"แผนของข้าคือ...ท่านผู้บัญชาการจะต้องปลอมพระองค์เป็องค์ชายรัชทายาทแห่งแคว้นหลิน วัยสิบสามชันษา" เ้าหนูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความเฉียบแหลม "จากนั้น ส่งสาส์นท้าดวลตัวต่อตัวกับแม่ทัพหลี่ซือเฉิงบนยอดเขาที่เป็กลาง"
หมีขาวเลิกคิ้ว "ปลอมเป็องค์ชายรัชทายาทรึ แล้วเหตุใดเขาจึงจะรับคำท้า"
"แม่ทัพหลี่ซือเฉิงผู้นี้ แม้จะเก่งกาจในการรบ แต่ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งไม่นาน อายุยังน้อย และขึ้นชื่อเื่ความทะเยอทะยานอยากสร้างชื่อเสียง" เ้าหนูเฉินอธิบาย "หากเขาสามารถเอาชนะหรือจับตัว 'องค์ชายรัชทายาท' ของแคว้นเราได้ ย่อมเป็ผลงานชิ้นโบแดงที่จะทำให้ตำแหน่งของเขามั่นคงและได้รับรางวัลใหญ่หลวงจากฮ่องเต้แคว้นเว่ย เขาเป็คนหนุ่มที่ยังขาดความรอบคอบ เมื่อเห็นโอกาสทองเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะบุ่มบ่ามตอบรับคำท้า โดยคิดว่าการเอาชนะเด็กหนุ่มวัยสิบสามปีนั้นง่ายดาย"
แผนการนี้เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แต่ก็มีความแยบยลซ่อนอยู่ หมีขาวนิ่งคิดครู่หนึ่ง นางอายุสิบสองปี รูปร่างเล็กบาง หากแต่งกายให้ดูภูมิฐานและปรับบุคลิกให้ดูสง่างาม การปลอมเป็องค์ชายวัยสิบสามปีก็พอจะเป็ไปได้
"แล้วเราจะเอาเครื่องแต่งกายองค์ชายมาจากที่ใด" หนึ่งในนายทหารคนสนิทของหมีขาวเอ่ยถาม
"ข้าสังเกตเห็นว่าในหมู่บ้านร้างที่เราผ่านมา มีบ้านคหบดีเก่าหลังหนึ่งที่ยังพอมีเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ดูดีหลงเหลืออยู่บ้าง ขอเพียงดัดแปลงเล็กน้อย ก็น่าจะพอใช้การได้" เ้าหนูเฉินตอบอย่างมั่นใจ "ส่วนสาส์นท้า ข้าจะร่างให้เอง โดยเน้นย้ำเื่เกียรติยศและความกล้าหาญ เพื่อกระตุ้นความโอหังของเขา"
การเตรียมการเป็ไปอย่างลับๆ หน่วยอัศนีบาตช่วยกันจัดหาและดัดแปลงเสื้อผ้า จนหมีขาวอยู่ในชุดองค์ชายน้อยได้อย่างแเี แม้ท่าทางจะยังดูแข็งกระด้างไปบ้าง แต่ด้วยใบหน้าที่หมดจดและแววตาที่มุ่งมั่น ก็ทำให้นางดูน่าเกรงขามในแบบของเชื้อพระวงศ์ได้เช่นกัน
สาส์นท้าถูกส่งไปยังค่ายของแม่ทัพหลี่ซือเฉิงโดยทหารม้าเร็ว เมื่อหลี่ซือเฉิงได้อ่านเนื้อความในสาส์น ที่ท้าทายให้เขาออกมาดวลตัวต่อตัวกับ "องค์ชายอี้เฟิง รัชทายาทแห่งแคว้นหลิน" บนยอดเขาหัวโล้นซึ่งเป็เขตแดนรกร้างระหว่างสองทัพ เพื่อตัดสินความกล้าหาญและยุติความขัดแย้งเฉพาะหน้า เขาก็หัวเราะลั่นด้วยความยินดี
"ฮ่าๆๆ! องค์ชายรัชทายาทแคว้นหลินรึ ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง คิดจะมาสร้างชื่อด้วยการท้าดวลกับข้างั้นรึ ดี! ข้าจะสนองให้!" หลี่ซือเฉิงประกาศก้อง แม้ที่ปรึกษาบางคนจะทัดทานว่าอาจเป็กลอุบาย แต่ความหยิ่งผยองและความปรารถนาในชื่อเสียงก็บดบังความรอบคอบของแม่ทัพหนุ่มจนหมดสิ้น เขาตอบรับคำท้าทันที โดยสั่งให้ทหารเตรียมพร้อมอารักขาอยู่ตีนเขา
วันประลองมาถึง ยอดเขาหัวโล้นถูกปกคลุมด้วยสายลมเย็นะเื กองทัพของทั้งสองฝ่ายตั้งมั่นอยู่เบื้องล่าง เฝ้ามองการดวลที่กำลังจะอุบัติขึ้น บนยอดเขามีเพียงร่างสองร่างยืนประจันหน้ากัน หนึ่งคือแม่ทัพหลี่ซือเฉิงในชุดเกราะเต็มยศ มือถือทวนยาวดูน่าเกรงขาม อีกหนึ่งคือ "องค์ชายอี้เฟิง" หรือหมีขาวในชุดองค์ชายสีทองปักลายัน้อย มือของนางกำกระบี่เหล็กกล้าธรรมดาเล่มหนึ่งแน่น
"ไม่นึกเลยว่าองค์ชายแห่งแคว้นหลินจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ แต่ความกล้าหาญอย่างเดียวมันช่วยให้ชนะไม่ได้หรอกนะ" หลี่ซือเฉิงกล่าวเย้ยหยัน
"ผู้ใดจะชนะหรือแพ้ ยังมิอาจรู้ได้" หมีขาวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามเลียนแบบท่าทีของเชื้อพระวงศ์
สิ้นเสียง การประลองก็เริ่มขึ้น!
หลี่ซือเฉิงเป็ฝ่ายเปิดฉากก่อน ทวนยาวในมือตวัดวาดเป็วง พุ่งเข้าโจมตีหมีขาวด้วยความเร็วและพละกำลังสมเป็ยอดฝีมือ เพลงทวนของเขาทั้งรุกและรับ เปลี่ยนแปลงพลิกแพลงไม่หยุดนิ่ง หมีขาวตั้งรับด้วยกระบี่เหล็ก ท่วงท่าของนางดูมั่นคงหนักแน่น อาศัยวิชาดาบที่พ่อบุญธรรมสั่งสอน ผสานกับการอ่านทิศทางเพลงทวนของศัตรู เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วขุนเขา
เคร้ง! เคร้ง! ปลายทวนของหลี่ซือเฉิงเฉียดร่างหมีขาวไปเพียงเส้นยาแดง หมีขาวอาศัยความคล่องแคล่วหลบหลีก พลางหาจังหวะตอบโต้ หลี่ซือเฉิงเริ่มรู้สึกประหลาดใจ "องค์ชาย" ผู้นี้แม้จะดูเยาว์วัย แต่ฝีมือกลับไม่ธรรมดาเลย การตั้งรับมั่นคงหนักแน่นเกินเด็ก
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่องค์ชาย แต่แค่นี้ยังไม่พอ!" หลี่ซือเฉิงะโลั่น เขาเร่งเพลงทวนให้เร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น หวังจะเผด็จศึกให้ได้โดยเร็ว
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ หมีขาวเพียงแค่กำลังอุ่นเครื่อง นางยังไม่ได้ใช้พละกำลังที่แท้จริงออกมา เมื่อเห็นว่าหลี่ซือเฉิงเริ่มเผยจุดอ่อนจากการโจมตีที่บุ่มบ่ามเกินไป ดวงตาของหมีขาวก็วาวโรจน์ขึ้น
ตูม! หมีขาวปัดปลายทวนของหลี่ซือเฉิงออกไปด้วยแรงมหาศาลจนทวนในมือเขาสะท้าน หลี่ซือเฉิงถึงกับผงะด้วยความใ แรงปะทะเมื่อครู่หนักหน่วงราวกับถูกค้อนั์ทุบ "องค์ชาย" ผู้นี้มีพละกำลังมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!
หมีขาวไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ร่างเล็กๆ ของนางทะยานเข้าหาหลี่ซือเฉิงดุจพยัคฆ์ร้าย กระบี่ในมือฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ไม่มีท่วงท่าที่สวยงามอ่อนช้อยแบบเชื้อพระวงศ์อีกต่อไป มีแต่เพลงดาบสังหารที่เน้นประสิทธิภาพและความรุนแรง
เคร้ง! โครม! หลี่ซือเฉิงพยายามปัดป้องสุดชีวิต แต่ทุกครั้งที่อาวุธปะทะกัน เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงสะท้านที่ส่งผ่านเข้ามาจนแขนชาดิก ชุดเกราะที่เขาสวมใส่เริ่มบุบเบี้ยวจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง ความโอหังบนใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนก
"เ้า...เ้าไม่ใช่...องค์ชาย!" หลี่ซือเฉิงะโออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
หมีขาวแสยะยิ้ม "เพิ่งรู้ตัวรึ ช้าไปแล้ว!"
นางะโเหยียบท่อนแขนของหลี่ซือเฉิงที่ยกขึ้นป้องกันตัว ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ของเขาเสียหลักเซถลา ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัวได้ กระบี่ในมือหมีขาวก็ตวัดผ่านลำคอของเขาอย่างรวดเร็วและเฉียบคม!
ฉัวะ!
ร่างของแม่ทัพหลี่ซือเฉิงทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความใระคนไม่เข้าใจ ศีรษะของเขาหลุดออกจากบ่า กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นหิน เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมยอดเขาหัวโล้นให้กลายเป็สีชาด
กองทัพแคว้นเว่ยเบื้องล่างเงียบกริบราวกับถูกสาป พวกเขาจ้องมองภาพบนยอดเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา ก่อนที่ความโกลาหลและหวาดผวาจะเข้าครอบงำ ในทางกลับกัน เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีก็ดังกระหึ่มมาจากฝั่งหน่วยอัศนีบาตของแคว้นหลิน
หมีขาวยืนหอบหายใจเล็กน้อย มองร่างไร้หัวของศัตรู ชุดองค์ชายของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเื นางก้มลงหยิบศีรษะของหลี่ซือเฉิงขึ้นมา ชูขึ้นสูงประกาศชัยชนะ สัญญาที่ให้ไว้กับฮ่องเต้กำลังจะได้รับการเติมเต็มแล้ว ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตัดหัวแม่ทัพศัตรู แต่เป็การประกาศศักดาของนางให้ทั้งสองแผ่นดินได้รับรู้!