“ แอลลี่ ฉันกำลังจะเข้าไปในบ้านนะ ”
โยฮันส่งเสียงบอกน้องสาวภายในบ้าน อีกไม่นานพระอาทิตย์จะเริ่มส่องสว่าง การเดินทางในคืนนี้เขาไม่ค่อยได้สิ่งใดติดมือมากนัก เนื่องจากว่าเวลาในการเดินทางมีน้อยเกินไป หากในห้างสรรพสินค้าไม่มีงูเหลือมตัวใหญ่ เขาสามารถนำของกินกลับมาได้มากพอประทังชีวิตไปอีกนานหลายเดือน งูเหลือมกลับขัดขวางไม่ให้เขาเก็บสิ่งใดออกมาเลย การเดินทางด้านนอกเขาก็พบเจอร้านสะดวกซื้อเพียง 2 ร้านเท่านั้น ด้านในมีร่องรอยการเก็บสิ่งของออกไปหลายอย่างโดยเฉพาะของกินและของใช้ในชีวิตประจำวัน
“ เป็ยังไงบ้างพี่ ถูกข่วนมาหรือเปล่า ”
แอลลี่ยังคงถือปืนยิงปลาเอาไว้ในมือ เธอจำเป็ต้องหวาดระแวงทุกอย่าง นั่นก็เพราะว่าซอมบี้มีหลายสายพันธุ์ มนุษย์สามารถเป็ซอมบี้ได้ สัตว์ก็เช่นเดียวกัน เธอจึงกลัวว่าจะมีสัตว์บางชนิดเลียนเสียงพี่ของเธอจึงต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
เมื่อโยฮันวางกระเป๋าผ้า 4 ใบลงบนพื้น แอลลี่ไม่ได้ให้ความสนใจพวกมันเพราะเป็กระเป๋าเปล่า เธอกลับสนใจกระเป๋าใบที่ 5 ที่เหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างยัดอยู่ด้านในเต็มไปหมด หลังจากพี่ชายเปิดกระเป๋าออกดูเธอกลับยืนอึ้ง เนื่องจากสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าครึ่งหนึ่งคือถ่าน ส่วนอีกครึ่งเป็น้ำ ไม่มีของกินอย่างอื่นปะปนมา
“ ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนไหวตัวทัน ร้านสะดวกซื้อที่ฉันพบถูกกวาดของที่อยู่ข้างในไปหมด ”
“ แล้วห้างล่ะ อย่าบอกนะว่ามีคนหลบอยู่ที่นั่นพี่เลยไม่ได้อะไรติดมือมาด้วย ”
“ ไม่ ที่นั่นน่ากลัวเกินไป เดิมทีฉันคิดจะนำอาหารในชั้น 1 กลับมาด้วย แต่หลังจากที่ฉันสำรวจไปถึงชั้น 4 ฉันเจองูเหลือมตัวใหญ่เท่าตู้คอนเทนเนอร์ สัญชาตญาณของฉันร้องเตือนว่ามันแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ตัวสีแดงฉันจึงวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ”
“ ยังดีที่พี่หนีออกมาได้ ให้หนูอุ่นอะไรให้กินก่อนไหม ”
“ ก็ดีเหมือนกัน ”
โยฮันกวาดตามองลงจากชั้น 2 ของบ้านเพื่อดูว่ามีใครตามเขามาหรือเปล่า จนมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาจึงเดินตามน้องสาวไปยังห้องครัวแล้วเริ่มเปิดวิทยุเพื่อหาคลื่น ไม่แน่ในเช้าวันที่ 3 ของการแพร่เชื้อซอมบี้อาจจะมีสัญญาณจากทางกองทัพปล่อยออกมา
“ พี่คะ ถ้าพี่ยังคงออกหาอาหารใน่กลางดึกบ่อยๆแบบนี้ จากเวลาที่พี่ใช้หนูคิดว่ามันไม่น่าจะพอ พี่ไม่เปลี่ยนเวลาให้เร็วขึ้นดูล่ะ ”
โยฮันยังคงค้นหาสัญญาณต่อไปพลางพูดกับน้องสาว เขาเห็นด้วยกับความคิดของเธอ หากเขายังคงออกล่าอาหารใน่ตี 4 มนุษย์ที่ยังมีชีวิตและปรับตัวให้เข้ากับซอมบี้แล้วล่า่อื่นคงจะร่วมมือกันเก็บอาหารออกจากร้านสะดวกซื้อทั่วเมืองไปก่อนเขาแน่นอน จากเดิมเขาต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้นเพราะกลัวว่าจะมีคนตามกลับบ้าน ความระมัดระวังมากเกินไปกลับกำลังทำให้เขาและน้องสาวอดตาย
“ หลังจากกินแล้วฉันว่าจะพักสักหน่อย เที่ยงให้ปลุกด้วย ”
“ แล้วหนูต้องทำอะไรต่ออะ ”
“ ทุกๆชั่วโมงเธอคอยเปิดวิทยุหาคลื่นก็แล้วกัน เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าทางกองทัพและรัฐบาลจะเข้าช่วยเหลือยังไง นอกจากนั้นแล้วเราต้องรู้ด้วยว่านอกจากเมืองของเราแล้วที่อื่นมีซอมบี้ด้วยหรือเปล่า ”
“แล้วถ่านพวกนั้นล่ะ ”
“ ถ่านไฟฉาย ฉันเก็บมาใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ยังไม่คิดจะนำมาใช้เป็แหล่งพลังงานให้กับวิทยุหรือชาร์จโทรศัพท์ แต่หลังจากเที่ยงฉันจะเดินทางไปร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดู มันน่าจะมีหลายอย่างที่จำเป็กับเรา ”
โยฮันรับข้าวผัดจากน้องสาว มันเป็อาหารสำเร็จรูป รสชาติเริ่มเปลี่ยนจากเดิมไปเล็กน้อย อีกราว 2 วันมันจะต้องเน่าเสียจนต้องโยนทิ้ง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้คิดมาก หากตนเองกินได้เขาจะกินต่อไปจนกว่าจะมีอาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งกึ่งสำเร็จรูป
---------------------------------------------------------------
“ ด็อกเตอร์ คุณเป็ยังไงบ้าง ยังสบายดีอยู่หรือเปล่า ”
ผู้ที่ถูกเรียกด็อกเตอร์หันมองไปยังประตูทางเข้า เขาถูกขังอยู่ในห้องอันมืดมิดไม่รู้วันเวลาจึงไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่แล้ว ต่อให้เขาจะนับเลขภายในใจ ความมืดภายในห้องกลับหลอนสติของเขาจนไม่สามารถนับเลขต่อ สุดท้ายเขาจึงต้องตั้งสติไม่ให้ตนเองเป็บ้าภายในห้องมืดๆที่ไม่ได้ยินเสียงใดเลย
“ แก้าอะไร ”
หัวหน้าแผนกวิจัยเดินกลับเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้ม ผ่านมาแล้ว 3 วันหลังจากแพร่เชื้อไวรัสเข้าไปในตัวเมือง พวกมันได้จับมนุษย์ที่สามารถต้านทานเชื้อไวรัสกลุ่มแรกกลับมาได้แล้ว เหลือแค่นำของเหลวจากร่างกายออกมาตรวจสอบเพื่อดูว่ามนุษย์เหล่านี้สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่พวกมันแพร่กระจายโดยใช้รถตู้สีดำได้อย่างไร
“ ผมไม่ได้้าอะไรจากคุณ ผมแค่เข้ามาบอกความคืบหน้าก็เท่านั้น โครงการทดลองมนุษย์่แรกเริ่มต้นขึ้นแล้ว คุณคิดยังไงบ้าง พร้อมจะมาทำงานกับเราแล้วหรือยัง ”
ด็อกเตอร์ก้มมองพื้น บนั์ตาของเขาไม่มีสิ่งใดอยู่อีกต่อไป มันเป็ั์ตาเรียบนิ่งราวกับปลาตายเพราะเขานั้นคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลากหลายทางั้แ่รู้ว่าแผนกวิจัยเชื้อไวรัสได้นำเชื้ออันตราย 2 อย่างมาผสมเข้าด้วยกัน
ขณะที่หัวหน้าแผนกกำลังมองสีหน้าของอีกฝ่ายว่าพร้อมจะกลับไปทำงานหรือยัง เขาก็ได้ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือที่มีข้อความมากมายแจ้งเตือนเข้ามา ด็อกเตอร์ที่เห็นว่าหัวหน้าแผนกเริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็ปั้นยาก เขาจึงเป็ฝ่ายฉีกยิ้มแทนเมื่อรู้ว่าเื่ที่ตนเองคาดการณ์เอาไว้เกิดขึ้นแล้ว
“ เป็อย่างที่ฉันพูดใช่ไหม พวกแกควบคุมมันไม่ได้แล้วสินะ ”
หว๋อ!
เสียงไซเรนดังก้องไปทั่วฐาน ไฟขาวสว่างถูกเปลี่ยนไปเป็สีแดงดูน่าหวาดหวั่น หัวหน้าแผนกที่ติดต่อกลับไปยังแผนกวิจัยมนุษย์ทั้งหมด 10 คนที่จับกลับมาถึงขั้นเดาะลิ้น เนื่องจากว่ามนุษย์ทั้ง 10 ที่รับยาจากพวกเขาเข้าไปกลับวิวัฒนาการด้วยความเร็วจากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีนักวิจัยจนทำให้มีซอมบี้ปรากฎตัวขึ้นภายในฐาน เสียงสัญญาณเตือนที่กำลังดังเป็การแจ้งเตือนให้รู้ว่าเขตทดลองที่ 1 ถูกปิดไปแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย
“ ฉันบอกแล้ว พวกแกควบคุมมันไม่ได้ ต่อให้พวกแกจะใช้อำนาจปิดข่าวเมืองที่ใช้ทดลองเอาไว้ได้ก็ตาม อีกไม่นานพวกแกจะไม่สามารถปกปิดสิ่งใดต่อสายตาชาวโลกได้แล้วหลังจากนั้นชาวโลกก็จะได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่กระจายออกจากเมืองทดลอง พวกแกจบสิ้นแล้ว”
“ ด็อกเตอร์ ผมจะกลับมาใหม่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะคุยกัน ส่วนพวกเราจะควบคุมได้ไหมนั้น คุณรอดูได้เลย ”
ด็อกเตอร์หัวเราะออกมาดังลั่นมองดูชายสวมชุดกาวน์ก้าวเท้าจากไปด้วยความเร่งรีบ เมื่อประตูปิดตัวลงเขาก็ต้องอยู่กับความมืดเช่นเดิม ไม่รับรู้เลยว่าด้านนอกเกิดสิ่งใดอีกเลย เพียงแต่ว่าเขากลับไม่ได้ปล่อยให้เวลาเลยผ่านไปเฉยๆ เพราะครั้งนี้เขาพยายามคำนวณวิธีที่จะเอาชีวิตรอดจากเชื้อไวรัสที่กำลังกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ต่อให้เชื้อไวรัสที่ปลดปล่อยออกจากห้องแลปจะอยู่ใน่ที่เชื้อตายไม่สามารถแพร่กระจายผ่านอากาศได้อีกแล้ว ทว่าเชื้อที่เข้าสู่สิ่งมีชีวิตได้วิวัฒนาการไปเป็สิ่งใหม่แล้ว มันสามารถคงอยู่ได้นานและสามารถแพร่กระจายได้โดยไม่จำเป็ต้องพึ่งอากาศ
---------------------------------------------------------------
“ พี่เที่ยงแล้วนะ ”
โยฮันค่อยๆลืมตาช้าๆมองไปยังน้องสาวที่ปลุกเขาข้างเตียงนอน เมื่อหันไปยังนาฬิกาบนเตียงนอนเขาพบว่ามันเป็่เที่ยง การที่เขาไม่ตั้งเวลาปลุกใดๆเอาไว้เลยนั่นก็เพราะกลัวว่ามันจะส่งเสียงเรียกซอมบี้ให้เข้ามาใกล้
“ หาสัญญาณวิทยุเจอไหม ”
“ ไม่ค่ะ หนูลองค้นหาดูทุกๆชั่วโมงเหมือนที่พี่บอกแล้วไม่เจออะไรเลย แล้วก็โทรศัพท์ของพี่หนูลองเปิดเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตดูราวๆ 3 นาทีได้ ปรากฎว่ามันยังไม่มีสัญญาณให้เชื่อมต่อเหมือนเดิม ”
“ อืม หลบอยู่ในห้องล่ะอย่าเคลื่อนไหวจนกว่าฉันจะกลับมา ”
“ ครั้งนี้พี่จะไปไหนเหรอคะ ”
“ ไปร้านสะดวกซื้อเหมือนเดิมขากลับค่อยแวะร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ”
“ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ อย่าลืมล็อกประตูให้หนูด้วย ”
โยฮันสวมหมวกปิดทับใบหน้าแล้วนำกระเป๋าทั้ง 5 ใบสะพายเอาไว้บนหลัง ต่อให้จะดูรกรุงรัง มันกลับเป็กระเป๋าเปล่าเพียงเท่านั้น หลังจากนำเข็มขัดเหน็บมีดขึ้นมาสวมใส่เขาจึงเดินออกไปทางหน้าต่างจากนั้นก็นำลังไม้ขนาดใหญ่จากโกดังเก็บของมาวางทับเพื่อไม่ให้สิ่งใดเข้าไปข้างในผ่านหน้าต่างที่เขาออกมา
“ แอลลี่ อาจจะกลับมาค่ำๆหรือไม่ก็มืดๆ เธอกินข้าวรอเลย แต่อย่าปรุงมันล่ะ ”
“ หนูจะระวังค่ะ ”
เท้าทั้งสองออกวิ่งอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาต้องเดินทางไปยังทิศตะวันตกเพื่อตามหาร้านสะดวกซื้อก่อน หากมีร้านขายวัตถุดิบในการทำอาหารระหว่างทางเข้าจะแวะเข้าไปค้นดูข้างในเพราะข้าวสารจำเป็ในการดำรงชีวิต การกินเพียงบะหมี่อาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้
กระทั่งโยฮันวิ่งมาได้ 5 นาทีเขากลับเลือกที่จะหยุดวิ่งแล้วเข้าไปแอบข้างถังขยะ เนื่องจากว่าด้านหน้าเขาได้ยินเสียงปืนยิงติดต่อกันหลายนัด นอกจากนั้นแล้วเขายังพบว่าห่างออกไปราว 20 เมตรมีซอมบี้นอนตาย สภาพของมันบางตัวถูกยิงหัวจนเกิดรูโหว่ บางตัวถูกตัดคอ เขาคิดว่าคงเป็ฝีมืุ์ที่รวมกลุ่มกันเพื่อออกล่า การที่พวกเขามั่นใจที่จะออกมาจากที่หลบซ่อนคงเพราะมีปืนและอาวุธครบมือ
ขณะที่หลบอยู่เงียบๆเขาก็เห็นคนราว 20 คนในมือของพวกเขาถือมีดและดาบ คนที่ยืนอยู่ใจกลางกลุ่มมีปืนคนละกระบอกแตกต่างกันไป บางคนถือปืนพก บางคนถือปืนลูกซอง ซึ่งทุกคนล้วนแล้วสวมเกราะกันะุและมีการใช้ผ้าพันบริเวณคอและแขนเอาไว้ให้หนาแน่นเป็พิเศษป้องกันการถูกกัด
ใจกลางกลุ่มเขาเห็นชายวัยกลางคนราว 5 - 6 คนกำลังเข็นรถเข็นเต็มไปด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและอาหารกระป๋องกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง จากสิ่งที่กำลังเดินผ่านหน้าทำให้เขารู้ว่าแถบนี้คงจะมีของกินเหลืออยู่น้อย
“ ต้องรีบกว่านี้สินะ ”
สองเท้าวิ่งเต็มกำลังโดยใช้เส้นทางอีกแห่งป้องกันไม่ให้คนพบตัวของเขา อย่างไรก็ตามสุนัขในกลุ่มของคนที่ออกมาหาอาหารกลับได้ยินเสียงเท้า มันจึงเห่าจนมีหลายคนหันอาวุธมาทางฝั่งที่เขากำลังวิ่งไป โยฮันกลับไม่ได้สนใจเนื่องจากว่าคนที่ใไม่ใช่เขาแต่เป็กลุ่มคนที่กำลังคุ้มกันอาหาร สิ่งที่เขาทำเพื่อไม่ให้ถูกพบจึงเป็การไต่ไปตามตึกต่างๆ จนเขาหนีออกจากระยะการได้ยินเสียงของสุนัขไป
“ คงจะเป็ร้านนั้นสินะ ”
ร้านสะดวกซื้อประจำเมืองที่มีอยู่หลายสาขาถูกทุบกระจกเข้าไปด้านใน ด้านหน้ามีซอมบี้ถูกลากออกมากองรวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บของ เมื่อมองดูแล้วพบว่าไม่มีใครอยู่ข้างในโยฮันจึงลงจากตึกเข้าไปสำรวจดูสิ่งที่เหลือ เมื่อเห็นว่ายังคงมีอาหารกระป๋องที่ยังถูกเก็บไปไม่หมด เขาจึงลงมือเก็บทุกอย่าง นอกจากนั้นสิ่งใดที่สามารถกินได้ ต่อให้ต้องผสมกับอย่างอื่นถูกเขาเก็บไปหมดเช่นกัน อย่างน้อยมีกินดีกว่าไม่มี จนกระทั่งกระเป๋าใบแรกเต็มเขาก็เริ่มออกวิ่งไปยังร้านสะดวกซื้อแห่งอื่น.