ฉันสะดุดตากับหน้าปกที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับให้ความรู้สึกดึงดูดอย่างแปลกประหลาด จึงหยิบมันขึ้นมาดูดีๆ หนังสือเล่มนี้มีสีเทาทั้งเล่ม มีร่องรอยเหมือนเปื้อนอะไรบางอย่าง กระจายเป็จุดๆ สีน้ำตาลอ่อน
บนหน้าปกมีรูปวาดของผู้ชายคนหนึ่ง กำลังยืนหันหลังมองดวงดาว ที่ส่องแสงสว่างเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าซึ่งมืดสนิท ให้ความรู้สึกเหงาได้อย่างจับจิตจับใจ รอบกายเขาไร้ซึ่งผู้ใด มีเพียงแต่ต้นหญ้าบนพื้นที่ว่างเปล่า และยิ่งเลื่อนสายตาไปอ่านชื่อเื่ ฉันยิ่งรู้สึกหน่วงหัวใจเข้าไปอีก
‘เมื่อโลกใบนี้มีแต่คนใจร้ายกับผม’
ไม่รอช้า ฉันรีบพลิกไปอ่านคำโปรยด้านหลังอย่างไว มีเพียงข้อความคำพูดสั้นๆ ที่อ่านแล้วะเือารมณ์จนรู้สึกจุกอกเท่านั้น
‘ในเมื่อทุกคนใจร้าย ผมก็ไม่ควรใจดี...ใช่ไหม?’
ฉันกวาดสายตามองหาชื่อผู้แต่งแต่กลับไม่พบ แม้จะพลิกหาทั้งหน้าและหลังแล้วก็ตาม จึงตัดสินใจเปิดเข้าไปอ่านเนื้อหาภายใน
การเกริ่นเื่ดูน่าหลงใหลและติดตามให้อ่านไปเรื่อยๆ มันรู้สึกเพลินอย่างบอกไม่ถูก หน้าแล้วหน้าเล่าจนฉันรู้สึกเริ่มเมื่อยที่จะยืนอ่านต่อไป จึงหันมองรอบกายและพบเข้ากับเก้าอี้ญี่ปุ่นแบบนั่งพื้น อยู่มุมหนึ่งของร้านห่างไปไม่ถึง 5 ก้าว
ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อเล่มนี้กลับบ้าน แต่เนื่องจากวางไม่ลง เพราะยังอยากรู้เื่ราวของเด็กชายน่าสงสารผู้นี้ จึงเลือกที่จะอ่านมันต่อให้จบ ไม่รอช้า ฉันดิ่งตรงไปยังเก้าอี้และทรุดกายนั่งลงอ่านต่อ อย่างไม่มีอะไรมาฉุดรั้งให้หยุดอ่านได้
มันเป็เื่ราวของ ‘ดิน’ เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชีวิตสุดแสนจะอาภัพ เกิดในครอบครัวร่ำรวยทรัพย์สินและมีอำนาจ แต่กลับถูกสลับตัวกับลูกของ ‘แก้วตา’ ชู้รัก ที่ ‘เดชา’ ผู้เป็พ่อแอบเอาเข้ามาอยู่ในบ้าน และปิดบังไม่ให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ
สุดท้ายแล้วก็ไม่รอดพ้นหูตาของ ‘นับดาว’ ผู้เป็เมียหลวง ที่แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าผัวนอกใจ แต่ก็ยอมแสร้งโง่ทำเป็ไม่รู้เื่ราว และคอยเฝ้าดูอยู่เงียบๆ ด้วยหัวใจที่เ็ป รอเวลาที่จะเอาคืนหญิงโฉดชายชั่วในสักวันหนึ่ง
ดินถูกสลับตัวและเติบโตมา โดยคิดว่าแก้วตาเป็แม่แท้ๆ เขาไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็ใคร เพราะหล่อนไม่ได้บอกอะไรเขา หนำซ้ำยังปฏิบัติกับเขาเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน รังเกียจเดียดฉันท์ ทุบตีสารพัด แม้จะถูกทารุณและถูกคนในบ้านชิงชัง แต่ดินก็ยังรักและเทิดทูนบุพการี และยังมีจิตใจที่ดีงามมาโดยตลอด
กระทั่งวันหนึ่ง ‘ตะวัน’ คุณชายน้อยของบ้านประสบอุบัติเหตุตกลงไปในสระน้ำ ไม่มีใครสักคนอยู่แถวบริเวณนั้นนอกจากดิน
แม้ตัวเองจะว่ายน้ำไม่เป็ แต่เพราะอีกฝ่ายเป็คนเดียวที่มองเขาเป็เพื่อน และยอมเล่นด้วยมาโดยตลอด ทำให้ดินเลือกที่จะะโลงไป เพื่อหวังจะช่วยชีวิตเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาไว้ให้ได้
และมันก็สำเร็จ ตะวันถูกผลักให้ร่างเข้าใกล้ขอบสระ ประจวบเหมาะกับที่แก้วตาผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี เธอรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคว้าตัวของตะวันเอาไว้ ก่อนลากเขาขึ้นไป้า
ทว่า...กลับไม่ช่วยดิน ที่กำลังตะเกียกตะกายพยายามเอาตัวรอดจากผืนน้ำ ที่พยายามฉุดรั้งร่างของเขาให้ดำดิ่งลงสู่ก้นสระ
แก้วตายืนมองดินที่ค่อยๆ หมดแรง และเริ่มจมลงใต้ผิวน้ำด้วยสายตาเรียบเฉย แม้ใบหน้าจะนิ่งสนิทไร้อารมณ์ใดๆ แต่มุมปากหยักกลับมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏ ก่อนหันหลังเดินจากไปพร้อมกับตะวัน ที่ยืนตัวสั่นเพราะกำลังรู้สึกหวาดกลัว จากเหตุการณ์ะเืขวัญเมื่อครู่
ภาพสุดท้ายที่เด็กชายผู้อาภัพเห็นก่อนสติจะรางเลือน คือคนที่เขาคิดว่าเป็แม่แท้ๆ กำลังเดินห่างออกไปโดยไม่หันกลับมาแลเขาอีกเลย
ความรู้สึกเศร้า น้อยใจ และเสียใจ ก่อกำเนิดขึ้นใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต ดินคิดว่าถ้าเขาตายๆ ไปซะ ก็จะไม่ต้องทนอยู่กับเื่แย่ๆ อีก ทว่า...ลึกๆ ภายในใจ เขากลับยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อแก้แค้นทุกคนที่ใจร้ายกับเขา
ดั่งพระเ้าได้ยินเสียงสะท้อน จากก้นบึ้งในจิตใจของเด็กชายผู้น่าสงสาร ดินถูกช่วยขึ้นฝั่งมาได้โดยฝีมือของบุคคลปริศนา เขาสำลักเอาน้ำออกมา และสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนพยายามลืมตามองหาผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต แต่กลับไม่พบเงาของใครสักคน
รอดชีวิตมาได้ก็ต้องถูกลากตัวไปทำโทษ เพราะเดชาที่รักลูกหวงลูกดั่งกับไข่ในหิน เข้าใจว่าดินทำตะวันตกน้ำ
เด็กชายวัย 12 ขวบ ถูกโบยด้วยไม้หวายเนื้อเหนียวหลายสิบที จนผิวเนื้ออ่อนๆ แตกแยะเป็แผลฉกรรจ์ มีเืไหลซึมออกมาจนดูน่าหวาดเสียว
โดยมีตัวต้นเหตุของเื่ยืนมองดูเงียบๆ ด้วยใบหน้าสำนึกผิด แต่กลับไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้เป็พ่อ นอกจากตะวันจะไม่คิดช่วยเขาขึ้นมาจากน้ำแล้ว ยังปล่อยให้เขาโดนเฆี่ยนตีราวกับสัตว์อีก
แก้วตาก็ไร้ซึ่งท่าทีจะเข้ามาปกป้อง เธอนั่งดูเล็บมือที่พึ่งทาสีเสร็จหมาดๆ ของตัวเองอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ดินร้องด้วยความเ็ปเจียนจะขาดใจอยู่ตรงหน้า
ไฟแห่งโทสะและความคับแค้น ลุกโหมไหม้ในจิตใจของดิน ความเกลียดชังครอบครัวนี้ที่ใจร้ายกับเขา ทำร้ายเขา และปฏิบัติกับเขาอย่างเลวทรามต่ำช้าราวกับว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ บ่มเพาะอยู่ภายในใจมาตลอดั้แ่วันนั้น ยิ่งความเกลียดที่มีให้กับตะวัน คนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็ ‘เพื่อนกัน’ ตอนนี้เหลือเพียงแค่คำว่า ‘ศัตรู’
มันกัดและกลืนกินตัวตนของเด็กชายผู้แสนดี เปลี่ยนให้เขากลายเป็เด็กหนุ่มแข็งกระด้าง ดินกลายเป็คนเ็า ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ อารมณ์ร้ายรุนแรง และมองโลกนี้เลวร้ายไปซะทั้งหมด
เมื่อเริ่มกลายเป็หนุ่มดูแลตัวเองได้ ดินตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่เขามองว่ามันเป็นรกบนดิน ไปอยู่กับแก๊งอันธพาลที่มีอำนาจ แต่ไม่เท่าอำนาจของเดชา
หลายปีผ่านไป ดินค่อยๆ กระเสือกกระสนดิ้นรน จนในที่สุดก็ผลักตัวเองขึ้นมายืนอยู่จุดสูงสุดของแก๊ง ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี แม้จะมีอายุเพียงแค่ 20 ต้นๆ แต่ลูกน้องทุกคน กลับให้การยอมรับในความสามารถของเขา
ดินสามารถล้มผู้ทรงอิทธิพลของแก๊งอื่นๆ ได้อย่างง่าย จนสุดท้ายทำให้แก๊งของตัวเองมีอำนาจมากเกือบที่สุด จะเหลือก็แค่เดชาเท่านั้นที่เขายังล้มไม่ได้
แต่นั่นก็ไม่เกินความสามารถ หนึ่งเดือนก่อนวันเกิดอายุครบ 29 ดินสามารถทำให้ธุรกิจของครอบครัวที่เขารังเกียจ และแค้นนักแค้นหนาย่อยยับลงได้
ตระกูลของเดชาสิ้นชื่อ ตกอยู่ในสถานะล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทองที่มีถูกดินยึดมาได้ทั้งหมด บรรดาลูกน้องใต้บัญชาพากันกระจายตัวหนี บางส่วนย้ายฝั่งมาอยู่แก๊งดิน จนจำนวนคนที่มีในตอนนี้ สามารถสร้างกองทัพย่อมๆ ไปออกรบแนวชายแดนได้เลย
เดชากับนับดาว ต้องคลานเข่ามาอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา ให้เว้นการคร่าชีวิตของทุกคนในครอบครัว
ดินจึงยื่นข้อเสนอ 1 ชีวิต แลกชีวิตของทุกคนทั้งหมด เขา้าเพียงชีวิตของตะวัน เพื่อนวัยเด็กที่แย่งทั้งความรักจากแม่ของเขา และทรยศมิตรภาพ สิ่งเดียวที่ดินมองว่ามันสวยงามที่สุด ตะวันทำลายมันจนย่อยยับในวันนั้น
ไม่มีใครยอมรับข้อเสนอนี้ นั่นทำให้ดินโกรธเกรี้ยว และเลือกที่จะปฏิบัติกับครอบครัวนี้เยี่ยงทาส เขาส่งทุกคนไปเหมืองแร่ เพื่อทำงานชดใช้หนี้ที่ไม่มีปัญญาจ่ายให้กับเขา
เหลือเพียงแค่คนที่เขาเกลียด กับผู้หญิงที่เขาทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน