Sea xx La-ongfong 1
สวัสดีวันที่แสนน่าเบื่อในความรู้สึก เมื่อไหร่อาจารย์ที่กำลังโม้เื่ตัวเองอยู่หน้าห้องจะปล่อยให้ฉันได้เป็อิสระสักทีก็ไม่รู้ ฉันทนนั่งเรียนในห้องมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ส่วนเพื่อนในกลุ่มตอนนี้ก็นั่งหลับกันไปหมดไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนกลุ่มอื่นที่นั่งกระจายกันไปทั่วห้อง
“โอ๊ะ อาจารย์ลืมไปเลยว่ามีประชุมต่อ งั้นวันนี้เราพอแค่นี้ก่อน เจอกันใหม่ชั่วโมงหน้า วันนี้ไม่มีงานนะนิสิต”
“ค่า” เหล่านิสิตที่ยังมีสติอยู่ขานรับเสียงเนือย
“เจอกัน ๆ ”
“ขอบคุณค่า/ครับ” คล้อยหลังอาจารย์คนสวยเดินออกจากห้องเรียน เพื่อน ๆ ในคลาสต่างรีบเก็บของกลับห้องกลับบ้านกัน วันนี้ชั้นปีเรามีเรียนรวมแค่วิชาเดียวเท่านั้น ไม่แปลกที่อาจารย์วิชานี้จะชอบสอนเลท เพื่อนฉันที่หลับตอนนี้ก็งัวเงียตื่นขึ้นมาบ้างแล้ว เราเป็แก๊งกลางห้องมีด้วยกันทั้งหมดก็เจ็ดคน มีฉัน แล้วก็เพื่อนอีกหกคน มี เตอร์ เทค กระวาน ซี ช้อย แล้วก็พลิ้ว ฉันช้อยและพลิ้วมาจากโรงเรียนเดียวกันพอเข้ามหาลัยก็มารู้จักคนที่เหลือตอนปีหนึ่ง ตอนนี้ปีสามแล้วล่ะครึ่งทางแล้ว เราเรียนคณะการจัดการด้วยกันสาขาเดียวกันด้วยนะ
“เพิ่งบ่ายสองเอง ไปหาอะไรกินกันปะ” กระวานชวนเราทุกคน ฉันเก็บของใส่กระเป๋าพร้อมกับปิดปากหาวเพราะง่วงนอน อยากกลับไปนอนที่ห้องจัง เรียนวิชาเดียวตอนสิบเอ็ดโมงเช้าเรียนสามชั่วโมง จากนั้นก็ว่าง นี่บางทีก็สงสัยฉันมาเรียนหรือมาทำอะไรก็ไม่รู้
“ไปไหม หรือใครมีนัด”
“ไม่มี ขอไปด้วย” ฉันบอกเพื่อน ๆ หยิบแว่นสายตามาสวมมือก็ยกแกะยางรัดผมออก เจ็บหนังหัวมาก รัดแน่นเหมือนข้าวแกงที่ตลาดเลย
“คนอื่นล่ะ”
“ไป” ซีตอบบ้าง พอซีตอบคนอื่น ๆ ก็ตกลงเรานัดแนะกันที่ร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่งที่เปิดั้แ่บ่ายโมงจนถึงเที่ยงคืน ก่อนไปช้อยก็โทรไปจองไว้แล้วเช่นเดียวกันกลัวว่าถ้าไปแล้วไม่มีโต๊ะจะเสียเวลา บอกหรือยังฉันเป็เด็กต่างจังหวัดที่บ้านทำนาแล้วก็มีสวนผลไม้ ที่ว่าทำนาไม่ใช่ทำเป็กิจจะลักษณะหรอกทำเพราะพ่ออยากเกี่ยวข้าว ่ไหนฉันกลับบ้านตรงที่พ่อจะเกี่ยวข้าวนะอยากจะโบกรถกลับกรุงเทพเลยล่ะ ฉันต้องไปนั่งเฝ้าพ่อรำเคียวก่อนเกี่ยวข้าว แม่ก็นั่งปรบมือชอบใจใหญ่ ส่วนพี่สาวฉันส่วนมากดูแลทุกอย่างของไร่ผลไม้ช่วยพ่อ และตรวจผลไม้ที่ต้องส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพื่อส่งออกไปนอกประเทศ
“จะไปด้วยกันไหม” ซี เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามระหว่างที่เรากำลังเดินออกนอกห้องเรียน คนอื่น ๆ ก็กำลังทยอยออกนอกห้อง ช้อยเดินเข้ามากอดคอฉันหลวม ๆ แล้วบอกให้ไปกับซีแล้วก็กระวาน ที่เหลือจะไปรถเทค แล้วฉันจะทำยังไงได้ล่ะนอกเสียจากตอบตกลง ฉันน่ะไปกับใครก็ได้ไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว มาอยู่ที่นี่ก็ไม่มีรถยนต์ขับหรอก มีแค่จักรยานปั่นเล่นแถวคอนโดแค่นั้นแหละ จะมาเรียนก็นั่งวินเพราะคอนโดที่พี่สาวฉันซื้อให้อยู่ใกล้กับมหาลัยเลยไม่ค่อยลำบากเวลาเดินทาง
“ฟองนั่งหน้าไหมวะ” กระวานเอ่ยถาม เมื่อเดินไปถึงรถของซีที่จอดอยู่ลานจอดรถข้าง ๆ คณะ ฟองหรือละอองฟอง คือชื่อของฉันเอง พ่อตั้งใจด้วยความตั้งใจ
“ไม่ ๆ แกนั่งเลย เรานั่งหลังได้” กระวานพยักหน้ารับ เปิดประตูให้ฉันได้เข้าไปนั่งด้านหลังส่วนตัวเองนั่งที่เบาะด้านหน้าคู่คนขับ เพื่อนผู้ชายในกลุ่มก็จะมีกระวาน ซี เทค แล้วก็เตอร์ หนุ่มหล่อหน้าตาดีไปไหนทีสาว ๆ ติดตรึม แต่ไม่ยักจะเห็นพวกนี้มองสาว ๆ เลยนะ ไปร้านเหล้าก็ดื่มกันอยู่แค่นั้น เอ๊ะ หรือจะแอบมีกันหมดแล้วไม่ยอมบอกเพื่อนบอกฝูงก็เป็ไปได้ แน่ ๆ เลย พวกนี้มันต้องแอบมีแฟนแล้วแน่ ๆ ไม่ได้การละ พวกนี้มีแฟนฉันเองก็อยากมีเหมือนกันนะ แต่พอมีคนคุยทีไรมันก็ไม่โอเคทุกทีเลย มันน่ารำคาญยังไงไม่รู้ คุยนานสุดสองสัปดาห์จากนั้นก็บ้ายบายจ้าพ่อหนุ่ม
“อ้าว ฟองไม่นั่งหน้าล่ะ” เ้าของรถอย่างซีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งด้านหน้าเป็กระวาน
“ไม่ ๆ เรานั่งนี่แหละเราอยากจะนอน”
“ข้างหน้าไม่สบายกว่าเหรอ” ซียังถามต่อ เอี้ยวตัวกลับมามอง แขนยาว ๆ ยื่นไปหยิบหมอนโยนมาทางฉัน แต่มันโดนหน้าฉันเต็ม ๆ เลยอะเจ็บด้วย
“มันเจ็บนะ!”
“อย่าเสียงดัง” ว่าแล้วมันก็ดุฉันเสียงเข้ม ฉันเลยหุบปากฉับทันทีที่ได้ยินแบบนั้น มันน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะซีน่ะ มีคนกล้าต่อกลอนกับมันก็แค่ช้อยแล้วก็พลิ้วแค่นั้นแหละ ฉันน่ะเหรอปัดทิ้งเลยกล้ามากสุดคือแกล้งเตอร์กับเทค เพราะสองคนนั้นก็ชอบแกล้งฉันบ่อย ๆ แต่กับกระวานและซีฉันถูกสองคนนี้เทคแคร์เป็เด็กน้อยเลยเวลา ทำอะไรทีก็โดนดุฉันเลยไม่ค่อยกล้าเล่นกับทั้งสองคน แต่ว่า ทั้งสองคนก็เป็เพื่อนที่ดีมาก ๆ เลยนะ อย่าไปว่าเชียว
“เออ มึงเห็นโปรร้านนั้นยัง ที่กูส่งให้ในกลุ่ม” กลุ่มนั้นไม่มีฉันอยู่หรอก เราจะมีกลุ่มรวมเจ็ดคน แล้วก็กลุ่มหนุ่ม ๆ แยกไปอีกกลุ่ม แล้วก็กลุ่มสาว ๆ อย่างพวกฉันซึ่งประกอบไปด้วย ช้อย พลิ้ว แล้วก็ฉัน หนุ่ม ๆ ก็มี เตอร์ เทค ซี แล้วก็กระวาน
“เห็นแล้ว ลงชวนดูสิเผื่ออยากไปด้วย”
“ค่อยชวนที่ร้านแล้วกัน น้องคนนั้นเป็ไงเห็นตามจีบมึงอยู่” ฉันขยับตุ๊กตามานอนซบหลับตาเบา ๆ ไม่ได้อยากฟังหนุ่ม ๆ คุยเื่สาว ๆ ของพวกเขาหรอกนะ โตกันแล้วไม่ยุ่งเื่ของเพื่อนค่ะถ้าเพื่อนไม่บอก แต่เหมือนความตั้งใจของฉันจะฟังลงเมื่อโทรศัพท์ฉันมีสายเรียกเข้า มองชื่อไลน์ที่โทรเข้ามาก็หลุดขำทันที ฉันล้วงหาหูฟังมาเสียบที่โทรศัพท์แล้วรับสายพ่อที่โทรเข้ามา
“จ้าพ่อ”
(ทำอะไรอยู่น่ะ) เสียงพ่อเอ่ยถามพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม ด้านหลังที่เห็นบ่งบอกได้ว่าพ่ออยู่ที่สำนักงานของไร่
“เรียนเพิ่งเสร็จ กำลังออกไปหาอะไรทาน พ่อทำอะไรอยู่ทำไมยิ้มแบบนั้น” ฉันตอบคำถามพ่อเสร็จก็เอ่ยถามกลับทันที เพราะรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของพ่อทำให้ฉันเริ่มจะสงสัย
(เดือนหน้าพ่อเกี่ยวข้าว) พ่อเฉลยในที่สุด
“พ่อ ขอร้องค่ะ ปีที่แล้วหนูเมาก่อนพ่อเกี่ยวข้าวเสร็จอะ” จริง ๆ นะ ตอนที่พ่อกำลังสนุกกับการรำเคียวเกี่ยวข้าวและชาวบ้านคนอื่น ๆ ฉันกับแม่นั่งอยู่บนพื้นดินปูเสื่อกัน เสื่อผืนข้าง ๆ เป็เป็คนงานที่มาให้กำลังใจพ่อ วันนั้นที่ไร่จะหยุดหมดและมาสนุกด้วยกันมีดื่มมีทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่ฉันกับพี่เขยดื่มกันั้แ่สาย ๆ อะ คิดดูแล้วพ่อฉันกว่าจะรำเสร็จฉันเมาหลับก่อนตลอด
(ปีนี้หนูก็อย่าดื่มเยอะสิ ไม่รู้ล่ะเดือนหน้ามาหาพ่อด้วย)
“พ่อคะ ไม่เอาสิเดือนหน้าเผื่อมีสอบ”
(ไม่มี ทุกทีหนูก็ว่าง พ่อวางแล้วนะลูกรีบหาลูกเขยมาฝากพ่อด้วยเข้าใจไหม บายลูกรัก) พูดเอง เออออเอง จบประโยคเองอย่างน่ารักพ่อฉัน ฉันนี่แทบกุมขยับ ถามว่ากลับได้ไหมก็กลับได้ แต่ฉันก็เหนื่อยอะกลับเองทีไรฉันปวดหลังตลอดเลยกว่าจะถึง พี่ดาวจะมารับฉันก็เกรงใจเลยต้องกลับเองแทน เฮ้อ เอาไว้ใกล้ถึงวันค่อยกลับก็ได้ พอวางสายจากพ่อเราก็ถึงร้านปิ้งย่างพอดี กระวานลงจากรถเป็คนแรกส่วนฉันก่อนลงจากรถไม่ลืมเอ่ยขอบคุณซีที่ให้ติดรถมาด้วย ฉันรีบเดินไปรวมกับกลุ่มเพื่อนทันที
“จองโต๊ะแล้วล่ะ ที่เดิมเลย” ช้อยบอก พวกเราทุกคนจึงเดินตามช้อยไปยังโต๊ะที่เราได้ทำการจองไว้ ฉันนั่งที่เก้าอี้ตัวด้านในสุดเพราะถนัดซ้ายเลยกลัวจะทำให้เพื่อนรำคาญตอนคีบนั่นตักนี่ เวลาไปทานข้าวด้วยกันฉันจะรีบเลือกที่นั่งก่อนตลอด เพื่อนเองก็รู้ว่าฉันจะเลือกก่อนเพราะอะไร พวกนี้น่ะอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วบอกเลย
“สั่งเลย ๆ เครื่องดื่มใครจะเอาบ้าง” พลิ้วถามหลังจากหยิบใบเมนูมาเตรียมขีด
“เราเอาน้ำอัดลม ๆ ” ฉันยกมือบอกเพื่อน
“น้ำเปล่า” คนข้าง ๆ ฉันตอบบ้าง ซีนั่นแหละ
“คนอื่นล่ะ”
“เหมือนสองคนนั้นเลย เอามาทั้งน้ำเปล่าแล้วก็น้ำอัดลม” กระวานบอก ส่วนอาหารจำพวกหมูเราเลือกในใบเมนูแล้วและพนักงานจะเอามาให้ ส่วนซีฟู้ดให้เดินไปเลือกที่โซนของทางร้านจัดไว้ให้ ฉันอยากจะปะทะกับกุ้งและหมึกมากตั้งใจจะลุกขึ้นเดินไปเลือก ซีก็ขยับลุกขึ้นและเดินนำฉันออกไปก่อน ทำอะไรปุบปับจริงผู้ชายคนนั้น ฉันเดินไปหยิบที่คีบและถาดใบใหญ่เพื่อใส่กุ้งจากนั้นก็เดินไปตักหมึกที่อยู่ในตู้แช่แข็ง แต่ว่ากุ้งน่ะสิ น้องยังว่ายดุ๊กดิ๊ก ๆ ในตู้อยู่เลย
“เอากลับโต๊ะให้หน่อย เดี๋ยวเอากุ้งไปให้” ซีเดินเข้ามาใกล้บอกเสียงเบา ยื่นถาดใส่หมึกและหอยมาให้ฉันถือ
“ขอเยอะหน่อยนะเราหิวอะ”
“อือ” พูดน้อยเสียจริง ไปละ เพื่อนบอกจะเอาไปให้เอง ฉันเดินกลับโต๊ะอย่างอารมณ์ดี เพื่อนคนอื่น ๆ ก็เพิ่งจะย่างเริ่มเอาหมูขึ้นย่างในกระทะแล้ว ไปถึงก็วางถาดของซีลงบนโต๊ะฉันคีบนั่นตักนี่ใส่เตาแล้วย่างรอกุ้ง เมื่อซีเดินกลับมาฉันก็เอากุ้งไปย่างทันที มื้อนี้ฉันจะทานให้คุ้มเลย
“เออได้ยินเพื่อนคุยกันว่ามีคนย้ายมาใหม่อะ เห็นว่ามาจากต่างประเทศ” พลิ้วเปิดเื่สนทนา
“ย้ายเหรอ? เขามาวันไหนอะ”
“เห็นว่ามาแล้วนะพรุ่งนี้น่าจะได้เจอ”
“สวยปะ” เสียงทะเล้นของเตอร์ดังขึ้นทำเอาช้อยหันไปดุทันที เตอร์หัวเราะลั่นไม่ได้โกรธช้อยที่ดุตัวเองไปแบบนั้น ระหว่างทานฉันก็คุยกับเพื่อนบ้างเม้าส์บ้างกระทั่งหนุ่ม ๆ อิ่มและนั่งเล่นเกมรอพวกฉัน
“เออมีร้านเปิดใหม่ที่หลังม.อะ มีโปรด้วยอยากไปกันไหม” กระวานถามพวกฉันทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ ยกเว้นซีที่นั่งย่างและแกะกุ้งมาใส่จานให้ฉัน
“อยากสิ ขอไปด้วยได้ปะ” พลิ้วรีบตอบ แต่ก็ยังเกรงใจ เพราะบางทีหนุ่ม ๆ ก็คงอยากไปด้วยกันเอง
“ไปด้วยกัน นี่ก็มาชวนรอไปพร้อมกัน” กระวานตอบ
“วันศุกร์ได้ปะ พรุ่งนี้เรียนบ่ายก็จริงแต่อยากพัก ของเป็มะรืนได้ไหมเรียนแปดโมงก็เสร็จแต่ว่างยาวเลย” เทคเสนอ ฉันพยักหน้าเห็นด้วย วันศุกร์เรามีเรียนแปดโมงเช้าแล้วก็ว่างยาวเลย เสาร์อาทิตย์ไม่มีเรียนด้วยทางสะดวกแล้วแม่!
“ได้ตามนั้นเลย มีใครเอาของหวานปะ อยากกินทับทิมกรอบแต่กลัวกินไม่หมด” เตอร์ถามในท้ายประโยค ฉันยกมือเป็การบอกว่าจะทานด้วยแต่เพราะหมูสามชั้นกรอบ ๆ มันเต็มปากไปหมดเลยทำได้แค่ยกมือบอกเท่านั้น
“รู้หรือยังทำไมมันไม่ยอมมีแฟน” ช้อยหันไปมองพลิ้วแล้วหัวเราะอย่างพอใจที่เห็นฉันเป็แบบนี้
“อะไร อย่ามาแซว”
“ฮา ๆ ๆ ตลกหน้าว่ะ เอาให้คุ้มเลยวันนี้” ช้อยคีบเบคอนย่างมาใส่จานให้ ฉันไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะฉันชอบกินของอร่อย อะไรอร่อยเอามาให้ฉันได้เลยค่ะฉันไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
“โหซี มึงมาแค่นี้รูปมึงเต็มเพจเลยวะ”
“เหรอ? ช่างเถอะ แค่ไม่เข้ามารุกล้ำก็พอแล้ว”
“พ่อพระชิบหาย”
“มีคนชิปมันกับไอ้ฟองด้วยนะ กูเข้าไปดูแท็กบ่อย ๆ น่ารักชิบหายเลยว่ะ”
“พูดมาก ถ้ายังไม่อิ่มก็เดินไปหาอะไรมากระแทกปากนู่น” ซีดุเพื่อน ฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว เพราะขนาดซีเองก็ไม่ได้สนใจ มันไม่มีผลกระทบอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่นาคงไม่เป็อะไรหรอก
“อิ่มอะ” ฉันเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้หลังจากทานจนอิ่ม เพื่อสองคนหัวเราะชอบใจที่ฉันอิ่มจนพุงกาง
“พอใจแล้ววันนี้ เห็นลูกน้อยของฉันกินอิ่ม” ช้อยยิ้มชอบใจ มันน่ะมองฉันฟิลเตอร์ลูกน้อยจริง ๆ นะ เหมือนมันประทับร่างแม่เวลาอยู่กับฉันตลอดเลย
“กลับไปนอนกันปะ ง่วงมากเลย” ฉันชวนเพื่อน คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย พอจ่ายเงินกันเสร็จซีก็เป็ฝ่ายมาส่งที่คอนโด กระวานขอกลับเองเพราะมีธุระต่อที่เหลือก็กลับกับเทคเพราะทางเดียวกันอยู่แล้ว ระหว่างเดินทางกลับซีก็เงียบ ฉันเองก็เงียบ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครชวนใครคุยอะไร ฉันไม่รู้จะชวนคุยเื่อะไรนี่นาที่คุยกันอยู่ร้านก็เยอะแล้วตอนนี้เลยอยากเงียบมากกว่า
“อยากแวะไหนก่อนไหม” กระทั่งซีเอ่ยถามออกมาในที่สุด มันก็คำถามทั่วไปนั่นแหละ ไม่มีอะไรพิเศษ
“ไม่มี ๆ ที่จริงแกส่งเราตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้า....” ฉันพูดยังไม่ทันขาดคำรถที่นั่งมาก็ขับผ่านป้ายรถเมล์ที่ฉันเพิ่งเอ่ยถึงไป
“กลับเองอันตราย” จ้า เข้าใจแล้วจ๊ะพ่อ ไม่กลับเองแล้วจ้า
ฉันอดที่จะประชดเขาไม่ได้จริง ๆ นิ่ง เงียบ แค่ก็เทคแคร์ตลอดนี่คงเป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ทั้งเพื่อนและคนอื่น ๆ ชอบแซวฉันกับเขา ไหนจะเื่แท็กคู่ชิปนั่นอีก แต่ที่จริงเท่าที่ดูเขาก็เทคแคร์เพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยนะ เพียงแต่เพราะเขาอยู่ข้างฉันมากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งเลยกลายเป็ว่าเื่ที่เขาเทคแคร์ฉันมันเด่นกว่าคนอื่นแค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรจริง ๆ หน้าตาหล่อ ๆ แบบซีมีแฟนแล้วแน่ ๆ ไม่ก็มีคนคุยแล้วเชื่อฉันสิ เขาไม่มายุ่งกับคนหน้าตาธรรมดาแบบฉันหรอก อย่ามาทำให้ฉันหวั่นไหวหรือไขว้เขวอะไรเลยนะขอร้อง
====
กราบสวัสดีนักอ่านทุกท่าน เื่นี้มีนิยายว่า ถ้าไม่คาดหวัง เราจะไม่ผิดหวัง ข่อมค่า ไหว่ย่อ