หานฉงอันพูดแต่ละคำออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังพร้อมกับท่าทางสง่างาม ถึงแม้ว่าจะสวมชุดนักโทษอยู่แต่ก็ไม่ได้สูญเสียท่าทางของผู้นำตระกูลเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเขาพูดคำนี้ออกมาความสงสัยของทุกคนก็หมดไปอย่างไรท่าทีของหานฉงอันก็ดูเหมือนไม่ได้ถูกบังคับและจริงจังอย่างมาก
หลังจากหานฉงอันพูดจบใต้เท้าโอวหยางก็พูดเสริมอย่างรวดเร็วว่า “ความวุ่นวายในจวนฉินอ๋องวันนี้ไท่เฟยทรงเมตตา ลงโทษฮูหยินสวี่เป็นตัวอย่างเท่านั้น และไม่เอาผิดคนอื่นๆหวังว่าทุกท่านจะทำตัวให้ดีๆ! หากยังกล้าทำเรื่องบ้าๆ บอๆ แบบนี้อีกจะไม่มีการให้อภัยอย่างเด็ดขาด!”
ทันทีที่สิ้นเสียงผู้ชมยังคงนิ่งเงียบฝูงชนเหล่านี้ต่างหวาดกลัวและคิดไม่ถึงว่าในชั่วพริบตาเรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้!
มู่หรงหว่านหรูขยิบตาให้ฝูงชนทันทีในไม่ช้าก็มีคนสองสามคนโค้งคำนับ “ไท่เฟยทรงเมตตาเหลือเกิน! ขอบพระทัยไท่เฟยสำหรับการละเว้นโทษ!”
ด้วยเช่นนี้จึงเป็นผลให้ทุกคนในฝูงชนคุกเข่าลงและตะโกนขอบคุณช่างเป็นฉากที่งดงามที่ประตูศาลต้าหลี่
แต่กลับมีเพียงมู่หลิวเยวี่ยคนเดียวที่ไม่คุกเข่านางยืนอยู่ในมุมด้านข้างมุมหนึ่ง มองไปที่หานรั่วเสวี่ยอย่างเย็นชาแน่นอนว่าหานรั่วเสวี่ยเห็นนาง ทว่าแค่เหลือบมองแวบเดียวและรีบก้มหน้าลงทันที
เมื่อเห็นหานรั่วเสวี่ยก้มหน้าลงมู่หลิวเยวี่ยก็ยิ่งโกรธมากขึ้น นางเป็นคนทะนงตัวมาโดยตลอดนางดูถูกมู่หรงหว่านหรูผู้เป็นเพียงบุตรสาวบุญธรรมและดูถูกฮูหยินสวี่แต่เพื่อชะลอการสืบสวนของหานอวิ๋นซี นางจึงไม่ลังเลที่จะร่วมมือกับสองคนนี้แต่ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะเป็นการกระทำที่เหนื่อยเปล่าและไร้ประโยชน์ นอกจากทำอะไรหานอวิ๋นซีไม่ได้แล้วก็ยังทำให้นางได้กุญแจห้องเก็บของตระกูลหานมาครอบครองอย่างถูกต้องอีกด้วย
เมื่อมองไปที่หานอวิ๋นซีที่ยืนตระหง่านอยู่นางจะหายใจคล่องได้อย่างไร?
มู่หลิวเยวี่ยหรี่ตาของนางราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่าง
ในเวลานี้เมื่อเห็นคนไร้ยางอายคุกเข่าอยู่เต็มพื้น อี้ไท่เฟยผู้ซึ่งไม่พอใจมาตลอดก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนางยังคงหยิ่งยโสและเหลือบมองผู้คนด้วยความดูถูกเหยียดหยามไม่พูดอะไรและต้องการจะเดินออกไป
หานอวิ๋นซีที่รีบร้อนอยากจะไปดูสถานการณ์ของอี๋เหนียงเจ็ดและเสี่ยวอี้เอ๋อร์ว่าเป็นอย่างไรเมื่อกำลังจะหันหลังกลับเดินออกไป จู่ๆมู่หลิวเยวี่ยก็ออกมาจากด้านข้างและตะโกนเสียงดังว่า “ฉินหวังเฟยในที่สุดวันนี้ข้าก็ได้พบเจ้า ข้าคิดว่าเจ้าขี้ขลาดใจเสาะเสียอีกถึงได้เอาแต่ซ่อนตัว!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาอี้ไท่เฟย มู่หรงหว่านหรู และหานอวิ๋นซีก็หยุดฝีเท้าลงพร้อมกันและหันศีรษะไปมองในขณะเดียวกัน คนที่คุกเข่าต่างก็มองไปทางขวาด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นมู่หลิวเยวี่ยยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสง่างามโดยอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังคุกเข่าและกราบไหว้
มู่หลิวเยวี่ยรู้ว่าหากเปิดเผยการเดิมพันของนางออกมาในวันนี้จะส่งผลต่อการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงของพ่อและพี่ชายของนาง อย่างไรก็ตามเพื่อโค่นล้มหานอวิ๋นซีแล้ว นางยินดีจะทำทุกอย่าง!
ใช้ประโยชน์จากผู้คนมากมายที่อยู่ที่นี่ในวันนี้นางต้องการให้ทุกคนรู้ว่านางมีเดิมพันกับหานอวิ๋นซีและหลังจากนี้สามวันจะต้องทำตามสัญญาที่จะเปลื้องผ้าและเดินไปตามถนน!
นางเดาว่าหานอวิ๋นซียังไม่พบผู้กระทำความผิดตัวจริงหากหาเจอก็คงอวดนางไปนานแล้ว และคงไม่ปรากฏตัวช้าขนาดนี้ใช่หรือไม่?
เหลือเวลาอีกเพียงสามวันและตอนนี้นางกำลังจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้ ในเวลาเพียงสามวันนางมีวิธีมากมายที่จะสร้างปัญหาต่อโดยไม่ปล่อยให้นางมีเวลาสืบสวนคดีนี้
อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีจะต้องแพ้การเดิมพันนี้!
อี้ไท่เฟยเหลือบมองมู่หรงหว่านหรูและยกริมฝีปากอย่างเย้ยหยันนางหันกลับมาอย่างสง่างามและไม่ได้คิดที่จะเดินเข้าไปดูเหมือนว่าละครของตระกูลหานจะจบลงแล้ว แต่ละครของหานอวิ๋นซียังไม่จบ!
ปัญหาเก่าไปแล้วปัญหาใหม่ก็มาต่อ มนุษยสัมพันธ์ของหานอวิ๋นซีนี่ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
มู่หรงหว่านหรูไม่คาดคิดว่ามู่หลิวเยวี่ยจะกระโดดออกมาในเวลานี้มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ นางมองมู่หลิวเยวี่ยอย่างมีความหมายและส่งสัญญาณกับนางว่าแม้จะมีเรื่องวุ่นวายแต่นางจะช่วยเหลือในอีกสามวันข้างหน้าอย่างแน่นอนจะไม่ให้หานอวิ๋นซีได้มีเวลาคิดเรื่องการหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง
คนที่ไม่คาดคิดที่สุดคือหานอวิ๋นซีนางไม่เคยคิดเลยว่ามู่หลิวเยวี่ยจะเปิดเผยการเดิมพันในโอกาสนี้
ด้วยความตกใจนางจึงตำหนิออกมาทันทีว่า “มู่หลิวเยวี่ย เจ้าชักจะทำเกินไปแล้วนะ!เรื่องส่วนตัวของเราจำเป็นต้องเปิดเผยในที่สาธารณะด้วยหรือไร? เจ้าน่าจะรู้ว่าผลกระทบมันจะรุนแรงขนาดไหน!”
หานอวิ๋นซีพูดอย่างตรงไปตรงมาเมื่อเรื่องเดิมพันถูกเปิดเผย เรื่องที่นางช่วยแม่ทัพใหญ่ในการสืบหาผู้ร้ายตัวจริงของการวางยาพิษก็จะถูกเปิดเผยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสายลับของเป่ยลี่และหลงเฟยเยี่ยก็เก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาโดยตลอด!
มู่หลิวเยวี่ยเป็นบ้าหรือโง่ไปแล้วกันแน่?
ใครจะรู้ว่าเมื่อเผชิญกับคำเตือนที่ตรงไปตรงมาของหานอวิ๋นซีแทนที่จะยับยั้งตัวเอง มู่หลิวเยวี่ยกลับทวีความรุนแรงขึ้น “ฉินหวังเฟยหรือว่าเจ้ากลัวแพ้ เลยไม่กล้าที่จะประกาศเรื่องนี้? อีกสามวันก็ถึงวันสิ้นสุดการเดิมพันแล้ว ในเมื่อวันนี้ทุกคนมาพร้อมกัน รวมทั้งไท่เฟยด้วยก็ควรจะประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าเสียใจภายหลังและไม่ยอมรับมัน”
“เจ้า!”หานอวิ๋นซีโกรธเกรี้ยวอย่างมาก นางเหลือบมองสองแม่ลูกหลี่ซื่อและเห็นว่าหานรั่วเสวี่ยหน้าตาบูดบึ้ง ในขณะที่หลี่ซื่อยังคงสงบเหมือนปกติ
หากหลี่ซื่อรู้เรื่องการเดิมพันกับมู่หลิวเยวี่ยนางจะตอบสนองอย่างไรกันนะ?
เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีไม่ตอบมู่หลิวเยวี่ยจึงเพิ่มการโจมตีและถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “ฉินหวังเฟยหรือว่าเจ้าไม่กล้า? เจ้าพร้อมที่จะรับภาระของเจ้าแล้วใช่หรือไม่?”
หานอวิ๋นซีหรี่ตาลงร่างทั้งร่างเผยความอาฆาตออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนอยู่นางคงพุ่งเข้าไปปิดปากมู่หลิวเยวี่ยแล้วจริงๆ!
ยัยบ้านี่!
ผู้ต้องสงสัยก็อยู่ที่นี่นางเอาแต่พูดอยู่ได้!
“พี่สะใภ้ท่านเดิมพันอะไรกับคุณหนูหลิวเยวี่ยกันแน่? คงไม่ใช่เรื่องน่าอายใช่หรือไม่พูออกมาให้ทุกคนฟังเถอะ” เวลาแบบนี้มู่หรงหว่านหรูจะนิ่งเฉยได้อย่างไรล่ะ?
“ใช่ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรหรอก ฉินหวังเฟย ข้าพูดให้ได้นะ”มู่หลิวเยวี่ยที่เร่งรัดทุกย่างก้าว
“คุณหนูหลิวเยวี่ยมันคือเรื่องอะไรกันแน่ เจ้าพูดออกมาเถอะ ข้าอยู่ที่นี่ ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน!”อี้ไท่เฟยเองก็เปิดปากพูดเช่นกัน
ภายใต้ความสนใจของทุกคนมู่หลิวเยวี่ยยิ่งรู้สึกเติมเต็มเป็นพิเศษ เมื่อนางเดินเข้าไปทุกคนก็ตั้งใจหลีกทาง
มองไปที่มู่หลิวเยวี่ยอย่างเย็นชาหานอวิ๋นซีไม่สามารถหยุดเรื่องนี้ได้อีกต่อไป ดังนั้นนางจึงตัดสินใจพูดออกไปทั้งหมด!
อย่างไรก็ตามนี่คือเมืองหลวงและเป็นเขตแดนของหลงเฟยเยี่ยหากหลี่ซื่อต้องการจะหลบหนีก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น ก่อนที่ผลการทดสอบชาจะออกมาก็ใช้โอกาสนี้ทดสอบสองแม่ลูกหลี่ซื่อไปเลยแล้วกัน
หานอวิ๋นซีตั้งตารอคอยปฏิกิริยาของหลี่ซื่อ
เมื่อมู่หลิวเยวี่ยเดินลงบันไดก็อดไม่ได้ที่จะพูดทันที “ทูลอี้ไท่เฟยฉินหวังเฟยเดิมพันกับหม่อมฉันในการค้นหาผู้ร้ายตัวจริงที่วางยาท่านแม่ทัพภายในหนึ่งเดือนหากแพ้...”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้มู่หลิวเยวี่ยก็จงใจส่งสายตายั่วยุหานอวิ๋นซีก่อนที่จะพูดต่อว่า “หากแพ้ต้องถอดเสื้อผ้าแล้ววิ่งไปรอบๆ ถนนเสวียนอู่ และอีกสามวันก็ถึงเวลาที่กำหนดไว้!”
ทันทีที่พูดจบฝูงชนที่เต็มไปด้วยความเงียบในตอนแรก ไม่นานก็เกิดความโกลาหลขึ้น!
“โอ้พระเจ้า!การเดิมพันนี้...มันสูงมากเหลือเกิน!”
“ใครเป็นคนวางเดิมพันนี้กันมันรุนแรงเกินไป!”
“จุ๊จุ๊จุ๊...ตั้งตารอเลยล่ะ!”
…
ต้องบอกว่าการเดิมพันนั้นทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อยจนคนมากมายต่างพูดคุยกันว่าพวกนางเดิมพันอะไรหานอวิ๋นซีมองไปที่สองแม่ลูกหลี่ซื่อในทันทีแต่กลับสังเกตเห็นว่าหานรั่วเสวี่ยยังคงมีท่าทางที่มีความสุขอยู่และในทางกลับกันหลี่ซื่อยังคงสงบนิ่งเงียบตามปกติไม่แสดงอาการตกใจหรือรู้สึกผิดใดๆ
พวกนาง...เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?
อย่างน้อยก็ควรมีปฏิกิริยาสักนิดสิ!
หานอวิ๋นซีที่ไม่อยากจะเชื่ออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าการคาดเดาของตัวเองผิดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง ในใจของหลี่ซื่อเวลานี้เข้มแข็งอย่างมาก
เดิมทีคิดว่าหานอวิ๋นซีกลับมาครั้งนี้ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอนและไม่มีเวลาสนใจเรื่องของแม่ทัพมู่แต่ใครจะรู้ว่าแค่เพียงครึ่งวันนางก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้แล้ว!แล้วใครจะรู้อีกว่าหานอวิ๋นซียังมีการเดิมพันเช่นนี้ด้วย
เหลือเวลาอีกเพียงสามวันในระยะเวลาการเดิมพันการเดิมพันนั้นสูงมาก ด้วยนิสัยของหานอวิ๋นซีแล้ว นางจะเต็มใจแพ้ได้อย่างไร?
หากไม่แพ้เช่นนั้นก็ต้องชนะซึ่งหมายความว่าหานอวิ๋นซีต้องหาผู้กระทำความผิดที่แท้จริงให้ได้ภายในสามวัน
แต่หลังจากผ่านไปสามวันนางจะหาใครได้ล่ะ?
ครั้งก่อนหานอวิ๋นซีและหลงเฟยเยี่ยแอบค้นในเรือนของนางแต่ก็ค้นไม่เจออะไร ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสงสัยนาง แต่ก็ไม่มีหลักฐานอยู่ดี
และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหานอวิ๋นซีถูกลักพาตัวไป จะเอาเวลาที่ไหนไปตรวจสอบพิษได้?
หรือว่านางจะมีหลักฐานอยู่ในมือแล้ว? นั่นเลยเป็นเหตุผลที่นางกล้าที่จะเดิมพันรุนแรงเช่นนี้?
หรือว่าจะเป็นกระป๋องชา?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลี่ซื่อก็ไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ นางมักจะจัดการสิ่งต่างๆ อย่างเข้มงวดที่สุดนอกจากกระป๋องชาแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ หลงเหลืออยู่เลยแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะสงสัยนาง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรนางได้
แต่กระป๋องชากระป๋องนั้น...
ยิ่งหลี่ซื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไรนางก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นางซุ่มซ่อนมานานหลายปีการวางตัวของนางนั้นไม่ธรรมดาและยังคงสงบอยู่เสมอ
ในไม่ช้านางก็ปลอบใจตัวเอง ไม่ว่าอะไรจะพูดอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นดังนั้นจึงไม่ควรด่วนสรุปเช่นนี้!
นอกจากนี้วิธีการวางยาพิษของนางยังซับซ้อนมากแม้ว่ากระป๋องชาอาบยาพิษจะตกไปอยู่ในมือของหานอวิ๋นซี หานอวิ๋นซีก็อาจจะหาสาเหตุไม่ได้
ต้องรู้ว่านอกจากปรมาจารย์แล้วก็ไม่มีใครอื่นในโลกที่สามารถแยกใบชาพิษที่นางทำขึ้นมาเองได้
หลี่ซื่อที่จัดการกับความคิดได้ในเวลาอันสั้นสีหน้าของนางก็สงบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีข้อบกพร่องใดๆ
ยิ่งหานอวิ๋นซีมองนางก็ยิ่งงงงวยอยากจะยอมรับว่าตนเองเดาผิด นางก็ทำไม่ได้ แต่ปฏิกิริยาของหลี่ซื่อนั้น...
เฮ้อเวลานี้หลงเฟยเยี่ยกำลังทำอะไรอยู่กันนะ?
หาปรมาจารย์ด้านพิษเพื่อรายงานการทดสอบต้องใช้เวลานานขนาดนี้เลยหรือ? ถ้าได้รายงานการทดสอบแล้ว ก็จะมีหลักฐานและสามารถจับคนได้!
“หานอวิ๋นซีสิ่งที่คุณหนูหลิวเยวี่ยพูดจริงหรือไม่?”
คำพูดของอี้ไท่เฟยทำให้รอบข้างที่เสียงดังสงบลงทันทีและยังทำให้เรียกสติหานอวิ๋นซีกลับมาด้วย
มู่หรงหว่านหรูพูดขึ้นมาติดๆ“พี่สะใภ้ มันไม่จริงใช่หรือไม่? การที่ท่านหายไปหลายวันคงไม่ได้หลีกเลี่ยงการเดิมพันนี้หรอกใช่หรือไม่? พี่สะใภ้แม้ว่า...แม้ว่าการเดิมพันจะสูงเกินไป แต่คนเราก็ควรที่จะรักษาคำพูด!”
หานอวิ๋นซีรู้สึกกังวลอย่างมากว่าสิ่งที่นางคาดเดานั้นถูกต้องหรือไม่ครู่หนึ่งนางเพิกเฉยต่อการเดิมพันไป หลังจากฟังอี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูพูดแล้วจึงรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
คนกลุ่มนี้ช่างน่ารังเกียจจริงๆแต่ละคนต่างมีเจตนาไม่ดี สร้างปัญหา และรอดูเรื่องตลกของนาง!
หานอวิ๋นซีรู้สึกรำคาญอย่างมากเลยไม่ได้ตอบอี้ไท่เฟยไป แต่ใครจะรู้ว่าในขณะเดียวกันก็มีบุคคลที่ไม่คาดคิดพูดขึ้นมา
“พี่หญิงข้าได้ยินเกี่ยวกับการเดิมพันนี้จากคุณหนูหลิวเยวี่ยมาก่อนหน้านี้ตอนนี้ท่านคงไม่ได้คิดจะโกงใช่หรือไม่?” คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหานรั่วเสวี่ย!
หานรั่วเสวี่ย!
ผู้ต้องสงสัยที่หานอวิ๋นซีคิดเอาไว้ผู้ต้องสงสัยที่ให้ใบชาพิษแก่มู่หลิวเยวี่ยด้วยตัวเองคิดไม่ถึงเลยว่าจะไม่รู้สึกผิด ทั้งยังช่วยมู่หลิวเยวี่ยอีก?