วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว สำหรับฮารุแล้วทุกวันคือบทเพลงแห่งความสุขที่บรรเลงโดยไนล์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ฮารุจะจินตนาการถึง ไนล์ยังคงเป็คนร่าเริง สดใสและเอาใจใส่เสมอ เขาคอยอยู่ข้างๆฮารุ ไม่ว่าจะที่โรงเรียนที่บ้าน หรือในเวลาที่ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน ความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นทำให้ฮารุรู้สึกผูกพันกับไนล์อย่างลึกซึ้ง
“ฮารุ วันนี้ฉันอยากกินไอศกรีมร้านที่เราเคยไปกันอ่ะ” ไนล์เอ่ยขึ้นเสียงสดใสในบ่ายวันศุกร์หลังเลิกเรียน เขาเดินคล้องแขนฮารุแน่น
ฮารุยิ้ม “อืม ได้สิ” เขาตอบรับอย่างยินดี
ทั้งคู่เดินไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน แสงแดดยามเย็นทอดเงายาวไปเบื้องหน้า ไนล์ยังคงพูดคุยเจื้อยแจ้วไม่หยุดเล่าเื่ราวตลกๆที่โรงเรียน และความฝันในอนาคตที่ดูสดใสไร้กังวลของเขา ฮารุฟังอย่างเงียบๆ พลางมองรอยยิ้มของไนล์ที่ทำให้โลกของเขาดูสดใสขึ้น
“บางที...บางทีฉันก็อยากจะอยู่แบบนี้ไปตลอดเลยนะฮารุ” ไนล์พูดขึ้นเบาๆเสียงของเขาแ่ลงเล็กน้อย ดวงตาของไนล์มองไปยังท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็สีส้มแดง
ฮารุหันไปมองไนล์ เขาเห็นแววตาที่ลึกซึ้งและจริงจังในดวงตาคู่นั้น ไนล์กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพัน ฮารุรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขายื่นมือไปกุมมือของไนล์ไว้แน่น
“ฉันก็เหมือนกัน” ฮารุเอ่ยตอบเสียงแ่ ใบหน้าของเขาแดงซ่านเล็กน้อย
รอยยิ้มสดใสกลับคืนมาบนใบหน้าของไนล์ เขากระชับมือที่กุมมือฮารุไว้แน่นขึ้น ก่อนจะพาทั้งคู่ก้าวเดินต่อไปยังร้านไอศกรีม
.
.
ทว่าในอีกมุมหนึ่งของเมือง ภายในห้องทำงานลับที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู แต่กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ไนล์กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ บนจอภาพแสดงข้อมูลลับจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็แผนผังเครือข่ายของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ รายงานการเคลื่อนไหวของเครอสและซากิ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของฮารุทั้งหมด
รอยยิ้มที่เคยสดใสเมื่ออยู่กับฮารุ บัดนี้กลับกลายเป็รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาของเขาไร้ซึ่งความไร้เดียงสา มีเพียงความเฉียบคมและแผนการอันซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ทำได้ดีมากไนล์” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากลำโพงด้านข้าง
ไนล์หันไปมองกล้องที่ติดตั้งอยู่ในมุมห้องเล็กน้อย “แน่นอนอยู่แล้วครับนายท่าน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไปจากยามที่อยู่กับฮารุ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความนอบน้อม แต่ก็แฝงด้วยความมั่นใจในตนเอง
“ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน” เสียงนั้นกล่าวต่อ “นายกำลังเข้าไปในชีวิตของเด็กนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ”
“มันง่ายกว่าที่คิดเยอะครับ” ไนล์ยิ้มเยาะ “ฮารุเป็เด็กที่อ่อนไหวและเชื่อคนง่าย เขามอบความไว้ใจให้ผมอย่างเต็มที่”
เขาเลื่อนเมาส์ไปคลิกดูรูปภาพของฮารุที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ภาพที่ฮารุกำลังยิ้มอย่างมีความสุข แต่รอยยิ้มของไนล์กลับบิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยาม
“ไม่นานเกินรอครับนายท่าน” ไนล์กล่าว
“ผมจะดึงเขาเข้ามาในเกมของเราอย่างสมบูรณ์ และเมื่อถึงตอนนั้น...ตระกูลออร์บิส พรีมัสจะต้องถูกทำลายจากภายใน”
เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นจากลำโพง ก่อนที่การเชื่อมต่อจะถูกตัดไป ไนล์ยังคงจ้องมองไปยังภาพของฮารุบนหน้าจอ ดวงตาของเขาฉายแววอันตรายและแสนลึกลับ ความรักที่ไนล์แสดงต่อฮารุนั้นเป็เพียงบทบาทที่เขาสวมใส่ เป็เพียงส่วนหนึ่งของเกมอันตรายที่เขาเป็ผู้กำหนด และฮารุคือเบี้ยตัวสำคัญในเกมนี้
.
.
เช้าวันเสาร์ที่สดใสไม่ได้นำมาซึ่งความสงบสุขสำหรับฮารุ ไนล์ปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านพร้อมรอยยิ้มสดใสเช่นเคย
“ฮารุ! วันนี้ฉันมีที่ที่อยากพานายไปมากๆ เลยนะ” ไนล์เอ่ยอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเป็ประกาย
“เป็ที่ลับๆ ที่เราจะไปกันแค่สองคนเท่านั้น”
ฮารุที่กำลังอารมณ์ดีและเชื่อใจไนล์อย่างสนิทใจ พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล “ที่ไหนเหรอ”
“เซอร์ไพรส์” ไนล์ตอบพลางจับมือฮารุแน่นแล้วดึงให้เดินตามไป “รับรองว่านายจะต้องชอบแน่นอน”
ด้วยความไว้ใจฮารุเดินตามไนล์ไปอย่างไม่คิดอะไร เขาไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มที่สดใสนั้นกำลังซ่อนแผนการอันชั่วร้ายไว้เื้ั ไนล์พาฮารุเดินลึกเข้าไปในโกดังร้างแห่งหนึ่งที่ดูเปลี่ยวและเงียบสงัด ฮารุเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไร
ผลัวะ!
จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์หลายคนปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด พุ่งเข้ามารุมทำร้ายฮารุอย่างไม่ทันตั้งตัว ฮารุทรุดลงกับพื้นด้วยความเ็ปและใ เขาเงยหน้ามองไนล์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ
“ไนล์… นี่มันอะไร” ฮารุถามเสียงสั่น
ไนล์ไม่ได้ตอบ เขายิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ฮารุไม่เคยเห็นมาก่อน เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิตและไร้ความรู้สึก ไนล์ก้าวเข้ามาใกล้ มองดูฮารุที่ถูกรุมทำร้ายด้วยแววตาเฉยชา
“นายก็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมของฉันฮารุ” ไนล์เอ่ยเสียงเรียบเย็น
“และตอนนี้…หมากตัวนี้กำลังจะถูกใช้ประโยชน์แล้ว”
ชายฉกรรจ์จับตัวฮารุไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะนำเขาไปเป็ตัวประกัน
.
ซากิอยู่ที่คฤหาสน์ของเครอสอย่างโดดเดี่ยวในวันนี้ เครอสออกไปทำงานแต่เช้า และสั่งให้ซากิพักผ่อนเนื่องจากาแที่ต้นขาจากการปะทะที่คาสิโนลอยน้ำยังไม่หายดี แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เบอร์แปลกตาที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ซากิรู้สึกแปลกๆ แต่ก็กดรับสาย
“ ซากิ คุโรซากิ คาร์เตอร์ ” เสียงทุ้มต่ำที่บิดเบี้ยวด้วยโปรแกรมเปลี่ยนเสียงดังขึ้นในหูโทรศัพท์
“้าอะไร” ซากิถามเสียงเรียบ แต่ััได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
“น้องชายนายอยู่ในกำมือของพวกเรา” เสียงนั้นกล่าว “ถ้านายอยากให้น้องรอดชีวิต มาที่โกดังร้างหมายเลข 7 ริมอ่าว มาคนเดียวเท่านั้น”
หัวใจของซากิเหมือนถูกบีบรัดอย่างแรง ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่เขาก็ยังคงพยายามรวบรวมสติ เขาพยายามติดต่อหาเครอส วูล์ฟ ไซลาส กาเบรียล หรือแม้แต่ฟีนิกซ์ แต่กลับไม่มีใครรับสายเลย โทรศัพท์ทั้งหมดราวกับถูกตัดขาดจากภายนอก
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ซากิรับสายอย่างรวดเร็ว
“นายผิดสัญญา” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“นายพยายามจะติดต่อใครกัน นี่คือบทลงโทษ”
อ๊ากกกกกกกกกก!!!
เสียงกรีดร้องของฮารุดังขึ้นโหยหวนผ่านสายโทรศัพท์ มันเป็เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปและความหวาดกลัวอย่างที่สุด หัวใจของซากิบีบรัดจนเ็ปราวกับถูกมีดกรีด
“ฮารุ!!!” ซากิะโลั่น
“เราจับตาดูนายอยู่ทุกย่างก้าว” เสียงนั้นพูดต่ออย่างเ็า “หากเล่นตุกติกอีก ต่อไปจะเป็เสียงร้องครั้งสุดท้ายของน้องมึง! ให้เวลาห้านาทีมาให้ถึงซะ ช้า 1 นาที เท่ากับ 1 แผลบนตัวน้องมึง”
สมองของซากิเบลอไปหมด ความรนรานถาโถมเข้ามาจนสติสัมปชัญญะแทบขาดสะบั้น เขาทำอะไรได้บ้าง? หากไปหาคนอื่นพวกนั้นก็จะรู้ อีกอย่างเวลาไม่พอ จะโทรติดต่อใครก็ไม่ได้
ซากิทรุดตัวลงกับพื้น มือทั้งสองข้างดึงทึ้งผมตัวเองอย่างแรง ความรู้สึกไร้หนทางกัดกินจิตใจ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน ั์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและความเ็ปที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดยั้ง เขาคิดไม่ออกว่าควรทำอย่างไรดี…….
แต่แล้วภาพของฮารุที่ถูกทำร้ายแวบเข้ามาในหัว เขานึกถึงรอยยิ้มสดใสของฮารุ เสียงหัวเราะ และทุก่เวลาที่ผ่านมา ความเป็พี่ชายที่ห่วงใยน้องชายสุดชีวิตเข้าครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง
ซากิลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้ว่ากำลังเดินเข้าสู่กับดัก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว และฮารุกำลังรอเขาอยู่
ซากิรีบออกจากคฤหาสน์ตรงไปยังโกดังร้างริมอ่าวโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว