บทที่ 7 ความสามารถใหม่
"ผมเปล่าเสียหน่อย..."
เติ้งเจียหรงกัดฟันปฏิเสธเสียงแข็ง เดิมทีเขาเพียงแค่้าส่งคนมาสะกดรอยตามหลิวอวี่เพื่อหาโอกาสจัดการ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับหลี่รั่วหลานที่นี่ และที่ยิ่งเหนือความคาดหมายไปกว่านั้นคือการที่เธออยู่กับหลิวอวี่ด้วยท่าทางสนิทสนม
"ไม่ต้องมาเสียเวลาอธิบายอะไรให้ฉันฟังหรอก อีกอย่างคือ ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ" หลี่รั่วหลานเอ่ยด้วยสีหน้าเ็า
เธอรู้ซึ้งถึงสันดานของเติ้งเจียหรงดีว่าคนคนนี้เป็อย่างไร จึงไม่คิดจะเสียเวลาฟังคำแก้ตัวที่ไร้สาระจากเขา
เติ้งเจียหรงรู้สึกโกรธจนตัวสั่น ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่รั่วหลาน เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะแสดงกิริยาหยาบคายออกมา ทำได้เพียงตวัดสายตาอาฆาตไปทางหลิวอวี่เพื่อระบายความแค้นทั้งหมดลงที่ชายหนุ่มแทน
"หลิวอวี่เป็เพื่อนของฉัน ถ้าคุณกล้าทำอะไรเขาละก็ ฉันรับรองเลยว่าจะไม่ปล่อยให้คุณได้อยู่อย่างเป็สุขแน่" เมื่อเห็นว่าเติ้งเจียหรงยังคิดจะหาเื่หลิวอวี่ที่ไม่เกี่ยวข้อง หลี่รั่วหลานก็พลันโกรธจัดขึ้นมาทันที
"รั่วหลาน... ไม่ต้องเป็ห่วงนะ ผมเติ้งเจียหรงไม่ใช่คนใจแคบแบบนั้น ผมก็แค่มีเื่อยากจะคุยกับเขาเป็การส่วนตัวสักหน่อยเท่านั้นเอง" เติ้งเจียหรงฝืนยิ้มที่ดูปั้นแต่งสุดชีวิตเอ่ยขึ้น
หลี่รั่วหลานคือผู้หญิงที่เขาหมายตาไว้ อีกทั้งภูมิหลังตระกูลของเธอก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเขาเลย ในตอนนี้เติ้งเจียหรงจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจเธอและไม่กล้าขัดใจแม้เพียงนิด
"คุณ..."
หลี่รั่วหลานไม่อยากให้เติ้งเจียหรงเข้าไปยุ่มย่ามกับหลิวอวี่ ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากขวาง หลิวอวี่กลับเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยท่าทางสงบนิ่ง
"รั่วหลานครับ ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณชายเติ้งเขามีอะไรจะพูดกับผมกันแน่" หลิวอวี่หันไปส่งยิ้มให้หลี่รั่วหลาน
ความจริงแล้วการที่เติ้งเจียหรงรู้จักกับหลี่รั่วหลานทำให้หลิวอวี่รู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ลึก ๆ ทว่าเมื่อได้เห็นท่าทีที่เธอปกป้องเขา ความอบอุ่นก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจ เขารู้ดีว่าสิ่งที่ออกจากปากเติ้งเจียหรงคงไม่มีวันเป็เื่ดีแน่ แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าและโต้กลับไปให้สาสม
หลี่รั่วหลานเห็นความมั่นใจในดวงตาของหลิวอวี่จึงไม่ได้ห้ามปรามต่อ เธอเพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจัดการธุระบางอย่าง
"...ค่ะ รบกวนส่งคนมาขนปลาที่ท่าเรือหน่อยนะคะ..." เธอคุยกับปลายสายก่อนจะหันมาสนใจคนตรงหน้า
"เ้าหนู เราได้เจอกันอีกแล้วนะ พูดตามตรง ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะยังอึดได้ขนาดนี้" เติ้งเจียหรงเห็นว่าหลี่รั่วหลานไม่ได้สนใจการสนทนาของพวกเขาแล้ว จึงก้าวเข้าไปใกล้หลิวอวี่พร้อมรอยยิ้มหยันและกระซิบด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน
"เหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอบคุณคุณชายมากเลยนะ เพราะถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ผมก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับรั่วหลาน... พูดจากใจเลยนะ รั่วหลานเป็ผู้หญิงที่น่ารักและดีมากจริง ๆ" หลิวอวี่ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
‘ในเมื่อแกกล้าทำร้ายฉันก่อน ฉันก็กล้าแทงกลับให้แกกระอักเหมือนกัน’
เป็ไปตามคาด คำพูดแทงใจดำของหลิวอวี่ส่งผลกระทบต่อเติ้งเจียหรงอย่างรุนแรง
เติ้งเจียหรงจ้องมองหลิวอวี่ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม "ไอ้หนู ฉันเตือนแกไว้เลยนะ อยู่ให้ห่างจากเธอซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแกทิ้งเสีย! แกก็น่าจะรู้นี่ว่าการจะปลิดชีวิตแกมันง่ายยิ่งกว่าขยี้มดตัวหนึ่งเสียอีก"
"เหรอครับ? งั้นผมจะคอยดูว่าคุณจะฆ่าผมยังไง... แต่จะว่าไป ผมกับรั่วหลานเราก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกัน เพื่อนกันจะเจอกันบ้างก็ไม่เห็นจะเป็ไรเลยไม่ใช่เหรอครับ?" ตอนนี้หลิวอวี่ไม่ใช่คนอ่อนแอที่ใครจะมาข่มเหงได้อีกต่อไป เขาจึงเลือกที่จะท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"ดี... ดีมาก! เดิมทีฉันกะว่าจะแค่จัดการแกให้เสียผู้เสียคน แต่ในเมื่อแกเลือกที่จะเป็ศัตรูกับฉันอย่างเต็มตัว..." บนใบหน้าของเติ้งเจียหรงปรากฏรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน
"ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา คุณชายก็เป็ศัตรูอันดับหนึ่งของผมอยู่แล้วล่ะครับ" หลิวอวี่โต้กลับทันควัน
"ได้! ฉันหวังว่ากระดูกของแกมันจะแข็งแกร่งได้เท่าปากนะ"
พูดจบ เติ้งเจียหรงก็ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้กับหลี่รั่วหลานก่อนจะเดินสะบัดหน้าจากไป
"หลิวอวี่ หมอนั่นไม่ได้พูดจาทำร้ายจิตใจอะไรคุณใช่ไหมคะ?" หลี่รั่วหลานเดินเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง
"ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกครับ ผมไม่ใช่คนเปราะบางขนาดนั้น แค่คำขู่ไม่กี่คำทำอะไรผมไม่ได้หรอก"
หลิวอวี่กล่าวจบก็รีบเปลี่ยนประเด็น "ว่าแต่ คนที่บ้านคุณจะมาถึงเมื่อไหร่เหรอครับ?"
"เดี๋ยวก็คงถึงแล้วค่ะ" หลี่รั่วหลานขมวดคิ้วมุ่น "ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน คนพวกนั้นคงไม่มีทางมาหาเื่คุณได้แน่ ๆ แต่คุณสบายใจได้นะ ฉันจะเตือนเขาให้ถึงที่สุด ถ้าเขาคิดจะทำอะไรต่ำ ๆ กับคุณละก็ ฉันไม่ปล่อยไว้แน่"
"โอเคครับ ผมเชื่อคุณ" หลิวอวี่ยิ้มและพยักหน้าตอบรับ
‘ในเมื่อตอนนี้ฉันมีพลังพิเศษติดตัวมาแล้ว หากยังปล่อยให้คุณชายนั่นมารังแกเอาได้ ก็คงจะเสียชื่อพลังัที่บ้าคลั่งนี้แย่สิ’
หลิวอวี่รอจนกระทั่งคนของตระกูลหลี่เดินทางมาถึง จึงได้ขอตัวลาจากไป
หลังจากหาอะไรลงท้องเป็มื้อเย็นเล็กน้อย หลิวอวี่ก็กลับมายังห้องเช่าของตน สิ่งแรกที่เขาทำคือการตรวจสอบยอดเงินในบัญชี ซึ่งตอนนี้มีเงินสะสมมากกว่าหกล้านหยวนตามยอดที่เขาเห็น ตัวเลขศูนย์ที่เรียงรายกันเป็ตับทำให้หลิวอวี่ถึงกับต้องขยี้ตาดูอีกครั้ง
‘เมื่อสองวันก่อนในกระเป๋าฉันยังมีเงินเหลือแค่สองร้อยหยวนเองนะ แต่ผ่านไปแค่สองวัน... เงินกลับกลายเป็กว่าหกล้าน! นี่มันเหมือนความฝันชัด ๆ’
ถึงแม้จะรู้สึกเหลือเชื่อเพียงใด แต่ตัวเลขในบัญชีนั้นคือความจริงแท้
ทว่าเงินเพียงหกล้านหยวนยังห่างไกลจากเป้าหมายขั้นต่ำในใจของหลิวอวี่นัก เขาตั้งใจไว้ว่าเมื่อมีเงินครบสิบล้านเมื่อไหร่ เขาจะซื้อทั้งวิลล่าหรูและรถยนต์คันงาม เพื่อที่จะได้กลับบ้านเกิดอย่างสง่างามสมภาคภูมิ
หลังจากปล่อยใจไปกับตัวเลขครู่หนึ่ง หลิวอวี่ก็รวบรวมสมาธิและหันมาสนใจพลังพิเศษในตัวอย่างจริงจัง
‘ตอนนี้พลังของฉันมีอยู่สี่อย่าง... หนึ่งคือการมองเห็นใต้ทะเลรัศมีร้อยเมตร สองคือการหายใจใต้น้ำโดยไม่สะทกสะท้านต่อแรงดัน สามคือการสั่งการสิ่งมีชีวิตในน้ำ และสี่คือพละกำลังมหาศาล’
‘นอกจากการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายแล้ว ความสามารถอื่นล้วนเกี่ยวข้องกับน้ำทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าฉันน่าจะมีพลังที่เกี่ยวกับน้ำอย่างอื่นที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกใช่ไหม?’ หลิวอวี่พยายามเรียบเรียงความคิดและเริ่มทำการทดลอง
เขามองไปยังน้ำที่เหลืออยู่ในถังล้างหน้า ซึ่งเขากำลังจะเอาไปเททิ้ง ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาในโสตประสาท
หยดน้ำเล็ก ๆ เริ่มลอยละล่องขึ้นมาจากถัง ภายใต้การควบคุมด้วยจิตของหลิวอวี่ หยดน้ำเ่าั้ค่อย ๆ ลอยมาหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าของเขาอย่างช้า ๆ
จากนั้น หยดน้ำที่เคยกลมมนก็เริ่มยืดตัวออกด้วยพลังงานบางอย่าง จนมันกลายสภาพเป็เส้นแหลมคมประดุจเข็มปักผ้า
ชั่วพริบตาถัดมา หยดน้ำเ่าั้ก็เปลี่ยนสภาพเป็เข็มน้ำแข็ง พุ่งทะยานเข้าใส่ฝาผนังด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน!
ปุ๊... ปุ๊... ปุ๊...
เข็มน้ำแข็งเ่าั้แทงลึกลงไปในผนังปูนอย่างรุนแรง
‘ให้ตายสิ ความสามารถนี้มันชวนขนลุกเกินไปแล้ว!’ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หลิวอวี่ทำไปเพียงเพราะสัญชาตญาณชี้นำ เมื่อได้สติ เขาก็รู้สึกถึงความน่ากลัวของพลังนี้เช่นกัน
‘ต่อจากนี้ ใครหน้าไหนที่กล้ามาหาเื่ฉัน ก็เตรียมตัวถูกเจาะเป็รูได้เลย’
‘ในเมื่อควบคุมน้ำได้ แล้วฉันจะสามารถสร้างน้ำขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ไหม?’
เมื่อความคิดบังเกิด หลิวอวี่ไม่รอช้าที่จะลงมือทดสอบทันที
ด้วยความที่มีโมเลกุลน้ำเจือปนอยู่ในอากาศ หลิวอวี่จึงสามารถควบแน่นพวกมันจนกลายเป็หยดน้ำเล็ก ๆ ขึ้นมากลางอากาศได้อย่างรวดเร็ว
หยดน้ำนี้ดูสะอาดและบริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เมื่อเทียบกับน้ำที่เขาเพิ่งควบคุมไปก่อนหน้า มันต่างกันราวกับน้ำครำและน้ำกลั่นบริสุทธิ์เลยทีเดียว
หลิวอวี่ลองนำน้ำแร่ที่มีอยู่มาหยดเทียบกัน และพบว่าน้ำแร่ขวดนั้นดูหมองคล้ำเหมือนน้ำโคลนไปในทันที
นอกจากความบริสุทธิ์แล้ว หลิวอวี่ยังค้นพบว่าในหยดน้ำลึกลับนี้มีพลังงานบางอย่างแฝงเร้นอยู่
มันเป็พลังงานที่แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้น
เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัย หลิวอวี่จึงลองหยดน้ำนั้นลงบนต้นไม้อวบน้ำในกระถางที่ยืนต้นตายไปนานแล้ว
ผ่านไปเพียงสามนาที ต้นไม้อวบน้ำที่เคยแห้งเหี่ยวกลับค่อย ๆ ฟื้นคืนชีพและกลับมาเขียวชอุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาต่อหน้าต่อตา
"สุดยอด..."
หลิวอวี่ที่เริ่มจะมีภูมิต้านทานต่อเื่เหนือธรรมชาติ ทำได้เพียงพึมพำออกมาสั้น ๆ ด้วยความทึ่ง
ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว... ช่องทางทำเงินทางใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้การจับสัตว์ทะเล
‘ในโลกนี้ นอกจากความบันเทิงแล้ว สิ่งที่คนยอมควักเงินจ่ายให้มากที่สุดก็คือการรักษาโรคนี่แหละ!’