ซึ่งกว่าที่ โอดีน จะพา วรกานต์ ออกมาจากห้องน้ำได้ก็ปาเข้าไปบ่ายแก่ๆ แล้ว ซึ่งหญิงสาวหมดแล้วซึ่งเรี่ยวแรงที่มี และระบมไปหมดทั้งตัวเลยก็ว่าได้ แต่ถึงแม้จะระบมก็มีความสุขซาบซ่านปนอยู่ด้วย ซึ่งจริงๆ วรกานต์ จะร้องคัดค้านชายหนุ่มให้หยุดลงก็ได้ แต่ก็ไม่ทำเพราะอยากให้ชายหนุ่มดำเนินการต่อให้จบอย่างที่เคยๆ กันมา แต่ก็แง่งอนชายหนุ่มที่ไม่ยอมฟังที่เธอพูดั้แ่แรก
“อย่างอนกันเลยนะทูนหัว ก็ผมอดใจไว้ไม่ไหวจริงๆ นี้” โอดีน กล่าวกระเซ้าง้องอนคนตัวเล็ก ที่เขาอุ้มพาออกมาจากในห้องน้ำ มาวางนั่งลงบนเตียงนอนคิงไซส์
“เดี๋ยวแต่งตัวแล้วเราออกไปหาอะไรอร่อยทานกันนะ และพรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวชมให้ทั่วกรุงโรมเลยโอเคไหม?” โอดีน กล่าวอย่างเอาใจ เพื่อไม่ให้สาวเ้าแง่งอนนาน แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกแคร์ ความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้ามากขนาดนี้ด้วยนะ เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเองเลยจริงๆ
“จริงนะคะ?” วรกานต์ หันมามองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า พร้อมกับทำตาโต ส่งยิ้มหวานให้
“จริงสิ คุณอยากไปดูอะไรที่ไหน ผมจะพาไปทุกทีเลย” โอดีน กล่าวยิ้มๆ และยังเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับยิ้มหวานๆ ของสาวเ้านั้นเข้าเต็มเปา
“งั้นไม่งอนแล้วก็ได้ค่ะ ฉันหิวแล้ว จะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้วในตอนนี้ ถ้าไงฉันไปแต่งตัวก่อนก็แล้วกันนะคะ” วรกานต์ ว่าพร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ จากการนั่ง แล้วเดินเข้าห้องแต่งตัวไปสวมเสื้อผ้าเพื่อออกไปทานข้าว ซึ่งมีสายตาของคนตัวโตมองตามไปอย่างเป็ห่วงและอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
และเมื่อ วรกานต์ แต่งตัวเสร็จก็มานั่งคอยชายหนุ่มที่เตียงนอน ซึ่ง โอดีน ได้สวมเสื้อเชิ้ต และกางเกงเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเลยสักเม็ด เดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่นั่งรออยู่บนเตียงนอนอย่างวาดหวังอะไรบางอย่าง
“ติดกระดุมให้หน่อยสิ แม่กระต่ายน้อยของผม” โอดีน เอ่ยบอก วรกานต์ ออกไปให้ช่วยติดกระดุมให้ พร้อมกับยิ้มเ้าเล่ห์ส่งให้
“ติดเองไม่เป็หรือไง มือก็มีตั้งสองมือ ไม่ได้พิกลพิการสักหน่อย” วรกานต์ บ่นพึมพำออกมาเป็ภาษาไทยเบาๆ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มฟังแล้วไม่เข้าใจ
“คุณว่าอะไรนะ ผมฟังไม่เข้าใจ ขอเป็ภาษาอังกฤษได้ไหม?” โอดีน เอ่ยถามออกไปอย่างงงๆ สงสัย เพราะไม่เข้าใจกับภาษาไทยที่สาวเ้ากล่าวออกมาจริงๆ
“ฉันก็แค่บอกว่า เดี๋ยวจะติดกระดุมให้เป็อย่างดี ทุกเม็ดเลยเ้าค่ะ” วรกานต์ กล่าวยิ้มๆ หน้าเป็ส่งให้ชายหนุ่ม ซึ่งเป็การดีที่ชายหนุ่มฟังภาษาไทยไม่รู้เื่ ดังนั้น เวลาที่จะว่าหรือบ่นเขาออกไป เธอก็จะพูดเป็ภาษาไทยนี้แหละ ช่างดีอะไรอย่างนี้ ดีที่สุดเลย
“ถ้าพูดได้อย่างนั้นก็ดี แต่อย่าให้รู้นะว่าพูดไปในทางที่ไม่ดี หากผมรู้ ผมจะลงโทษให้คุณไม่ได้ลงจากเตียงสามวันสามคืนแน่ ทูนหัว” โอดีน ข่มขู่หญิงสาวออกไป
“คนบ้าเนี้ย ชอบขู่อยู่ได้ ทราบแล้วเ้าค่ะ เ้านาย” วรกานต์ กล่าวขึ้นอย่างประชดประชนคนตัวโตที่อะไรๆ ก็เอาแต่ชอบขู่อยู่ร่ำไป
“ดีมากครับ ถ้างั้นเราไปกันเลยนะ แล้วคุณเดินไหวไหมล่ะนั้น ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมจะอุ้มไปเอง” โอดีน กล่าวขึ้นอย่างเป็ห่วงเป็ใย กลัวว่าสาวเ้าจะเดินไม่ไหวเพราะอาการเจ็บระบมไปทั่วทั้งตัว ที่ตัวเองได้เป็ผู้กระทำ
“ดะ ได้สิค่ะ ฉันเดินไหวอยู่แล้วน่า” วรากานต์ กล่าวแบบรวดเร็วราวกับจรวด เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะทำการอุ้มเธอลงไปขึ้นรถข้างล่าง ตามที่พูดออกมาจริงๆ
“โอเค! งั้นเราไปกันเลย” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยื่นมือใหญ่ไปจับมือเรียวเล็กไว้ แล้วพาเดินออกจากห้องลงไปข้างล่าง ที่บอดี้การ์ดของเขาได้นำรถมาจอดรออยู่หน้าตึกอยู่ก่อนแล้ว
๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘๘