ริมชายหาดเล็ก ๆ ที่กลุ่มเด็กและวัยรุ่นจะมารวมตัวกันยามค่ำคืน ฟ้าเริ่มมืดลง จำนวนเด็กหนุ่มสาววัยแรกรุ่น ก็เริ่มเยอะขึ้นตามความมืดที่กลืนกินแสงอาทิตย์
แจนนั่งมองกอล์ฟ เด็กชายวัยสิบหกที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกำลังนั่งดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือและหัวเราะอย่างขบขัน
"ดูไรอ่ะ ขอดูด้วยสิ" แจนพูดพร้อมเขยิบเข้าไปใกล้ ๆ กอล์ฟ
"คลิปคนแกล้งกัน ตลกดี ลองดูสิ" กอล์ฟกล่าวพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้แจน
แจนรับโทรศัพท์มาไว้ในมือ หน้าจอกำลังเล่นคลิปจากเฟสบุ๊ค เป็คลิปรายการตลกที่คนต่างชาติแกล้งกัน แจนไม่ได้สนใจคลิปตลกเท่าไหร่นัก ความสนใจมุ่งไปที่โทรศัพท์มือถือเครื่องสีขาว หน้าจอระบบัั เปิดคลิป และเล่นแอปพลิเคชันได้เยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเฟสบุ๊คที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของแต่ละคน มันเป็สิ่งที่เธอจะสามารถค้นหาสิ่งที่เธอสนใจ หรือดูอะไรก็ได้ที่เธอ้าจะดู และเพื่อน ๆ รอบตัวในวันเดียวกับเธอก็มีเฟสบุ๊คกันหมดแล้ว ติดต่อกันได้ตลอด มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ
แจนเคยบอกแม่ว่าเธออยากได้โทรศัพท์แบบที่แม่ของเธอมี แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือคำพูดของแม่
'อยากมีมึงก็หาเอาเองสิ ของมีราคากูซื้อมาใช้ด้วยเงินที่กูหามาได้'
'เป็เด็กจะเอาไปใช้อะไร'
'ถ้าอยากได้มากก็รอของกูพังก่อนแล้วกัน กูจะยกให้'
ซึ่งสุดท้ายยังไม่ทันพัง โทรศัพท์ของแม่เธอก็มีอันต้องหายอยู่หลายรอบเพราะความสะเพร่าของวิภา เวลาที่เธอกินเหล้าจากร้านที่ทำงานเยอะเกินไปจนเมาไม่ได้สติ มักจะเผลอไผลทำโทรศัพท์มือถือหายอยู่หลายครั้ง บางครั้งโชคดีพวกที่ร้านเจอก็จะเก็บไว้ให้ คราวไหนโชคร้ายโดนแขกขโมยไปก็มี แจนจำได้แค่ว่า แม่ของเธอเปลี่ยนโทรศัพท์มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามครั้ง
เธอจึงไม่เคยคาดหวังอะไรกับแม่ เวลาที่้าของบางสิ่งที่มีมูลค่า นอกจากนาน ๆ ทีอารมณ์ดีมาก จะพาไปเดินเที่ยวห้างก็ดีถมเถ
แจนได้แต่ใช้นิ้วไถหน้าจอโทรศัพท์ไปมาพร้อมกับถอนหายใจ กอล์ฟเห็นแบบนั้นจึงถามว่า
"เป็ไรวะ ถอนหายใจขนาดนี้ มีเื่กลุ้มอะไรขนาดนั้น"
"ก็อยากได้โทรศัพท์แบบนี้บ้าง ไม่รู้ทำไงถึงจะได้ ขอแม่แล้วก็ไม่ซื้อให้"
"อ๋อ.. ตอนปิดเทอมก็ไปหางานทำดิ ่ปิดเทอมทำสักเดือนนึงก็ซื้อได้แล้ว" กอล์ฟแนะนำ
"จริงหรอ ต้องทำงานอะไรถึงจะได้เงินเยอะขนาดซื้อโทรศัพท์ได้ล่ะเนี่ย"
แจนตัดพ้อ เพราะเธอไม่เคยต้องหาเงินมาก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากอะไร ถึงจะได้ทำงานและได้รับค่าตอบแทน
"ก็พวกร้านอาหารไง เห็นเขารับคนไว้ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ทำความสะอาดร้านด้วยนะ ทำเสร็จแล้วเขาจะจ่ายเงินให้ คิดว่าทำได้มั้ยล่ะ"
แจนฟังแล้วทำตาลุกวาวอย่างสนอกสนใจ
"ทำได้สิ อยู่ที่บ้านก็ล้างจานบ่อย ๆ ดีเลย เดี๋ยวปิดเทอมจะไปทำงาน"
แจนพูดอย่างอารมณ์ดี ในขะที่กำลังมองคลื่นทำเลที่พัดเข้าชายฝั่งไม่ไกลจากจุดที่เธอนั่ง จู่ ๆ ก็มีใครคนนึงโผล่มาข้างหลัง หวังแกล้งให้ทั้งสองใ
"จ๊ะเอ๋! สองคนนี้จู๋จี๋อะไรกัน เดี๋ยวกูไปฟ้องพี่เบียร์ซะเลย ว่าพวกมึงแอบมาจู๋จี๋กันตรงนี้"
ต้อยติงะโมาจากข้างหลังพร้อมทักเสียงดัง หวังหยอกทั้งสอง
"จู๋จี๋ห่าไรล่ะอีต้อย กูแค่แนะนำงานให้ไอ้แจนอยู่ มึงอย่าไปพูดงี้ให้อีเบียร์ได้ยินนะ มันตบอีแจนเละแน่"
ต้อยติงหัวเราะคิกคักชอบใจ แล้วหันมาถามแจน
"มึงจะทำงานหรอวะ จะไม่เรียนมัธยมหรอ"
"กูแค่อยากหาเงินมาซื้อโทรศัพท์ คงไม่ทำนานหรอก พอแค่ได้ค่าโทรศัพท์ก็คงเลิกทำ ถ้าไม่เรียนต่อกูจะทำอะไรได้ ที่ไหนเขารับเด็กบ้างล่ะ นอกจากล้างจาน"
แจนตัดพ้อ ต้องติงนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
"ก็ไปทำกับเจ๊น้อยไง ดูพี่เบียร์ไปหาแขกกับเจ๊น้อยั้แ่เดือนที่แล้ว ตอนนี้อู้ฟู่เชียว ใช้โทรศัพท์แพง ๆ มีสร้องทองใส่ด้วย"
พี่เบียร์ที่ต้อยติงพูดถึง เป็แฟนของกอล์ฟ เบียร์เป็เด็กสาววัยสิบห้าปีที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะเรียนถึงมัธยมปีที่สองก็มีแฟนคือกอล์ฟ กอล์ฟพาเบียร์ไปรู้จักเพื่อนใหม่ที่เป็เด็กเกเร ไม่เรียนหนังสือ ชอบจับกลุ่มกับมั่วสุมยาเสพติด เบียร์เริ่มติดแฟนและกลุ่มเพื่อนใหม่จนไม่ไปโรงเรียน โดดเรียนออกไปพลอดรักกันตามที่สาธารณะต่าง ๆ ใช้ชีวิตนอนกลางวันตื่นกลางคืนออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนทุกวัน จนสุดท้ายเบียร์ที่แทบไม่ได้เข้าเรียน ไม่ได้เข้าสอบก็โดนซ้ำชั้น เธอจึงไม่ไปโรงเรียนอีกเลย พ่อแม่เธอเอือมระอาเกินกว่าจะพูดหรือสั่งสอนอะไรเพราะไม่ว่าจะพูดอะไรไปเบียร์จะตะคอกกลับด้วยถ้อยคำหยาบคายและรุนแรงทุกครั้ง
เมื่อทนกับพฤติกรรมของลูกสาวจนถึงขีดสุด พ่อของเธอก็ออกปากขับไล่ลูกสาวคนเดียวออกจากบ้าน และไม่ให้เงินเลยสักบาท หวังเพียงว่าลูกสาวที่ออกไปเจอโลกความเป็จริงจะตระหนักรู้ได้ว่าตนเองนั้นยังเด็กเกินไปที่จะมีอิสระทำตามใจตัวเองทุกอย่าง เพราะการหาเงินนั้นไม่ง่ายกับเด็กอายุเพียงสิบสี่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไปเป็ดั่งใจคิด เมื่อเบียร์ได้รู้จักกับเจ๊น้อย แม่เล้าผู้มีอิทธิพลระดับจังหวัด จากคำแนะนำของกอล์ฟและเพื่อน ๆ ในกลุ่ม
เจ๊น้องจะจัดหาเด็กสาววัยั้แ่สิบสองสิบสาม ไปจนถึงสิบแปด ไปแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มีอำนาจในท้องที่ที่มีรสนิยมชอบซื้อบริการเด็กสาว โดยค่าตอบแทนที่ได้รับจะหักให้ตนเองเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แบ่งให้เด็ก ๆ ที่รับงานนั้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ เธอรู้จักและสนิทกับผู้มีอำนาจมากมายจึงกล้าทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง ั้แ่เบียร์รู้จักและเข้าร่วมกับเจ๊น้อยเธอก็มีเงินกินใช้ทุกวัน นอกจากค่าใช้จ่ายของตนเองแล้วยังรวมไปถึงส่วนของกอล์ฟอีกต่างหาก
ที่กอล์ฟแนะนำแฟนตนเองให้ทำงานขายบริการโดยไม่มีความหึงหวงนั้น เพราะระหว่างที่คบกันกอล์ฟได้่ชิงพรหมจารีและดื่มด่ำรสสวาทแรกแย้มของเบียร์อย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว เมื่อเห็นช่องทางที่เบียร์นั้นสามารถหาเงินมาบำเรอตนได้ไม่ขาด จึงพยายามโน้มน้าวให้เบียร์รับแขกเพิ่มขึ้นโดยใช้นิสัยออดอ้อนน่าสงสารให้เบียร์ใจอ่อนและไม่กล้าที่จะปฏิเสธ แทบทุกคืนเบียร์จึงใช้เวลาไปกับการรับแขก 2-3 คน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง ค่ากินอยู่ของตนและแฟน รวมถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ หาทองหยองมาใส่ เพื่อให้เป็ที่ยอมรับนับถือในกลุ่มเด็กวัยรุ่นย่านนั้น รวมถึงเพื่อประชดที่พ่อไล่เธอออกจากบ้านสบประมาทว่าเธอยังอยู่ในวัยที่หาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ในระหว่างที่เบียร์ออกไปกับลูกค้า กอล์ฟก็จะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อรอเวลาไปรับเธอกลับห้อง เสมือนชายผู้ใส่ใจและเป็ห่วงเป็ใยแฟน ทำให้เบียร์ผู้อ่อนต่อมารยาชาย ทั้งรัก หลง และหวงแหนกอล์ฟมาก
แจนไม่เคยมีประสบการณ์เื่เพศโดยตรงมาก่อน แต่สภาพแวดล้อมรอบข้างทำให้เธอได้เห็นการร่วมรักร่วมสวาทอยู่ตลอด เธอคิดเพียงว่ายังไม่อยากให้คนแปลกหน้าล่วงล้ำจุดเร้นลับของตัวเองสักเท่าไหร่นัก จึงไม่ได้เอาเื่การทำงานกับเจ๊เบียร์มาใส่ใจเท่าไหร่ แต่รู้สึกดีกับคำแนะนำของกอล์ฟที่ให้กับเธอ
เธอรู้สึกหัวใจเต้นเร็วและหน้าแดงชาตอนที่ต้อยติงแซว ในสายตาแจน กอล์ฟดูใส่ใจ รับฟังความกลุ้มใจและให้คำแนะนำที่ดี เธอจึงรู้สึกดีและอุ่นใจที่ได้พูดคุยกับกอล์ฟ อาจจะเพราะฮอร์โมนของเด็กสาวที่กำลังเข้าสู่่วัยรุ่นให้เริ่มสนใจเพศตรงข้าม ทำให้เธอสนใจกอล์ฟเป็พิเศษ แต่ด้วยความที่กอล์ฟมีแฟนแล้ว เธอจึงสงวนท่าทีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายในกลุ่ม
แจนได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มและนั่งคุยเล่นสัพเพเหระกับกอล์ฟ ต้อยติงและเพื่อนคนอื่น ๆ ไปเรื่อย ท่ามกลางลมทะเลที่พัดมาปะทะกาย แว่บหนึ่งเธอรู้สึกว่า ชีวิตเธอนั้นช่างมีความสุขเหลือเกิน