ตอนที่ 13 เห็นใจ
ฟางเหมยได้นำกระต่ายกับไก่ฟ้ามาล้างทำความสะอาดพร้อมสับเป็ชิ้นๆพอดีคำ กระต่ายนางจะนำไปผัดเผ็ดเเละนำไปตุ๋น ส่วนไก่ฟ้านางนำมาทอดจนเหลืองกรอบและตุ๋นด้วยเช่นกันเพราะมันสามารถเก็บเอาไว้กินได้นานเเถมยังช่วยบำรุงกำลังได้ดีอีกด้วย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเเล้ว กำลังจะไปอาบน้ำ สายตาฟางเหมยมองไปยังกล้วยเครือใหญ่ที่ซีห่าวนำมาให้ มันกำลังห่ามกึ่งสุกกึ่งดิบ เปลือกมีสีเขียวอมเหลือง นางคิดว่าคงกินไม่ทันเป็เเน่ จึงคิดว่าพรุ่งนี้จะทำกล้วยเชื่อมเก็บเอาไว้ ส่วนหนึ่งจะเอาไปตากเเดดเพื่อจะได้เก็บไว้กินได้นานๆ
เช้าวันถัดมา
หลังจากไปรดนํ้าปุ๋ยหมักเสร็จเรียบร้อย นางก็มาอุ่นอาหารที่ได้ทำไปเมื่อวานทั้งไก่ฟ้าตุ๋น กระต่ายตุ๋นเเละไก่ฟ้าทอดที่เหลือจากเมื่อวาน
จากนั้นก็ไม่รอช้านางจัดการใช้มีดตัดกล้วยออกมาเเล้วมาปอกเปลือกออกเเล้วหั่นออกเป็สี่ชิ้นอย่างเบามือ กล้วยอีกส่วนหนึ่งนางเเค่ปอกเปลือกออกเท่านั้น เมื่อได้จำนวนตาม้า ก็ไปตักนํ้าจากโอ่งมาใส่หม้อเเล้วผสมเกลือนำกล้วยมาเเช่ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง โดยเเช่กล้วยที่หั่นกับทั้งลูกแยกกัน
จากนั้นนางก็นำกล้วยที่เเช่นํ้าเกลือทั้งลูกเอาไว้ นำออกมาเรียงใส่กระด้งแล้วนำไปตากแดด กล้วยจะเริ่มเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเรื่อยๆ ซึ่งเกิดจากความร้อนจากแดดไปทำให้แป้งในกล้วยกลายเป็น้ำตาลโดยธรรมชาติ นางจะใช้เวลาในการตากประมาณสี่วัน เพราะหากตากนานเกินไปกล้วยจะแข็งเเละไม่อร่อย
ต่อมาฟางเหมยจะทำกล้วยเชื่อม นางเตรียมหม้อเเล้วใส่น้ำเปล่ากับน้ำตาลลงไปเเล้วคนให้นํ้าตาลละลาย พอเดือดได้ที่ก็ใส่กล้วยที่หั่นเอาไว้ลงไป ตามด้วยการบีบมะนาวลงไปสองลูกเพื่อเพิ่มสีสันให้กล้วยเปลี่ยนเป็สีเเดงดูน่ากินขึ้น จากนั้นรอให้เดือดอีกครั้งแล้วช้อนฟองทิ้งจนหมด เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนประมาณสองชั่วโมง จนกล้วยเปลี่ยนเป็สีแดงก็ยกลง
"ฟางเหมยนี่เ้าทำอะไรอยู่ในเรือนครัวนานเเสนนานหรือ" ผู้เป็พ่อกลับมาจากสวนหลังจากกินข้าวเสร็จเห็นลูกสาวคลุกตัวอยู่ในเรือนครัวนานเเล้งจึงได้เข้ามาดู
"ท่านพ่อข้าทำกล้วยเชื่อมอยู่เ้าค่ะ มันต้องใช้เวลามากหน่อยในการเคี่ยวให้นํ้าตาลซึมเข้ากับเนื้อกล้วย นี่ก็เสร็จพอดีเลย"
"เ้านี่ขยันเสียจริง ถ้าเ้ามีฝีมือเยี่ยงนี้ข้าว่าสามารถทำขายได้เลยนะ"
"ฝีมือข้ายังไม่ดีขนาดจะทำขายหรอกเ้าค่ะท่านพ่อ"
"ไม่จริงหรอกฟางเหมย เ้าทำกับข้าวกับปลารสชาติดีทุกอย่าง โดยเฉพาะขนมหวาน"
"อย่างนั้นหรือ....ท่านพ่อลองชิมกล้วยเชื่อมที่ข้าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ดูนะเ้าคะว่ารสชาติถูกปากหรือไม่" ฟางเหมยนำกล้วยเชื่อมที่เพิ่งทำเสร็จตักใส่ชามมาหนึ่งชิ้นเเล้วยื่นไปใหัผู้เป็พ่อได้ลองชิม
"รสชาติดีเลยทีเดียวไม่หวานจนเกินไป กล้วยกับนํ้าตาลซึมเข้ากันได้ดีเลย" ผู้เป็พ่อใช้ตะเกียบคีบกล้วยเชื่อมเข้าปากพร้อมกับเคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อจะลิ้มรสกล้วยกับน้ำตาลที่เข้ากันเป็เนื้อเดียว
"ถ้ารสชาติถูกปากท่านพ่อต้องกินเยอะๆ เลยนะเ้าคะจะได้มีเเรงทำงาน" ฟางเหมยตักกล้วยเชื่อมลงชามให้ผู้เป็พ่อเพิ่ม
"มีหวังว่าข้าจะอ้วนลงพุงเป็เเน่ งั้นข้าเอาไปเเบ่งแม่เ้ากินด้วยดีกว่า" ผู้เป็พ่อรับชามมาจากฟางเหมยเเละหมุนตัวเดินไปหาเจียวซิ่งที่กำลังเร่งมือเย็บชุดเเต่งงานให้ลูกสาวอยู่ด้วยความตั้งใจ
ฟางเหมยมองตามหลังผู้เป็พ่อไปด้วยความสุข ตัังเเต่นางเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ ไม่มีวันไหนที่จะไม่ได้รับความรักแม้สักวันเดียว
"ฟางเหมยเ้าไม่ต้องห่วงอะไรนะ ข้าจะดูเเลครอบครัวเ้าให้เป็อย่างดี ขอบคุณที่ให้ข้าได้มาอยู่ในร่างของเ้านะ" ฟางเหมยพูดพึมพำกับตัวเเละยิ้มออกไป
ฟางเหมยตักกล้วยเชื่อมใส่ชามเพื่อจะนำไปให้จางเหว่ยผู้เป็พี่ได้กิน นางเดินหาจางเหว่ยรอบบ้านก็ไม่พบเขา นางจึงเดินไปถามผู้เป็พ่อว่าจ้างเหว่ยไปไหน
"ท่านพ่อเ้าคะ ท่านพี่จางเหว่ยไปไหนหรือ ข้าว่าจะเอากล้วยเชื่อมไปให้ท่านพี่ได้กิน"
"อยู่กับฮุ่ยเจินที่สวนโน้น นางเอากับข้าวมาให้พี่ชายเ้ากิน" ผู้เป็พ่อเมื่อพูดถึงฮุ่ยเจินก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
"ท่านพ่อไม่ชอบนางหรือเ้าค่ะ"
"อย่าว่าเเต่พ่อเ้าเลย ข้าเเละคนในหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครชอบนางกันทั้งนั้นแหละ" เจียวซิ่งผู้เป็เเม่พูดแทรกขึ้นมาเเละวางผ้าที่เย็บลง
"แต่ถ้าสมมุติท่านพี่จางเหว่ยกับฮุ่ยเจินมีใจให้กันล่ะเ้าคะ ท่านพ่อกับท่านเเม่จะอนุญาติให้ทั้งสองคบกันหรือไม่"
"ไม่มีทาง ถือว่ามีฐานะขึ้นเเล้วจะมองผู้อื่นเเบบเหยียดหยามยังไงก็ได้หรือ ยังไงข้าก็ไม่มีวันยอมรับในตัวนางเป็แน่นอน แต่ถ้าจะคบกันเป็เพื่อนข้าก็มิได้ห้ามอันใด เ้าถามทำไมฟางเหมย หรือเ้าเห็นดีเห็นงามที่จะให้ทั้งสองนั้นคบกัน" ผู้เป็พ่อเอ่ยตอบฟางเหมยด้วยนํ้าเสียงมั่นใจเเละดุดัน ยังไงเขาก็ไม่มีทางให้ทั้งสองคบกัน
"ข้าเเค่รู้สึกเห็นใจฮุ่ยเจินเพราะก็เป็ผูัหญิงด้วยกัน" ฟางเหมยคิดว่าจางเหว่ยเจอศึกหนักแน่นอนเพราะผู้เป็พ่อกับผู้เป็เเม่ดูจะไม่ชอบนางมาก แค่พูดชื่อก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เเล้ว
"เ้าเห็นใจฮุ่ยเจิน เเล้วนางเคยเห็นใจเ้าไหมฟางเหมย กี่ครั้งกี่คราเเล้วที่เ้าโดนนางดูถูกเหยียดหยามจนต้องกลับมาร้องไห้กับข้าที่บ้านเป็ประจำ เ้าเจ็บเเล้วไม่จำเลยหรือ" ผู้เป็เเม่
"แล้วถ้าฮุ่ยเจินนางปรับปรุงนิสัยให้ดีขึ้นล่ะเ้าคะ" ลึกๆนางก็รู้สึกไม่เห็นด้วยที่จางเหว่ยจะคบกับฮุ่ยเจิน เเต่ให้ทำยังไงได้พี่ชายนางดันไปมีความรู้สึกดีให้หญิงสาวปากร้ายผู้นั้นไปแล้ว
"ถ้าฮุ่ยเจินนิสัยเป็แบบเมื่อก่อนข้าจะไม่ขัดจางเหว่ยเลย ข้าไม่ได้มองคนที่รูปลักษณ์ภายนอกแต่อย่างใด เเต่ข้ามองถึงจิตใจอันดีงามต่างหาก" ผู้เป็พ่อเอ่ยตอบเเก่ฟางเหมย
"ทำไมฟางเหมย จางเหว่ยบอกเ้าว่ามีใจให้ฮุ่ยเจินหรืออย่างไร" ผู้เป็เเม่เอ่ยถามออกไป
"คือว่า...ข้า..." ฟางเหมยรู้สึกอึดอัดที่กุมความลับของพี่ชายเอาไว้ เเต่นางได้รับปากกับจางเหว่ยไว้แล้วว่าจะไม่บอกแก่ทั้งสองคน
"ใช่...ท่านพ่อ ท่านเเม่ ข้ามีใจให้ฮุ่ยเจิน" จางเหว่ยที่เเอบฟังทั้งสามคุยกันอยู่ ได้เดินปรี่เข้ามาเเละเอ่ยออกไป
^____________________^
สวัสดีจ้า เค้ามือใหม่จริงๆ มันอาจจะดูไม่ค่อยสนุกโดนใจนักอ่านซักเท่าไหร่ เเต่ตะวันรัตน์จะพยายามพัฒนาฝืมือให้ดีขึ้นเรื่อยๆ น้าาาา
ถ้าอ่านกันเเล้วเค้าขอให้ช่วยติชมมาหน่อยน้าาา เพราะมือใหม่จริงๆ อาจมีจุดบกพร่องอะไรจะได้เเก้ไขต่อไป