เคมี(หัวใจ) กับ นายวายร้ายวิศวะไฟฟ้า (อ่านฟรีทั้งเรื่อง)

    บทที่ 49 ความใส่ใจของพีท

            เมื่อทั้งคู่มาถึงร้านแว่นตาที่อยู่ข้างมหาวิทยาลัย

            เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านแว่นดังแผ่วเบาเมื่อบานประตูผลักออก

            พนักงานที่กำลังจัดแว่นอยู่ตรงชั้นวางถึงกับเงยหน้าขึ้นมาทันที

            ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านสูงเด่นเกินใคร

            หน้าตาหล่อเหลา คมคาย คิ้วเข้ม รับกับ กรามคมรับกับสันจมูกโด่งดวงตาคมกริบ ผิวขาวสะอาด ดูสุขภาพดีอย่างมีเสน่ห์

            เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก แนบไปกับร่างสูงล่ำอย่างพอดี

            เหมือนพระเอกในโฆษณาหรือพระเอกในหนัง ที่หลุดออกมาเดินในชีวิตจริง

            และเมื่อเขาหันกลับไปมองผู้หญิงที่เดินตามมา

            ใบหน้า อันนา ภายใต้กรอบแว่นตาที่ดูพัง ทว่ากลับตราตรึงสายตาขาแว่นบิดเบี้ยวเล็กน้อย

            แต่กลับไม่อาจบดบังความอ่อนโยนและงดงามที่ฉายออกมาจากดวงตาคู่นั้นได้เลย

            แก้มเนียนใสเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติเส้นผมสีเข้มปรกอยู่ข้างแก้มเล็กน้อย เสริมให้ใบหน้าหวานยิ่งดูมีเสน่ห์น่าค้นหาริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่นราวกับพยายามเก็บงำความรู้สึกไว้ภายใน

            สาวน้อยหน้าหวานที่แม้แว่นจะบิดเบี้ยว ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ใบหน้าเธอกลับงดงามราวต้องมนตร์ความเปราะบางนั้นกลับยิ่งขับเน้นเสน่ห์อย่างแปลกประหลาดจนใครมองก็อดไม่ได้ที่จะเผลอหยุดจ้องนานขึ้นอีกนิด…

            สายตาหลายคู่ในร้านเริ่มหันมามอง

            แม้ตอนแรกจะสนใจผู้ชายหล่อเหลาคนนั้นเป็นหลัก

            แต่เมื่อเห็นหญิงสาวตัวเล็กหน้าหวานที่เดินเคียงข้างมาเธอก็ยิ่งเป็นจุดสนใจของทุกคนมากขึ้น

             

            ท่าทางของทั้งคู่ดูราวกับคู่รักที่กำลังเถียงกันเบาๆ ระหว่างทางมา

            เสียงทุ้มนุ่มของเขาก็เอ่ยขึ้น

            “อันนาเข้ามาลองแว่นได้แล้ว เดี๋ยวฉันซื้อให้เอง เร็วๆ”

            น้ำเสียงไม่ได้เข้มจนดุแต่แฝงอำนาจบางอย่างที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้ยิน อยากจะเชื่อฟังโดยไม่ทันคิด

            “ชอบใช้อำนาจ”อันนาทำหน้างอนและ นึกอยู่ในใจ

            พนักงานหญิงที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามาเธอรีบออกมาต้อนรับ ท่าทีเป็นมิตร

            “สวัสดีค่ะเชิญเลือกแว่นได้เลยนะคะ—”

             ในร้านแว่นตาเรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น อันนาเดินไปยังชั้นวางทีละแผงอย่างลังเล มือบางแตะกรอบแว่นตาแต่ละอันเบา ๆพลางก้มหน้าดูป้ายราคา เธอเลือกกรอบที่ไม่แพงมากนัก สีเรียบ ๆ แต่มีดีไซน์น่ารักขาแว่นบางโค้งรับกับรูปหน้า เธอยิ้มจาง ๆอย่างพอใจเมื่อสวมลองหน้ากระจกแล้วมันดูเข้ากับเธอมากกว่าที่คิด

            “เอาอันนี้แหละ”เธอหันมาบอก พีท เบา ๆ

            พีท ยิ้มไม่พูดอะไร เขาเดินไปเคาน์เตอร์ จัดการรูดบัตรเครดิตจ่ายโดยไม่รีรอ

            “แต่…เดี๋ยวฉันจ่ายเองก็ได้นะ” อันนา ขยับ จะควักกระเป๋าสตางค์ แต่ พีท ส่ายหน้ายิ้ม ๆ

            “ฉันบอกแล้วไงฉันจ่ายเอง ไปลองแว่นเลย” เขาว่า ก่อนที่พนักงานจะพา อันนา เข้าไปตัดแว่นใหม่

             

            ไม่นานแว่นตาใหม่ก็เสร็จเรียบร้อย มันวาวสะอาด กรอบเรียบแต่ดูมีสไตล์ พออันนาใส่เข้าไปแก้มใสกับดวงตาเรียวดูเด่นขึ้นอย่างน่าแปลกใจความหวานของใบหน้าดูโดดชัดขึ้นจนพีทอดมองซ้ำไม่ได้

            “สวยแฮะ…ใส่แบบไหนเธอก็สวยและดูดีนะอันนา”เขามองดูอันนา และพึมพำออกมาเบา ๆ กับตัวเอง

            เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากร้านท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ พีท ก็หันมาทำเสียงจริงจังแกล้ง ๆ ว่า

            “ห้ามทำแว่นที่ฉันซื้อให้นี่หายหรือพังนะเข้าใจไหม อันนา?”

             

            อันนาหันมาค้อนใส่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใหม่วาววับขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอาย

            “ใส่จนเรียนจบป โท อยู่แล้วละ” เธอประชดเบา ๆ แต่ก็ยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่

            พีท หัวเราะพลางเดินไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดี ส่วนอันนา ก็เดินตามไปแว่นใหม่กระชับบนใบหน้าหวานราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

            วันนี้เขาตั้งใจแบบพิเศษสุดๆจะพาอันนาไปบ้านของเขา —เพื่อแนะนำเธอให้รู้จักกับครอบครัวของเขาอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

            “รอตรงนี้แป๊บนึงนะ”

             

            “นายจะไปไหนน่ะ?” อันนา ถามอย่างสงสัย พลางหันมามองเขาดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเหนื่อยล้าแต่ยังกังวลอยู่ลึกๆ

            “ไปซื้อน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับมา” เขายิ้มบาง

            “อยากกินอะไรมั้ย?”

            “ไม่ล่ะแค่น้ำเปล่าก็พอ” เธอพยักหน้า

            พีทเหลือบมองเธออีกครั้ง ก่อนจะก้าวฉับๆ ข้ามไปอีกฟากถนน เขาหลบเข้าไปในซอกตึกแคบๆข้างร้านขายหนังสือเก่า มันเงียบพอที่จะได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง

            เขากดโทรศัพท์ไปยังรายชื่อของ“คุณพ่อ” และโทรออกโดยไม่ลังเล

             

            เสียงรอสายดังขึ้นไม่นานก่อนเสียงทุ้มต่ำจะดังผ่านลำโพง

            คุณอรรถพล —บิดาของเขา เสียงปลายสายรับอย่างรวดเร็ว

            “ว่าไง พีทวันนี้ลูกจะกลับมากี่โมง จะได้ป้าศรีเตรียมโต๊ะอาหารไว้”

            “พ่อครับ...วันนี้ ผมอยากจะพาเพื่อนไปทานข้าวเย็นที่บ้านหน่อยครับให้ป้าศรีช่วยจัดเตรียมเพิ่ม 1 ที่นะครับ” เขาเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นเหมือนเคย

            ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่คำถามจะตามมา

             “เพื่อน ของพีท?”


            “ครับเพื่อนที่ร่วมทำโครงการวิจัยกับผมโครงการวิจัยของผมกับเธอประกวดแล้วได้รางวัลชนะเลิศครับรายละเอียดผมจะเล่าให้ฟังครับ”

            “อืม…คนที่เคยเล่าให้พ่อกับแม่ฟังใช่ไหมชื่ออะไรนะ”

            “อันนา ครับ”พีท ตอบอย่างไม่ลังเล ดวงตาจ้องมองไปรอบตัว แต่ในใจกลับนิ่งกว่าทุกครั้ง

            “ถ้าเป็นเพื่อนของพีท ถ้าเป็นคนที่พีทไว้วางใจและให้ความสำคัญ พ่อก็ยินดี”

            รอยยิ้มค่อยๆคลี่ออกมุมปากพีท “ขอบคุณครับพ่อ... แล้วเจอกันตอนเย็นนะครับ ฝากบอกแม่ด้วยนะครับ”

             

            เขากดวางสายแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม ลมเย็นพัดผ่านเบาๆ

            ราวกับสิ่งที่เขาคิดอยากทำในวันนี้...เริ่มต้นได้ดี

            พีทเดินกลับมาที่หน้าร้านตัดแว่นอย่างรวดเร็ว ในมือมีน้ำเย็นสองขวดที่เขาซื้อมาจริงๆไม่ใช่แค่ข้ออ้าง

            อันนาหันมามองเมื่อเห็นเขา เธอรับขวดน้ำจากเขา พลางถามด้วยน้ำเสียงปกติแต่แฝงความรู้สึกไว้ลึกๆ

            “นายดูจริงจังกับน้ำขวดนี้เป็นพิเศษเลยนะ”

            พีท ยิ้มนิดๆ“ไม่หรอก แค่อยากให้น้ำเย็นพอให้เธอสดชื่นขึ้นหน่อย”

            “ขอบใจนะพีท”อันนารับคำ แต่ดวงตาเธอกลับมองเขานิ่งๆ เหมือนจะอ่านอะไรบางอย่างในแววตาเขา

            “ตอนเย็น...ไปทานข้าวที่บ้านกับฉันหน่อยนะ”พีท พูดขณะเปิดฝาขวดน้ำ

            “หืม?” เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย “บ้านนาย?”

             “อยากพาไปแนะนำให้รู้จักกับพ่อ แม่ น้องและคนในครอบครัวของฉันนะ” เขาเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง และสายตาที่จ้องมาที่อันนาเพื่อรอคำตอบ

            อันนา ชะงักดวงตาเธอวูบไหว “นายจะให้ฉันไปที่บ้านจริงๆ หรอ?” อันนารู้สึกเอียงอาย และเขินแบบบอกไม่ถูก ทำไมเขาถึงอยากพาเธอไปหาครอบครัวของเขา??

            “แน่ใจสิฉันโทรบอกพ่อแล้ว ห้ามปฏิเสธนะ” น้ำเสียงดุเข้มเหมือนเด็กเอาแต่ใจอีกแล้ว

            เธอไม่ตอบทันทีแต่ พีท เห็นได้ชัดว่ามุมปากเธอกระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยเบาๆ

            “ก็ได้ พีทไปก็ได้” เธอตอบด้วยความรู้สึกยังประหม่าและลังเล

            “เราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะในมหาวิทยาลัยก่อนมั้ย?”

            พีท เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงข้างอันนาเพื่อพาเธอไปขึ้นรถมอเตอร์ไซด์

            แสงแดดบ่ายคล้อยอากาศกำลังดี มีลมเย็นโชยมาเป็นระยะ

            “สวนสาธารณะ?” อันนาเลิกคิ้ว

             

            “ยังมีเวลานี่นากว่าจะถึงเย็น...” เขาเอ่ย

            “ใช่ยังมีเวลานี่นา กว่าจะถึงเย็น ค่อยไปบ้านของฉัน โอเคนะ” เขาหันมายิ้ม

            “ฉันอยากใช้เวลานี้กับเธอก่อนจะถึงช่วงเวลานั้น”

            อันนามองเขาด้วยความแปลกใจ ทำไมเขาถึงใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย และให้ความสำคัญกับเธอเธอกับเขาแค่นอนด้วยกัน ไม่ได้เป็น “คนรัก. หรือ เขาคิดยังไงกับเธอ???

            เธอ ไม่ได้ตอบแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงพยักหน้าเบาๆก่อนจะก้าวเดินไปขึ้นเบาะท้ายรถมอเตอร์ไซด์พร้อมเขา

            เมื่อรถมอเตอร์ไซด์คนใหญ่จอดสนิทบริเวณสวนสาธารณะในมหาวิทยาลัย

            พื้นที่กว้างใหญ่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ให้ร่มเงา สนามหญ้าสีเขียวขจีทอดยาวไปไกลสุดสายตาเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในพุ่มไม้ และเสียงเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ลิบๆ

            ทางเดินที่ปูลาดไว้สำหรับคนเดินวิ่งออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยาน เรียงขนานไปกับรั้วไม้เตี้ยๆตัดกับทิวสนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ม้านั่งไม้สีอ่อนถูกจัดวางไว้เป็นระยะๆ

            คู่รักหลายคู่เดินจับมือกันเพื่อนๆ นั่งเล่นพูดคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่มีแม้กระทั่งคนที่นั่งอ่านหนังสือคนเดียวพร้อมหูฟังแนบหู

            พีท กับอันนาเดินเข้าไปช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศเหล่านั้น


            “ที่นี่สวยดีนะ”พีท พูดเบาๆ และอมยิ้มน้อยๆ

            ขณะพูด พีทก็เอื้อมมือไปจับมือของเธอโดยไม่ทันให้เธอตั้งตัว

            อันนาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกขึ้นอย่างตกใจ เธอหันขวับมามองเขา

            “พีท...”เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ พร้อมเสียงหัวใจที่เต้นถี่ขึ้นในอก

            แต่ พีทไม่ปล่อยมือ เขาเพียงแค่ยิ้ม แล้วเดินต่อไปช้าๆ

            “ไม่เห็นต้องตกใจเลย..แค่เดินจับมือกันเอง...เขินหรอ...ทำมากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้วนะ?” เขาเอียงหน้าหล่อมาเอ่ยถามอย่างเจ้าเล่ห์ขณะเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาที่นั่งจับกลุ่มกัน พวกเขาบางคนหันมามองบางคนก็ซุบซิบกันเบาๆ

            อันนาก้มหน้าหลบสายตาคนรอบข้าง ใบหน้าร้อนวูบเหมือนโดนแดดจ้าแม้แดดวันนี้จะอ่อนโยนแค่ไหนก็ตาม

            พีทและเธอเดินไปเรื่อยๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ที่มีเงาเย็นสบายทอดลงมาบนทางเดิน

             เขาพูด“ฉันชอบนะการเดินจูงมือเธอและเดินไปด้วยกันแบบนี้”

            อันนาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาเธอสะท้อนแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งไม้ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเธอเหมือนเต้นไม่เป็นจังหวะ

            เธอเอ่ยถามเบาๆ

            “แล้วทำไมถึงอยาก...จูงมือฉันล่ะ?”

            พีท หยุดเดินหันมามองเธอโดยตรง น้ำเสียงของเขานิ่ง แต่แฝงความจริงจังเอาไว้

            “ฉันอยากให้คนอื่นรู้ว่าเธอสำคัญสำหรับฉัน”

            คำพูดนั้นทำให้หัวใจของอันนาเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

            ม้านั่งไม้ใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่ใบไม้พริ้วไหวตามแรงลม

            พีท พาอันนานั่งลงตรงนั้น เงาสะท้อนของพวกเขาทอดอยู่บนสนามหญ้าเบื้องหน้า

            เขาหยิบขวดน้ำจากกระเป๋าข้างแล้วเปิดฝายื่นให้เธอ

            “ดื่มน้ำก่อนจะได้หายร้อน”

            เธอยิ้มเบาๆขณะรับมา มือที่สัมผัสกันเมื่อครู่ยังคงรู้สึกอุ่นอยู่

            เสียงลมพัดใบไม้ดังกรอบแกรบอยู่เหนือศีรษะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกหญ้าโชยมาพร้อมอากาศบริสุทธิ์

            เป็นช่วงเวลาเงียบสงบ...ที่ไม่มีคำพูดใดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึก

            พีทเอนหลังพิงพนักม้านั่ง เงยหน้ามองท้องฟ้า

            “รู้ไหมเวลาฉันอยู่กับเธอแบบนี้... ฉันไม่รู้สึกรีบเลย”

            เสียงของพีทดังขึ้นเบาๆขณะเอนหลังพิงม้านั่ง ใบหน้าเขาหันไปมองต้นไม้ที่ไหวตามลมเหมือนกำลังฝันกลางวัน

            อันนาหันไปมองเขาแวบหนึ่ง

            เธอเองก็รู้สึกเหมือนกัน—อยากอยู่กับเขาอย่างนี้นานๆไม่ต้องมีปลายทาง ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่ให้มีเขาอยู่ข้างๆ

            เธอมองใบหน้าเขาอย่างเงียบๆไม่ใช่เพราะพีทหล่อแบบที่สาวๆ มหา’ลัยกรี๊ดกันแต่เพราะใบหน้าที่แฝงด้วยความเรียบง่าย ความสบายใจ และ… ความกวนเล็กๆที่ทำให้เธอทั้งหงุดหงิดและยิ้มออกพร้อมกัน

            “แต่นายชอบทำให้ฉัน..."เธอเอ่ยด้วยนำ้เสียงแผ่วเบา

            พีท เลิกคิ้วยิ้มมุมปากแบบรู้ทัน

            “ชอบทำให้เธอ...อะไรนะ?”

            “หงุดหงิดไง”เธอหันมาพูดจบประโยคตรงๆ แต่สายตากลับไม่ได้โกรธจริงจัง

            พีทหัวเราะในลำคอ

            “หงุดหงิดแต่ชอบใช่ไหม??”

            อันนาสะบัดหน้าหนี

            “ใครจะไปชอบ!!!”เธอพยายามแสร้งตอบ แต่นั่นไม่ได้ตรงกับใจของเธอเลย

            พีทยกมือข้างที่ยังจับมือเธออยู่ขึ้นเล็กน้อย แล้วกระชับเบาๆ

            “เธอจะชอบหรือไม่ชอบไม่รู้แต่ฉันชอบนะ” เขาว่าพลางโน้มหน้าหล่อเข้มเข้ามาใกล้ๆจมูกเขาแทบจะชนกับแก้มเนียนใสของเธอ

            อันนากระพริบตาเร็วๆ เหมือนจะตั้งตัวไม่ทัน แล้วรีบเบือนหน้าหลบเขา

            เธอเม้มปากก่อนจะพูดเบาๆ ว่า

            “พีท...”เธอพูดเสียงต่ำ “เดี๋ยวมีคนเห็น” แก้มนุ่มเริ่มแดงระเรื่อ

            “ให้เขาเห็นสิจะได้รู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว” เขามองร่างบางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

            “ใคร...ใครเป็นของนายกันเล่า!”

            “ก็เธอไงคนที่นั่งข้างฉันตอนนี้ คนที่ฉันจับมืออยู่”      มือหนาก็ยังจับมือนุ่มของเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

            เธอพยายามดึงมือกลับแต่เขากลับกุมแน่นขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่นั้นมองเธอเหมือนเด็กที่หวงของรัก อันนาใจสั่นวูบวาบไปหมด แก้มแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่

            "ปล่อยได้แล้ว..."เธอบ่นอุบ หลบตาเขา

            "ไม่ปล่อย"เขาตอบสั้นๆ พร้อมโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอแทบหยุดหายใจ"อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นของใคร"

            พีท ยิ้มบางๆอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมคู่นั้นอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเขาก้มลงมองมือของพวกเขาที่ยังประสานกันแน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ

            อันนาเบือนหน้าหนีอีกครั้ง แต่คราวนี้ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อจนแทบซ่อนเอาไว้ไม่ไหวหัวใจของเธอเต้นแรงจนน่าอาย

            ...นี่เธอกับเขา...ทำเหมือนเป็นคู่รักกันจริงๆ หรือบางที... มันอาจจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

            แค่เธอกับเขา...ยังไม่พูดมันออกมาเท่านั้นเอง

            มือของเขาอุ่น...อบอุ่นจนเธอเองก็ไม่อยากดึงมันออกมาเลยด้วยซ้ำ

            พีทขยับปลายนิ้ว เกลี่ยหลังมือของเธอเบาๆ อย่างแผ่วละมุนเหมือนกำลังบอกโดยไม่ใช้คำพูดว่า—เธอสำคัญแค่ไหน

            “รู้ไหม...”เขาเอ่ยเสียงนุ่ม ลมหายใจของเขาอุ่นรินข้างแก้มเธอ “ฉันชอบเวลาที่เธออยู่ข้างๆแบบนี้”

            อันนาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่แสนหวานเอ่อล้นในอกจนเธอแทบห้ามไม่อยู่

            เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาเพราะกลัวว่าพอได้เห็นแววตานั้นแล้ว... เธอจะไม่มีแรงต้านทานอีกต่อไป

            เธอไม่พูดอะไรอีก…

            เพราะบางทีเธอเองก็ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หมดลงเช่นกัน

            เสียงเด็กหัวเราะเสียงจักรยานวิ่งผ่าน เสียงนกร้องไกลๆ

            เป็นแบ็กกราวนด์ที่หัวใจของใครบางคน เริ่มเปิดรับสิ่งใหม่อย่างเงียบงัน

            และเมื่อเงามืดเริ่มทอดยาวจากต้นไม้แสงแดดอ่อนเริ่มเปลี่ยนสีเป็นทองอบอุ่น

            เสียงลมหายใจของทั้งสองคนค่อยๆกลับมาเป็นปกติท่ามกลางบรรยากาศเงียบงันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยังไม่ถูกเอื้อนเอ่ย

            พีท ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือมาหาเธอ

            ฝ่ามือของเขาใหญ่และอบอุ่นเหมือนยื่นมอบทั้งการปกป้องและคำสัญญาเงียบๆ

            “ไปกันเถอะ...”เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            ดวงตาคมคู่นั้นมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนจนหัวใจเธอสั่นไหว

            อันนานั่งลังเลอยู่ชั่วขณะ...เธอยื่นมือไปวางลงบนมือของเขาอีกครั้ง

            สัมผัสอุ่นๆนั้นโอบรับมือของเธอแน่นขึ้นอย่างแผ่วเบา คล้ายจะบอกว่า—ไม่ว่าเธอจะก้าวไปที่ไหนเขาจะอยู่ข้างเธอเสมอ

            อันนายิ้มบางๆ... ยิ้มให้เขา ยิ้มให้กับตัวเอง

            จากนั้นก็ก้าวเดินเคียงข้างไปพร้อมเขา

            แค่สองคน...

            และหัวใจสองดวงที่กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันอย่างเงียบงัน

    คล้ายกับเรื่องเคมี(หัวใจ) กับ นายวายร้ายวิศวะไฟฟ้า (อ่านฟรีทั้งเรื่อง) ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604