ความเย็นเยียบจากแผ่นกระเบื้องหินอ่อนไม่ได้เสี้ยวของความเหน็บหนาวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจของมินตรา ั์ตาสีรัตติกาลของอาชวินที่สะท้อนผ่านกระจกเงา วาววับและจับจ้องมาอย่างคาดคั้น ฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับอยู่บนหน้าท้องแบนราบของเธอแผ่ไอร้อนระอุจนทะลุผ่านเนื้อผ้า มันเป็ััที่ทำให้ลมหายใจของเด็กสาวสะดุดกึก ราวกับเขาสามารถมองทะลุเข้าไปเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
*‘เดือนนี้... ประจำเดือนเธอมาหรือยัง มินตรา?’*
คำถามนั้นดังก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท สมองของมินตราประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณความเป็แม่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นสั่งให้เธอต้องเอาตัวรอด ต้องปกป้องชีวิตดวงน้อยนี้ให้พ้นจากเงื้อมมือของปีศาจร้ายที่ขู่จะพรากลมหายใจของมันไป
“ม...มาแล้วค่ะ” มินตราเค้นเสียงตอบผ่านลำคอที่ตีบตัน พยายามบังคับแววตาไม่ให้หลบสายตาเขาในกระจก “มันเพิ่งมา... เมื่อเช้ามืดนี้เอง”
คิ้วเข้มของอาชวินเลิกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ได้ขยับฝ่ามือออก ทว่ากลับเพิ่มแรงกดลงบนหน้าท้องน้อยของเธอเบาๆ “งั้นเหรอ? แล้วทำไมถึงอ้วกจนหน้าซีดเป็ไก่ต้มขนาดนี้ ปวดหัว เป็โรคกระเพาะ แล้วยังมาปวดเมนส์พร้อมกัน... ร่างกายเธอจะอ่อนแอเกินไปแล้วมั้ง”
“ฉันปวดท้องมาก... ร่างกายมันเลยรวนไปหมด” เธอกัดริมฝีปากล่างจนห้อเื แสร้งงอตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเ็ป “ฮึก... ปล่อยเถอะค่ะ ฉันอยากไปนอนพัก”
อาชวินหรี่ตามองปฏิกิริยานั้นอย่างจับผิด ความระแวงในใจของเขายังไม่ดับมอดลงง่ายๆ มือหนาที่เคยวางอยู่บนหน้าท้องเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้าและจงใจ ลูบผ่านหน้าขาเนียนที่สั่นสะท้าน
มินตราเบิกตากว้าง ร่างกายเกร็งทื่อ มือเล็กทั้งสองข้างตะปบเข้าที่ข้อมือของเขาอย่างแรงเพื่อหยุดยั้งการรุกล้ำ หากเขาััลึกลงไปกว่านี้ เขาจะต้องรู้แน่ว่าเธอโกหก ไม่มีร่องรอยของสิ่งที่เธอแอบอ้างอยู่เลย!
“อย่าค่ะ... คุณคินน์ ฉันสกปรก” เธอเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวรื้นขึ้นมาจริงๆ “ฉันปวดท้อง... ขอร้องล่ะค่ะ”
แววตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและหวาดกลัวสุดขีดของมินตรา ทำให้อาชวินชะงักฝีมือ เขาตีความความตื่นตระหนกนั้นว่าเธอคงอับอายและปวดท้องอย่างที่ปากว่าจริงๆ ชายหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจ ยอมชักมือกลับมาล้วงกระเป๋ากางเกงตามเดิม ลึกๆ ในอกของเขากระตุกวูบด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก... มันคล้ายกับความโล่งใจที่รู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่ก็เจือปนไปด้วยความว่างเปล่าอย่างประหลาด
“สำออยเก่งนักนะ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่กลับช้อนร่างบอบบางที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นอุ้มในท่าเ้าสาวอย่างง่ายดาย
มินตราร้องอุทานเบาๆ สองแขนเรียวตวัดคล้องลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ อาชวินไม่ได้พูดอะไรอีก เขาอุ้มเธอเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปวางลงบนเตียงคิงไซส์อย่างระมัดระวังผิดวิสัย ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้จนถึงหน้าอก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
เด็กสาวถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้ม เธอรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด แต่คำโกหกนี้จะซื้อเวลาให้เธอได้อีกกี่สัปดาห์กัน? หน้าท้องของเธอจะต้องขยายใหญ่ขึ้น อาการแพ้ท้องจะต้องชัดเจนขึ้น... สักวันเขาต้องจับได้ และเมื่อวันนั้นมาถึง โทสะของเขาคงเผาทำลายเธอจนไม่เหลือซาก
สิบนาทีต่อมา บานประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง
อาชวินเดินกลับเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าน้ำร้อนในมือ เขาก้าวมาหยุดอยู่ข้างเตียง เลิกผ้าห่มของมินตราออกเล็กน้อย แล้ววางกระเป๋าน้ำร้อนอุ่นๆ ลงบนหน้าท้องน้อยของเธออย่างแ่เบา
มินตราเบิกตากว้าง มองการกระทำนั้นด้วยความตกตะลึง ความอบอุ่นจากกระเป๋าน้ำร้อนแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อ บรรเทาอาการมวนท้องได้อย่างน่าประหลาด แต่มันไม่น่าใเท่ากับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ กำลังยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนแสงลง
“ประคบซะ จะได้เลิกทำหน้าเหมือนจะตายให้ฉันรำคาญตา” เขาพึมพำเสียงห้วน พยายามรักษาฟอร์มความร้ายกาจเอาไว้
มือเล็กของมินตราเลื่อนขึ้นไปกุมกระเป๋าน้ำร้อน ปลายนิ้วของเธอเผลอไปแตะเข้ากับหลังมือของเขาที่ยังไม่ได้ชักกลับ ััที่ปลายนิ้วนั้นร้อนผ่าว อาชวินไม่ได้สะบัดมือหนี เขากลับพลิกฝ่ามือขึ้นมาสอดประสานเข้ากับนิ้วเล็กๆ ของเธอ บีบกระชับเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะดึงมือกลับไปล้วงกระเป๋ากางเกง
“ข...ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำเสียงแ่ ก้มหน้าหลบสายตาที่เริ่มทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ความย้อนแย้งของผู้ชายคนนี้กำลังทำให้มินตราแทบเป็บ้า เขาคือปีศาจที่เพิ่งขู่จะพรากลูกไปจากเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือคนที่นำความอบอุ่นมาประคบประหงมสายเืของตัวเองที่กำลังเติบโตอยู่ภายในโดยที่ไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดตีรวนขึ้นมาในอกจนเธออยากจะร้องไห้
---
่บ่ายของวันเดียวกัน
สายฝนยังคงโปรยปรายอยู่ด้านนอก ทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ดูเงียบเหงาและเย็นเยียบ อาชวินไม่ได้เข้าบริษัท เขาเลือกที่จะหอบแฟ้มเอกสารกลับมาทำงานที่ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง โดยออกคำสั่งเด็ดขาดให้มินตราซึ่งไม่มีคลาสเรียนในวันนี้ เข้ามา ‘รับใช้’ เขาอยู่ข้างๆ
มินตราในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงวอร์มขายาว ยกแก้วกาแฟดำร้อนๆ เข้ามาวางบนโต๊ะทำงานไม้สักทอง อาชวินละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป กวาดมองร่างเล็กที่ดูจืดชืดแต่กลับดึงดูดสายตาเขาได้อย่างน่าประหลาด
“ชงกาแฟจืดชืดเหมือนหน้าตาเธอไม่มีผิด” เขาติเตียนเสียงเรียบ แต่กลับยกแก้วขึ้นจิบจนพร่องไปเกือบครึ่ง
“งั้นฉันจะไปชงมาให้ใหม่ค่ะ” มินตราเตรียมจะหมุนตัวกลับ
“ไม่ต้อง”
มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ ก่อนจะออกแรงกระตุกเพียงนิด ร่างบอบบางก็เสียหลักลอยหวือไปตกแหมะอยู่บนตักกว้างของเขา มินตราร้องอุทานด้วยความใ สองมือยันแผงอกของเขาไว้แน่น พยายามจะลุกขึ้น แต่ท่อนแขนแกร่งกลับตวัดรัดเอวคอดของเธอไว้แน่นราวกับปลอกคอเหล็ก
“คุณคินน์... ปล่อยค่ะ ฉันจะไปอ่านหนังสือ” เธอประท้วง พยายามเบี่ยงใบหน้าหลบเมื่อจมูกโด่งสันของเขาซุกไซ้เข้ามาที่ลาดไหล่
“อยู่เงียบๆ เป็ตุ๊กตาให้ฉันกอดสักชั่วโมง มันจะตายหรือไง” อาชวินกดเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดซอกคอ “อำนาจบริหารทั้งหมดตกมาอยู่ที่ฉัน หุ้นบริษัทกำลังแกว่งเพราะข่าวพ่อป่วย ฉันเครียดจนหัวจะะเิอยู่แล้ว... ให้ฉันชาร์จแบตหน่อย”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนฟอร์มจัด ทำเอามินตราหยุดดิ้นรน เธอััได้ถึงความตึงเครียดของกล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตของเขา อาชวินรั้งร่างเธอให้พิงอกกว้าง วางคางเกยบนไหล่บางของเธอ ส่วนมือสองข้างก็เอื้อมผ่านตัวเธอไปพิมพ์งานบนแล็ปท็อปต่อ
มันเป็ความสุขหลอกๆ ที่แสนอันตราย มินตรานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนตักของเขา ััได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็จังหวะเดียวกัน กลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นกาแฟของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ท่ามกลางเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังก๊อกแก๊ก อาชวินมักจะเผลอละสายตาจากจอมาสูดดมความหอมจากกลุ่มผมของเธอเป็ระยะ
“ตัวเธอหอมแปลกๆ นะ่นี้” เขาพึมพำขณะกดจมูกลงบนเรือนผมของเธอ “หอมอ่อนๆ... เหมือนกลิ่นเด็ก”
ประโยคนั้นทำให้เืในกายมินตราเย็นเฉียบ หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คนท้องมักจะมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและทำให้กลิ่นตัวเปลี่ยนไป เธอพยายามใช้สบู่เด็กเพื่อลดอาการแพ้ท้องคลื่นไส้กลิ่นน้ำหอมผู้ใหญ่ แต่ไม่คิดว่าประสาทััของเขาจะเฉียบคมขนาดนี้
“ฉ...ฉันเพิ่งเปลี่ยนครีมอาบน้ำค่ะ อันเก่ามันหมด” เธอรีบหาข้ออ้าง มือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ
อาชวินไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือข้างหนึ่งที่ละจากคีย์บอร์ดเลื่อนมาวางทาบลงบนหน้าท้องของเธออีกครั้งอย่างเคยชิน ััอุ่นๆ ของเขาลูบไล้ไปมาเบาๆ ราวกับกำลังขับกล่อมสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใน
มินตราน้ำตาเอ่อคลอเบ้า หากวันหนึ่งข้างหน้า... วันที่ลูกเกิดมา แล้วได้อยู่ในอ้อมกอดของพ่อที่อบอุ่นแบบนี้ มันจะดีแค่ไหนกันนะ? ภาพฝันครอบครัวที่สมบูรณ์แบบผุดขึ้นมาในหัว แต่เธอก็ต้องรีบปัดมันทิ้งไปอย่างโหดร้าย ความจริงคือเขาจะไม่มีวันยอมรับเด็กคนนี้ และทันทีที่เขารู้ เขาจะเปลี่ยนจากอ้อมกอดนี้เป็กรงเล็บที่ฉีกกระชากเธอเป็ชิ้นๆ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันและภาพฝันอันเปราะบางจนแตกสลาย มินตราสะดุ้งสุดตัว เตรียมจะลุกจากตัก แต่อาชวินกลับกดเอวเธอไว้
“ใคร” เขาะโถามเสียงห้วนด้วยความขัดใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ดิฉันเองค่ะคุณคินน์” เสียงของหัวหน้าแม่บ้านดังลอดเข้ามา “คุณรินมาขอพบค่ะ เธอแจ้งว่านำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการร่วมลงทุนมาให้คุณคินน์ดูด้วยตัวเอง ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับแขกด้านล่างค่ะ”
ชื่อของ ‘ริน’ เหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงมาดับไออุ่นทั้งหมด มินตราตัวสั่นสะท้าน เธอััได้ทันทีว่ากล้ามเนื้อของชายหนุ่มที่โอบกอดเธออยู่แข็งเกร็งขึ้น บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดและเยือกเย็น
อาชวินละมือจากเอวของเธอ ดันร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากตักอย่างรวดเร็วจนมินตราเกือบเสียหลัก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อย และคว้าเสื้อสูทมาสวมทับ หน้ากากของทายาทนักธุรกิจผู้ไร้หัวใจถูกสวมกลับเข้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ
มินตรายืนก้มหน้า มือสองข้างบีบเข้าหากันแน่น ความน้อยเนื้อต่ำใจตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย เมื่อกี้เธอยังเป็ที่พักพิงให้เขาชาร์จพลัง แต่พอตัวจริงของเขามา เธอก็ถูกปัดทิ้งราวกับไร้ค่า
“กลับไปที่ห้องของเธอซะ” อาชวินสั่งเสียงเฉียบขาด ั์ตาสีรัตติกาลมองเธอด้วยความเ็า “แล้วล็อกประตูให้เรียบร้อย อย่าเสนอหน้าลงไปข้างล่างจนกว่ารินจะกลับ... รินเป็คนเ้าระเบียบ ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฝุ่นหรืออะไรที่มันดูเกะกะสายตาในบ้านฉัน”
คำว่า ‘ฝุ่น’ และ ‘เกะกะสายตา’ กรีดลึกลงไปในหัวใจของมินตราจนเืซิบ เขาไม่ได้กำลังปกป้องเธอ แต่เขากำลังซ่อนความลับที่น่าอับอายนี้ไว้ไม่ให้คู่ควงระดับไฮโซของเขาต้องระคายเคืองตา
“ค่ะ... ฉันเข้าใจแล้ว” มินตราเค้นเสียงตอบ ลำคอเจ็บร้าวไปหมด
เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานสวนทางกับเขา อาชวินเดินลงบันไดไปต้อนรับแขกคนสำคัญด้วยรอยยิ้มและท่าทีที่สง่างาม ในขณะที่มินตราต้องเดินกลับเข้าไปซ่อนตัวในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เป็กรงขังของเธอ
มินตราทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตูที่ถูกล็อกแ่า เสียงหัวเราะต่อกระซิกของคุณรินและเสียงทุ้มต่ำของอาชวินที่ดังแว่วมาจากชั้นล่าง คล้ายกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเธอซ้ำๆ มือเล็กลูบลงบนหน้าท้องแบนราบของตัวเอง น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยวหลั่งรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
เธอก็แค่ฝุ่นที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด ในขณะที่เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างกับคนที่คู่ควร
*นานแค่ไหน...* เธอเฝ้าถามตัวเอง *ฉันต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานแค่ไหน ก่อนที่ท้องนี้จะนูนขึ้นจนปิดไม่มิด และก่อนที่เขาจะรู้ว่า ‘ฝุ่น’ อย่างเธอ กำลังอุ้มท้องสายเืของตระกูลธนพอยู่?*