เช้าวันใหม่หลังจากกลับมาจากออกกำลังกายเมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาก็พบป้าฟางซิน(แม่บ้าน) กำลังทำความสะอาดห้องพอเห็นหลิงอี้เดินเข้าประตูมาป้าฟางซินก็วางอุปกรณ์ทำความสะอาดรีบเดินเข้ามาทักทายหลิงอี้ทันที
ป้าฟางซิน : กลับมาแล้วเหรอคะคุณหลิงอี้
หลิงอี้ : ครับเมื่อวานไม่เห็นป้าเข้ามา เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ
ป้าฟางซิน :ไม่มีอะไรค่ะ เมื่อวานตรงกับวันที่คุณหมอนัดป้าไว้ ป้าเลยเลื่อนเข้ามาทำความสะอาดวันนี้แทนแล้วสาวน้อยคนนี้คือเ้าของห้องนอนชั้นล่างคนใหม่ใช่ไหมคะ
หลิงอี้ :ใช่ครับ ชื่อหนิงเหอ เธอมาเป็ผู้จัดการส่วนตัวให้ผม “หนิงเหอ นี้ป้าฟางซินแม่บ้านเป็คนเก่าแก่ของรอบครัวที่ผมบอกคุณ”
หนิงเหอ : (หนิงเหอยกมือไหว้...ยิ้มให้อย่างน่าเอ็นดู)สวัสดีค่ะ ป้าฟางซิน หนูฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรที่หนูทำไม่ถูกต้องป้าบอกหนูมาได้เลยนะคะ
ป้าฟางซิน :น่ารัก น่าเอ็นดู คุณหลิงอี้ไปหาเด็กน่ารักแบบนี้จากที่ไหนมาค่ะเนี่ยไม่มีอะไรต้องกังวลเลยค่ะ ในห้องคุณหนิงเหอสะอาดจนป้าหาที่ทำความสะอาดแทบไม่ได้ทุกอย่างวางเป็ระเบียบเรียบร้อยป้าสิต้องกังวลว่าต่อไปคุณหลิงอี้จะไล่ป้าออกเพราะไม่มีอะไรให้ป้าทำ
หลิงอี้ :เห็นไหมผมบอกคุณแล้ว...ว่าไม่ต้องทำ ต่อไปอย่าทำให้ป้าฟางซินเป็กังวลกลัวผมจะไล่แกออก(ชายหนุ่มทำท่าเย้าแหย่ใส่ป้าฟางซิน)
หนิงเหอ :หนิงเหออมยิ้ม...หัวเราะออกมา คุณหลิงอี้ไม่มีทางไล่ป้าออกหลอกค่ะเขาใจดีจะตาย...เขาก็ขู่ไปอย่างนั้นเอง
หลิงอี้ : (ชายหนุ่มแอบอมยิ้มดีใจที่หนิงเหอชื่นชมว่าเขาเป็คนใจดี)ผมใจดีเฉพาะกับป้าฟางซิน กับคนอื่นผมไม่ได้ใจดีอย่างที่คุณคิด
หนิงเหอ :ฉันก็หมายถึงป้าฟางซิน ไม่ได้หมายความว่าคุณใจดีกับทุกคนซะหน่อย (หนิงเหอลืมตัว...เผลอต่อปากต่อคำกับชายหนุ่ม)
หลิงอี้ : รู้ตัวก็ดีแล้ว!! ป้าครับเดี๋ยวป้าทำความสะอาดเสร็จมื้อเที่ยงเราสั่งสุกี้มาทานด้วยกันนะครับผมกำลังหาเพื่อนทานข้าวอยู่พอดี “หนิงเหอคุณช่วยสั่งหม้อไฟให้ผมสั่งชุดใหญ่มาเลยนะ”
หนิงเหอ : ได้....ค่ะ
(คุณหลิงอี้ ป้าฟางซินมาทานหม้อไฟได้แล้วค่ะ)หนิงเหอจัดเตรียมอาหารเสร็จก็ร้องเรียกทั้ง 2คนที่อยู่้าลงมาทานอาหารหลิงอี้ประคองป้าฟางซินลงมาจากชั้นบน หนิงเหอกำลังเดินเข้าห้องตัวเองป้าฟางซินก็รีบมาดึงมือไว้ “จะไปไหนคุณหนิงเหอมาทานด้วยกันสิคะกินหม้อไฟต้องกินหลายๆ คน ถึงจะอร่อย”พูดเสร็จป้าก็ดันหนิงเหอให้นั่งลงที่โต๊ะอาหารหลิงอี้ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะเขาก็รักและเกรงใจป้าฟางซินอยู่ไม่น้อยจำใจต้องนั่งลงกินเงียบๆหนิงเหอได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาทานสุกี้ ไม่กล้าหันไปสบตากับหลิงอี้
ป้าฟางซินเห็นท่าทางการกินอาหารที่ผิดปกติไปจากเดิมของหลิงอี้คนที่ชอบซดน้ำซุปเสียงดัง กินอะไรก็ดูอร่อยไปหมด แต่วันนี้ชายหนุ่มกลับกินช้าๆดูเกรงๆ จึงถามขึ้นว่า(คุณหลิงอี้วันนี้สุกี้ไม่ถูกปากเหรอคะ) “เออ...ไม่ใช่ครับ มันร้อนผมก็เลยกินให้ช้าลงหน่อยกลัวจะลวกปากน่ะครับพรุ่งนี้ผมมีต้องไปถ่ายแบบโฆษณาเลยต้องระวังเป็พิเศษป้าไม่ต้องห่วงผม ป้าทานเยอะๆนะครับ” ป้าฟางซินไม่เชื่อที่หลิงอี้บอกแม้แต่น้อยคนที่เห็นกันมาตั้งเล็กจนโตไม่มีทางที่หลิงอี้จะปิดบังความผิดปกตินี้ ให้พ้นจากสายตาของป้าฟางซินได้ป้าฟางซินจึงหันไปถามหนิงเหอ
ป้าฟางซิน : คุณหนิงเหอั้แ่คุณมาอยู่ที่นี่คุณหลิงอี้นั่งทานข้าวคนเดียวตลอดและไม่ให้คุณนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะด้วยใช่ไหมคะ
หนิงเหอ : (หันหน้าไปสบตากับหลิงอี้แต่เขาเอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สบตาใครสักคน....ตัดสินใจตอบไปตามความจริง) ใช่ค่ะวันนี้ดีเลยค่ะที่ป้าฟางซินถามอันที่จริงหนูก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมคุณหลิงอี้ถึงไม่ยอมให้หนูนั่งทานข้าวร่วมโต๊ะ
ป้าฟางซิน : คุณหลิงอี้พอจะบอกป้าได้ไหมคะทำไมถึงนั่งกินข้าวคนเดียว ปกติคุณหลิงอี้ไม่ชอบนั่งกินข้าวคนเดียวนี้น่าชอบมีเพื่อนนั่งกินด้วยกินไปคุยกันไปทำให้คุณมีความสุขไม่ใช่หรือคะ มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆต่อหน้าคุณหนิงเหอ การปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดไปเองมันไม่ดีนะคะป้าว่าคุณหนิงเหอก็คงอึดอัดใจอยู่เหมือนกัน!
หนิงเหอ : พูดมาเถอะค่ะจะได้มีทางออกทั้งสองฝ่าย
หลิงอี้ : คือว่า....ผม(ชายหนุ่มหน้าแดงไปถึงใบหู ก่อนจะพ้นคำพูดออกมาว่า) ผมอายที่ผมทานข้าวเสียงดัง!!
ป้าฟางซิน : (หัวเราะออกมาเบาๆ)โถพ่อคุณของป้า....เื่แค่นี้เอง คุณหนิงเหอไม่ชอบคนทานข้าวเสียงดังเหรอคะ
หนิงเหอ : เปล่านะคะป้าหนูไม่เคยบอกสักคำว่าไม่ชอบคนทานข้าวเสียงดัง คุณหลิงอี้คิดมากไปเองหนูมาอยู่เมืองจีนเกือบจะ 5ปีแล้ว ทำไมหนูจะไม่เข้าใจวัฒนธรรมการกินอาหารของคนจีน
ป้าฟางซิน :เห็นไหมคุณหลิงอี้ คุณหนิงเหอไม่ได้รังเกียจ หรือไม่ชอบคนทานข้าวเสียงดังสักหน่อยคิดไปเองฝ่ายเดียว มีอะไรทำไมไม่ถามคุณหนิงเหอเธอตรงๆ แล้วก็ทำร้ายตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ด้วยการนั่งกินข้าวคนเดียว
หลิงอี้เหมือนได้แก้ปมในใจออกไปเขาคิดมากไปเองหนิงเหอไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิดหลิงอี้ได้เป็ตัวของตัวเองนั่งทานอาหารอย่างสบายใจในที่สุดทั้งสามคนก็นั่งทานหม้อไฟร่วมกันอย่างมีความสุข
เมื่อป้าฟางซินกลับไปแล้วหลิงอี้ก็เดินมานั่งที่โซฟาเปิดทีวีจอใหญ่เพื่อดูหนังวันนี้หลิงอี้ดูผ่อนคลายมากขึ้น ไม่หลบหน้าฉันขึ้นไปอยู่ข้างบนเหมือนทุกวันแต่ตามกฎแล้วถ้าเขาใช้พื้นที่ด้านล่างฉันต้องกลับเข้าไปอยู่ในของห้องตัวเองหนิงเหอเดินเข้าห้องเปิดดูตารางงานพรุ่งนี้เป็วันถ่ายโฆษณาชุดกีฬาจะมีนางแบบถ่ายงานร่วมกับหลิงอี้หนิงเหอจึงโทรไปคอนเฟิร์ม เวลาสถานที่กับทีมงานพอได้ข้อมูลหนิงเหอก็ส่งข้อมูลดังกล่าว ส่งให้หลิงอี้กับจี้เฉิน
เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องหนิงเหอเดินไปเปิดประตู เห็นหลิงอี้ยืนรออยู่ “หนิงเหอออกมาข้างนอกหน่อยผมมีเื่งานจะคุยด้วย” ฉันเดินตามเขาออกไปนั่งที่โซฟา “ผู้กำกับลี่ิติดต่อผมให้ไปเข้าร่วมคัดเลือกนักแสดงนำในซีรีย์พีเรียดย้อนยุคกับบทพระเอกที่เป็แม่ทัพ ผมได้อ่านบทแล้วรู้สึกสนใจอยากเข้าร่วมคัดเลือกถ้าผมได้รับเลือกต่อไปคุณต้องติดตามผมไปที่กลองถ่ายงานจะหนักมากขึ้นกว่านี้หลายเท่าคุณคิดว่าคุณจะทำไหวไหม” (ฉันพอจะทราบเื่ความฝันของคุณจากจี้เฉินว่าอยากจะได้รับบทในซีรีย์พีเรียดย้อนยุคดีๆสักเื่จากจี้เฉินมาบางจี้เฉินบอกฉันว่าคุณตั้งใจฝึกฝนตนเองอย่างหนักเพื่อรอโอกาสนี้สำหรับฉันในฐานะผู้จัดการส่วนตัวไม่ว่าคุณไปที่ไหน ต่อให้ต้องลำบากเพียงใดฉันก็ยินดีทำงานร่วมกับคุณค่ะ) “ดี...หมดเื่แล้วคุณไปได้”
ระหว่างเดินกลับขึ้นห้องที่ชั้น2หลิงอี้ถามตัวเองในใจว่าที่หนิงเหอยอมเข้ามาเป็ผู้จัดการส่วนตัวให้เขานอกจากข้อเสนอในการได้รับเงินเดือนที่สูงแล้ว ยังมีอะไรที่หนิงเหอ้าจากเขาอีกเขาไม่ควรไว้ใจผู้หญิงคนนี้ ต้องหาวิธีรู้เจตนาที่แท้จริงให้ได้ ฟังจากคำพูดเมื่อครู่ของหนิงเหอว่าอยากให้เขาได้ทำตามความฝันทำให้เข้ารูสึกสะดุดใจกับคำพูดนี้ หนิงเหอกำลังทำให้เขาเชื่อว่าเธอมีความจริงใจอยากจะดูแลเขาต่อให้ลำบากแค่ไหนก็จะอดทนร่วมไปกับเขา ไม่ได้!! หนิงเหอกำลังเริ่มวางแผนเข้าหาเขาหลอกล่อให้เขาหลงกลเธออยู่เป็แน่เขาจึงคิดหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นมันถูกต้องหรือไม่