วงหน้าไว้เลย” จุนห่าวกล่าว พร้อมมอบยาให้แก่เซ่าเจี้ยนหลิ่นเขามั่นใจในยาวิญญาณของเขามาก
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเจรจากันเสร็จสิ้นแล้ว บรรยากาศก็ผ่อนคลายขึ้นหยุนจิ่นอารมณ์ดีและเริ่มพูดหยอกล้อบ้าง
“พอเห็นท่าทางที่ดูมั่นใจของหลานชายแล้ว เจ้าคงได้ลองมาแล้วล่ะซิ”หยุนจิ่นพูดติดตลก จากนั้นก็มองไปที่หานรุ่ย เขาเดินวนไปรอบตัวหานรุ่ยพร้อมมองเด็ก ๆ ที่อยู่ในอ้อมแขนของหานรุ่ยและจุนห่าว ชัดเจนแล้วว่า ต้องเป็นเพราะจุนห่าวดื่มยานี้ถึงได้ให้กำเนิดจุนตงและจุนหนาน มิฉะนั้นจุนห่าวจะบอกกับพวกเขาว่า ‘ภายในสามปีจะมีลูกสองคน’ ได้อย่างไร คงต้องผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้วเป็นแน่แท้
จุนห่าวคิด ...... เขาไม่รู้ว่า ควรจะตอบกลับไปอย่างไรดีเขาถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ไปเสียแล้ว จะพูดอธิบายอย่างไรก็คงจะไม่ช่วย นี่เขาหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ คงต้องโทษปากของเขาเองนี่แหละ
หานรุ่ยคิดในใจว่า ...... พอเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของจุนห่าวก็เป็นเพราะจุนห่าวไม่กล่าวให้ชัดเจนเอง เลยต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกเช่นนี้หากบอกว่า ไม่เคยดื่ม แล้วเขาจะรู้ฤทธิ์ของยานี้ได้อย่างไร แต่ถ้าบอกว่า เคยดื่มก็เท่ากับสารภาพว่า ตัวเองมีข้อบกพร่องในเรื่องนี้ และถ้าบอกว่า ผู้อื่นเป็นคนดื่มแบบนั้นจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ภายในสามปีจะมีลูกสองคน ดูเหมือนว่า หยุนจิ่นจะไม่ใช่คนที่หลอกได้ง่ายๆ เพราะนี่ถือว่าเป็นการลงสนาม เพื่อการมีบุตรของเซ่าเจี้ยนหลิ่นเลยทีเดียวเชียว
จางหนิงคิด ...... ไม่เข้าใจว่า พวกเขากำลังเล่นปริศนาอะไรกันอยู่แต่นี่ก็ไม่ใช่ธุระกงการของข้า แค่ตอนนี้ข้าสามารถจัดการตนเองได้ และไม่สร้างปัญหาให้จุนห่าวก็พอแล้ว
เมื่อได้ฟังคำพูดของหยุนจิ่น คนที่ดีใจที่สุดเห็นจะเป็นเซ่าเจี้ยนหลิ่น เขาคิดในใจว่าฮูหยินของเขาช่างเก่งกาจ มีลูกเล่นในการเอ่ยถามคำถามด้วยไม่ว่าจุนห่าวจะมีข้อบกพร่องในเรื่องนี้หรือไม่ ข้าก็คิดว่า จุนห่าวมีข้อบกพร่องนี้ไปแล้วพอคิดถึงจุดนี้ เขาก็พินิจพิจารณาจุนห่าวอย่างรอบคอบด้วยสายตาแปลก ๆ ขนาดจุนห่าวที่ยังหนุ่มยังแน่นก็ยังมีข้อบกพร่องในเรื่องนี้ เพียงเท่านี้เขาก็สบายใจแล้ว!
จุนห่าวรู้สึกไม่สบายใจกับสายตาของเซ่าเจี้ยนหลิ่นเท่าไร เขารู้ว่า เซ่าเจี้ยนหลิ่นกำลังคิดอะไรอยู่เขาไม่อาจนิ่งเงียบได้อีกต่อไปได้แล้ว จึงพูดกับเซ่าเจี้ยนหลิ่นว่า “ข้าไม่ได้ป่วยแต่เป็นเพราะข้าเก่งกาจเองต่างหาก” พอพูดจบ เขาก็หันไปทางหานรุ่ย จุนห่าวหวังว่า หานรุ่ยจะเป็นพยานให้เขา
หานรุ่ยถูกจุนห่าวจ้องจนรู้สึกอาย เขาคิดในใจ ‘เจ้ามองข้าทำไมกันถึงจะมองข้าอย่างไร ข้าก็ไม่เป็นพยานให้เจ้าหรอก’ เขาไม่อาจพูดแก้ตัวให้จุนห่าวในสถานการณ์เช่นนี้ได้หรอกเพราะเขาไม่ได้เป็นคนหน้าหนาอย่างจุนห่าวนี่
เซ่าเจี้ยนหลิ่นพูดอย่างเชื่องช้าว่า “ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่า เจ้าป่วยเจ้าคิดมากไปแล้ว”
จุนห่าวพูดไม่ออก เขาคิดในใจว่า ‘ถ้าอย่างนั้นท่านมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ เช่นนั้นทำไมกัน บนใบหน้าของท่านมีคำว่า ‘เจ้าป่วย’ อยู่ชัดเจนขนาดนี้ ท่านยังไม่ยอมรับอีกเซ่าเจี้ยนหลิ่น เจ้าคนไม่ซื่อสัตย์ เพราะเขาป่วย เลยหวังว่า ทุกคนจะป่วยเหมือนกันกับเขาอย่างนั้นรึเห็นใครก็คิดว่า ป่วยเหมือนเขาหมดรึไง’
“ท่านเจ้าเมืองเซ่า ในเมื่อท่านได้ของที่ท่านต้องการแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวลา”จุนห่าวเปลี่ยนเรื่อง เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว เมื่อกล่าวจบ เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งและกล่าวอีกครั้งว่า“เราจะอยู่เมืองซวงหวาอีกประมาณ 2 – 3 วัน ท่านไม่ต้องกังวลว่า จะถูกหลอกหรอกนะ” จุนห่าวกล่าวกับเซ่าเจี้ยนหลิ่นเขารู้ว่า เซ่าเจี้ยนหลิ่นกับหยุนจิ่นเห็นแก่หานรุ่ย จึงไม่อยากทำให้พวกเขาลำบากใจเพราะเป็นเช่นนี้... เขาก็ต้องให้ความจริงใจแก่พวกเขาด้วย
“พวกเจ้าไปเถอะ” เซ่าเจี้ยนหลิ่นพูดพลางโบกมือ ยามนี้เขาถูกหานรุ่ยกับจุนห่าวค้นพบบาดแผลแล้วแค่เห็นพวกเขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาแล้ว และบัดนี้เขามีสิ่งสำคัญที่ต้องทำไม่มีเวลาว่างมาคอยดูแลพวกเขาหรอก