ครึ่งวันให้หลัง หน่วยหิมะเดินทางมาถึงูเาลูกหนึ่ง ใตู้เามีโพรงถ้ำหลายสิบโพรง หน่วยหิมะจึงหยุดพักและปรึกษากัน
“ฉันอยากถามความคิดเห็นของพวกคุณหน่อยว่าเราจะทำยังไงกับโพรงถ้ำเ่าั้” มายด์ในฐานะหัวหน้าเธอมีความคิดเป็ของตัวเองแต่เธอก็อยากรู้ว่าลูกทีมแต่ละคนมีความคิดอย่างไรกันบ้าง
“หัวหน้าครับ ผมคิดว่าโพรงถ้ำพวกนี้ดูไม่เหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ผมคิดว่ามีความเป็ไปได้สูงที่พวกสเปคจะอยู่ในนั้น” ชายคนหนึ่งยกมือและเอ่ยความคิดของเขา มายด์พยักหน้าให้เชิงว่ารับฟัง
“หัวหน้าคะ ฉันคิดว่าหากอยากสำรวจถ้ำเหล่านี้คงจะใช้เวลานานมากด้วยจำนวนคนในหน่วยอาจใช้เวลาสองวันในการสำรวจจนหมด และฉันคิดว่าหากแยกกันสำรวจอาจเป็อันตรายได้” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
พวกคนที่เหลือก็เอ่ยถึงความคิดของตน แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก บางคนเสนอให้ไปสำรวจด้วยกันทั้งหน่วย บางคนบอกให้หลีกเลี่ยงเพราะเสี่ยงเกินไป
“แล้วนายล่ะ” มายด์หันหน้ามาถามโจ ทุกคนเอ่ยความคิดกันหมดเหลือเพียงเขาที่ยังคงเงียบ ทุกคนจึงหันมามองเขาและอยากรู้ว่าคนที่หัวหน้าเขม่นใส่จะมีความคิดอย่างไร
“ผมคิดว่าข้ามูเาลูกนี้ไปเลยดีกว่า เข้าไปสำรวจก็ไม่ได้อะไร” โจกล่าวพร้อมกับส่ายหัว
มายด์รู้สึกประหลาดใจไม่คิดว่าโจมีความคิดให้ข้ามเขาลูกนี้ไป เธอรู้ดีว่าโจโเี้แค่ไหนเขากล้าแม้กระทั่งฆ่าคนเป็โหลแต่ไม่คิดว่าเขาจะไม่ยอมเข้าไปสำรวจในถ้ำ
ดังนั้นในใจของเธอจึงรู้สึกดูถูกเขาขึ้นมา
มายด์ขมวดคิ้วเป็ปมแล้วเอ่ยถามอย่างใจเย็น “ทำไม” ไม่รู้เป็อะไรพอพูดกับชายคนนี้ทีไรเธอมักจะมีโมโหทุกที
“ก็ไม่ทำไม แต่ผมไม่คิดหรอกนะว่าพวกศัตรูจะมุดอยู่ในรูพวกนั้น” โจยักใหล่ เขาไม่อยากอธิบายอะไรเพิ่ม
ั้แ่มาถึงโจก็แผ่จิตััออกไป เขาพบว่าในถ้ำเ่าั้มีเพียงสัตว์ธรรมดาที่อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ และเขาไม่รู้สึกถึงความกระหายเืของพวกมันเขาจึงตัดสินได้ทันทีว่าสัตว์พวกนี้ไม่มีอันตราย หากเข้าไปสำรวจมีแต่จะเสียเวลาและที่เขาไม่อธิบายเพิ่มก็เป็เพราะว่าเดี๋ยวเธอก็ต้องมาถามเขาอีกว่ารู้ได้ยังไงอะไรแบบนั้นและมันจะทำให้เขาลำบากในการอธิบายสิ่งต่างๆขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็ใคร
มายด์หรี่ตาของเธอและจ้องชายหนุ่มเหมือนกำลังจับผิดแต่เธอก็ไม่เห็นพิรุจอะไรจึงถอนสายตากลับมา
“เอาล่ะพักอีกสิบนาทีแล้วเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม พวกเราจะเข้าไปสำรวจในถ้ำกัน” จากนั้นเธอก็อธิบายแผนการให้ฟัง เธอตัดสินใจให้คนทั้งหน่วยไปด้วยกันเพื่อป้องกันความผิดพลาดเพราะนี่ไม่ใช่บนโลกแต่เป็ดาวดวงอื่นที่ไม่รู้จักดังนั้นความปลอดภัยถือเป็อันดับแรก
“เราจะไปด้วยกันแต่ สุ่มเอาสักสองสามถ้ำเพื่อสำรวจและหากไม่เจออะไรพวกเราจะข้ามเขาลูกนี้ไปทันที”
หลังจากผ่านไปสิบนาทีพวกเขาก็เคลื่อนไหว พวกเขาระมัดระวังมากยิ่งขึ้นมาเข้าไปภายในถ้ำ ไฟสปอร์ตไลท์หลายดวงส่องไปรอบๆ จากที่มืดสนิทกลายเป็สว่างเหมือนตอนกลางวัน
จึ๊ก จึ๊ก!!
เสียงแปลกๆดังมาจากด้านใน พวกเขาหยุดและหันปลายกระบอกปืนชี้ไปด้านใน
มายด์ส่งสัญญาณมือให้เคลื่อนไหวช้าๆ พวกเขาเคลื่อนไหวด้วยความตึงเครียด เพื่อความแน่ใจหากมีอะไรเคลื่อนไหวด้านในพวกเขาจะกระหน่ำยิงทันที
“อย่ายิงจนกว่าฉันจะสั่ง” มายด์รู้ทันความคิดของพวกเขาจึงรีบเอ่ยห้าม
โจเองก็หันปืนตามน้ำพวกเขา และรู้สึกเบื่อหน่ายกับคนพวกนี้ ในใจได้แต่คิดว่าทำไมคนพวกนี้ถึงไม่รู้จักวิธีการฝึกจิต หากฝึกจิตสักหน่อยแม้จะสำเร็จเล็กน้อยก็สามารถแผ่จิตััออกไปสำรวจได้ไม่ต้องมาเดินเป็เต่าคลานแบบนี้เสียเวลากันไปใหญ่
พวกเขาเดินเข้าไปอีกสิบเมตรก็ได้เห็นเ้าของเสียง มันมีขนาดเท่าครึ่งตัวคนและมีรูปร่างกลม ขนสีขาวปกคลุมไปทั่วตัว หัวของมันเล็กจิ๋วเท่ากับไข่ไก่
พวกเขาตกตะลึงกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด แต่ไม่นานก็ได้สติขึ้นมา
“น่ารักจัง” ผู้หญิงในกลุ่มอุทานขึ้นมา แม้แต่มายด์ที่เป็หัวหน้ายังอดไม่นานที่จะตื่นเต้นและอยากเข้าไปกอดเ้าตัวนี้
สัตว์ตัวนั้นมองพวกเขาด้วยใบหน้าบ้องแบ๊วราวกับสงสัยว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้คือตัวอะไรแต่มันก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เนื่องจากมันเป็สัตว์กินพืชและไม่มีความสามารถในการต่อสู้จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สายพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน
จากนั้นไม่นานกลุ่มหิมะก็ถอนกำลังออกมานอกถ้ำ พวกเขาพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบสัตว์บนดาวดวงอื่น
“โชคดีไปที่พบกับสัตว์กินพืชถ้าไปเจอพวกสัตว์นักล่า ไม่รู้ว่าจะทำหน้าเหมือนตอนนี้ได้หรือเปล่า” โจมองไปที่เพื่อนร่วมทีมแล้วส่ายหัว
พักผ่อนอีกสักพักพวกเขาก็เดินทางข้ามเขาลูกนี้ไป
ตอนกลางวันของดาวดวงนี้มีเวลายาวนานกว่าโลกถึงสามเท่าและกลางคืนเร็วกว่าโลกครึ่งนึง พวกเขาตัดสินใจที่จะพักผ่อนตอนกลางวัน 2 ครั้งและหยุดเคลื่อนไหวในตอนกลางคืน
“พวกเราจะพักตรงนี้แปดชั่วโมง” เดินมาได้อีกไม่กี่ชั่วโมง มายด์ก็สั่งพักตรงจุดหนึ่งที่บนพื้นที่สูง สามารถมองไปรอบๆได้ไกล เป็จุดที่ดีในการเฝ้าระวังอันตราย
หลังจากได้รับคำสั่งพวกเขาก็เริ่มนำอุปกรณ์ต่างๆออกมาและช่วยกันติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันภัย
หลังจากเสร็จสิ้นมายด์ก็จัดเวรยามซึ่งโจต้องเฝ้ายามตอนผลัดสอง นี่เป็ผลัดที่ทำให้นอนได้น้อยที่สุด แน่นอนว่ามายด์จงใจทำเช่นนี้แต่โจเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
แปดชั่วโมงของการพักผ่อนเป็ไปอย่างราบรื่น พวกเขาจึงเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
คำสั่งจากเบื้องบนที่ได้รับมาคือออกสำรวจสองอาทิตย์ตามเวลาโลกหรือประมาณ 7 คืนของดาวดวงนี้ ดังนั้นหากไม่มีอะไรร้ายแรงพวกเขาไม่คิดที่จะกลับก่อนถึงเวลาที่กำหนดไว้
ในระหว่างการเดินทาง โจนึกย้อนไปตอนที่เขาออกสำรวจดาวครั้งแรก ในตอนนั้นเขาเองก็เป็ลูกทีมในหน่วยเหมือนตอนนี้ ครั้งแรกที่เขาปะทะกับสเปคเขารู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมากจนก้าวขาไม่ออก เมื่อนึกถึงโจอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะตัวเอง
เพื่อนร่วมทีมในหน่วยหิมะบางคนเห็นโจยิ้มก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจว่าเขาไม่รู้สึกกังวลอะไรเลยหรือไง ท่าทางของโจตอนนี้เหมือนกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน