การเกิดใหม่ของยัยเหนือโลก

    บทพิเศษ​ พาร์ท​ 2 ดิ่งลึกสองวิญญาณ​

    ดิ่งลึกสองวิญญาณ บทที่ 2

    | ฉันเห็นสีหน้าที่หวาดกลัวของแม่.. เหงื่อยังไหลผ่านขมับแม้อากาศจะค่อนข้างเย็นผ่านเครื่องปรับอากาศ.. การหายใจก็เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด.. เธอกลัว…

     ความกลัว…..ไม่รู้ว่าคุณแม่รู้สึกยังไงในตอนนั้น แต่ฉันตอนนี้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวมาทั้งชีวิตอาจจะรู้จักมันดีกว่าคุณแม่ในตอนนั้น… อย่างน้อยๆฉันก็รู้ว่าคุณแม่กลัวอะไร

     สิ่งที่เราไม่เข้าใจนั้นน่ากลัว และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือเธอจะทำผิดพลาดอะไรบ้างกับบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ |

     “ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ.. แม่อยู่ข้างๆลูก ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก… ”

     “…?”

    | เธอปลอบโยนฉัน.. นั่นคือวิธีที่เธอปลอบโยนตัวเอง

    เธอเดินวกไปวนมาอยู่ในบ้านพร้อมกับอุ้มฉันไปกับเธอ จนในที่สุดเธอก็ยกหูโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อโทรหาใครบางคน  |

    ตรูดดดด… ตรูด…

     *คลิ๊ก*

     “ฮัลโหล..สวัสดีค่ะ”

     “พี่แพร.. นี่พัทรเองนะคะ”

     “อ้อ.. มีอะไรเหรอพัทร?? ”

     “หนู…ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี.. คือ.. พี่เชื่อเรื่องผีใช่มั้ยค่ะ??”

     “พัทรน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วถึงเลือกโทรมาหาพี่.. มีอะไรที่พี่ช่วยได้รึเปล่า”

     “หนูคิดว่าน้องน้ำเห็นอะไรบางอย่าง.. หนูเองก็ไม่แน่ใจว่าคืออะไร.. ไม่รู้ด้วยว่าจะทำยังไง”

     “… เอางี้นะ.. เล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟังหน่อย..”

    | แม่ค่อยๆร่ายยาวเรื่องทั้งหมดผ่านโทรศัพท์ทั้งเรื่องคดีและสิ่งที่ฉันเห็น ฉันสามารถสัมผัสความกลัวในน้ำเสียงของเธอได้ ในขณะที่คุณป้าของฉันนั้นค่อยๆพยายามปลอบโยนและเธอยังถามว่าฉันยังเห็นอยู่หรือเปล่า

     ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ บอกตามตรงฉันไม่รู้ว่าเธอถามถึงอะไรในตอนนั้น อะไรคือสิ่งแปลกๆที่คุณแม่พูดถึง ฉันเห็นบางสิ่งบางอย่างฉันจึงพยักหน้ารับกับคำถามของคุณแม่ |

     “หนูควรทำยังไงดี..”

     “ใจเย็นๆก่อนพัทร ตั้งสติ.. สมมติว่าว่าหลานมองเห็นจริงๆ มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไร.. สิ่งเหล่านี้ก็เหมือนกับทุกอย่าง มันมีทั้งดีและไม่ดี ถ้าพัทรไม่สบายใจก็ลองปรึกษากับพระหรือจัดการในแบบศาสนาดูก่อนก็ได้”

     “แล้วหนูควรรับมือกับเรื่องนี้ยังไงดีค่ะ”

     “หลานมีอาการหวาดกลัวหรือผิดปกติไม่สบายอะไรหรือเปล่าล่ะ”

     “เธอค่อนข้างหวาดกลัวเมื่อคืนเธอฉี่รดที่นอนด้วย..”

     “งั้นก็ไปที่วัด ทำบุญแผ่กุศลให้เขา เขาจะได้เลิกยุ่งกับหลาน.. เอางี้.. พี่พอจะติดต่อกับหลวงพ่อที่วัดใกล้ๆบ้านพัทรได้อยู่ เดี่ยวพี่จะลองปรึกษาและขอให้พวกเราเข้าไปพบกับท่านดู.. จะได้จัดการเพื่อให้สบายใจกัน”

     “ขอบคุณมากค่ะพี่”

     “ยังไงก็รอสักพักแล้วกัน เดี๋ยวถ้าหลวงพ่อให้เข้าไปพบพี่จะติดต่อกลับมา”

     “ค่ะ.. ขอบคุณค่ะ”

    | แม่ลากเก้าอี้มานั่งเฝ้าที่ข้างโทรศัพท์เพื่อรอคุณป้าติดต่อกลับมา.. เธอใจร้อนและค่อนข้างหวาดกลัว เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไปโทรศัพท์จากคุณป้าก็มาถึง เธอบอกว่าเราสามารถไปหาหลวงพ่อที่วัดได้

     ฉันกับแม่เดินทางไปพบกับหลวงพ่อที่วัด เมื่อไปถึงวัดคุณแม่ก็ไปบอกกับคนที่อยู่ในวัดว่าเธอมาพบกับหลวงพ่อ โดยที่แจ้งกับหลวงพ่อไว้ก่อนแล้ว เราถูกบอกให้นั่งรอสักพัก

     ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยิ้มให้ฉันที่ถูกอุ้มพาดอยู่บนไหล่ของแม่ เพราะชายคนนั้นดูเหมือนคุณลุงใจดีฉันจึงยิ้มและโบกมือให้กับเขา

     ดูเหมือนว่าคุณแม่ยังคงสังเกตุฉันอย่างใกล้ชิดและเห็นว่าฉันโบกมือและยิ้มเธอจึงกอดฉันและกดหน้าฉันเข้ากับหน้าอกเธอเบาๆพยายามไม่ให้ฉันกวาดสายตาไปรอบๆจนกระทั่งคุณลุงอีกคนเดินมาพบคุณแม่และพาเธอไปพบกับหลวงพ่อที่ศาลาการเปรียญ |

     “โยมคงไม่ได้ค่อยเข้าวัดใช่มั้ย”

     “คะ??”

     “วางน้องลงก่อนแล้วพาน้องกราบพระประธานสามครั้ง”

    | สังคมเมืองทำให้วัดห่างจากครอบครัวของฉันค่อนข้างมาก แม่ฉันเหมือนจะไม่เข้าใจพิธีการหรือธรรมเนียมปฏิบัติในวัดเลยแม้แต่น้อย

     เธอทำตามคำแนะนำของหลวงพ่อและเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้หลวงพ่อฟังอีกครั้งรวมถึงที่ฉันโบกมือให้กับพื้นที่ที่ว่างเปล่าในระหว่างที่เรานั่งรออยู่ในวัด |

     “คนที่หนูเห็นก่อนหน้านี้เนี่ยหน้าตาเป็นยังไง แต่งตัวยังไง”

     “คุณลุงสวมเสื้อสีขาวกางเกงขาสั้นสีเขียว”

     “หน้าตาคุณลุงคนนั้นเหมือนคุณลุงคนนี้มั้ย”

    | หลวงพ่อถามฉันขณะที่ชี้ไปที่คุณลุงที่พาเรามาพบกับท่าน |

     “คล้ายๆค่ะแค่คุณลุงคนนั้นดูอ้วนกว่า”

     “อืม..น่าจะเป็นลุงทาพี่ชายที่เพิ่งจะเสียไปของลุงนันที่พาโยมขึ้นมาหาอาตมา.. เด็กคนนี้เป็นคนมีบุญมากมาเกิด.. เลยทำให้เธอเห็นเรื่องพวกนี้.. เป็นโชคดีของเธอ”

     “แต่เธอหวาดกลัวนะคะหลวงพ่อ.. มันไม่น่าจะเป็นเรื่องดี.. เธอยังเด็กจะรับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”

     “โยมมองหลายอย่างในแง่ร้ายเกินไป ผีหรือวิญญาณถ้ามีจริงตามความเชื่อก็แค่คนที่ตายไปแล้ว หากมองในแง่ดีมันเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กคนนี้เชื่อมั่นในการทำความดีเพราะเธอมองเห็นหลายสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ ความเชื่อสำหรับคนอื่นคือความจริงสำหรับเธอ จะดีที่สุดถ้าจะให้เธอได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ”

     “หมายความว่าลูกหนูต้องเห็นและหวาดกลัวอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่มีวิธีแก้อะไรเลยเหรอคะหลวงพ่อ”

     “ถ้าผีคือคนที่ตายไปแล้ว ผีก็ย่อมมีทั้งดีและร้ายเหมือนคนเรานี่แหละ เดี๋ยวหลวงพ่อให้ของที่จะทำให้ผีทำร้ายลูกโยมไม่ได้แล้วกัน”

    | หลวงพ่อมอบสร้อยตะกรุดให้ฉัน พร้อมทั้งให้แม่และฉันทำบุญกรวดน้ำแผ่เมตตาอุทุศส่วนกุศลให้สัมภเวสีก่อนที่เราจะเดินทางกลับ |

     “โยมทา.. ถ้ายังอยู่ก็ฝากดูแลน้องด้วยแล้วกันนะ”

    | หลวงพ่อกล่าวและคุณลุงร่างท้วมพยักหน้าและยิ้มรับ

    แม่และฉันเดินทางกลับบ้านในขณะที่ความกังวลยังคงชัดเจนบนใบหน้าของเธอ เหมือนแนวทางแบบศาสนานั้นไม่ได้ตอบโจทย์ที่เธอต้องการ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

    เธอตัดสินใจรอที่บ้านอย่างใจเย็นจนกว่าพ่อจะกลับบ้าน |

    “คุณแม่.. หนูดื่มนมได้มั้ยคะ”

    “ได้จ้า.. หิวมั้ยจ๊ะ”

    “ไม่คะ… หนูแค่อยากดื่มนม”

    “โอเค.. รสโกโก้นะคะ.. นี่จ้า”

    | คุณแม่ที่ปกติจะเตรียมอาหารรอคุณพ่อเพื่อกลับมาทานข้าวเย็นตอนนี้เธอแค่นั่งรอด้วยความกังวลโดยที่ไม่แม้แต่จะหุงข้าว |

    *บรื้น.. กึกๆๆ*

    | เสียงรถที่ดับเครื่องยนต์ดังมาจากนอกบ้าน.. ในที่สุดคุณพ่อก็กลับมา คุณแม่รีบเข้าไปปรึกษาเรื่องของฉันกับคุณพ่อทันที  |

     “พัทรไม่เคยเชื่อเรื่องแบบนี้มาก่อนแต่ตอนนี้พัทรเชื่อจริงๆเหรอ?? ”

     “อย่างที่หนูบอกพี่ ถ้ามันไม่จริงมันก็บังเอิญมากเกินไป หนูไปที่วัดหลวงพ่อก็พูดเหมือนให้ลูกต้องทนยอมรับปัญหา หนูคิดว่าเราต้องแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ยอมรับมัน”

     “… เรื่องนี้มันเกี่ยวกับลูกเรา.. พี่เป็นพ่อเธอก็จริงแต่พี่ไม่ได้มีเวลาให้เธอเท่าไหร่.. ถ้าพัทรคิดว่าลูกจะไม่โอเคและต้องทำอะไรสักอย่างพี่ก็จะสนับสนุนการตัดสินใจของพัทร”

     “…… หนู…….. คิดว่าหมอผีอาจจะทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้ได้..”

    ​

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของยัยเหนือโลก ที่คุณอ่าน