ยุคโบราณแต่นานมาแล้วมนุษย์ทั้งมวลได้อยู่อย่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากธรรมชาติทั้งมวลจนได้รวมกันเป็ชนเผ่า เริ่มสร้างอารยธรรมของตนเอง จากเผ่าเริ่มกลายเป็ชุมชน และขยับขยายเป็หมู่บ้าน ใหญ่ขึ้นเป็เมือง เมื่อเมืองมีความมั่นคงเพิ่มขึ้นก็กลายเป็นครและอาณาจักรต่อไป...
แผ่นดินแต่โบราณของมนุษย์ทั้งมวลมีอยู่หนึ่งสิ่งที่หนีไปไม่พ้น เมื่อมีการรวมกลุ่มที่ยิ่งใหญ่ย่อมไม่มีที่แห่งใดที่ปราศจากการแก่งแย่งชิงดี และการแก่งแย่งชิงดีย่อมนำมาสู่การก่อาระหว่างกัน
ยุคาเมื่อเกิดความเป็อริต่อกัน การรบพุ่งฆ่าฟันย่อมเกิดตามมาทุกหย่อมหญ้าหัวระแหง เมืองใหญ่ที่มีอำนาจมากกว่าก็พยายามขยายอาณาเขตของตนและกลืนกินเมืองที่มีขนาดเล็กกว่าไม่ผิดจากปลาใหญ่กินปลาเล็กแม้แต่น้อย เมืองหรือนครที่มีขนาดใหญ่พอกันก็ก่อาชิงความเป็ใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
ในยุคแห่งความมืดมนด้วยควันไฟแห่งานี้ มีอาณาจักรแห่งหนึ่งเรียกขานกันว่า นครฟ้าคราม นครฟ้าครามเป็มหานครที่ยิ่งใหญ่ของทวีปฟ้าคราม ภายในนครฟ้าครามอันยิ่งใหญ่ประกอบไปด้วยตระกูลจักรพรรดิ์ฉิน และตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสี่ตระกูลอันได้แก่ ซ่ง หลิว อึ้ง และหาน แต่ในเวลานี้ตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสี่นั้นสามตระกูลแรกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไป
จากตระกูลผู้ภักดีลูกหลานรุ่นหลังของพวกเขาเริ่มเห็นแก่ตัวและทำตัวเหมือนเหลือบริ้นที่เกาะกินเืเนื้อของคนในชาติเดียวกันแบบไม่ยำเกรงต่อบรรพชนและฟ้าดินอีกต่อไป จากตระกูลที่เคยร่วมกันต่อต้านผู้รุกรานจากภายนอก เคยยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและยุติธรรมก็แปรเปลี่ยนไปเป็พวกกังฉิน(พวกคดโกงบ้านเมือง)เสียหมด พากันแสวงหาผลประโยชน์แต่ส่วนตนและพวกพ้องนครฟ้าครามที่เคยยิ่งยงมาหลายต่อหลายชั่วคนจึงเริ่มเข้าสู่ยุคมืดและเสื่อมโทรมมากขึ้นทุกวัน ทุกหย่อมหญ้าเริ่มเข้าสู่กลียุค คนดีพากันแตกความสามัคคีคนชั่วเริ่มรวมตัวกันกดขี่ปกครองประชาชนตาดำๆไปทั่ว นครฟ้าครามจึงเริ่มเข้าสู่การแตกสลายเข้ามาทุกวัน
ตระกูลหาน ตระกูลพิทักษ์ตระกูลสุดท้ายที่ยังคงภักดีต่อบ้านเมืองอย่างเปี่ยมล้นเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต ลูกหลานผู้กล้าแห่งตระกูลหานที่เป็ชายชาตรีผู้เสียสละพากันพลีชีพในการาจนแทบสิ้นตระกูล เหลือเพียงหานเจี๋ยแม่ทัพชราผู้นำตระกูลและทายาทสายตรงคือคุณชายสามหานฉ่วงแม่ทัพชายแดนเพียงคนเดียวเท่านั้น หานเจี๋ยเป็แม่ทัพผู้กล้าที่ปกป้องชายแดนมานานจนเกษียณอายุจากกองทัพมาอยู่ที่บ้าน หานฉ่วงเองก็ได้รับาเ็สาหัสจาการรบได้ขอกลับมาพักฟื้นร่างกายที่จวนหานเมื่อสองเดือนที่ผ่านมานี้
บัดนี้มีไส้ศึกในตระกูลที่ไม่เผยตัวได้แอบขายนายเข้าร่วมมือกับสามตระกูลพิทักษ์ที่เหลือทรยศตระกูลทำการโดดเดี่ยวตระกูลหานและพยายามให้ร้ายโดยการเพ็ดทูลต่อเบื้องสูงว่า ตระกูลหานมีใจคิดคดและไม่ซื่อบ้านเมืองเป็เหตุให้องค์จักรพรรดิ์มีความไม่ไว้ใจในตระกูลหาน และออกคำสั่งให้สามตระกูลพิทักษ์ที่เหลือพยายามทำการลบล้างตระกูลหานออกไปจากแผ่นดินนครฟ้าคราม บัดนี้ตระกูลได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตความเป็ความตายของตระกูลเสียแล้ว สามตระกูลซ่ง หลิวและอึ้งพากันระดมพลมาเข่นฆ่าล้างตระกูลหานในวันนี้
เสียงอื้ออึงดังไปทั่วกำแพงป้อมประตูด้านนอกจวนหาน แสงประกายอาวุธนานาชนิดแฉลบแปลบปลาบบาดสายตาเป็อย่างยิ่ง เสียงเข่นฆ่าดังสนั่นฟ้า กำแพงป้อมด้านในและนอกจวนหานเริ่มมีควันดำพวยพุ่งขึ้นมาหลายสิบสาย กลุ่มผู้รุกรานภายนอกเริ่มกลุ้มรุมใกล้เข้ามาทุกที ป้อมจวนหานแม้จะเป็ป้อมใหญ่จวนของแม่ทัพใหญ่ก็ตามในเวลานี้กลับหลงเหลือเหล่าทหารผู้กล้าและบ่าวไพร่ในเรือนมิมากเท่าใดแล้วเรือนหลักสี่ห้าพันนายเพียงเท่านั้น กองทัพที่รักษาพระนครฟ้าครามของพวกเขาบอบช้ำจากการศึกภายนอกกับศัตรูที่ชายแดนมาไม่พอ ในเวลานี้ยังต้องมาทนรับมือประหัตปะากับศัตรูที่เป็คนภายในเมืองเดียวกันเยี่ยงนี้เสียอีก เทียบกับฝ่ายผู้รุกรานยามนี้มีเรือนสี่ถึงห้าหมื่นนายเป็อย่างน้อย
เหล่าทหารกล้าประจำจวนตระกูลหานพากันผนึกกำลังกันเป็กำแพงเืเนื้อเพื่อต่อสู้ต้านทานศัตรูผู้รุกรานอย่างสุดกำลัง เสียงอาวุธของฝ่ายตรงข้ามที่พุ่งเข้าประจันบานกวาดล้างคนในตระกูลหานอย่างอำมหิตดุร้ายราวกับสัตว์นรกพากันมาแย่งกัดทึ้งเหยื่ออันโอชะก็ไม่ปาน ผู้รุกรานที่ฝ่าเข้ามาในจวนตระกูลหานต้องแลกทุกย่างก้าวด้วยหยาดโลหิตของมันเอง
บนฟากฟ้ามีพายุลูกศรจากพลธนูของฝ่ายศัตรูถูกยิงมาที่ตัวป้อมจวนหานเป็ระยะไม่ขาด่แม้แต่น้อย ลูกศรเ่าั้ปลิวแหวกอากาศมาต้องยังร่างทหารตระกูลหานเป็ระยะจนทำให้ทหารตระกูลหานผู้ภักดีต้องพลีชีพจากพายุลูกศรสังหารของศัตรูผู้รุกรานไปเป็จำนวนไม่น้อย บนป้อมจวนหานยังมีร่างทหารน้อยใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่รักษาพื้นที่จนตัวตายไม่ยอมถอยหนีแม้แต่ผู้เดียวนับว่าสมเป็ตระกูลแม่ทัพผู้กล้าอย่างแท้จริง แต่จำนวนข้าศึกมากกว่าจนเกินที่เหล่าผู้กล้าของตระกูลหานจะรับมือไหว สุดท้ายเหล่าผู้รุกรานก็เริ่มฝ่าทะเลโลหิตของเหล่าผู้กล้าตระกูลหานเข้าไปในกำแพงจวนได้ในที่สุด
หานเจี๋ยท่านแม่ทัพชราผู้กล้าผู้นำตระกูลหานได้ออกคำสั่งแก่ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลคือหานฉ่วงว่า
"นี่คงเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของตระกูลหานของเรา หานฉ่วงเ้าเป็ทายาทชายผู้กล้าแห่งตระกูลหานคนสุดท้าย ลูกผู้ชายหลั่งเืได้แต่มิอาจหลั่งน้ำตา ชายชาตรีมีแต่ยอมตายในสนามรบแต่ไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของผู้ใดเด็ดขาด บุตรหลานแม่ทัพแห่งตระกูลหานเราไม่มีพวกขี้ขลาด... เ้าจงนำลูกและเมียหนีไปให้พ้นจากจวนตระกูลหานแล้ววันข้างหน้าต้องกลับล้างบัญชีเืของตระกูลให้จงได้ เร็วรีบนำหลานของข้าออกไปจากที่นี่เสีย"
"ท่านพ่อข้าขออยู่ตายไปพร้อมกับท่านในวันนี้และที่นี่ด้วยขอรับ" หานฉ่วงไม่เต็มใจที่จะหลบหนีไปอย่างคนขี้แพ้
"ถ้าเ้ามิเชื่อฟังคำพูดของข้า เ้าจะเป็ลูกหลานอกตัญญูไปชั่วลูกหลาน เ้าจงนำหลานของข้าจากไปเสีย บัดนี้เ้าเองก็ยังาเ็สาหัสอยู่ เ้าขืนอยู่ก็มิช่วยให้เหตุการณ์นี้ดีขึ้นแต่อย่างใด ไปเถอะลูกข้าถ้าเ้ารอดไปได้ค่อยกลับมาสะสางความแค้นของตระกูลในภายหลังก็ยังมิสายเกินไปนัก ไปสิไป๊ ข้าบอกให้เ้าไปไงเล่า"
"ท่านพ่อผู้บุตรขอลา สักวันหนึ่งข้าจะกลับล้างบัญชีแค้นครั้งนี้ในมิช้านาน"
"อืม ไปเถอะลูกพ่อขอให้เ้าโชคดี"
หานเจี๋ยหันไปคว้าดาบัเงินที่สร้างชื่อมาพร้อมกับตัวเขาในสมรภูมิจนได้ชื่อว่าเป็ขุนพลผู้กล้าหาญอันดับหนึ่งในแผ่นดินฟ้าครามแห่งนี้มาเนิ่นนาน ดาบัเงินเป็ดาบที่มีชื่อเสียงเกริกไกรไปทั่วแผ่นดิน ดาบัเงินพิชิตสงครางเหนือจรดใต้มาทั่วแผ่นดิน ในวาระอันวิกฤตคับขันเยี่ยงนี้แม้นเ้าของใกล้จะตายเพียงใด ัเงินก็ยังแนบข้างอยู่กับนายของมันในศึกครั้งสุดท้ายที่กำลังจะมาถึงในชั่วขณะเวลาอึดใจข้างหน้านี้ เขายืนเด่นเป็สง่าส่งบุตรชายของตนสักครู่แล้วหันกลับไปนำทหารประจำผู้กล้าตระกูลหานที่เหลืออยู่เข้าไปสกัดสังหารศัตรู ใบหน้าของหานเจี๋ยดูเข้มแข็งเยือกเย็นมิเคยเปลี่ยนแปรไปแม้แต่น้อย
หานเจี๋ยยืนบนกำแพงชั้นในของจวนหานมองลงไปยังกำแพงชั้นนอกที่พังทลายเพราะฝีมือศัตรูที่ใช้ท่อนซุงกระแทกจนพังทลายด้วยอาการสงบเยือกเย็นจนผิดปกติ ธงทิวของกองทัพศัตรูเรียงรายตีฝ่าเข้ามายังกำแพงด้านในของกำแพงป้อมตระกูลหาน ทัพม้าและไพร่พลทหารราบหนุนเนื่องเข้ามาเป็ชั้นๆดังสายน้ำหลาก เสียงเข่นฆ่าะเืก้องไปทั่วบริเวณป้อมตระกูลหาน